เมื่อปัญหากฎหมายถาโถมเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคดีครอบครัว มรดก หนี้สิน หรือข้อพิพาททางธุรกิจ สิ่งแรกที่หลายคนรู้สึกคือ “ความเคว้งคว้าง” และ “ความกังวล” ครับ ความกังวลที่ว่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของรูปคดีที่ดูซับซ้อนเข้าใจยากเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจบานปลาย จนหลายคนเลือกที่จะนิ่งเฉยหรือพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ซึ่งในโลกของกฎหมาย การตัดสินใจที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียวจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจหมายถึงการสูญเสียสิทธิประโยชน์หรือทรัพย์สินที่หามาทั้งชีวิต
หลายคนมักตั้งคำถามว่า “สำนักงานทนายความ ที่ไหนดี?” ที่จะให้คำแนะนำเราได้อย่างจริงใจ ตรงไปตรงมา และที่สำคัญคือ “เข้าถึงได้” โดยไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายตั้งแต่วินาทีแรกที่เริ่มคุย เพราะเราเชื่อว่า “โอกาสในการเข้าถึงความยุติธรรมไม่ควรมีกำแพงเรื่องเงินมาปิดกั้น” การได้ปรึกษาเบื้องต้นเพื่อหาแนวทางที่ถูกต้อง จึงเป็นกุญแจดอกแรกที่จะช่วยเปลี่ยนจากความมืดแปดด้านให้กลายเป็นทางออกที่ชัดเจน
ในบทความนี้ สำนักงานทนายความติวานนท์ ได้รวบรวมรายชื่อ 10 สำนักงานทนายความและหน่วยงานที่ให้คำปรึกษากฎหมายฟรี ซึ่งครอบคลุมทั้งหน่วยงานของรัฐที่พึ่งพาได้ และสำนักงานเอกชนที่มีใจรักในงานบริการสังคม เพื่อให้คุณได้มี “เพื่อนคู่คิด” ทางกฎหมายที่เหมาะสมกับปัญหาของคุณมากที่สุด
เราไม่ได้เพียงแค่บอกว่ามีที่ไหนบ้าง แต่เราจะเจาะลึกไปถึง “วิธีเตรียมตัว” ก่อนเข้าปรึกษา เพื่อให้ทุกนาทีที่คุณได้คุยกับทนายความเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และช่วยให้คุณประเมินได้ว่าทนายคนไหนคือคนที่ใช่สำหรับคดีของคุณจริงๆ เพราะการเลือกทนายความที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่การหาคนมาว่าความ แต่คือการหา “พาร์ทเนอร์” ที่จะร่วมต่อสู้เคียงข้างคุณจนกว่าความยุติธรรมจะปรากฏ มาเริ่มหาคำตอบไปพร้อมกันเลยครับว่า สำหรับคดีของคุณแล้ว… ปรึกษาที่ไหนดีที่สุด?

ทำไมการ “ปรึกษาทนายความเบื้องต้น” ถึงสำคัญต่อการชนะคดี?
