สำนักงานทนายความติวานนท์
ทนายความ ฟ้องคดีอาญา
1127

ฟ้องคดีอาญา

ทีมทนายของเรา

ทนายนันทพงศ์ สืบชาติ

รับว่าความ

คดีศาลแพ่ง ศาลอาญา และศาลชำนัญการพิเศษอื่นๆ เช่น ศาลแรงงาน ศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลทรัพย์สินทางปัญญา  และดำเนินการบังคับคดีลูกหนี้ตามคำพิพากษาภายหลังที่ศาลได้มีคำพิพากษา ได้แก่ 

1. แต่งตั้งผู้จัดการมรดก,เขียนพินัยกรรม
2.สัญญา,เช่าทรัพย์
3.ฟ้องขับไล่ (ก่อนบังคับคดี)
4.คดีอาญา เกี่ยวกับร่างกาย
5.คดีล้มละลาย
6.สืบทรัพย์ บังคับคดี
7.ยื่นอุทธรณ์และฎีกา

เบอร์โทร : 02-1252511
Line ID : @tiwanonlaw

ทนายสราวุฒิ ขวัญทองยิ้ม

รับว่าความ

คดีศาลแพ่ง ศาลอาญา และศาลชำนัญการพิเศษอื่นๆ เช่น ศาลแรงงาน ศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลทรัพย์สินทางปัญญา  และดำเนินการบังคับคดีลูกหนี้ตามคำพิพากษาภายหลังที่ศาลได้มีคำพิพากษา ได้แก่

1.คดีครอบครัว ฟ้องชู้ ฟ้องหย่า
2.คดีเช่าซื้อ
3.กฎหมายแรงงาน
4.คดีอาญา ที่เกี่ยวกับทรัพย์ ,ฟ้องหมิ่นประมาท
5.ทรัพย์สินทางปัญญา
6.ฟ้องขับไล่ (บังคับคดี)
7.สืบทรัพย์ บังคับคดี
8.ยื่นอุทธรณ์และฎีกา

เบอร์โทร : 02-1252511
Line ID : @tiwanonlaw

บริการฟ้องคดีอาญา – สำนักงานทนายความติวานนท์

บริการรับว่าความคดีอาญาครบวงจร โดยทนายมืออาชีพประสบการณ์กว่า 15 ปี

คดีอาญาเป็นคดีที่รัฐใช้อำนาจบังคับลงโทษผู้กระทำความผิด หากถูกดำเนินคดีโดยไม่มีทนายความที่มีประสบการณ์ อาจส่งผลกระทบต่อชีวิต เสรีภาพ และอนาคตของคุณอย่างมาก ติวานนท์ ลอว์ พร้อมให้คำปรึกษาและดำเนินคดีอาญาทุกประเภท ด้วยความเข้าใจลึกซึ้งในกระบวนการยุติธรรมและกลยุทธ์การว่าความที่มีประสิทธิภาพ

การฟ้อง คดีอาญา คืออะไร

การฟ้อง คดีอาญา คืออะไร

  • คดีอาญา คือ กฎหมายอาญา เป็นกฎหมายที่รัฐบัญญัติขึ้นเพื่อกำหนดลักษณะของการกระทำที่ถือว่าเป็นความผิด และกำหนดบทลงโทษทางอาญาสำหรับความผิดนั้น เป็นกฎหมายที่บัญญัติว่า การกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดเป็นความผิด โดยพนักงานสอบสวนมีอำนาจทำการรับแจ้งความร้องทุกข์
  • ข้อสังเกต คดีอาญา คือ คดีที่ฟ้องร้องกันเพราะมีการทำความผิดทางอาญา หรือที่พูดกันง่ายๆ ว่า ฟ้องร้องเพื่อให้อีกฝ่ายรับโทษ

การช่วยคนที่บริสุทธิ์และการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ บางคดีเราเป็นฝ่ายผู้เสียหาย บางครั้งแจ้งความกับพนักงานตำรวจไปแล้ว ตำรวจก็ไม่ยอมดำเนินเรื่องให้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ซึ่งทนายความของเราก็มีบทบาทนอกจากการต่อสู้คดีอาญา ก็คือต้องแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ

