รับจดทะเบียนบริษัท การจดทะเบียนบริษัท คืออะไร และมีขั้นตอนอย่างไร?
การเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบบริษัทไม่ใช่เพียงการเตรียมสินค้า บริการ หรือวางแผนการตลาดเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของโครงสร้างธุรกิจ เอกสาร กฎหมาย บัญชี และภาษีที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญตั้งแต่เริ่มต้น
รับจดทะเบียนบริษัท เป็นบริการทางกฎหมายที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการความสะดวกและลดความผิดพลาดในการดำเนินการ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้มีโอกาสจดทะเบียนบริษัทกันบ่อย ๆ ขั้นตอนบางอย่างจึงอาจมีรายละเอียดที่ไม่คุ้นเคย ตั้งแต่การจองชื่อบริษัท การกำหนดทุนจดทะเบียน สัดส่วนผู้ถือหุ้น วัตถุประสงค์ของบริษัท ไปจนถึงการกำหนดอำนาจกรรมการ
การจดทะเบียนบริษัทไม่เพียงแต่ทำให้ธุรกิจมีสถานะเป็นนิติบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า คู่ค้า และสถาบันการเงิน รวมถึงช่วยให้สามารถดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ในนามบริษัท เช่น การเปิดบัญชีธนาคาร การทำสัญญาทางธุรกิจ การขอสินเชื่อเพื่อขยายกิจการ หรือการเข้าร่วมประมูลงานกับองค์กรภาครัฐและเอกชน
การจดทะเบียนบริษัท คืออะไร?
การจดทะเบียนบริษัท คือ กระบวนการจัดตั้งธุรกิจให้อยู่ในรูปแบบนิติบุคคล โดยผู้ก่อตั้งจะต้องกำหนดรายละเอียดสำคัญของบริษัท เช่น
- ชื่อบริษัท
- ที่ตั้งสำนักงานใหญ่
- วัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ
- ทุนจดทะเบียน
- จำนวนและมูลค่าหุ้น
- รายชื่อผู้ถือหุ้น
- รายชื่อกรรมการบริษัท
- อำนาจกรรมการในการลงนามผูกพันบริษัท
เมื่อดำเนินการจดทะเบียนเรียบร้อย บริษัทจะมีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้ถือหุ้น สามารถมีทรัพย์สิน ทำสัญญา ดำเนินธุรกรรม รวมถึงมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายในนามของบริษัทได้
ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีระบบ DBD Biz Regist สำหรับการจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งครอบคลุมบริการจัดตั้งบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วน
ทำไมการจดทะเบียนบริษัทจึงสำคัญต่อธุรกิจ?
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างธุรกิจอย่างจริงจัง การจดทะเบียนบริษัทช่วยให้การดำเนินงานมีโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้น ทั้งในเรื่องการบริหาร การเงิน การทำสัญญา และการแบ่งสัดส่วนความเป็นเจ้าของธุรกิจ
ประโยชน์ของการจดทะเบียนบริษัท เช่น
- เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ
- สามารถทำสัญญาในนามบริษัทได้
- เปิดบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคลได้
- แยกธุรกรรมส่วนตัวออกจากธุรกรรมของบริษัท
- ช่วยให้การกำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นชัดเจนขึ้น
- รองรับการเพิ่มผู้ร่วมลงทุนในอนาคต
- เหมาะกับธุรกิจที่ต้องทำงานกับองค์กรหรือบริษัทขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนบริษัทควรเริ่มจากการวางโครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจ ไม่ใช่เพียงการจดทะเบียนให้เสร็จเท่านั้น เพราะรายละเอียดที่กำหนดในวันแรกอาจส่งผลต่อการบริหารบริษัทในอนาคต
ประเภทของบริษัทและนิติบุคคลที่สามารถจดทะเบียนได้