ในโลกของกฎหมายที่เต็มไปด้วยตัวบทบัญญัติและขั้นตอนที่ซับซ้อน หลายคนมักมีความเข้าใจผิดว่า “ทนายความ” คือตัวช่วยสุดท้ายที่จะเรียกใช้เมื่อเหตุการณ์บานปลายไปถึงขั้นมีหมายศาลมาวางที่หน้าบ้านเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง “ชัยชนะ” ในคดีความส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นในห้องพิจารณาคดีเพียงอย่างเดียว แต่มันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วินาทีที่คุณตัดสินใจ “ปรึกษาทนายความเบื้องต้น” ครับ
เหตุผลสำคัญที่ทำให้การปรึกษาทนายความตั้งแต่เนิ่น ๆ กลายเป็นจุดเปลี่ยนของคดี มีอยู่ 3 ประเด็นหลักดังนี้ครับ:
1. การรักษา “พยานหลักฐาน” ที่มีอายุความ
พยานหลักฐานคือหัวใจสำคัญของการชนะคดี แต่หลักฐานหลายอย่างมีข้อจำกัดด้านเวลา เช่น กล้องวงจรปิดที่อาจถูกบันทึกทับ, พยานบุคคลที่อาจหลงลืมรายละเอียด หรือแม้แต่ข้อมูลแชทและสลิปโอนเงินที่อาจสูญหาย การปรึกษาทนายความเบื้องต้นจะช่วยให้คุณทราบว่า “อะไรคือหลักฐานสำคัญ” ที่ต้องรีบเก็บรวบรวมและรับรองความถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนที่มันจะสายเกินไป
2. การวาง “รูปคดี” ที่ถูกต้อง (Strategic Planning)
การดำเนินคดีเปรียบเสมือนการกลัดกระดุม หากเม็ดแรกผิด เม็ดต่อ ๆ ไปก็จะผิดเพี้ยนไปทั้งหมด การพูดหรือให้การใด ๆ กับคู่กรณีหรือพนักงานสอบสวนโดยไม่มีทนายความแนะนำ อาจกลายเป็นการยอมรับข้อเท็จจริงที่ทำให้คุณเสียเปรียบในชั้นศาลได้ ทนายความจะช่วยวิเคราะห์ “จุดแข็ง-จุดอ่อน” และวางกลยุทธ์ว่าควรจะฟ้องร้อง ไกล่เกลี่ย หรือนิ่งเฉย เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของคุณ
3. ลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
หลายครั้งที่ข้อพิพาทสามารถจบลงได้ด้วยการเจรจา หรือ การส่งหนังสือบอกกล่าว (Notice) อย่างถูกวิธีโดยไม่ต้องขึ้นศาล การปรึกษาทนายความเบื้องต้นจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมว่าคดีนี้มีโอกาสชนะมากน้อยเพียงใด คุ้มค่ากับการเสียเวลาและค่าธรรมเนียมศาลหรือไม่ ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้คุณต้องเสียเงินก้อนโตไปกับคดีที่ไม่มีทางชนะ หรือคดีที่สามารถตกลงกันได้นอกศาล
บทสรุป
การปรึกษาทนายความไม่ใช่เรื่องของการหาคนมาต่อสู้เพียงอย่างเดียว แต่คือการหา “เข็มทิศ” เพื่อนำทางในยามที่ชีวิตต้องเจอกับมรสุมทางกฎหมาย การรู้สิทธิและหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนตั้งแต่วันแรก จะช่วยเปลี่ยนจาก “ความตื่นตระหนก” ให้กลายเป็น “ความได้เปรียบ” และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการชนะคดี
ที่ สำนักงานทนายความติวานนท์ เราเข้าใจดีว่าก้าวแรกนั้นสำคัญเพียงใด เราจึงพร้อมเป็นที่ปรึกษาเบื้องต้นเพื่อให้คุณเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นใจ เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า… บางครั้งก็คือความไม่ยุติธรรม
5 เช็กลิสต์วิธีเลือกสำนักงานทนายความที่น่าเชื่อถือและเหมาะสมกับคุณ
5 เช็กลิสต์วิธีเลือกสำนักงานทนายความที่น่าเชื่อถือและเหมาะสมกับคุณ
การเลือกทนายความก็เหมือนการเลือก “เพื่อนร่วมทาง” ในยามที่ชีวิตต้องเจอกับมรสุมครับ หากเลือกผิด นอกจากจะเสียเงินและเวลาแล้ว อาจทำให้โอกาสที่จะชนะคดีหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย เพื่อให้คุณได้พบกับสำนักงานทนายความที่ไว้วางใจได้จริง นี่คือ 5 เช็กลิสต์สำคัญที่คุณต้องตรวจสอบก่อนตัดสินใจจ้างงานครับ
1. ตรวจสอบใบอนุญาตว่าความ (Lawyer License)
สิ่งแรกที่ต้องทำและห้ามเกรงใจคือการขอดูใบอนุญาตทนายความ หรือนำชื่อ-นามสกุล ไปตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ของ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อยืนยันว่าบุคคลที่คุณกำลังปรึกษาเป็นทนายความตัวจริงที่มีสิทธิว่าความตามกฎหมาย ไม่ใช่ “มิจฉาชีพ” หรือ “ทนายปลอม” ที่แอบอ้างมาหลอกลวง
2. ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ตรงกับคดี
กฎหมายนั้นกว้างขวางมาก ทนายความแต่ละท่านมักมีความถนัดต่างกัน เช่น บางคนเก่งคดีอาญา บางคนเชี่ยวชาญคดีครอบครัวหรือมรดก คุณควรสอบถามถึง “ประสบการณ์ในคดีประเภทเดียวกัน” ว่าเขาเคยทำคดีแบบนี้มาก่อนหรือไม่ และมีแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าเขามีความรู้ที่ลึกซึ้งพอจะสู้คดีให้คุณได้
3. ความโปร่งใสเรื่องค่าธรรมเนียมและสัญญา
สำนักงานทนายความที่เป็นมืออาชีพต้องมีความชัดเจนเรื่องค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ค่าที่ปรึกษา ค่าจ้างว่าความ ไปจนถึงค่าธรรมเนียมศาลและค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆ ควรมีการทำ “สัญญาจ้างว่าความ” ที่ระบุขอบเขตการทำงานและงวดการจ่ายเงินไว้อย่างละเอียด เพื่อป้องกันปัญหาการเรียกเก็บเงินเพิ่มหน้างานหรือการทิ้งงานในภายหลัง
4. ทัศนคติและการสื่อสาร
ทนายความที่ดีไม่ควรแค่เก่งกฎหมาย แต่ต้องเป็น “นักฟัง” และ “นักสื่อสาร” ที่ดีด้วย คุณควรสังเกตว่าเขาสามารถอธิบายข้อกฎหมายที่ยากๆ ให้คุณเข้าใจได้ง่ายหรือไม่ มีความจริงใจในการบอกถึง “โอกาสชนะและแพ้” อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่รับประกันผลชนะ 100% เพียงเพื่อจะเอาเงิน เพราะในโลกของกฎหมายไม่มีอะไรแน่นอนเสมอไป
5. มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจนและติดต่อได้จริง
ในยุคที่ทุกอย่างอยู่บนโลกออนไลน์ การมี “สำนักงานที่เป็นหลักแหล่ง” คือเครื่องยืนยันความมั่นคงและความรับผิดชอบ หากเกิดปัญหาหรือต้องการส่งเอกสารเร่งด่วน คุณต้องสามารถเข้าพบได้จริง ไม่ใช่ติดต่อได้เพียงทางแอปพลิเคชันหรือโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว ซึ่งที่ สำนักงานทนายความติวานนท์ เราให้ความสำคัญกับการมีตัวตนที่ชัดเจนเพื่อให้ลูกความรู้สึกอุ่นใจที่สุด
เจาะลึก 10 สำนักงานทนายความและหน่วยงานรัฐที่ให้คำปรึกษาฟรี (อัปเดต 2569)
สำหรับการเลือกที่ปรึกษากฎหมายในยุคปัจจุบัน นอกจากการค้นหาข้อมูลใน Google แล้ว การรู้จักหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและได้รับคำแนะนำที่แม่นยำ นี่คือรายชื่อ 10 หน่วยงานและช่องทางปรึกษาทนายความฟรี ที่เราคัดมาให้แล้วว่าพึ่งพาได้จริงในปี 2569 ครับ
1.สำนักงานทนายความติวานนท์
คือ ผู้ให้บริการทนายความในการฟ้องคดีแพ่งและคดีอาญา โดยทนายความมืออาชีพ เราให้ความใส่ใจกับทุกคดี ทุกความเดือนร้อนของท่านคืองานของเราที่จะคอยช่วยเหลือ เปรียบเสมือนหมอที่คอยช่วยรักษา เมื่อเราเจ็บไข้ได้ป่วยทางกาย จนหลายคนให้ฉายากับพวกเราว่าเป็น “หมอความ ” เมื่อท่านมีความเดือนเนื้อร้อนใจ เกี่ยวกับคดีความ ไม่รู้จะไปพึ่งใคร สำนักงานทนายความติวานนท์ เราเข้าใจความรู้สึกนี้ดี จึงขออาสาเป็นคนนำทาง ที่จะช่วยเหลือให้ท่านเห็นแสงสว่างและช่วยคลายความทุกข์ ความเดือนร้อนของท่าน
- เว็บไซต์ www.tiwanonlaw.com
- เบอร์โทร 02-125-2511
- E-mail info@tiwanonlaw.com
- Facebook www.facebook.com/tiwanonlaw
- Line https://line.me/ti/p/@tiwanonlaw (ช่องทางนี้ตอบไวที่สุด)
2. สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
นี่คือ “ที่พึ่งหลัก” ของประชาชนทั่วประเทศ หากคุณไม่มีทุนทรัพย์ในการจ้างทนาย ที่นี่มี “ทนายอาสา” คอยให้คำปรึกษาฟรี ทั้งการเดินเข้าพบที่สำนักงาน (ราชดำเนิน) หรือผ่านสายด่วน 1167 รวมถึงมีบริการจัดหาทนายความช่วยสู้คดีสำหรับผู้ยากไร้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
ช่องทางการติดต่อ
สายด่วน 1167, ไลน์ @lct249
3. สำนักงานอัยการสูงสุด (สฝคป.)
สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สฝคป.) มีสาขาอยู่ทั่วประเทศภายใต้สำนักงานอัยการจังหวัด ข้อดีคือเป็นหน่วยงานรัฐที่ให้คำปรึกษาฟรีในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมรดก ที่ดิน หรือคดีความครอบครัว โดยอัยการจะช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้ก่อนที่จะเป็นคดีความใหญ่โต
สายด่วน 1157
4. ศูนย์ดำรงธรรม (กระทรวงมหาดไทย)
สายด่วน 1567 หรือศูนย์ที่ตั้งอยู่ ณ ศาลากลางจังหวัดทุกแห่ง เหมาะสำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐ หรือปัญหาความเดือดร้อนรำคาญ เช่น เพื่อนบ้านส่งเสียงดัง หรือปัญหาหนี้นอกระบบ ศูนย์นี้จะเน้นการรับเรื่องราวร้องทุกข์และประสานงานแก้ไขอย่างรวดเร็ว
5. ทนายอาสาประจำสถานีตำรวจ
ปัจจุบันโรงพักหลายแห่งมีโครงการ “ทนายอาสาประจำโรงพัก” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับสภาทนายความฯ เพื่อให้ประชาชนที่มาแจ้งความหรือถูกดำเนินคดีได้รับคำปรึกษาทางกฎหมายเบื้องต้นทันที ช่วยลดความสับสนในขั้นตอนการสอบสวนได้ดีมาก
6. ศาลยุติธรรม (ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านการคุ้มครองสิทธิฯ)
ในศาลเกือบทุกแห่งจะมี “คลินิกให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม” หรือศูนย์แนะนำการติดต่อศาล เจ้าหน้าที่และทนายความอาสาจะช่วยอธิบายขั้นตอนการฟ้องร้อง การยื่นคำร้องต่างๆ โดยเฉพาะคดีผู้บริโภคที่ประชาชนสามารถฟ้องเองได้โดยไม่ต้องใช้ทนาย
7. มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
หากคุณเจอปัญหาโดนโกงซื้อของออนไลน์ ประกันภัยไม่จ่ายเครม หรือสัญญาเช่าซื้อไม่เป็นธรรม มูลนิธิแห่งนี้คือมือโปรครับ เขามีฝ่ายกฎหมายที่เชี่ยวชาญด้านสิทธิผู้บริโภคโดยเฉพาะ คอยให้คำแนะนำและช่วยรวบรวมรายชื่อผู้เสียหายเพื่อฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action)
8. ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ (มธ. / จุฬาฯ)
สถาบันการศึกษาชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีศูนย์ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและนักศึกษาฝึกงานกฎหมายคอยช่วยวิเคราะห์รูปคดี ซึ่งมักจะได้มุมมองทางข้อกฎหมายที่ละเอียดและทันสมัย
ศูนย์นิติศาสตร์ธรรมศาสตร์
https://thammasatlawcenter.law.tu.ac.th/
มธ. ศูนย์รังสิต 02-696-5103 , 081-247-7198
9. กรมบังคับคดี
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่อง “หนี้สิน” ไม่ว่าจะเป็นลูกหนี้ที่กำลังจะถูกยึดทรัพย์ หรือเจ้าหนี้ที่ต้องการสืบทรัพย์ ที่นี่มีบริการไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดีฟรี เพื่อหาทางออกให้ลูกหนี้ไม่ต้องสูญเสียบ้านหรือที่ดิน และช่วยให้การชำระหนี้เป็นไปอย่างเป็นธรรม
10.สำนักงานทนายความ อธิวัฒน์ ช่อผูก
โดยทนายความ อธิวัฒน์ ช่อผูก เป็นทนายความ และผู้บริหาร บริษัท อธิวัฒน์ ลอว์เฟิร์ม จำกัด เขตสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ชลบุรี สมุทรสาคร อดีตกรรมการ สภาทนายความ จังหวัดสมุทรปราการ 2 สมัย
0-2395-2048, 08-1442-6393
💡 สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มปรึกษา (เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด)
ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน การเตรียม “ข้อเท็จจริง” สำคัญกว่าอะไรทั้งหมดครับ:
- เอกสารที่เกี่ยวข้อง: สัญญา, ใบแจ้งความ, แชทไลน์, หรือหมายศาล (ถ้ามี)
- ลำดับเหตุการณ์: จดบันทึกมาว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ (Timeline)
- ประเด็นที่ต้องการถาม: สรุปมาเป็นข้อๆ เพื่อไม่ให้ตกหล่นและประหยัดเวลา
การหาสำนักงานทนายความที่ใช่เปรียบเสมือนการเลือกหมอที่ตรงกับโรคครับ หากคุณต้องการการดูแลที่ใกล้ชิดและเป็นมืออาชีพ การเลือกสำนักงานเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
ข้อควรระวังและสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนเริ่มคุยกับทนาย (เตรียมข้อมูลอย่างไรไม่ให้เสียเวลา)
การก้าวเดินเข้าไปปรึกษาทนายความด้วยความตื่นตระหนกโดยไม่มีการเตรียมตัว อาจทำให้คุณเสียทั้งเวลาและโอกาสในการได้รับคำแนะนำที่แม่นยำที่สุด เพราะ “ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย อาจทำให้รูปคดีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง” เพื่อให้การสนทนาเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและคุ้มค่าเวลา นี่คือข้อควรระวังและสิ่งที่ต้องเตรียมตัวครับ
1. ลำดับเหตุการณ์เป็น Timeline (ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่)
ทนายความไม่ได้ต้องการฟังความรู้สึกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการ “ข้อเท็จจริง” ครับ แนะนำให้คุณจดลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบันลงในกระดาษหรือบันทึกในมือถือ โดยระบุวันเวลาและสถานที่ที่เกิดเหตุให้ชัดเจน การเล่าเรื่องที่เป็นระบบจะช่วยให้ทนายวิเคราะห์ข้อกฎหมายได้ทันทีโดยไม่ต้องถามซ้ำ
2. เตรียมเอกสาร “ต้นฉบับ” และ “สำเนา” ให้พร้อม
เอกสารคือพยานหลักฐานที่สำคัญที่สุดในชั้นศาล สิ่งที่คุณต้องเตรียมไปคือ:
- เอกสารแสดงตัวตน: บัตรประชาชน หรือทะเบียนบ้าน
- เอกสารคู่สัญญา: สัญญาจ้าง, สัญญาเช่า, หรือเอกสารการกู้ยืม
- หลักฐานการสื่อสาร: ภาพแคปหน้าจอแชท Line, Facebook หรืออีเมล
- หลักฐานการเงิน: สลิปโอนเงิน หรือ Statement จากธนาคาร
3. พูดความจริงทั้งหมด “ห้ามปิดบัง”
ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคือ อย่าปิดบังข้อมูลที่เป็นจุดอ่อนของตัวเอง ทนายความเปรียบเสมือนหมอ หากคุณบอกอาการไม่หมด หมอก็ให้ยาผิดทาง การบอกความจริงทั้งหมดแม้จะเป็นเรื่องที่คุณเสียเปรียบ จะช่วยให้ทนายสามารถเตรียมแผนสำรองหรือหาแนวทางแก้ไขเพื่อบรรเทาความเสียหายได้ดีกว่าไปถูกคู่กรณีแฉในชั้นศาล
4. สรุปประเด็นที่ต้องการ “คำตอบ”
ก่อนเริ่มคุย ให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่าต้องการอะไรจากคดีนี้? เช่น ต้องการเงินคืน, ต้องการให้คู่กรณีหยุดการกระทำ, หรือต้องการเรียกร้องค่าเสียหาย การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้ทนายความให้คำปรึกษาได้ตรงจุดและประเมินความเป็นไปได้ในทางกฎหมายให้คุณได้อย่างรวดเร็ว
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความสับสนและเปลี่ยนความกังวลให้กลายเป็นความมั่นใจ หากคุณเตรียมข้อมูลพร้อมแล้ว สำนักงานทนายความติวานนท์ พร้อมที่จะช่วยคุณวิเคราะห์ทุกรายละเอียดเพื่อให้คุณได้รับความยุติธรรมอย่างสูงสุดครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการใช้บริการทนายอาสาและปรึกษากฎหมายฟรี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการใช้บริการที่ปรึกษากฎหมาย
1. ปรึกษาทนายความเบื้องต้นมีค่าใช้จ่ายหรือไม่?