 

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๘ โทษสำหรับลงแก่ผู้กระทำความผิดมีดังนี้
(๑) ประหารชีวิต
(๒) จำคุก
(๓) กักขัง
(๔) ปรับ
(๕) ริบทรัพย์สิน

วัตถุประสงค์ในการดำเนินคดีอาญา

เมื่อคนเรามาอยู่รวมกันในสังคมย่อมมีความขัดแย้งกัน จึงต้องมีกฎหมายวางหลักไว้เพื่อให้คนในสังคมปฏิบัติตามถ้าใครละเมิดกฎหมายก็มีมาตรการบังคับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ใครเข้ามาอยู่ในสังคมรวมกัน ต้องมีความปลอดภัย เขาจะต้องไม่ถูกฆ่า สิทธิในร่างกายเขาต้องไม่ถูกทำร้าย ดังนั้นวัตถุประสงค์ในการดำเนินคดีอาญาก็คือเพื่อความปลอดภัยของคนในสังคม เพื่อรักษาการรักษาความสงบเรียบร้อยของคนในสังคม

อัปเดตล่าสุดปี 2568 เกี่ยวกับการฟ้องคดีอาญา

การเปลี่ยนแปลงสำคัญในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาปี 2568

ในปี 2568 ระบบยุติธรรมทางอาญาของไทยได้มีการพัฒนาและปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล โดยมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญดังนี้:

1. ระบบ e-Filing สำหรับการยื่นฟ้องคดีอาญา

ศาลยุติธรรมได้เปิดให้บริการระบบ CIOS (Case Information Online System) เต็มรูปแบบ ทำให้ทนายความสามารถ:

  • ยื่นคำฟ้องคดีอาญาผ่านระบบออนไลน์ได้
  • ตรวจสอบสถานะคดีได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • รับเอกสารคำสั่งศาลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
  • ลดระยะเวลาในการดำเนินคดี 30-40%

2. การพิจารณาคดีผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

ศาลสามารถพิจารณาคดีอาญาบางประเภทผ่านระบบ e-Court หรือ Video Conference ได้ โดยเฉพาะ:

  • การไต่สวนมูลฟ้อง
  • การสืบพยานบางกรณี
  • การอ่านคำพิพากษา
  • การประกันตัวฉุกเฉิน

3. กฎหมายใหม่ที่ส่งผลต่อการฟ้องคดีอาญาปี 2568

  • พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) กับการรวบรวมพยานหลักฐาน
  • พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ฉบับปรับปรุง ครอบคลุม Online Scam, Call Center, Phishing
  • กฎหมายฟอกเงินฉบับปรับปรุง ที่เชื่อมโยงกับสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency)
  • พ.ร.บ. ป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับ Deepfake สำหรับคดีหมิ่นประมาทและฉ้อโกงรูปแบบใหม่

4. คดีอาญาที่เพิ่มขึ้นในปี 2568

  • คดีฉ้อโกงออนไลน์ (Romance Scam, Investment Scam)
  • คดี Call Center หลอกลวงผ่านโทรศัพท์
  • คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
  • คดีการพนันออนไลน์
  • คดี Cyberbullying และหมิ่นประมาทบนโซเชียลมีเดีย
  • คดีการใช้ AI สร้างภาพหรือเสียงปลอม (Deepfake)

5. การขยายสิทธิผู้เสียหายและพยาน

  • โครงการคุ้มครองพยานในคดีอาญาที่เข้มแข็งขึ้น
  • การเยียวยาผู้เสียหายจากกองทุนยุติธรรม
  • ระบบ Case Tracking สำหรับผู้เสียหายติดตามคดี

ทำไมต้องใช้ทนายคดีอาญา ?

