สำนักงานทนายความติวานนท์
บริการรับจดทะเบียนบริษัท ครบวงจร
666

รับจดทะเบียนบริษัท

รับจดทะเบียนบริษัท การจดทะเบียนบริษัท คืออะไร และมีขั้นตอนอย่างไร?

การเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบบริษัทไม่ใช่เพียงการเตรียมสินค้า บริการ หรือวางแผนการตลาดเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของโครงสร้างธุรกิจ เอกสาร กฎหมาย บัญชี และภาษีที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญตั้งแต่เริ่มต้น

รับจดทะเบียนบริษัท เป็นบริการทางกฎหมายที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการความสะดวกและลดความผิดพลาดในการดำเนินการ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้มีโอกาสจดทะเบียนบริษัทกันบ่อย ๆ ขั้นตอนบางอย่างจึงอาจมีรายละเอียดที่ไม่คุ้นเคย ตั้งแต่การจองชื่อบริษัท การกำหนดทุนจดทะเบียน สัดส่วนผู้ถือหุ้น วัตถุประสงค์ของบริษัท ไปจนถึงการกำหนดอำนาจกรรมการ

การจดทะเบียนบริษัทไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจมีสถานะเป็นนิติบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า คู่ค้า และสถาบันการเงิน รวมถึงช่วยให้สามารถดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ในนามบริษัท เช่น การเปิดบัญชีธนาคาร การทำสัญญาทางธุรกิจ การขอสินเชื่อเพื่อขยายกิจการ หรือการเข้าร่วมประมูลงานกับองค์กรภาครัฐและเอกชน

 

การจดทะเบียนบริษัท คืออะไร?

การจดทะเบียนบริษัท คือ กระบวนการจัดตั้งธุรกิจให้อยู่ในรูปแบบนิติบุคคล โดยผู้ก่อตั้งจะต้องกำหนดรายละเอียดสำคัญของบริษัท เช่น

  • ชื่อบริษัท
  • ที่ตั้งสำนักงานใหญ่
  • วัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ
  • ทุนจดทะเบียน
  • จำนวนและมูลค่าหุ้น
  • รายชื่อผู้ถือหุ้น
  • รายชื่อกรรมการบริษัท
  • อำนาจกรรมการในการลงนามผูกพันบริษัท

เมื่อดำเนินการจดทะเบียนเรียบร้อย บริษัทจะมีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้ถือหุ้น สามารถมีทรัพย์สิน ทำสัญญา ดำเนินธุรกรรม รวมถึงมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายในนามของบริษัทได้

ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีระบบ DBD Biz Regist สำหรับการจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งครอบคลุมบริการจัดตั้งบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วน

 

ทำไมการจดทะเบียนบริษัทจึงสำคัญต่อธุรกิจ?

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างธุรกิจอย่างจริงจัง การจดทะเบียนบริษัทช่วยให้การดำเนินงานมีโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้น ทั้งในเรื่องการบริหาร การเงิน การทำสัญญา และการแบ่งสัดส่วนความเป็นเจ้าของธุรกิจ

ประโยชน์ของการจดทะเบียนบริษัท เช่น

  • เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ
  • สามารถทำสัญญาในนามบริษัทได้
  • เปิดบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคลได้
  • แยกธุรกรรมส่วนตัวออกจากธุรกรรมของบริษัท
  • ช่วยให้การกำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นชัดเจนขึ้น
  • รองรับการเพิ่มผู้ร่วมลงทุนในอนาคต
  • เหมาะกับธุรกิจที่ต้องทำงานกับองค์กรหรือบริษัทขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนบริษัทควรเริ่มจากการวางโครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจ ไม่ใช่เพียงการจดทะเบียนให้เสร็จเท่านั้น เพราะรายละเอียดที่กำหนดในวันแรกอาจส่งผลต่อการบริหารบริษัทในอนาคต

 

ประเภทของบริษัทและนิติบุคคลที่สามารถจดทะเบียนได้

เพื่อให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือและสามารถดำเนินงานในระบบเศรษฐกิจได้อย่างถูกต้อง ผู้ประกอบการควรเลือกรูปแบบนิติบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ

  • บริษัทจำกัด หรือ Limited Company

บริษัทจำกัดเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสำหรับธุรกิจทั่วไป ผู้ถือหุ้นมีความรับผิดจำกัดไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบตามหุ้นที่ตนถือ เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีผู้ร่วมลงทุน ต้องการแบ่งสัดส่วนความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน หรือต้องการวางโครงสร้างเพื่อรองรับการขยายกิจการในอนาคต

  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ Limited Partnership

ห้างหุ้นส่วนจำกัดมีหุ้นส่วน 2 ประเภท ได้แก่ หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดและหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด โดยรายละเอียดเรื่องอำนาจบริหารและความรับผิดจะแตกต่างกันตามประเภทของหุ้นส่วน รูปแบบนี้เหมาะกับธุรกิจที่มีผู้ร่วมดำเนินกิจการจำนวนไม่มาก และมีโครงสร้างการบริหารที่ไม่ซับซ้อน

  • บริษัทมหาชนจำกัด หรือ Public Company Limited

บริษัทมหาชนจำกัดเป็นรูปแบบนิติบุคคลที่มีโครงสร้างและหลักเกณฑ์แตกต่างจากบริษัทจำกัดทั่วไป สามารถเสนอขายหุ้นต่อประชาชนและใช้เป็นโครงสร้างสำหรับธุรกิจที่ต้องการระดมทุนในวงกว้างตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

ตารางเปรียบเทียบประเภทของบริษัทที่นิยมจดทะเบียน

ก่อนตัดสินใจเลือกรูปแบบนิติบุคคล ผู้ประกอบการควรพิจารณาทั้งเรื่องจำนวนผู้ก่อตั้ง ความรับผิด การบริหาร และแผนการเติบโตของธุรกิจ

คุณสมบัติ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด
จำนวนผู้ก่อตั้ง ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
ความรับผิดชอบ จำกัดเพียงจำนวนเงินที่ลงทุนตามหลักเกณฑ์ของหุ้นที่ถือ มีทั้งแบบจำกัดและไม่จำกัดความรับผิดชอบ
ความน่าเชื่อถือ สูง เหมาะสำหรับธุรกิจหลายขนาด เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง
การระดมทุน รองรับการเพิ่มทุนและเพิ่มผู้ถือหุ้นได้เป็นระบบกว่า มีข้อจำกัดมากกว่าบริษัทจำกัด
ความนิยม เป็นรูปแบบที่พบได้ทั่วไปในการประกอบธุรกิจ เป็นอีกทางเลือกสำหรับธุรกิจที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน

ควรจดบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด?

การเลือกรูปแบบนิติบุคคลควรพิจารณาจากลักษณะธุรกิจ จำนวนผู้ร่วมลงทุน รูปแบบการบริหาร และแผนการเติบโตในอนาคต

หากธุรกิจต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ มีแผนขยายกิจการ ทำงานกับลูกค้าองค์กร หรืออาจมีผู้ร่วมลงทุนเพิ่มเติม การจดทะเบียนบริษัทจำกัดอาจตอบโจทย์มากกว่า

ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดเหมาะกับธุรกิจที่มีผู้ร่วมดำเนินกิจการจำนวนไม่มากและมีโครงสร้างการบริหารไม่ซับซ้อน

อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจควรพิจารณาเรื่องความรับผิด อำนาจในการบริหาร ภาษี และหน้าที่ทางบัญชีร่วมกัน เพื่อเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับธุรกิจจริง

 

ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท มีอะไรบ้าง?

กระบวนการจดทะเบียนบริษัทมีหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการตามลำดับ ตั้งแต่การเลือกชื่อไปจนถึงการเตรียมโครงสร้างของบริษัทและยื่นคำขอจดทะเบียน

1. เลือกและจองชื่อบริษัท

ขั้นตอนแรก คือ การเลือกชื่อบริษัทและตรวจสอบว่าชื่อดังกล่าวสามารถใช้จดทะเบียนได้หรือไม่ ควรเตรียมชื่อสำรองไว้มากกว่า 1 ชื่อ เนื่องจากชื่อที่ต้องการอาจซ้ำหรือคล้ายกับนิติบุคคลที่มีอยู่แล้ว ชื่อบริษัทเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ เพราะจะถูกนำไปใช้บนเอกสารทางกฎหมาย สัญญา ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และช่องทางธุรกิจต่าง ๆ