โดยปกติแล้ว หน่วยงานรัฐและสำนักงานทนายความหลายแห่ง รวมถึง สำนักงานทนายความติวานนท์ มีบริการให้คำปรึกษาเบื้องต้นทางโทรศัพท์หรือช่องทางออนไลน์ฟรี เพื่อประเมินรูปคดีและแนวทางการต่อสู้เบื้องต้น แต่หากต้องมีการศึกษาเอกสารเชิงลึกหรือการร่างนิติกรรม อาจจะมีค่าบริการตามที่ตกลงกันครับ
2. หากอยู่ต่างจังหวัด สามารถใช้บริการสำนักงานทนายความในกรุงเทพฯ ได้ไหม?
ได้ครับ ปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้การปรึกษากฎหมายไร้พรมแดน คุณสามารถส่งเอกสารผ่านช่องทางดิจิทัลและปรึกษาผ่าน Video Call ได้ ส่วนการว่าความในศาลต่างจังหวัด ทนายความสามารถเดินทางไปดำเนินการให้ได้ทั่วราชอาณาจักรครับ
3. ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนโทรปรึกษาทนาย?
ควรสรุปเหตุการณ์เป็นลำดับเวลา (Timeline) เตรียมชื่อคู่กรณี และประเด็นที่สงสัยไว้ให้ชัดเจน เพื่อให้ทนายความสามารถให้คำแนะนำที่แม่นยำที่สุดภายในเวลาที่รวดเร็ว
บทสรุป: เลือกที่ปรึกษาที่ใช่ เพื่อความยุติธรรมที่คุณควรได้รับ
การมีคดีความไม่ใช่จุดจบของโลก แต่การไม่มีที่ปรึกษาที่เก่งและจริงใจต่างหากที่อาจทำให้เรื่องเลวร้ายลง บทความนี้หวังว่าจะช่วยตอบคำถามที่ว่า “สำนักงานทนายความ ที่ไหนดี?” และช่วยให้คุณเห็นช่องทางการเข้าถึงความยุติธรรมได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผ่านหน่วยงานรัฐที่มีอยู่ทั่วประเทศ หรือสำนักงานกฎหมายเอกชนที่มีความคล่องตัวสูง
ที่ สำนักงานทนายความติวานนท์ เราเชื่อมั่นว่า “ทุกคนควรเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม” เราจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้มีความรู้ทางกฎหมาย แต่เราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่รับฟังและสู้เคียงข้างคุณด้วยจรรยาบรรณและความเป็นมืออาชีพ เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์สูงสุดของคุณ
อย่าปล่อยให้ความกังวลกัดกินใจคุณ… ให้เราช่วยหาทางออก

หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหากฎหมายและต้องการที่ปรึกษาที่พึ่งพาได้จริง ติดต่อ Tiwanon Law วันนี้ เพื่อขอรับการปรึกษาเบื้องต้นฟรี!
- โทร: 02-1252511
- Line ID: @tiwanonlaw
เว็บไซต์: https://tiwanonlaw.com/