เพื่อให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือและสามารถดำเนินงานในระบบเศรษฐกิจได้อย่างถูกต้อง ผู้ประกอบการควรเลือกรูปแบบนิติบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ
- บริษัทจำกัด หรือ Limited Company
บริษัทจำกัดเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสำหรับธุรกิจทั่วไป ผู้ถือหุ้นมีความรับผิดจำกัดไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบตามหุ้นที่ตนถือ เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีผู้ร่วมลงทุน ต้องการแบ่งสัดส่วนความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน หรือต้องการวางโครงสร้างเพื่อรองรับการขยายกิจการในอนาคต
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือ Limited Partnership
ห้างหุ้นส่วนจำกัดมีหุ้นส่วน 2 ประเภท ได้แก่ หุ้นส่วนจำกัดความรับผิดและหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด โดยรายละเอียดเรื่องอำนาจบริหารและความรับผิดจะแตกต่างกันตามประเภทของหุ้นส่วน รูปแบบนี้เหมาะกับธุรกิจที่มีผู้ร่วมดำเนินกิจการจำนวนไม่มาก และมีโครงสร้างการบริหารที่ไม่ซับซ้อน
- บริษัทมหาชนจำกัด หรือ Public Company Limited
บริษัทมหาชนจำกัดเป็นรูปแบบนิติบุคคลที่มีโครงสร้างและหลักเกณฑ์แตกต่างจากบริษัทจำกัดทั่วไป สามารถเสนอขายหุ้นต่อประชาชนและใช้เป็นโครงสร้างสำหรับธุรกิจที่ต้องการระดมทุนในวงกว้างตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ตารางเปรียบเทียบประเภทของบริษัทที่นิยมจดทะเบียน
ก่อนตัดสินใจเลือกรูปแบบนิติบุคคล ผู้ประกอบการควรพิจารณาทั้งเรื่องจำนวนผู้ก่อตั้ง ความรับผิด การบริหาร และแผนการเติบโตของธุรกิจ
| คุณสมบัติ | บริษัทจำกัด | ห้างหุ้นส่วนจำกัด |
|---|---|---|
| จำนวนผู้ก่อตั้ง | ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป | ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป |
| ความรับผิดชอบ | จำกัดเพียงจำนวนเงินที่ลงทุนตามหลักเกณฑ์ของหุ้นที่ถือ | มีทั้งแบบจำกัดและไม่จำกัดความรับผิดชอบ |
| ความน่าเชื่อถือ | สูง เหมาะสำหรับธุรกิจหลายขนาด | เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง |
| การระดมทุน | รองรับการเพิ่มทุนและเพิ่มผู้ถือหุ้นได้เป็นระบบกว่า | มีข้อจำกัดมากกว่าบริษัทจำกัด |
| ความนิยม | เป็นรูปแบบที่พบได้ทั่วไปในการประกอบธุรกิจ | เป็นอีกทางเลือกสำหรับธุรกิจที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน |
ควรจดบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด?
การเลือกรูปแบบนิติบุคคลควรพิจารณาจากลักษณะธุรกิจ จำนวนผู้ร่วมลงทุน รูปแบบการบริหาร และแผนการเติบโตในอนาคต
หากธุรกิจต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ มีแผนขยายกิจการ ทำงานกับลูกค้าองค์กร หรืออาจมีผู้ร่วมลงทุนเพิ่มเติม การจดทะเบียนบริษัทจำกัดอาจตอบโจทย์มากกว่า
ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดเหมาะกับธุรกิจที่มีผู้ร่วมดำเนินกิจการจำนวนไม่มากและมีโครงสร้างการบริหารไม่ซับซ้อน
อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจควรพิจารณาเรื่องความรับผิด อำนาจในการบริหาร ภาษี และหน้าที่ทางบัญชีร่วมกัน เพื่อเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับธุรกิจจริง
ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท มีอะไรบ้าง?