ความเสี่ยงหากไม่มีทนายความ

  1. อาจถูกลงโทษหนักเกินความผิดจริง
  2. ไม่ทราบสิทธิในการต่อสู้คดี
  3. ไม่สามารถนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการได้อย่างถูกต้อง
  4. อาจถูกชักนำให้รับสารภาพโดยไม่รู้ตัว
  5. เสียโอกาสในการต่อรองหรือประนีประนอมคดี

ประโยชน์ที่ได้จากการใช้ทนายความ

  • ปกป้องสิทธิของคุณ – ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
  • วิเคราะห์คดีอย่างเป็นระบบ – หาจุดอ่อนของฝ่ายโจทก์
  • เจรจาต่อรอง – กับอัยการ ตำรวจ และฝ่ายตรงข้าม
  • ลดโทษ หรือพ้นผิด – ด้วยกลยุทธ์ที่เหมาะสม
  • ดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอน – ไม่พลาดประเด็นสำคัญ

เมื่อถูกฟ้องคดีอาญา…ทนายความช่วยอะไรคุณได้บ้าง?

ในสถานการณ์ที่อิสรภาพของคุณแขวนอยู่บนเส้นด้าย การมี ทนายความคดีอาญา ที่เชี่ยวชาญเปรียบเสมือนมีเกราะคุ้มกันภัย สำนักงานทนายความติวานนท์ พร้อมยืนเคียงข้างคุณในทุกขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม : การเผชิญหน้ากับคดีอาญา ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือพยาน ล้วนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและสร้างความกดดันอย่างมาก การมีทนายความคดีอาญาที่มีประสบการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ทนายความจะทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ปกป้องสิทธิของคุณ และนำทางคุณผ่านขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้นสอบสวนไปจนถึงชั้นศาล เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับความเป็นธรรมสูงสุด

  • ชั้นสอบสวน (โรงพัก): ให้คำแนะนำก่อนให้การกับตำรวจ ร่วมรับฟังการสอบสวนเพื่อป้องกันการถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกเกลี้ยกล่อมให้รับสารภาพโดยไม่จำเป็น ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะไม่ให้การ หรือให้การก็ได้ และมีสิทธิที่จะมีทนายความอยู่ร่วมในการสอบสวนด้วย ทนายความจะช่วยตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการสอบสวน ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการให้การ และป้องกันการละเมิดสิทธิของผู้ต้องหา การให้การที่ผิดพลาดในชั้นนี้อาจส่งผลร้ายแรงต่อรูปคดีในอนาคตได้ ดังนั้น การปรึกษาทนายความก่อนให้การจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

  • ชั้นประกันตัว: ดำเนินการยื่น คำร้องขอปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว) ทั้งในชั้นโรงพักและชั้นศาล เพื่อให้คุณไม่ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำระหว่างสู้คดี การประกันตัวมีหลายรูปแบบ เช่น การใช้เงินสด หลักทรัพย์ หรือบุคคลเป็นหลักประกัน โดยศาลจะพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดี ความหนักเบาของข้อหา และความน่าเชื่อถือของผู้ขอประกัน ทนายความจะช่วยประเมินโอกาสในการประกันตัว จัดเตรียมเอกสาร และยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อศาล เพื่อให้ลูกความได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการดำเนินคดี ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาหรือจำเลย

  • ชั้นพิจารณาคดี (ศาล): วางรูปคดีอย่างรัดกุม คัดค้านพยานหลักฐานเท็จ และซักค้านพยานโจทก์เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หรือหาเหตุบรรเทาโทษให้เบาที่สุด ในชั้นพิจารณาคดี ทนายความจะทำหน้าที่นำเสนอพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ เพื่อสนับสนุนข้อเท็จจริงของลูกความ รวมถึงการซักค้านพยานของฝ่ายตรงข้าม เพื่อหักล้างข้อกล่าวหา การวางแผนกลยุทธ์ในการต่อสู้คดี การเตรียมพยาน และการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อศาลอย่างมีประสิทธิภาพ ล้วนเป็นบทบาทสำคัญของทนายความที่จะช่วยให้ลูกความได้รับผลที่เป็นธรรมที่สุด

 

