ค่าวิชาชีพทนายความ คืออะไร
ค่าวิชาชีพทนายความ คือ ค่าตอบแทนที่ผู้ว่าจ้างตกลงชำระให้แก่ทนายความหรือสำนักงานทนายความ เพื่อให้บริการด้านกฎหมายตามขอบเขตงานที่ตกลงกัน เช่น การให้คำปรึกษากฎหมาย การตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสาร การร่างหนังสือหรือสัญญา การเจรจาไกล่เกลี่ย การจัดทำคำฟ้องหรือคำให้การ ตลอดจนการดำเนินคดีและว่าความในศาล
หลายคนอาจเข้าใจว่า ค่าวิชาชีพทนายความ คือค่าใช้จ่ายเฉพาะวันที่ทนายเดินทางไปศาล แต่ในความเป็นจริง การดำเนินคดีหนึ่งคดีมีขั้นตอนมากกว่านั้น ทนายความอาจต้องศึกษาข้อเท็จจริง วิเคราะห์ข้อกฎหมาย ตรวจสอบเอกสารและพยานหลักฐาน วางแนวทางดำเนินคดี จัดทำคำฟ้อง คำให้การ หรือคำร้องต่างๆ รวมถึงเตรียมพยานและติดตามคดีจนกว่าจะเสร็จสิ้นตามขอบเขตที่ได้รับว่าจ้าง
ค่าวิชาชีพทนายความ พิจารณาจากอะไรบ้าง
ค่าวิชาชีพทนายความของแต่ละคดีอาจแตกต่างกัน เนื่องจากต้องพิจารณารายละเอียดหลายด้าน เช่น
- ประเภทของคดี เช่น คดีแพ่ง คดีอาญา คดีครอบครัว คดีแรงงาน หรือคดีทรัพย์สินทางปัญญา
- ความยากและความซับซ้อนของคดี รวมถึงประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ต้องศึกษา
- จำนวนเอกสารและพยานหลักฐาน หากมีเอกสารหรือพยานจำนวนมาก อาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและเตรียมคดีเพิ่มขึ้น
- ขอบเขตของงานที่ว่าจ้าง เช่น ให้คำปรึกษาเพียงอย่างเดียว จัดทำหนังสือ ทำคำฟ้อง หรือดูแลคดีตั้งแต่ต้นจนจบ
- ระยะเวลาในการดำเนินคดี บางคดีสามารถดำเนินการได้ในระยะเวลาสั้น ขณะที่บางคดีอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี
- จำนวนครั้งที่ต้องเดินทางหรือไปศาล รวมถึงสถานที่ตั้งของศาลและจังหวัดที่ต้องเดินทางไปดำเนินคดี
- ชั้นของการดำเนินคดี เช่น ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา ซึ่งเป็นงานคนละขั้นตอนและอาจต้องมีการตกลงค่าวิชาชีพแยกกัน
ดังนั้น ค่าวิชาชีพทนายความจึงไม่มีอัตราเดียวที่สามารถใช้ได้กับทุกคดี ผู้ที่ต้องการว่าจ้างทนายควรแจ้งรายละเอียดข้อเท็จจริงและนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้ทนายความตรวจสอบก่อน เพื่อให้สามารถประเมินขอบเขตงานและค่าวิชาชีพได้เหมาะสมกับคดีนั้น ๆ
ค่าวิชาชีพทนายความ รวมค่าใช้จ่ายอื่นแล้วหรือไม่
ก่อนตกลงว่าจ้าง ควรสอบถามให้ชัดเจนว่าค่าวิชาชีพที่เสนอ รวมค่าใช้จ่ายอื่นแล้วหรือยัง เนื่องจากบางรายการอาจไม่ได้รวมอยู่ในค่าจ้างทนาย เช่น ค่าธรรมเนียมศาล ค่าส่งหมาย ค่าคัดถ่ายเอกสาร ค่าเดินทาง ค่าที่พัก หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินคดี
เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน ผู้ว่าจ้างควรขอรายละเอียดขอบเขตงาน ค่าวิชาชีพ วิธีการชำระเงิน และค่าใช้จ่ายที่ไม่รวมไว้เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มดำเนินงาน
ค่าจ้างทนายความ ราคาเท่าไหร่