กระบวนการจดทะเบียนบริษัทมีหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการตามลำดับ ตั้งแต่การเลือกชื่อไปจนถึงการเตรียมโครงสร้างของบริษัทและยื่นคำขอจดทะเบียน
1. เลือกและจองชื่อบริษัท
ขั้นตอนแรก คือ การเลือกชื่อบริษัทและตรวจสอบว่าชื่อดังกล่าวสามารถใช้จดทะเบียนได้หรือไม่ ควรเตรียมชื่อสำรองไว้มากกว่า 1 ชื่อ เนื่องจากชื่อที่ต้องการอาจซ้ำหรือคล้ายกับนิติบุคคลที่มีอยู่แล้ว ชื่อบริษัทเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ เพราะจะถูกนำไปใช้บนเอกสารทางกฎหมาย สัญญา ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และช่องทางธุรกิจต่าง ๆ
2. เตรียมข้อมูลบริษัทและจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ
ผู้ก่อตั้งต้องจัดเตรียมข้อมูลสำคัญของบริษัท เช่น
- ชื่อบริษัท
- จังหวัดที่ตั้งสำนักงานใหญ่
- วัตถุประสงค์ของบริษัท
- ทุนจดทะเบียน
- จำนวนหุ้นและมูลค่าหุ้น
- รายละเอียดผู้เริ่มก่อการ
ขั้นตอนการจัดตั้งบริษัทตามแนวทางของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าครอบคลุมการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ การจองซื้อหุ้น การประชุมจัดตั้งบริษัท และการดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
3. กำหนดโครงสร้างผู้ถือหุ้น
บริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยควรกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น การถือหุ้นไม่จำเป็นต้องแบ่งเท่ากัน แต่ผู้ร่วมธุรกิจควรตกลงเรื่องสิทธิในการบริหาร การแบ่งผลประโยชน์ และแนวทางการตัดสินใจเรื่องสำคัญร่วมกัน
4. ประชุมจัดตั้งบริษัท
ขั้นตอนนี้เป็นการพิจารณาเรื่องสำคัญของบริษัท เช่น โครงสร้างบริษัท ข้อบังคับตามกรณี การแต่งตั้งกรรมการ และรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัท
5. ชำระค่าหุ้น
ผู้ถือหุ้นต้องดำเนินการชำระค่าหุ้นตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการจดทะเบียนบริษัท เรื่องการชำระค่าหุ้นควรสอดคล้องกับโครงสร้างทุนและเอกสารของบริษัท เพื่อให้ข้อมูลที่นำไปใช้จดทะเบียนถูกต้องตรงกัน
6. ยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัท
เมื่อเอกสารและข้อมูลทั้งหมดพร้อมแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปัจจุบันสามารถใช้ระบบ DBD Biz Regist ในการดำเนินการเกี่ยวกับการยื่นคำขอ ลงลายมือชื่อ ชำระค่าธรรมเนียม และดาวน์โหลดเอกสารที่เกี่ยวข้องได้
7. รับเอกสารบริษัทและดำเนินการขั้นตอนต่อไป
หลังบริษัทได้รับการจดทะเบียนแล้ว ผู้ประกอบการควรวางแผนดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อ เช่น
- เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท
- จัดทำระบบบัญชี
- เตรียมเอกสารทางภาษี
- ตรวจสอบว่าธุรกิจอยู่ในเกณฑ์ต้องจด VAT หรือไม่
- ขอใบอนุญาตสำหรับธุรกิจบางประเภทตามกรณี
จดทะเบียนบริษัทต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?