ประเภทของคดีอาญา มี 2 ประเภท

ประเภทของคดีอาญา มี 2 ประเภท

เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างของคดีอาญาแต่ละประเภทได้ชัดเจนยิ่งขึ้น:
  1. คดีอาญาแผ่นดิน (คดีอาญาอันยอมความไม่ได้) : เป็นความผิดที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม รัฐจึงเป็นผู้เสียหายโดยตรงและมีอำนาจดำเนินคดี แม้ผู้เสียหายจะไม่ประสงค์ดำเนินคดีก็ตาม ตัวอย่างเช่น คดีฆ่าผู้อื่น คดีปล้นทรัพย์ คดีฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นคดีที่ร้ายแรงและมีโทษสูง การยอมความในคดีเหล่านี้ไม่สามารถทำได้โดยง่าย และกระบวนการยุติธรรมจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
  2. คดีอาญาอันยอมความได้ (คดีความผิดต่อส่วนตัว) : เป็นความผิดที่กระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลโดยตรง ผู้เสียหายมีสิทธิที่จะแจ้งความร้องทุกข์และดำเนินคดี หรือจะถอนคำร้องทุกข์และยอมความก็ได้ หากมีการยอมความ คดีก็จะระงับไป ตัวอย่างเช่น คดีหมิ่นประมาท คดีทำร้ายร่างกายที่ไม่เป็นอันตรายสาหัส คดีลักทรัพย์เล็กน้อย ซึ่งเป็นคดีที่ผู้เสียหายมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจว่าจะดำเนินคดีต่อไปหรือไม่

ข้อสังเกต ความผิดลหุโทษ แม้จะเป็นความผิดเล็กน้อยก็ตาม  แต่ถือว่าเป็นคดีอาญาแผ่นดินไม่ใช้คดีอันยอมความได้ เพียงแต่เป็นความผิดที่กำหนดโทษไว้ว่าถ้าผู้ใดกระทำความผิดลหุโทษ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายมาตรา 102  หรือให้จำไว้เลยว่าความผิดลหุโทษคือความผิดอาญาแผ่นดินไม่สามารถยอมความกันได้ แต่เป็นความผิดที่มี โทษเบาหรือโทษไม่ร้ายแรงเท่านั้น

อัปเดตล่าสุดปี 2568 ที่ส่งผลต่อการฟ้องคดีอาญา 

การเปลี่ยนแปลงสำคัญในกระบวนการยุติธรรม

  1. ระบบ e-Filing (CIOS): ยื่นฟ้องออนไลน์, ตรวจสอบสถานะคดี 24 ชม., ลดระยะเวลาดำเนินการ 30-40%
  2. การพิจารณาคดีผ่าน Video Conference: ใช้ได้กับการไต่สวนมูลฟ้อง, สืบพยานบางกรณี, อ่านคำพิพากษา, ประกันตัวฉุกเฉิน
  3. กฎหมายใหม่ที่เกี่ยวข้อง:
    • พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) กับการรวบรวมพยานหลักฐาน
    • พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ฉบับปรับปรุง (ครอบคลุม Online Scam, Phishing)
    • กฎหมายฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับ Cryptocurrency
    • พ.ร.บ. ป้องกันการกระทำผิดเกี่ยวกับ Deepfake
  4. คดีอาญาที่เพิ่มขึ้น:
    • ฉ้อโกงออนไลน์ (Romance/Investment Scam)
    • Call Center หลอกลวง
    • การพนันออนไลน์
    • Cyberbullying และหมิ่นประมาทบนโซเชียล
    • การใช้ AI สร้าง Deepfake
  5. การขยายสิทธิผู้เสียหาย: โครงการคุ้มครองพยานที่เข้มแข็ง, กองทุนยุติธรรมเยียวยา, ระบบ Case Tracking

เชี่ยวชาญพิเศษ! รับว่าความคดีอาญาครอบคลุมทุกประเภท

เรามีทีมทนายความที่มีประสบการณ์สูงในการต่อสู้คดีอาญาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายโจทก์ (ผู้เสียหาย) หรือจำเลย (ผู้ถูกกล่าวหา):