- ค่าจ้างทนายความ ราคา เท่าไหร่ เป็นคำถามที่คนต้องการปรึกษาคดีความหรือต้องการให้ทนายความทำคดีให้ คือ คิดค่าทนายความเท่าไหร่“ทำไม ค่าจ้างทนาย บางคดีหลักหมื่น บางคดีหลักแสน บางคดีหลักล้าน”ซึ่งบุคคลทั่วไป คิดว่าเมื่อชำระค่าบริการทนายความแล้ว จะเข้าใจว่าการทำงานของทนายความเพียงแค่ให้บริการการคัดเอกสาร รวบรวมข้อเท็จจริง และดำเนินการในชั้นศาล เท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริง ทนายความต้องมีวิธีคิดตามหลักกฎหมายและต้องมีประสบการณ์ ทั้งต้องคอยบริหารความเสี่ยงทางกฎหมายทั้งหมดของคดีนั้นค่าบริการทนายความ มีหลายปัจจัยที่ทำให้ราคาค่าว่าจ้างไม่เท่ากัน ดังนั้น ค่าทนายความคิดจากความเสี่ยงของคดี ถ้าคดีที่มีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานที่ต้องลงพื้นที่ คดีที่เกี่ยวข้องกับเอกสารจำนวนมากซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการสอบข้อเท็จจริงรวบรวมพยานหลักฐาน เป็นต้น
- ค่าจ้างทนาย อาจไม่สามารถลงเป็นตัวเลขที่ชัดเจนหรือ ตายตัวในบทความนี้ได้ แต่โดยทั่วไป ค่าจ้างทนายจะอยู่ที่คดีละประมาณ หลักพัน หลักหมื่น จนถึงหลักแสนบาท เนื่องจาก ทนายความ แต่ละคน แต่ละสำนักงานทนายความ มีแนวทางการเสนอราคาค่าวิชาชีพทนายความไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ในแต่ละคดี มีความยากง่าย ความซับซ้อน และมีบริบทที่ไม่เหมือนกัน รวมทั้งการเดินทางไปว่าความของแต่ละศาล แต่ละจังหวัด มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่
- นอกจากนี้ ทนายความไม่สามารถประกาศหรือโฆษณาค่าจ้างทนายในเว็บไซต์ได้ เนื่องด้วยข้อบังคับของสภาทนายความ ห้ามมิให้ทนายความโฆษณา หรือประกาศอัตราค่าจ้างว่าความ หรือโฆษณาว่าจะไม่เรียกร้องค่าทนาย ตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วย มารยาททนายความ พ.ศ. 2529 ข้อ 17
ตารางเรทค่าจ้างทนายโดยประมาณ
ค่าจ้างทนายในแต่ละคดีอาจไม่เท่ากัน เนื่องจากต้องพิจารณาจากประเภทคดี ความยากง่ายของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย จำนวนเอกสารและพยานหลักฐาน ระยะเวลาในการดำเนินคดี รวมถึงขอบเขตงานที่ต้องการให้ทนายความดูแล
ตารางด้านล่างเป็น เรทค่าจ้างทนายโดยประมาณ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเท่านั้น โดยราคาจริงจะต้องประเมินจากรายละเอียดของแต่ละคดีอีกครั้ง
| ประเภทงาน / คดี | เรทค่าจ้างทนายโดยประมาณ |
|---|---|
| ปรึกษาทนายความ / ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น | 1,000 – 5,000 บาทขึ้นไป |
| ร่างหนังสือบอกกล่าว / หนังสือทวงถาม | 3,000 – 10,000 บาทขึ้นไป |
| ร่างสัญญา / ตรวจสอบสัญญา | 5,000 – 30,000 บาทขึ้นไป |
| คดีกู้ยืมเงิน | 10,000 – 100,000 บาทขึ้นไป |
| คดีผิดสัญญา / คดีจ้างทำของ | 15,000 – 100,000 บาทขึ้นไป |
| คดีละเมิด / เรียกค่าเสียหาย | 20,000 – 100,000 บาทขึ้นไป |
| คดีเช่าทรัพย์ / ฟ้องขับไล่ | 15,000 – 80,000 บาทขึ้นไป |
| คดีครอบครัว / ฟ้องหย่า | 20,000 – 100,000 บาทขึ้นไป |
| คดีฟ้องชู้ / เรียกค่าทดแทน | 20,000 – 100,000 บาทขึ้นไป |
| ร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก | 10,000 – 30,000 บาทขึ้นไป |
| คดีแรงงาน | 15,000 – 80,000 บาทขึ้นไป |