2. เตรียมข้อมูลบริษัทและจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ

ผู้ก่อตั้งต้องจัดเตรียมข้อมูลสำคัญของบริษัท เช่น

  • ชื่อบริษัท
  • จังหวัดที่ตั้งสำนักงานใหญ่
  • วัตถุประสงค์ของบริษัท
  • ทุนจดทะเบียน
  • จำนวนหุ้นและมูลค่าหุ้น
  • รายละเอียดผู้เริ่มก่อการ

ขั้นตอนการจัดตั้งบริษัทตามแนวทางของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าครอบคลุมการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ การจองซื้อหุ้น การประชุมจัดตั้งบริษัท และการดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท

3. กำหนดโครงสร้างผู้ถือหุ้น

บริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยควรกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น การถือหุ้นไม่จำเป็นต้องแบ่งเท่ากัน แต่ผู้ร่วมธุรกิจควรตกลงเรื่องสิทธิในการบริหาร การแบ่งผลประโยชน์ และแนวทางการตัดสินใจเรื่องสำคัญร่วมกัน

4. ประชุมจัดตั้งบริษัท

ขั้นตอนนี้เป็นการพิจารณาเรื่องสำคัญของบริษัท เช่น โครงสร้างบริษัท ข้อบังคับตามกรณี การแต่งตั้งกรรมการ และรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัท

5. ชำระค่าหุ้น

ผู้ถือหุ้นต้องดำเนินการชำระค่าหุ้นตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการจดทะเบียนบริษัท เรื่องการชำระค่าหุ้นควรสอดคล้องกับโครงสร้างทุนและเอกสารของบริษัท เพื่อให้ข้อมูลที่นำไปใช้จดทะเบียนถูกต้องตรงกัน

6. ยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัท

เมื่อเอกสารและข้อมูลทั้งหมดพร้อมแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปัจจุบันสามารถใช้ระบบ DBD Biz Regist ในการดำเนินการเกี่ยวกับการยื่นคำขอ ลงลายมือชื่อ ชำระค่าธรรมเนียม และดาวน์โหลดเอกสารที่เกี่ยวข้องได้

7. รับเอกสารบริษัทและดำเนินการขั้นตอนต่อไป

หลังบริษัทได้รับการจดทะเบียนแล้ว ผู้ประกอบการควรวางแผนดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อ เช่น

  • เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท
  • จัดทำระบบบัญชี
  • เตรียมเอกสารทางภาษี
  • ตรวจสอบว่าธุรกิจอยู่ในเกณฑ์ต้องจด VAT หรือไม่
  • ขอใบอนุญาตสำหรับธุรกิจบางประเภทตามกรณี

 

จดทะเบียนบริษัทต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

การเตรียมข้อมูลให้ครบก่อนเริ่มดำเนินการจะช่วยลดปัญหาการแก้ไขเอกสารภายหลัง

  • ชื่อบริษัทที่ต้องการใช้

แนะนำให้เตรียมชื่อสำรองไว้หลายชื่อ เพื่อใช้กรณีที่ชื่อแรกไม่สามารถจดทะเบียนได้

  • ที่ตั้งสำนักงานใหญ่

ต้องระบุที่อยู่สำนักงานใหญ่ให้ชัดเจน โดยเอกสารอาจแตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้สถานที่ กรณีใช้บ้านหรือสถานที่ของบุคคลอื่นเป็นที่ตั้งบริษัท อาจต้องเตรียมเอกสารประกอบและหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ตามกรณี

  • ข้อมูลผู้ถือหุ้น

ควรเตรียมข้อมูลของผู้ถือหุ้นทั้งหมด รวมถึง

    • ชื่อและข้อมูลส่วนตัว
    • จำนวนหุ้น
    • สัดส่วนการถือหุ้น
    • จำนวนเงินลงทุน
    • ข้อตกลงระหว่างผู้ร่วมธุรกิจ
  • ทุนจดทะเบียน

ควรกำหนดให้สอดคล้องกับขนาดธุรกิจและแผนการดำเนินงานจริง ไม่ควรกำหนดเพียงเพราะเห็นว่าบริษัทอื่นใช้จำนวนเท่าใด

  • รายชื่อกรรมการบริษัท

ต้องกำหนดว่าใครเป็นกรรมการบริษัท และกรรมการคนใดมีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท

  • วัตถุประสงค์บริษัท

ควรกำหนดให้ครอบคลุมกิจกรรมที่บริษัทมีแผนจะดำเนินการจริง รวมถึงธุรกิจที่มีแผนขยายเพิ่มเติมในอนาคตอย่างเหมาะสม

 

เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนบริษัท

รายละเอียดเอกสารอาจแตกต่างกันตามโครงสร้างบริษัท ผู้ถือหุ้น กรรมการ และสถานที่ตั้ง แต่ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรเตรียมมีดังนี้

เอกสารและข้อมูลของผู้ถือหุ้นและกรรมการ

  • ข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน
  • ข้อมูลที่อยู่
  • ข้อมูลอาชีพ
  • จำนวนและสัดส่วนหุ้น
  • ข้อมูลกรรมการ
  • เงื่อนไขอำนาจลงนามของกรรมการ

เอกสารเกี่ยวกับสถานที่ตั้งบริษัท

อาจประกอบด้วย

  • เอกสารข้อมูลสถานที่ตั้ง
  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ตามกรณี
  • แผนที่ตั้งสำนักงานใหญ่
  • เอกสารของเจ้าของสถานที่ตามความจำเป็น

ผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายการเอกสารตามกรณีของตนเองก่อนยื่นคำขอ เนื่องจากโครงสร้างของแต่ละบริษัทอาจแตกต่างกัน

 

ควรตั้งทุนจดทะเบียนบริษัทเท่าไหร่?

หนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยก่อนจดทะเบียนบริษัทคือควรกำหนดทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ โดยทั่วไปมีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่เลือกทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท แต่จำนวนดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกธุรกิจ

ทุนจดทะเบียนควรพิจารณาจากปัจจัย เช่น

  • ขนาดของกิจการ
  • เงินลงทุนที่ต้องใช้จริง
  • ลักษณะของสินค้าและบริการ
  • การซื้อสินทรัพย์ของบริษัท
  • แผนการจ้างพนักงาน
  • เงื่อนไขของคู่สัญญา
  • การขอใบอนุญาตบางประเภท
  • แผนการขยายกิจการ

การตั้งทุนจดทะเบียนควรวางแผนให้เหมาะสมกับกิจการตั้งแต่ต้น เพราะทุนที่สูงเกินความจำเป็นอาจไม่เหมาะกับโครงสร้างธุรกิจ ขณะที่ทุนที่ต่ำเกินไปอาจไม่สอดคล้องกับลักษณะการดำเนินงานจริง

 

ผู้ถือหุ้นบริษัทต้องมีอย่างน้อยกี่คน?

สำหรับบริษัทจำกัด ต้องมีผู้ก่อตั้งตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยควรกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของแต่ละคนอย่างชัดเจน การถือหุ้นสามารถแบ่งในสัดส่วนที่ไม่เท่ากันได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมธุรกิจควรตกลงรายละเอียดสำคัญก่อนเริ่มต้น เช่น

  • ใครรับผิดชอบด้านใด
  • ใครมีอำนาจบริหาร
  • การตัดสินใจเรื่องสำคัญใช้เสียงแบบใด
  • กรณีผู้ถือหุ้นต้องการขายหุ้นจะดำเนินการอย่างไร
  • วิธีจัดการเมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ถือหุ้น

การวางโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ดีจะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อบริษัทเติบโตขึ้น

 

กรรมการบริษัทและอำนาจลงนาม สำคัญอย่างไร?

กรรมการบริษัทเป็นผู้มีหน้าที่บริหารและดำเนินการแทนบริษัทภายใต้ขอบเขตอำนาจที่กำหนด

อำนาจกรรมการ หมายถึง เงื่อนไขว่าใครสามารถลงนามเพื่อผูกพันบริษัทได้ เช่น

  • กรรมการ 1 คนลงนามได้
  • กรรมการ 2 คนลงนามร่วมกัน
  • กรรมการตามรายชื่อที่กำหนดต้องลงนามร่วมกัน
  • กำหนดเงื่อนไขการใช้ตราประทับร่วมกับลายมือชื่อ

การกำหนดอำนาจลงนามควรพิจารณาให้เหมาะกับการทำงานจริง เพราะหากกำหนดเงื่อนไขซับซ้อนเกินไปอาจทำให้การทำธุรกรรมไม่สะดวก แต่หากให้อำนาจบุคคลใดบุคคลหนึ่งมากเกินความเหมาะสมก็อาจสร้างความเสี่ยงให้กับผู้ร่วมลงทุนคนอื่นได้

 

วัตถุประสงค์บริษัทควรกำหนดอย่างไร?