  1. คดีเกี่ยวกับทรัพย์: ลักทรัพย์, วิ่งราวทรัพย์, ชิงทรัพย์, ปล้นทรัพย์, ยักยอกทรัพย์, ฉ้อโกงประชาชน, รับของโจร

  2. คดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย: ฆ่าผู้อื่น, พยายามฆ่า, ทำร้ายร่างกาย, ข่มขืนกระทำชำเรา, อนาจาร

  3. คดียาเสพติด: ครอบครองเพื่อจำหน่าย, เสพขับ, และคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้อง

  4. คดีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์: โพสต์หมิ่นประมาท, แฮกข้อมูล, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ

 

อายุความของคดีอาญา

อายุความของคดีอาญา

อายุความของคดีอาญามีข้อแตกต่างกันเล็กน้อย ระหว่างคดีอาญาแผ่นดินหรือคดีอาญาอันยอมความไม่ได้กับคดีอาญาอันยอมความได้ (เป็นความผิดต่อส่วนตัว) ดังนี้

1.คดีอาญาแผ่นดิน หรือ คดีอาญาอันยอมความไม่ได้ กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95

ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ”

(1) 20 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 20 ปี

(2) 15 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่า 7 ปี แต่ยังไม่ถึง 20 ปี

(3) 10 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่า 1 ปี ถึง 7 ปี

(4) 5 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่า1 เดือน ถึง 1 ปี

(5) 1 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 เดือนลงมาหรือต้องระวางโทษอย่างอื่น

2.คดีอาญาอันยอมความได้ (เป็นความผิดต่อส่วนตัว)กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 96

คดีที่ยอมความได้ต้องแจ้งความดำเนินคดีภายใน 3 เดือน หรือฟ้องศาลภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวคนทำผิด

 

วิธีการเลือก ฟ้องคดีอาญา

เมื่อเราเป็นผู้ถูกทำ ถือว่าเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา มีวิธีดำเนินคดีอยู่ 2 วิธี

  • วิธีที่ 1 ร้องทุกข์แจ้งความต่อพนักงานตำรวจ/พนักงานสอบสวน เพื่อให้พนักงานตำรวจดำเนินการสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน หาตัวผู้ต้องหาหรือผู้กระทำความผิดมาสอบข้อเท็จจริง และสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการ เพื่อเป็นโจทก์ยืนฟ้องให้แก่ผู้เสียหาย
  • วิธีที่ 2 จ้างทนายความให้ดำเนินการฟ้องร้องคดีอาญาต่อศาลเอง มีข้อดีดังนี้

1.ไม่ต้องพึงพาตำรวจ คงจะพบหรือได้ยินกันมามากในกรณี ผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจปรากฏว่า สามเดือนก็แล้ว หกเดือนก็แล้ว ปีนึงก็แล้ว หรือนานกว่านั้น ตำรวจก็ไม่ทำอะไร แม้กระทั้งบางครั้งการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบสวนเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาก็มี มีการวิ่งเต้นเพื่อให้สำนวนคดีอ่อนลงก็มี

2.ลดหน้าที่ภาระของการดำเนินคดีผ่านรัฐ 

ส่วนทั้งนี้ใช้ว่าจะกล่าวถึงแต่ข้อดีของการว่าจ้างทนายความฟ้องคดีเอง การว่าจ้างทนายความให้ฟ้องคดีเองก็มีข้อเสีย ดังนี้

1.แสวงหาพยานหลักฐานเป็นไปได้ยาก เช่น ถ้ายังไม่ฟ้องคดี มีอำนาจไปขอดูกล้องวงจรปิดตามหน่วยงานรัฐหรือเอกชนได้ไหม ไม่มีอำนาจไปสอบสวนพยาน ไม่มีอำนาจออกหมายค้น (ต้องอาศัยขอความร่วมมืออย่างเดียว) 

2.เสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเอง

 

ขั้นตอนการว่าจ้างทนาย ฟ้องคดีอาญา

การว่าจ้างทนายฟ้องในการดำเนินฟ้องคดีอาญานั้น เมื่อเราตกเป็นผู้เสียหาย ไม่ว่าจะถูกทำร้าย ถูกหมิ่นประมาท ถูกลักทรัพย์ ฉ้อโกง เราก็มีสิทธิที่จะฟ้องคดีเองต่อศาลได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้