| คดีอาญา กรณีผู้เสียหายยื่นฟ้องต่อศาล | 30,000 – 150,000 บาทขึ้นไป |
| ดูแลคดีอาญาในชั้นพนักงานสอบสวน | 10,000 – 50,000 บาทขึ้นไป |
| คดีอาญา กรณีผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลย | 30,000 – 150,000 บาทขึ้นไป |
| ดำเนินการเกี่ยวกับการประกันตัว | 5,000 – 30,000 บาทขึ้นไป |
| สืบทรัพย์ / บังคับคดี | 10,000 – 50,000 บาทขึ้นไป |
| จัดทำและยื่นอุทธรณ์ | 20,000 – 100,000 บาทขึ้นไป |
| จัดทำและยื่นฎีกา | 30,000 – 150,000 บาทขึ้นไป |
หมายเหตุ: อัตราค่าจ้างข้างต้นเป็นเพียงราคาโดยประมาณ ไม่ใช่อัตราค่าจ้างตายตัว เนื่องจากแต่ละคดีมีรายละเอียดและความซับซ้อนแตกต่างกัน เช่น จำนวนคู่ความ จำนวนพยาน เอกสารที่เกี่ยวข้อง จำนวนครั้งที่ต้องไปศาล สถานที่ตั้งของศาล และระยะเวลาในการดำเนินคดี
ก่อนตกลงว่าจ้าง แนะนำให้นำรายละเอียดข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้ทนายความตรวจสอบ เพื่อประเมินขอบเขตงานและค่าจ้างที่เหมาะสมกับคดีนั้นโดยตรง
ก่อนว่าจ้างทนายควรสอบถามอะไรบ้าง
การสอบถามรายละเอียดก่อนตกลงว่าจ้างช่วยลดความเข้าใจไม่ตรงกันในภายหลัง โดยควรตรวจสอบเรื่องต่อไปนี้
- ค่าจ้างครอบคลุมงานตั้งแต่ขั้นตอนใดถึงขั้นตอนใด
- รวมค่าธรรมเนียมศาลและค่าส่งหมายแล้วหรือไม่
- รวมค่าเดินทางและค่าที่พักของทนายหรือไม่
- หากมีวันนัดศาลเพิ่มเติมต้องชำระเพิ่มหรือไม่
- ราคาที่เสนอรวมการอุทธรณ์หรือฎีกาหรือไม่
- หากคดีจบด้วยการไกล่เกลี่ย จะคิดค่าบริการอย่างไร
- สามารถแบ่งชำระค่าจ้างเป็นงวดได้หรือไม่
- ใครเป็นทนายความผู้รับผิดชอบคดีโดยตรง
- จะได้รับใบเสนอราคา สัญญาจ้าง และหลักฐานรับเงินหรือไม่
- หากต้องการยุติการว่าจ้างระหว่างคดี มีเงื่อนไขอย่างไร
ข้อตกลงที่สำคัญควรจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเฉพาะขอบเขตงาน จำนวนค่าจ้าง กำหนดชำระ และรายการค่าใช้จ่ายที่ไม่รวมอยู่ในค่าจ้าง
จ้างทนายความ 1 คดี ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
การ จ้างทนายความ 1 คดี มีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันตามประเภทคดี ความซับซ้อน และระยะเวลาในการดำเนินคดี โดยทั่วไปค่าจ้างทนายอาจเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท ซึ่งนอกจากค่าวิชาชีพทนายความแล้ว ยังอาจมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ผู้ว่าจ้างควรทราบ ดังนี้
- ค่าจ้างทนายความ เป็นค่าบริการให้คำปรึกษา จัดทำคำฟ้องหรือคำให้การ รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินคดีในชั้นศาล ตามขอบเขตการว่าจ้าง
- ค่าธรรมเนียมศาล เป็นค่าใช้จ่ายในการยื่นฟ้องคดี โดยเฉพาะคดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์ ซึ่งคำนวณตามประเภทคดีและอัตราที่กฎหมายกำหนด
- ค่าส่งหมายศาล เช่น ค่าส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลย โดยค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับจำนวนคู่ความและพื้นที่จัดส่ง