วัตถุประสงค์บริษัทเป็นรายละเอียดที่แสดงขอบเขตการดำเนินธุรกิจ จึงควรกำหนดให้ครอบคลุมกิจกรรมที่บริษัททำจริงและแผนที่คาดว่าจะดำเนินการในอนาคต

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจด้านการตลาดออนไลน์อาจมีขอบเขตงานหลายด้าน เช่น

  • ให้บริการโฆษณา
  • ให้คำปรึกษาด้านการตลาด
  • ผลิตสื่อและเนื้อหา
  • พัฒนาเว็บไซต์
  • ให้บริการด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

การวางวัตถุประสงค์ให้เหมาะสมตั้งแต่ต้นจะช่วยลดการแก้ไขเอกสารโดยไม่จำเป็นในอนาคต

 

ที่ตั้งบริษัท สามารถใช้บ้านได้หรือไม่?

ที่อยู่บ้านสามารถใช้เป็นที่ตั้งของบริษัทได้ แต่ควรตรวจสอบสิทธิในการใช้สถานที่และเตรียมเอกสารประกอบให้เหมาะสมกับกรณี

ตัวอย่างเช่น หากสถานที่เป็นของบุคคลอื่น อาจต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่และเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีสำนักงานประจำ บางธุรกิจอาจพิจารณาทางเลือกอื่นตามความเหมาะสม แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขทางกฎหมาย ภาษี การรับเอกสาร และลักษณะการใช้สถานที่ให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

 

ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัทมีอะไรบ้าง?

ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัทสามารถแบ่งออกเป็นหลายส่วน

1. ค่าธรรมเนียมราชการ

ตามคู่มือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ค่าธรรมเนียมหลักที่ระบุสำหรับกระบวนการจัดตั้งบริษัทจำกัด ได้แก่

  • จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท
  • จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 5,000 บาท

นอกจากนี้อาจมีค่าหนังสือรับรอง ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน และค่ารับรองสำเนาเอกสารตามรายการที่ขอ

2. ค่าบริการรับจดทะเบียนบริษัท

เป็นค่าบริการสำหรับการตรวจสอบข้อมูล ให้คำปรึกษา จัดเตรียมเอกสาร และดำเนินการตามขอบเขตบริการของผู้ให้บริการแต่ละราย

สำนักงานทนายความติวานนท์มีแพ็กเกจบริการเริ่มต้นที่ 4,999 บาท ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ

ก่อนเลือกใช้บริการควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าราคาครอบคลุมรายการใดบ้าง และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในขั้นตอนใดหรือไม่

3. ค่าใช้จ่ายหลังจดทะเบียนบริษัท

หลังบริษัทได้รับการจดทะเบียนแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายในการดูแลบริษัทต่อเนื่อง เช่น

  • ค่าทำบัญชี
  • ค่ายื่นภาษี
  • ค่าปิดงบการเงิน
  • ค่าสอบบัญชี
  • ค่าใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามกรณี
  • ค่าใช้จ่ายด้านเอกสารและการบริหารบริษัท

ดังนั้น ก่อนจดทะเบียนควรวางแผนทั้งค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งและค่าใช้จ่ายในการดูแลบริษัทระยะยาว

 

จดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเอง หรือ ใช้บริการรับจดทะเบียนบริษัทดี?

ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองได้ แต่ควรพิจารณาจากความพร้อมของแต่ละคน

จดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเอง

เหมาะสำหรับผู้ที่

  • มีโครงสร้างธุรกิจไม่ซับซ้อน
  • มีเวลาเตรียมเอกสาร
  • เข้าใจขั้นตอนการจดทะเบียน
  • สามารถตรวจสอบรายละเอียดของบริษัทได้ด้วยตัวเอง

ข้อดีคือช่วยลดค่าบริการ แต่ต้องรับผิดชอบการเตรียมและตรวจสอบข้อมูลเองทั้งหมด

ใช้บริการรับจดทะเบียนบริษัท

เหมาะสำหรับผู้ที่

  • ไม่มีเวลาเตรียมเอกสาร
  • ไม่แน่ใจเรื่องโครงสร้างผู้ถือหุ้น
  • ไม่แน่ใจเรื่องทุนจดทะเบียน
  • มีผู้ร่วมธุรกิจหลายคน
  • ต้องการให้ตรวจสอบเอกสารก่อนยื่น
  • ต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนหลังจัดตั้งบริษัท

การใช้บริการไม่ได้หมายถึงเพียงการให้ผู้อื่นกรอกเอกสารแทน แต่ควรได้รับการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทให้เหมาะกับธุรกิจด้วย

 

บริการรับจดทะเบียนบริษัทใกล้ฉัน เพื่อความสะดวกของคุณ

สำนักงานทนายความติวานนท์เข้าใจว่าความสะดวกในการติดต่อและประสานงานเป็นเรื่องสำคัญ จึงมีบริการรับจดทะเบียนบริษัทสำหรับลูกค้าในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ปริมณฑล พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนและเอกสารที่เกี่ยวข้อง

จังหวัด พื้นที่ให้บริการ
กรุงเทพมหานคร ให้บริการครอบคลุมทุกเขตในกรุงเทพมหานคร
นนทบุรี อำเภอเมืองนนทบุรี, ปากเกร็ด, บางบัวทอง, บางใหญ่, บางกรวย และไทรน้อย
ปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี, คลองหลวง, ธัญบุรี, ลาดหลุมแก้ว, ลำลูกกา, สามโคก และหนองเสือ
สมุทรปราการ อำเภอเมืองสมุทรปราการ, บางพลี, พระประแดง, บางบ่อ และบางเสาธง

ข้อควรรู้ก่อนจดทะเบียนบริษัท

การจดทะเบียนบริษัทไม่ใช่เพียงเรื่องของการกรอกเอกสาร แต่เป็นการวางโครงสร้างธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น หากเตรียมตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยลดปัญหาและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขภายหลังได้

ทุนจดทะเบียนควรสัมพันธ์กับธุรกิจ

ไม่ควรกำหนดทุนจดทะเบียนเพียงเพราะเห็นว่าบริษัทส่วนใหญ่ใช้จำนวนเท่าใด แต่ควรพิจารณาจากเงินลงทุนและแผนธุรกิจจริง

ที่ตั้งบริษัทต้องมีความชัดเจน

ควรตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับสิทธิการใช้สถานที่ให้เรียบร้อยก่อนจดทะเบียน

สัดส่วนผู้ถือหุ้นควรตกลงกันตั้งแต่ต้น

ผู้ถือหุ้นไม่จำเป็นต้องถือหุ้นเท่ากัน แต่ควรกำหนดสัดส่วนให้ชัดเจน และควรทำความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการบริหารและสิทธิของผู้ถือหุ้นแต่ละฝ่าย

อำนาจกรรมการต้องเหมาะกับการทำงานจริง

ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าเป็นการลงนามเดี่ยวหรือร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับการทำธุรกรรมในภายหลัง

บัญชีบริษัทควรแยกจากบัญชีส่วนตัว

หลังจากจัดตั้งบริษัทแล้ว ควรเปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัทและแยกเงินของบริษัทออกจากเงินส่วนตัว เพื่อให้การตรวจสอบรายรับและรายจ่ายเป็นระบบ

บัญชีและภาษีต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง

หลังจดทะเบียนบริษัทแล้ว ผู้ประกอบการยังต้องดำเนินการด้านต่าง ๆ เช่น

  • ทำบัญชีอย่างต่อเนื่อง
  • ยื่นแบบภาษีที่เกี่ยวข้อง
  • จัดเก็บเอกสารทางบัญชี
  • จัดทำและยื่นงบการเงินประจำปี

การมีผู้ดูแลบัญชีตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้บริษัทจัดระบบเอกสารได้ง่ายกว่าเริ่มจัดการย้อนหลังภายหลัง

 