การเตรียมข้อมูลให้ครบก่อนเริ่มดำเนินการจะช่วยลดปัญหาการแก้ไขเอกสารภายหลัง
- ชื่อบริษัทที่ต้องการใช้
แนะนำให้เตรียมชื่อสำรองไว้หลายชื่อ เพื่อใช้กรณีที่ชื่อแรกไม่สามารถจดทะเบียนได้
- ที่ตั้งสำนักงานใหญ่
ต้องระบุที่อยู่สำนักงานใหญ่ให้ชัดเจน โดยเอกสารอาจแตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้สถานที่ กรณีใช้บ้านหรือสถานที่ของบุคคลอื่นเป็นที่ตั้งบริษัท อาจต้องเตรียมเอกสารประกอบและหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ตามกรณี
- ข้อมูลผู้ถือหุ้น
ควรเตรียมข้อมูลของผู้ถือหุ้นทั้งหมด รวมถึง
-
- ชื่อและข้อมูลส่วนตัว
- จำนวนหุ้น
- สัดส่วนการถือหุ้น
- จำนวนเงินลงทุน
- ข้อตกลงระหว่างผู้ร่วมธุรกิจ
- ทุนจดทะเบียน
ควรกำหนดให้สอดคล้องกับขนาดธุรกิจและแผนการดำเนินงานจริง ไม่ควรกำหนดเพียงเพราะเห็นว่าบริษัทอื่นใช้จำนวนเท่าใด
- รายชื่อกรรมการบริษัท
ต้องกำหนดว่าใครเป็นกรรมการบริษัท และกรรมการคนใดมีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท
- วัตถุประสงค์บริษัท
ควรกำหนดให้ครอบคลุมกิจกรรมที่บริษัทมีแผนจะดำเนินการจริง รวมถึงธุรกิจที่มีแผนขยายเพิ่มเติมในอนาคตอย่างเหมาะสม
เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียนบริษัท
รายละเอียดเอกสารอาจแตกต่างกันตามโครงสร้างบริษัท ผู้ถือหุ้น กรรมการ และสถานที่ตั้ง แต่ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรเตรียมมีดังนี้
เอกสารและข้อมูลของผู้ถือหุ้นและกรรมการ
- ข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน
- ข้อมูลที่อยู่
- ข้อมูลอาชีพ
- จำนวนและสัดส่วนหุ้น
- ข้อมูลกรรมการ
- เงื่อนไขอำนาจลงนามของกรรมการ
เอกสารเกี่ยวกับสถานที่ตั้งบริษัท
อาจประกอบด้วย
- เอกสารข้อมูลสถานที่ตั้ง
- หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ตามกรณี
- แผนที่ตั้งสำนักงานใหญ่
- เอกสารของเจ้าของสถานที่ตามความจำเป็น
ผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายการเอกสารตามกรณีของตนเองก่อนยื่นคำขอ เนื่องจากโครงสร้างของแต่ละบริษัทอาจแตกต่างกัน
ควรตั้งทุนจดทะเบียนบริษัทเท่าไหร่?
หนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยก่อนจดทะเบียนบริษัทคือควรกำหนดทุนจดทะเบียนเท่าไหร่ โดยทั่วไปมีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่เลือกทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท แต่จำนวนดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกธุรกิจ
ทุนจดทะเบียนควรพิจารณาจากปัจจัย เช่น
- ขนาดของกิจการ
- เงินลงทุนที่ต้องใช้จริง
- ลักษณะของสินค้าและบริการ
- การซื้อสินทรัพย์ของบริษัท
- แผนการจ้างพนักงาน
- เงื่อนไขของคู่สัญญา
- การขอใบอนุญาตบางประเภท
- แผนการขยายกิจการ
การตั้งทุนจดทะเบียนควรวางแผนให้เหมาะสมกับกิจการตั้งแต่ต้น เพราะทุนที่สูงเกินความจำเป็นอาจไม่เหมาะกับโครงสร้างธุรกิจ ขณะที่ทุนที่ต่ำเกินไปอาจไม่สอดคล้องกับลักษณะการดำเนินงานจริง
ผู้ถือหุ้นบริษัทต้องมีอย่างน้อยกี่คน?
สำหรับบริษัทจำกัด ต้องมีผู้ก่อตั้งตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป โดยควรกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของแต่ละคนอย่างชัดเจน การถือหุ้นสามารถแบ่งในสัดส่วนที่ไม่เท่ากันได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมธุรกิจควรตกลงรายละเอียดสำคัญก่อนเริ่มต้น เช่น
- ใครรับผิดชอบด้านใด
- ใครมีอำนาจบริหาร
- การตัดสินใจเรื่องสำคัญใช้เสียงแบบใด
- กรณีผู้ถือหุ้นต้องการขายหุ้นจะดำเนินการอย่างไร
- วิธีจัดการเมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ถือหุ้น
การวางโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ดีจะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อบริษัทเติบโตขึ้น
กรรมการบริษัทและอำนาจลงนาม สำคัญอย่างไร?