- ค่าเอกสารและพยานหลักฐาน เช่น ค่าคัดถ่ายเอกสาร ค่ารับรองเอกสาร และค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมหลักฐานสำหรับดำเนินคดี
- ค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม กรณีทนายความต้องเดินทางไปศาลต่างจังหวัด หรือดำเนินการนอกสถานที่ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามข้อตกลง
ทั้งนี้ ค่าจ้างทนายความไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายทุกประเภทเสมอไป ผู้ที่ต้องการจ้างทนายจึงควรสอบถามรายละเอียดค่าบริการ ขอบเขตงาน และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้ชัดเจนก่อนตกลงว่าจ้าง เพื่อวางแผนงบประมาณและป้องกันค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นภายหลังค่ะ
ค่าปรึกษาทนายความ ราคาเท่าไหร่?
ค่าปรึกษาทนายความ โดยทั่วไปขึ้นอยู่กับประเภทปัญหากฎหมาย ความซับซ้อนของคดี และระยะเวลาในการให้คำปรึกษา ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลักพันบาทขึ้นไป โดยแบ่งรูปแบบการให้คำปรึกษาได้ดังนี้
- ปรึกษาทนายความเบื้องต้น เพื่อสอบถามข้อกฎหมาย ประเมินปัญหา และแนะนำแนวทางดำเนินคดี
- ปรึกษาทนายพร้อมตรวจสอบเอกสาร เช่น สัญญา หนังสือทวงถาม หมายศาล หรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
- ปรึกษาทนายเพื่อวางแผนดำเนินคดี วิเคราะห์ข้อเท็จจริง ประเมินความเสี่ยง และวางแนวทางฟ้องร้องหรือต่อสู้คดี
สำหรับ สำนักงานทนายความติวานนท์ มีบริการปรึกษาทนายความเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านทางโทรศัพท์และ LINE ส่วนการตรวจสอบเอกสารเชิงลึกหรือการว่าจ้างดำเนินคดี อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามขอบเขตงาน โดยสามารถสอบถามรายละเอียดกับสำนักงานได้โดยตรงก่อนตัดสินใจว่าจ้างค่ะ
สอบถามค่าจ้างทนาย ผ่านช่องทางไหนได้บ้าง
- ทางโทรศัพท์สำนักงาน 02-125-2511 และเบอร์มือถือ 087-2046820
- ทางไลน์ @tiwanonlaw
- Facebook : สำนักงานทนายความติวานนท์
- E-mail : info@tiwanonlaw.com
- ขอแนะนำให้ท่าน มาพบทนายด้วยตนเองดีที่สุด เพราะการสอบข้อเท็จจริงที่ดีที่สุดระหว่างทนายความกับลูกความ คือการมานั่งคุยกันต่อหน้า
- การคุยกันทางโทรศัพท์ ทางไลน์ ทางอีเมล์ อย่างไรเสียก็สู้มานั่งคุยกันต่อหน้าไม่ได้ เพราะทำให้เข้าใจข้อเท็จจริงต่างๆได้ละเอียดกว่า และสามารถซักถาม ทำความเข้าใจและจับกิริยาอาการต่างๆได้ดีที่สุด
- แผนที่ สำนักงานทนายความติวานนท์
ค่าจ้างทนาย คดีแพ่ง ราคาเท่าไร
หลังจากที่เราได้มาพบทนายความ หรือ พูดคุยกันทางโทรศัพท์ ทนายความจะทำการประเมินราคาค่าจ้างทนายความและมักจะทำใบเสนอราคา ที่บอกรายละเอียดของงาน และบอกค่าจ้างทนายให้ทราบ อย่างไรก็ตามเราได้รวบรวม การประมาณการค่าจ้างทนายความจากหลากหลายแหล่ง มาให้ผู้อ่านทราบค่าจ้างเบื้องต้น
คดีแพ่ง คือ คดีที่เกิดจากความเสียหายระหว่างบุคคลกับบุคคล หรือ นิติบุคคลกับบุคคล โดยทั่วไปจะเป็นคดีละเมิดและทำให้เกิดความเสียหายที่เป็นตัวเงิน เช่น เช่าซื้อ เช่าทรัพย์ ผิดสัญญา กู้ยืมเงิน จ้างทำของ จัดตั้งผู้จัดการมรดก เป็นต้น
ค่าจ้างทนายความคดีแพ่ง ราคาเท่าไหร่?