VAT เรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการควรรู้

การจดทะเบียนบริษัทและการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT เป็นคนละขั้นตอนกัน สำหรับผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่มและมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กรมสรรพากรกำหนดให้ยื่นคำขอจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกินเกณฑ์ดังกล่าว บางธุรกิจอาจเลือกเข้าสู่ระบบ VAT ตั้งแต่เริ่มต้นตามความเหมาะสมของรูปแบบธุรกิจ ลูกค้า และโครงสร้างการซื้อขาย ก่อนดำเนินการควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อพิจารณาตามข้อเท็จจริงของกิจการแต่ละราย

 

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการจดทะเบียนบริษัท

กำหนดสัดส่วนหุ้นโดยไม่ได้ตกลงกันให้ชัดเจน

เมื่อธุรกิจเริ่มมีรายได้หรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ความขัดแย้งเรื่องสิทธิบริหารและผลประโยชน์อาจเกิดขึ้นได้ จึงควรตกลงให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนจัดตั้งบริษัท

กำหนดวัตถุประสงค์บริษัทไม่เหมาะกับธุรกิจ

หากวัตถุประสงค์ไม่สอดคล้องกับกิจกรรมที่บริษัทต้องดำเนินการ อาจต้องแก้ไขข้อมูลในภายหลัง

กำหนดอำนาจกรรมการไม่เหมาะสม

เงื่อนไขการลงนามควรสมดุลระหว่างความสะดวกในการทำงานและการควบคุมความเสี่ยงของธุรกิจ

ไม่วางระบบบัญชีตั้งแต่เริ่มต้น

การเก็บเอกสารย้อนหลังเป็นเวลานานอาจทำให้เอกสารสูญหายหรือรายการรายรับรายจ่ายไม่ครบถ้วน

ใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินของบริษัท

การปะปนระหว่างเงินบริษัทกับเงินส่วนบุคคลทำให้ตรวจสอบธุรกรรมได้ยากขึ้น จึงควรแยกบัญชีและจัดระบบการเงินให้ชัดเจน

หลังจดทะเบียนบริษัทแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?

การได้รับหนังสือรับรองบริษัทไม่ได้หมายความว่าหน้าที่ทั้งหมดสิ้นสุดลง เพราะยังมีเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง

เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท

ช่วยให้รับและจ่ายเงินของบริษัทได้อย่างเป็นระบบ และแยกจากธุรกรรมส่วนตัว

วางระบบบัญชี

ควรจัดเก็บเอกสารสำคัญ เช่น

  • ใบเสนอราคา
  • ใบแจ้งหนี้
  • ใบเสร็จรับเงิน
  • ใบกำกับภาษีตามกรณี
  • หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย
  • เอกสารค่าใช้จ่ายของบริษัท

ตรวจสอบเรื่อง VAT

ควรประเมินรายรับและลักษณะธุรกิจว่ามีหน้าที่ต้องเข้าสู่ระบบ VAT หรือไม่ โดยกรมสรรพากรมีทั้งช่องทางการยื่นคำขอทางอินเทอร์เน็ตและการยื่น ณ หน่วยจดทะเบียนที่รับผิดชอบพื้นที่ของสถานประกอบการ

ดูแลเรื่องบัญชีและงบการเงิน

ควรเริ่มวางระบบบัญชีตั้งแต่เดือนแรกของการดำเนินธุรกิจ ไม่ควรรอจนใกล้ถึงกำหนดปิดงบจึงเริ่มรวบรวมเอกสาร

 

ทำไมควรใช้บริการรับจดทะเบียนบริษัทโดยมืออาชีพ?

การจดทะเบียนบริษัทมีรายละเอียดมากกว่าการกรอกแบบฟอร์ม เพราะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการบริหารและสิทธิของหลายฝ่าย

รายละเอียดที่ควรพิจารณาตั้งแต่เริ่มต้น ได้แก่

  • ใครเป็นผู้ถือหุ้น
  • แต่ละคนถือหุ้นเท่าใด
  • ใครเป็นกรรมการ
  • ใครมีอำนาจลงนาม
  • ทุนจดทะเบียนควรเป็นเท่าใด
  • วัตถุประสงค์ควรครอบคลุมเรื่องใด
  • บริษัทต้องวางแผนบัญชีและภาษีอย่างไร

บางเรื่องสามารถแก้ไขภายหลังได้ แต่การแก้ไขย่อมมีขั้นตอน เอกสาร และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ดังนั้น การวางโครงสร้างให้เหมาะสมตั้งแต่ต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ

สำนักงานทนายความติวานนท์ให้บริการรับจดทะเบียนบริษัท พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อมูลที่ต้องเตรียม การจัดทำเอกสาร และขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจอย่างเป็นระบบและลดความยุ่งยากในการดำเนินการด้วยตนเอง

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัท 

Q1: ใช้เวลานานแค่ไหนในการจดทะเบียนบริษัท?