1.พบทนายความเพื่อสอบข้อเท็จจริงรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากการฟ้องคดีอาญาเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อให้ทนายความสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียด ว่าคดีที่จะฟ้องเป็นคดีอาญาจริงหรือไม่ พยานหลักฐานเพียงพอจะฟ้องได้ไหม (ถ้าฟ้องแล้วแพ้ก็มีสิทธิที่จะถูกฟ้องกลับได้)

2.ทนายความรวบรวมและจัดทำคำฟ้องให้ตรวจสอบ ใช้ระยะเวลา 1-2สัปดาห์ หรือนานกว่านั้น ระยะเวลาขึ้นอยู่กับรายละเอียดของคดี พอร่างคำฟ้องเสร็จก็ส่งให้ลูกความทำการตรวจสอบ สุดท้ายแล้วคนฟ้องคดี ต้องเป็นคนลงรายมือชื่อในคำฟ้องคดีอาญาเอง เพื่อตรวจสอบเนื้อหาว่าข้อเท็จจริงส่วนไหนยังไม่ถูกต้อง

3.ทนายความยื่นฟ้องต่อคดีอาญาต่อศาลศาล ศาลก็จะกำหนดวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ประมาณ 2 เดือน หลังจากวันที่ยื่นฟ้อง

4.ต้องซักซ้อมกับทนายความในขั้นตอนต่างๆให้เป็นอย่างดี

5.วันนัดไต่ส่วนมูลฟ้อง คือวันไปเล่าเรื่องให้ศาลฟังและแสดงพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เพื่อให้ศาลเชื่อว่าคดีที่ฟ้องมีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับพิจารณาได้ ศาลก็ประทับรับฟ้องคดีมีมูล

6.วันนัดพร้อมสอบคำให้การ จำเลยต้องมาศาล “เจรจาไกล่เกลี่ยเบื้องต้นกับจำเลยในวันนัดพร้อมสอบคำให้การ เช่น คดีหมิ่นประมาทอาจจะเรียกค่าเสียหายและให้จำเลยโพสต์ขอโทษ คดีเกี่ยวกับทรัพย์ก็ขอให้จำเลยชดใช้เงิน เป็นต้น ถ้าไม่เจรจาเลย เพื่อให้จำเลยได้รับโทษจำคุกก็เป็นสิทธิ์ของเราที่สามารถทำได้

7.ถ้าไกล่เกลี่ยไม่ได้ ก็นำเนินการฟ้องร้องตามขั้นตอนต่อไป นัดตรวจพยานหลักฐาน นัดสืบพยานต่อไป ประมาณสองนัด หากศาลพิพากษาว่าจำเลยผิด จำเลยก็ติดคุก

 

อย่ารอจนสาย ปรึกษาแนวทางสู้คดีอาญากับเราทันที

ขั้นตอนการฟ้องคดีอาญา (กรณีจ้างทนายความฟ้องเอง)

การจ้างทนายความฟ้องคดีเองมีข้อดีหลักคือ “ความรวดเร็ว” เพราะไม่ต้องรอสำนวนจากชั้นตำรวจที่อาจใช้เวลานาน โดยมีลำดับขั้นตอนทางศาลที่สำคัญดังนี้

1. การสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน

ทนายความจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด (พยานบุคคล, เอกสาร, ภาพถ่าย, กล้องวงจรปิด) เพื่อวิเคราะห์ว่าการกระทำนั้นเข้าองค์ประกอบความผิดอาญาตามกฎหมายข้อไหน

ข้อควรระวัง: ขั้นตอนนี้สำคัญมาก หากพยานหลักฐานไม่เพียงพอแล้วไปฟ้องศาล อาจเสี่ยงต่อการถูกจำเลยฟ้องกลับในข้อหา “ฟ้องเท็จ” ได้