ค่าจ้างทนายความคดีแพ่งขึ้นอยู่กับประเภทคดี ความซับซ้อน และขั้นตอนการดำเนินคดี โดยแบ่งค่าใช้จ่ายตามสถานะของผู้ว่าจ้าง ดังนี้
1. ค่าจ้างทนายคดีแพ่ง กรณีเป็นโจทก์ (ผู้ฟ้องคดี)
กรณีผู้เสียหายต้องการยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาล สามารถว่าจ้างทนายความเพื่อดำเนินการฟ้องคดี โดยมีอัตราค่าจ้างเบื้องต้น ดังนี้
- คดีกู้ยืมเงิน ค่าทนายประมาณหลักพันถึงหลักแสนบาทต่อคดี
- คดีจ้างทำของ ค่าทนายประมาณหลักพันถึงหลักแสนบาทต่อคดี
- คดีละเมิด ค่าทนายประมาณหลักพันถึงหลักแสนบาทต่อคดี
- คดีชั้นศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ค่าทนายเริ่มต้นประมาณหลักหมื่นบาทต่อคดี
2. ค่าจ้างทนายคดีแพ่ง กรณีเป็นจำเลย (ผู้ถูกฟ้อง)
สำหรับผู้ที่ถูกฟ้องคดีแพ่ง สามารถว่าจ้างทนายความเพื่อยื่นคำให้การ ต่อสู้คดี และดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาล โดยมีค่าจ้างเบื้องต้น ดังนี้
- คดีกู้ยืมเงิน ค่าทนายประมาณหลักพันถึงหลักแสนบาทขึ้นไปต่อคดี
- คดีจ้างทำของ ค่าทนายประมาณหลักพันถึงหลักแสนบาทขึ้นไปต่อคดี
- คดีละเมิด ค่าทนายประมาณหลักพันถึงหลักแสนบาทต่อคดี
- คดีชั้นศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ค่าทนายเริ่มต้นประมาณหลักหมื่นบาทต่อคดี
3. ค่าธรรมเนียมศาลในคดีแพ่ง
โดยทั่วไป ค่าจ้างทนายความไม่รวมค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งโจทก์ต้องชำระเพิ่มเติมตามอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยมีค่าใช้จ่ายหลัก ได้แก่
ค่าธรรมเนียมศาล
- คดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์เกิน 300,000 บาท คิดค่าธรรมเนียมศาลประมาณ 2% โดยมีเพดานค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนด
- คดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท ต้นฉบับระบุค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000 บาท
ค่าส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง
ค่าส่งหมายขึ้นอยู่กับจำนวนจำเลย ระยะทาง และพื้นที่จัดส่ง โดยทั่วไปประมาณ 500–1,000 บาท ทั้งนี้ เป็นไปตามอัตราที่ศาลกำหนด
ค่าจ้างทนายความคดีอาญา ราคาเท่าไหร่?