กรรมการบริษัทเป็นผู้มีหน้าที่บริหารและดำเนินการแทนบริษัทภายใต้ขอบเขตอำนาจที่กำหนด
อำนาจกรรมการ หมายถึง เงื่อนไขว่าใครสามารถลงนามเพื่อผูกพันบริษัทได้ เช่น
- กรรมการ 1 คนลงนามได้
- กรรมการ 2 คนลงนามร่วมกัน
- กรรมการตามรายชื่อที่กำหนดต้องลงนามร่วมกัน
- กำหนดเงื่อนไขการใช้ตราประทับร่วมกับลายมือชื่อ
การกำหนดอำนาจลงนามควรพิจารณาให้เหมาะกับการทำงานจริง เพราะหากกำหนดเงื่อนไขซับซ้อนเกินไปอาจทำให้การทำธุรกรรมไม่สะดวก แต่หากให้อำนาจบุคคลใดบุคคลหนึ่งมากเกินความเหมาะสมก็อาจสร้างความเสี่ยงให้กับผู้ร่วมลงทุนคนอื่นได้
วัตถุประสงค์บริษัทควรกำหนดอย่างไร?
วัตถุประสงค์บริษัทเป็นรายละเอียดที่แสดงขอบเขตการดำเนินธุรกิจ จึงควรกำหนดให้ครอบคลุมกิจกรรมที่บริษัททำจริงและแผนที่คาดว่าจะดำเนินการในอนาคต
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจด้านการตลาดออนไลน์อาจมีขอบเขตงานหลายด้าน เช่น
- ให้บริการโฆษณา
- ให้คำปรึกษาด้านการตลาด
- ผลิตสื่อและเนื้อหา
- พัฒนาเว็บไซต์
- ให้บริการด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
การวางวัตถุประสงค์ให้เหมาะสมตั้งแต่ต้นจะช่วยลดการแก้ไขเอกสารโดยไม่จำเป็นในอนาคต
ที่ตั้งบริษัท สามารถใช้บ้านได้หรือไม่?
ที่อยู่บ้านสามารถใช้เป็นที่ตั้งของบริษัทได้ แต่ควรตรวจสอบสิทธิในการใช้สถานที่และเตรียมเอกสารประกอบให้เหมาะสมกับกรณี
ตัวอย่างเช่น หากสถานที่เป็นของบุคคลอื่น อาจต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่และเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง
สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีสำนักงานประจำ บางธุรกิจอาจพิจารณาทางเลือกอื่นตามความเหมาะสม แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขทางกฎหมาย ภาษี การรับเอกสาร และลักษณะการใช้สถานที่ให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัทมีอะไรบ้าง?
ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัทสามารถแบ่งออกเป็นหลายส่วน
1. ค่าธรรมเนียมราชการ
ตามคู่มือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ค่าธรรมเนียมหลักที่ระบุสำหรับกระบวนการจัดตั้งบริษัทจำกัด ได้แก่
- จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท
- จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 5,000 บาท
นอกจากนี้อาจมีค่าหนังสือรับรอง ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน และค่ารับรองสำเนาเอกสารตามรายการที่ขอ
2. ค่าบริการรับจดทะเบียนบริษัท
เป็นค่าบริการสำหรับการตรวจสอบข้อมูล ให้คำปรึกษา จัดเตรียมเอกสาร และดำเนินการตามขอบเขตบริการของผู้ให้บริการแต่ละราย
สำนักงานทนายความติวานนท์มีแพ็กเกจบริการเริ่มต้นที่ 4,999 บาท ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ
ก่อนเลือกใช้บริการควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าราคาครอบคลุมรายการใดบ้าง และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในขั้นตอนใดหรือไม่
3. ค่าใช้จ่ายหลังจดทะเบียนบริษัท
หลังบริษัทได้รับการจดทะเบียนแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายในการดูแลบริษัทต่อเนื่อง เช่น
- ค่าทำบัญชี
- ค่ายื่นภาษี
- ค่าปิดงบการเงิน
- ค่าสอบบัญชี
- ค่าใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามกรณี
- ค่าใช้จ่ายด้านเอกสารและการบริหารบริษัท
ดังนั้น ก่อนจดทะเบียนควรวางแผนทั้งค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งและค่าใช้จ่ายในการดูแลบริษัทระยะยาว
จดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเอง หรือ ใช้บริการรับจดทะเบียนบริษัทดี?
ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองได้ แต่ควรพิจารณาจากความพร้อมของแต่ละคน
จดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเอง
เหมาะสำหรับผู้ที่
- มีโครงสร้างธุรกิจไม่ซับซ้อน
- มีเวลาเตรียมเอกสาร
- เข้าใจขั้นตอนการจดทะเบียน
- สามารถตรวจสอบรายละเอียดของบริษัทได้ด้วยตัวเอง
ข้อดีคือช่วยลดค่าบริการ แต่ต้องรับผิดชอบการเตรียมและตรวจสอบข้อมูลเองทั้งหมด
ใช้บริการรับจดทะเบียนบริษัท
เหมาะสำหรับผู้ที่
- ไม่มีเวลาเตรียมเอกสาร
- ไม่แน่ใจเรื่องโครงสร้างผู้ถือหุ้น
- ไม่แน่ใจเรื่องทุนจดทะเบียน
- มีผู้ร่วมธุรกิจหลายคน
- ต้องการให้ตรวจสอบเอกสารก่อนยื่น
- ต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนหลังจัดตั้งบริษัท
การใช้บริการไม่ได้หมายถึงเพียงการให้ผู้อื่นกรอกเอกสารแทน แต่ควรได้รับการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทให้เหมาะกับธุรกิจด้วย
บริการรับจดทะเบียนบริษัทใกล้ฉัน เพื่อความสะดวกของคุณ
สำนักงานทนายความติวานนท์เข้าใจว่าความสะดวกในการติดต่อและประสานงานเป็นเรื่องสำคัญ จึงมีบริการรับจดทะเบียนบริษัทสำหรับลูกค้าในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ปริมณฑล พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
| จังหวัด | พื้นที่ให้บริการ |
|---|---|
| กรุงเทพมหานคร | ให้บริการครอบคลุมทุกเขตในกรุงเทพมหานคร |
| นนทบุรี | อำเภอเมืองนนทบุรี, ปากเกร็ด, บางบัวทอง, บางใหญ่, บางกรวย และไทรน้อย |
| ปทุมธานี | อำเภอเมืองปทุมธานี, คลองหลวง, ธัญบุรี, ลาดหลุมแก้ว, ลำลูกกา, สามโคก และหนองเสือ |
| สมุทรปราการ | อำเภอเมืองสมุทรปราการ, บางพลี, พระประแดง, บางบ่อ และบางเสาธง |
ข้อควรรู้ก่อนจดทะเบียนบริษัท
การจดทะเบียนบริษัทไม่ใช่เพียงเรื่องของการกรอกเอกสาร แต่เป็นการวางโครงสร้างธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น หากเตรียมตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยลดปัญหาและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขภายหลังได้
ทุนจดทะเบียนควรสัมพันธ์กับธุรกิจ
ไม่ควรกำหนดทุนจดทะเบียนเพียงเพราะเห็นว่าบริษัทส่วนใหญ่ใช้จำนวนเท่าใด แต่ควรพิจารณาจากเงินลงทุนและแผนธุรกิจจริง
ที่ตั้งบริษัทต้องมีความชัดเจน
ควรตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับสิทธิการใช้สถานที่ให้เรียบร้อยก่อนจดทะเบียน
สัดส่วนผู้ถือหุ้นควรตกลงกันตั้งแต่ต้น
ผู้ถือหุ้นไม่จำเป็นต้องถือหุ้นเท่ากัน แต่ควรกำหนดสัดส่วนให้ชัดเจน และควรทำความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการบริหารและสิทธิของผู้ถือหุ้นแต่ละฝ่าย
อำนาจกรรมการต้องเหมาะกับการทำงานจริง
ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าเป็นการลงนามเดี่ยวหรือร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับการทำธุรกรรมในภายหลัง
บัญชีบริษัทควรแยกจากบัญชีส่วนตัว
หลังจากจัดตั้งบริษัทแล้ว ควรเปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัทและแยกเงินของบริษัทออกจากเงินส่วนตัว เพื่อให้การตรวจสอบรายรับและรายจ่ายเป็นระบบ
บัญชีและภาษีต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง
หลังจดทะเบียนบริษัทแล้ว ผู้ประกอบการยังต้องดำเนินการด้านต่าง ๆ เช่น
- ทำบัญชีอย่างต่อเนื่อง
- ยื่นแบบภาษีที่เกี่ยวข้อง
- จัดเก็บเอกสารทางบัญชี
- จัดทำและยื่นงบการเงินประจำปี
การมีผู้ดูแลบัญชีตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้บริษัทจัดระบบเอกสารได้ง่ายกว่าเริ่มจัดการย้อนหลังภายหลัง
VAT เรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการควรรู้
การจดทะเบียนบริษัทและการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT เป็นคนละขั้นตอนกัน สำหรับผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่มและมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กรมสรรพากรกำหนดให้ยื่นคำขอจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกินเกณฑ์ดังกล่าว บางธุรกิจอาจเลือกเข้าสู่ระบบ VAT ตั้งแต่เริ่มต้นตามความเหมาะสมของรูปแบบธุรกิจ ลูกค้า และโครงสร้างการซื้อขาย ก่อนดำเนินการควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อพิจารณาตามข้อเท็จจริงของกิจการแต่ละราย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการจดทะเบียนบริษัท
กำหนดสัดส่วนหุ้นโดยไม่ได้ตกลงกันให้ชัดเจน
เมื่อธุรกิจเริ่มมีรายได้หรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ความขัดแย้งเรื่องสิทธิบริหารและผลประโยชน์อาจเกิดขึ้นได้ จึงควรตกลงให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนจัดตั้งบริษัท
กำหนดวัตถุประสงค์บริษัทไม่เหมาะกับธุรกิจ
หากวัตถุประสงค์ไม่สอดคล้องกับกิจกรรมที่บริษัทต้องดำเนินการ อาจต้องแก้ไขข้อมูลในภายหลัง
กำหนดอำนาจกรรมการไม่เหมาะสม
เงื่อนไขการลงนามควรสมดุลระหว่างความสะดวกในการทำงานและการควบคุมความเสี่ยงของธุรกิจ
ไม่วางระบบบัญชีตั้งแต่เริ่มต้น
การเก็บเอกสารย้อนหลังเป็นเวลานานอาจทำให้เอกสารสูญหายหรือรายการรายรับรายจ่ายไม่ครบถ้วน
ใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินของบริษัท
การปะปนระหว่างเงินบริษัทกับเงินส่วนบุคคลทำให้ตรวจสอบธุรกรรมได้ยากขึ้น จึงควรแยกบัญชีและจัดระบบการเงินให้ชัดเจน
หลังจดทะเบียนบริษัทแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?
การได้รับหนังสือรับรองบริษัทไม่ได้หมายความว่าหน้าที่ทั้งหมดสิ้นสุดลง เพราะยังมีเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง
เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท
ช่วยให้รับและจ่ายเงินของบริษัทได้อย่างเป็นระบบ และแยกจากธุรกรรมส่วนตัว
วางระบบบัญชี
ควรจัดเก็บเอกสารสำคัญ เช่น
- ใบเสนอราคา
- ใบแจ้งหนี้
- ใบเสร็จรับเงิน
- ใบกำกับภาษีตามกรณี
- หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย
- เอกสารค่าใช้จ่ายของบริษัท
ตรวจสอบเรื่อง VAT
ควรประเมินรายรับและลักษณะธุรกิจว่ามีหน้าที่ต้องเข้าสู่ระบบ VAT หรือไม่ โดยกรมสรรพากรมีทั้งช่องทางการยื่นคำขอทางอินเทอร์เน็ตและการยื่น ณ หน่วยจดทะเบียนที่รับผิดชอบพื้นที่ของสถานประกอบการ
ดูแลเรื่องบัญชีและงบการเงิน
ควรเริ่มวางระบบบัญชีตั้งแต่เดือนแรกของการดำเนินธุรกิจ ไม่ควรรอจนใกล้ถึงกำหนดปิดงบจึงเริ่มรวบรวมเอกสาร
ทำไมควรใช้บริการรับจดทะเบียนบริษัทโดยมืออาชีพ?