2. การจัดทำและยื่นคำร้องฟ้องต่อศาล

ทนายความจะร่างคำฟ้องที่มีรายละเอียดวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ และพฤติการณ์ความผิดที่ชัดเจน จากนั้นจะนำคำฟ้องไปยื่นต่อศาลที่มีอำนาจ (เช่น ศาลแขวง หรือศาลอาญา ตามเขตอำนาจศาล)

3. ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง (Preliminary Examination)

ถือเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการฟ้องเอง

  • บทบาทของโจทก์: โจทก์ (ผู้เสียหาย) และทนายความต้องนำพยานหลักฐานไปสืบให้ศาลเห็นในเบื้องต้นว่า “คดีมีมูล”

  • สถานะของจำเลย: ในชั้นนี้จำเลยยังไม่ต้องมาศาลก็ได้ หรือมาเพียงเพื่อตั้งทนายความมาซักค้านพยานโจทก์ แต่จำเลยจะยังไม่มีสิทธินำพยานหลักฐานของตนเข้าสืบ

  • ผลลัพธ์: หากศาลเห็นว่าคดีมีมูล ศาลจะสั่ง “ประทับรับฟ้อง” และออกหมายเรียกจำเลยมาศาล

4. ชั้นนัดพร้อมสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน

เมื่อศาลรับฟ้องแล้ว จำเลยต้องมาศาลเพื่อแสดงตัวและให้การว่าจะ “รับสารภาพ” หรือ “ปฏิเสธ”

  • การประกันตัว: จำเลยต้องยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) ในชั้นนี้เพื่อสู้คดีนอกเรือนจำ

  • นัดตรวจพยาน: ทั้งสองฝ่ายจะนำบัญชีพยานมาแสดงต่อกัน เพื่อกำหนดจำนวนวันสืบพยาน

5. ชั้นพิจารณาคดี (การสืบพยานโจทก์และจำเลย)

  • สืบพยานโจทก์: ทนายความโจทก์นำพยานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลย

  • สืบพยานจำเลย: ทนายความจำเลยนำพยานเข้าสืบเพื่อหักล้างข้อกล่าวหา หรือแสดงเหตุแห่งความบริสุทธิ์

  • การซักค้าน: เป็นหน้าที่ของทนายความทั้งสองฝ่ายที่จะต้องใช้ไหวพริบในการซักค้านพยานฝ่ายตรงข้ามเพื่อหาช่องโหว่

6. การฟังคำพิพากษา

เมื่อสืบพยานเสร็จสิ้น ศาลจะนัดฟังคำพิพากษา

  • ยกฟ้อง: หากพยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

  • ลงโทษ: หากศาลเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริง โดยจะพิจารณาลงโทษตามกฎหมาย (ประหารชีวิต, จำคุก, กักขัง, ปรับ หรือริบทรัพย์สิน) หรืออาจให้รอการลงโทษ (รอลงอาญา) ตามดุลยพินิจ

อย่ารอจนสาย! ปรึกษาแนวทางสู้คดีอาญากับเราทันที

คดีอาญามีเดิมพันสูงถึงชีวิตและอิสรภาพ “เวลา” คือสิ่งที่มีค่าที่สุด หากคุณหรือคนใกล้ชิดได้รับหมายเรียก หรือถูกจับกุม อย่าตื่นตระหนก ติดต่อสำนักงานทนายความติวานนท์ เพื่อขอคำแนะนำเบื้องต้น ปรึกษาทนายคดีอาญา กับเราได้ทันที เราพร้อมสู้คดีให้คุณอย่างเต็มที่ด้วยข้อกฎหมายและพยานหลักฐานที่หนักแน่น

ค่าจ้างทนายความคดีอาญา : ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่าย