คดีอาญา คือ คดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดที่กฎหมายกำหนดโทษทางอาญา ซึ่งอาจกระทบต่อบุคคลและความสงบเรียบร้อยของสังคม เช่น คดีลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสาร ทำร้ายร่างกาย พรากผู้เยาว์ และคดียาเสพติด
การดำเนินคดีอาญา ผู้เสียหายอาจฟ้องคดีต่อศาลโดยตรงในกรณีที่กฎหมายอนุญาต หรือแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีก็ได้ โดยค่าจ้างทนายแบ่งตามลักษณะการดำเนินคดี ดังนี้
1. ค่าจ้างทนายคดีอาญา กรณีเป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาล
กรณีผู้เสียหายว่าจ้างทนายความให้จัดทำคำฟ้องและดำเนินคดีอาญาต่อศาลโดยตรง ค่าจ้างทนายประมาณหลักพันถึงหลักแสนบาทขึ้นไปต่อคดี
2. ค่าจ้างทนายคดีอาญา กรณีแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน
กรณีผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีและต้องการให้ทนายความช่วยดูแลคดี มีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น ดังนี้
- ค่าทนายดำเนินคดีอาญา ประมาณหลักพันถึงหลักแสนบาทขึ้นไปต่อคดี
- ค่าทนายดูแลเฉพาะชั้นพนักงานสอบสวน ประมาณหลักพันถึงหลักหมื่นบาทขึ้นไปต่อคดี
3. ค่าจ้างทนายคดีอาญา กรณีเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลย
ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยสามารถว่าจ้างทนายความเพื่อให้คำปรึกษา ดำเนินการประกันตัว และต่อสู้คดี โดยมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น ดังนี้
- ค่าทนายต่อสู้คดีในชั้นศาล ประมาณหลักพันถึงหลักแสนบาทขึ้นไปต่อคดี
- ค่าทนายดำเนินการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ประมาณหลักพันถึงหลักหมื่นบาทขึ้นไปต่อคดี
ค่าจ้างทนายความในชั้นศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา
กรณีต้องการว่าจ้างทนายความเพื่อดำเนินคดีในชั้นศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ค่าจ้างทนายเริ่มต้นประมาณหลักหมื่นบาทไปจนถึงหลักแสนบาทขึ้นไปต่อคดี ขึ้นอยู่กับรายละเอียดคดีและขอบเขตการดำเนินงาน
หากถอนฟ้องหรือไกล่เกลี่ยสำเร็จ ต้องจ่ายค่าทนายเต็มจำนวนหรือไม่?
กรณี ถอนฟ้องหรือไกล่เกลี่ยสำเร็จ ผู้ว่าจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าทนายความเต็มจำนวนเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในสัญญาว่าจ้างทนายความ ขอบเขตงานที่ดำเนินการไปแล้ว และเงื่อนไขการชำระเงินที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
- กรณีถอนฟ้องคดี หากผู้ว่าจ้างต้องการถอนฟ้องระหว่างดำเนินคดี ทนายความอาจมีสิทธิได้รับค่าจ้างตามงานที่ดำเนินการไปแล้ว หรือเต็มจำนวนตามเงื่อนไขในสัญญาว่าจ้าง
- กรณีไกล่เกลี่ยสำเร็จ หากคู่ความสามารถเจรจาตกลงกันได้ก่อนศาลมีคำพิพากษา ค่าจ้างทนายความจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงเดิม โดยอาจชำระเต็มจำนวนหรือเจรจาปรับลดค่าจ้างตามความเหมาะสม
ดังนั้น ก่อน จ้างทนายความ ควรสอบถามเงื่อนไขการคืนเงิน การยกเลิกสัญญา และค่าจ้างกรณีคดีสิ้นสุดก่อนกำหนดให้ชัดเจน เพื่อป้องกันข้อพิพาทเรื่องค่าใช้จ่ายภายหลังค่ะ
ค่าจ้างทนายความต้องชำระตอนไหน?