การจดทะเบียนบริษัทมีรายละเอียดมากกว่าการกรอกแบบฟอร์ม เพราะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างการบริหารและสิทธิของหลายฝ่าย
รายละเอียดที่ควรพิจารณาตั้งแต่เริ่มต้น ได้แก่
- ใครเป็นผู้ถือหุ้น
- แต่ละคนถือหุ้นเท่าใด
- ใครเป็นกรรมการ
- ใครมีอำนาจลงนาม
- ทุนจดทะเบียนควรเป็นเท่าใด
- วัตถุประสงค์ควรครอบคลุมเรื่องใด
- บริษัทต้องวางแผนบัญชีและภาษีอย่างไร
บางเรื่องสามารถแก้ไขภายหลังได้ แต่การแก้ไขย่อมมีขั้นตอน เอกสาร และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ดังนั้น การวางโครงสร้างให้เหมาะสมตั้งแต่ต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ
สำนักงานทนายความติวานนท์ให้บริการรับจดทะเบียนบริษัท พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อมูลที่ต้องเตรียม การจัดทำเอกสาร และขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจอย่างเป็นระบบและลดความยุ่งยากในการดำเนินการด้วยตนเอง
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัท
Q1: ใช้เวลานานแค่ไหนในการจดทะเบียนบริษัท?
A: ระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร การอนุมัติชื่อ และรายละเอียดของแต่ละกรณี หากข้อมูลพร้อมและไม่มีประเด็นที่ต้องแก้ไข กระบวนการสามารถดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น
Q2: ต้องมีผู้ถือหุ้นกี่คนในการจดทะเบียนบริษัท?
A: บริษัทจำกัดต้องมีผู้ก่อตั้งตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และควรกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของแต่ละคนให้ชัดเจนก่อนดำเนินการ
Q3: ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัทมีอะไรบ้าง?
A: ค่าใช้จ่ายประกอบด้วยค่าธรรมเนียมราชการ ค่าบริการรับจดทะเบียนบริษัท และค่าใช้จ่ายต่อเนื่องหลังจัดตั้ง เช่น ค่าบัญชีและค่าสอบบัญชี โดยสำนักงานทนายความติวานนท์มีแพ็กเกจบริการเริ่มต้น 4,999 บาท ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ
Q4: หลังจดทะเบียนบริษัทแล้วต้องทำอะไรต่อ?
A: ควรเปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท วางระบบบัญชี จัดเก็บเอกสารรายรับรายจ่าย ตรวจสอบหน้าที่ด้านภาษีและ VAT รวมถึงจัดทำบัญชีและงบการเงินตามรอบระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง
สรุป การจดทะเบียนบริษัทควรวางแผนให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น
การจดทะเบียนบริษัทคือหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล แต่การจดทะเบียนที่ดีไม่ใช่เพียงการ “จดให้ผ่าน” เท่านั้น
ผู้ประกอบการควรวางแผนเรื่องทุนจดทะเบียน สัดส่วนผู้ถือหุ้น วัตถุประสงค์ของบริษัท อำนาจกรรมการ ที่ตั้งสำนักงาน รวมถึงระบบบัญชีและภาษีตั้งแต่เริ่มต้น
การวางโครงสร้างที่เหมาะสมจะช่วยให้การบริหารบริษัท การทำสัญญา การทำธุรกรรม และการขยายกิจการในอนาคตเป็นระบบมากขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีเวลาเตรียมเอกสาร หรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับรายละเอียดของการจัดตั้งบริษัท สามารถใช้บริการรับจดทะเบียนบริษัทเพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูล เตรียมเอกสาร และดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องได้
ช่องทางการติดต่อ
การจดทะเบียนบริษัทคือการวางรากฐานสำคัญให้กับธุรกิจ หากต้องการความสะดวกในการดำเนินการและคำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท สำนักงานทนายความติวานนท์พร้อมให้บริการตามขอบเขตงานที่ตกลงร่วมกัน
โทร: 021260718
Line: @tiwanonlaw
Facebook: สำนักงานทนายความติวานนท์
ที่ตั้ง: แผนที่สำนักงานทนายความติวานนท์