A: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร การอนุมัติชื่อ และรายละเอียดของแต่ละกรณี หากข้อมูลพร้อมและไม่มีประเด็นที่ต้องแก้ไข กระบวนการสามารถดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น

Q2: ต้องมีผู้ถือหุ้นกี่คนในการจดทะเบียนบริษัท?

A: บริษัทจำกัดต้องมีผู้ก่อตั้งตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และควรกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของแต่ละคนให้ชัดเจนก่อนดำเนินการ

Q3: ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัทมีอะไรบ้าง?

A: ค่าใช้จ่ายประกอบด้วยค่าธรรมเนียมราชการ ค่าบริการรับจดทะเบียนบริษัท และค่าใช้จ่ายต่อเนื่องหลังจัดตั้ง เช่น ค่าบัญชีและค่าสอบบัญชี โดยสำนักงานทนายความติวานนท์มีแพ็กเกจบริการเริ่มต้น 4,999 บาท ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ

Q4: หลังจดทะเบียนบริษัทแล้วต้องทำอะไรต่อ?

A: ควรเปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท วางระบบบัญชี จัดเก็บเอกสารรายรับรายจ่าย ตรวจสอบหน้าที่ด้านภาษีและ VAT รวมถึงจัดทำบัญชีและงบการเงินตามรอบระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง

 

สรุป การจดทะเบียนบริษัทควรวางแผนให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น

การจดทะเบียนบริษัทคือหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล แต่การจดทะเบียนที่ดีไม่ใช่เพียงการ “จดให้ผ่าน” เท่านั้น

ผู้ประกอบการควรวางแผนเรื่องทุนจดทะเบียน สัดส่วนผู้ถือหุ้น วัตถุประสงค์ของบริษัท อำนาจกรรมการ ที่ตั้งสำนักงาน รวมถึงระบบบัญชีและภาษีตั้งแต่เริ่มต้น

การวางโครงสร้างที่เหมาะสมจะช่วยให้การบริหารบริษัท การทำสัญญา การทำธุรกรรม และการขยายกิจการในอนาคตเป็นระบบมากขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีเวลาเตรียมเอกสาร หรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับรายละเอียดของการจัดตั้งบริษัท สามารถใช้บริการรับจดทะเบียนบริษัทเพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูล เตรียมเอกสาร และดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องได้

 

ช่องทางการติดต่อ

การจดทะเบียนบริษัทคือการวางรากฐานสำคัญให้กับธุรกิจ หากต้องการความสะดวกในการดำเนินการและคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท สำนักงานทนายความติวานนท์พร้อมให้บริการตามขอบเขตงานที่ตกลงร่วมกัน

โทร: 021260718

Line: @tiwanonlaw

Facebook: สำนักงานทนายความติวานนท์

ที่ตั้ง: แผนที่สำนักงานทนายความติวานนท์

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการฟ้องคดีแพ่ง ฟ้องคดีอาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ฟ้องชู้ ฟ้องขับไล่ ฟ้องลูกหนี้
การทำงานครอบคลุมถึง การออกโนติส การฟ้องคดีโดยตรง การทำงานร่วมกับตำรวจและพนักงานอัยการ
การร้องขอความเป็นธรรม การประกันตัวผู้ต้องหา การไต่สวนมูลฟ้อง การเขียนคำให้การของจำเลย การฟ้องแย้ง
การยื่นอุทธรณ์และการยื่นฎีกา รวมทั้งการสืบทรัพย์ การบังคับคดี และการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

อัตราค่าจ้างทนาย ต้องสอบถามทางบริษัทเท่านั้น สามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อทนาย

โทร

แชทไลน์

อีเมล

สำนักงาน

ทนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฏหมาย
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
อ่านบทความล่าสุด