เมื่อผู้ว่าจ้างตกลงให้ทนายความดำเนินการจัดทำคำฟ้อง หรือยื่นคำให้การกรณีเป็นจำเลย สามารถแบ่งชำระค่าจ้างทนายความได้ 2 งวด ดังนี้
- งวดที่ 1 ชำระ 50% หลังลงนามแต่งตั้งทนายความเรียบร้อยแล้ว
- งวดที่ 2 ชำระ 50% เมื่อศาลรับฟ้องคดี
วิธีชำระค่าจ้างทนายความ
ผู้ว่าจ้างสามารถชำระค่าจ้างทนายความผ่านการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ธนาคาร: กสิกรไทย (บัญชีออมทรัพย์)
- ชื่อบัญชี: บริษัท สำนักงานทนายความติวานนท์ จำกัด
- เลขที่บัญชี: 188-1-64689-3
สรุปค่าจ้างทนายความ
ค่าจ้างทนายความไม่มีราคาตายตัว โดยอาจเริ่มต้นตั้งแต่หลักพัน หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับประเภทคดี ความซับซ้อน จำนวนเอกสารและพยานหลักฐาน สถานที่ตั้งศาล รวมถึงขอบเขตงานที่ว่าจ้าง ดังนั้น ก่อนตัดสินใจจ้างทนายความ ควรนำรายละเอียดคดีและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ทนายตรวจสอบ เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายและวางแนวทางดำเนินคดีอย่างเหมาะสม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าจ้างทนาย
1. ค่าจ้างทนายความราคาเท่าไหร่?
ค่าจ้างทนายไม่มีราคาตายตัว โดยอาจอยู่ตั้งแต่หลักพัน หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับประเภทคดี ความซับซ้อน จำนวนเอกสารและพยานหลักฐาน ระยะเวลาดำเนินคดี สถานที่ตั้งของศาล รวมถึงขอบเขตงานที่ผู้ว่าจ้างต้องการให้ทนายดูแล จึงควรนำรายละเอียดของคดีให้ทนายตรวจสอบก่อนประเมินราคาค่ะ
2. ค่าจ้างทนายคดีแพ่งและคดีอาญาเท่ากันหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องเท่ากันค่ะ เพราะคดีแพ่งและคดีอาญามีขั้นตอนและประเด็นทางกฎหมายแตกต่างกัน นอกจากนี้ ราคายังขึ้นอยู่กับว่าผู้ว่าจ้างเป็นโจทก์ จำเลย ผู้เสียหาย หรือผู้ถูกกล่าวหา รวมถึงต้องการให้ทนายดูแลเฉพาะบางขั้นตอนหรือดำเนินการตลอดทั้งคดี
3. ค่าจ้างทนายสามารถแบ่งชำระได้หรือไม่?
สำนักงานทนายความติวานนท์กำหนดให้แบ่งชำระค่าจ้างได้ 2 งวด โดยงวดแรกชำระร้อยละ 50 เมื่อลงชื่อแต่งตั้งทนาย และงวดที่สองชำระร้อยละ 50 เมื่อศาลรับฟ้องคดี อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขอาจแตกต่างกันตามประเภทและรายละเอียดของแต่ละคดี จึงควรตรวจสอบจากใบเสนอราคาหรือข้อตกลงอีกครั้งค่ะ
4. ค่าจ้างทนายความจ่ายครั้งเดียวหรือจ่ายเป็นงวด?
ค่าจ้างทนายความสามารถชำระครั้งเดียวหรือแบ่งจ่ายเป็นงวดได้ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างผู้ว่าจ้างกับทนายความ รวมถึงประเภทคดีและขอบเขตการดำเนินงาน โดยทั่วไปการจ้างทนายดำเนินคดีในชั้นศาลอาจแบ่งชำระตามขั้นตอนการดำเนินคดี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ว่าจ้าง
สำหรับ สำนักงานทนายความติวานนท์ กำหนดการชำระค่าจ้างทนายความเป็น 2 งวด ดังนี้
- งวดที่ 1 ชำระ 50% เมื่อลงนามแต่งตั้งทนายความเรียบร้อยแล้ว
- งวดที่ 2 ชำระ 50% เมื่อศาลรับฟ้องคดี
ทั้งนี้ ค่าจ้างทนายความอาจไม่รวมค่าธรรมเนียมศาล ค่าส่งหมาย และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าจ้างจึงควรตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขการชำระเงินให้ชัดเจนก่อนตกลงจ้างทนายความค่ะ