ค่าจ้างทนายความคดีอาญาไม่มีอัตราที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่
  • ความซับซ้อนของคดี : คดีที่มีข้อเท็จจริงซับซ้อน มีพยานหลักฐานจำนวนมาก หรือเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ มักจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าคดีทั่วไป
  • ระยะเวลาในการดำเนินคดี : คดีที่ใช้เวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี ย่อมมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าคดีที่ใช้เวลาสั้นๆ
  • ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทนายความ: ทนายความที่มีประสบการณ์สูงและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มักจะมีอัตราค่าจ้างที่สูงกว่า
  • ขั้นตอนของคดี : ค่าจ้างอาจแตกต่างกันไปในแต่ละชั้นตอน เช่น ชั้นสอบสวน ชั้นประกันตัว หรือชั้นพิจารณาคดี
  • พื้นที่ดำเนินคดี :ค่าจ้างทนายความในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ อาจสูงกว่าในต่างจังหวัด
ประเภทค่าใช้จ่าย โจทก์ จำเลย
ค่าทนายความ
ค่าธรรมเนียมศาล
ค่าพยานหลักฐาน
ค่าเดินทางทนาย
ค่าสำเนาเอกสาร

รายละเอียดค่าใช้จ่าย

1. ค่าทนายความ (ขึ้นกับชั้นศาล)

ชั้นศาลชั้นต้น

  • คดีเล็กน้อย (ไม่ซับซ้อน) : 30,000-80,000 บาท
  • คดีกลาง : 80,000-200,000 บาท
  • คดีใหญ่/ซับซ้อน : 200,000-500,000 บาท
  • คดีพิเศษ (ฆ่า/ยาเสพติดขนาดใหญ่) : 500,000 บาท ขึ้นไป

ชั้นอุทธรณ์

  • 50-70% ของค่าทนายชั้นต้น

ชั้นฎีกา:

  • 40-60% ของค่าทนายชั้นต้น

2. ค่าธรรมเนียมศาล (เฉพาะโจทก์)

  • ค่าขึ้นศาล : 200-500 บาท (ตามประเภทคดี)
  • ค่าหมายเรียก : 50 บาท/ฉบับ
  • ค่าสำเนาคำพิพากษา : 20 บาท/หน้า

3. ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

  • ค่าผู้เชี่ยวชาญ (ถ้ามี) : 10,000-100,000 บาท
  • ค่าแปลเอกสาร (ถ้ามี) : 500-1,000 บาท/หน้า
  • ค่าสำเนาสำนวน : 3,000-10,000 บาท

เคล็ดลับประหยัดค่าใช้จ่าย

  1. ปรึกษาทนายตั้งแต่เนิ่นๆ – ป้องกันปัญหาที่ซับซ้อนขึ้น
  2. เตรียมเอกสารครบถ้วน – ลดเวลาทำงานของทนาย
  3. พิจารณาการประนีประนอม – ถ้าเป็นคดีที่ประนีประนอมได้
  4. เลือกทนายตามความเชี่ยวชาญ – ไม่ใช่ราคาถูกที่สุด

ตัวอย่างคดีที่จัดการ (Case Studies)

Case Study 1 : คดีทำร้ายร่างกายที่เป็นการป้องกันตนเอง

สถานการณ์ : ลูกความถูกฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมีการทะเลาะวิวาทในร้านอาหาร

ปัญหาคดี

  • ฝ่ายโจทก์มีพยานบุคคล 3 คน
  • ลูกความไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์
  • มีรอยฟกช้ำที่ฝ่ายโจทก์

กลยุทธ์ของเรา

  1. หา CCTV จากร้านอาหาร (แสดงว่าโจทก์เป็นฝ่ายทำร้ายก่อน)
  2. เรียกพนักงานร้านอาหารมาเป็นพยาน
  3. ตรวจสอบ Timeline ของเหตุการณ์
  4. แสดงว่าเป็นการป้องกันตนเอง (มาตรา 68)

ผลลัพธ์ : ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลูกความพ้นผิด เพราะเป็นการป้องกันตนเองที่ชอบด้วยกฎหมาย

Case Study 2 : คดีหมิ่นประมาทออนไลน์

สถานการณ์ : ลูกความถูกฟ้องหมิ่นประมาทเพราะโพสต์บน Facebook วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของหน่วยงานราชการ

ปัญหาคดี

  • มีการใช้คำรุนแรงบางคำ
  • โพสต์เป็นสาธารณะ
  • ฝ่ายโจทก์อ้างว่าได้รับความเสียหาย

กลยุทธ์ของเรา

  1. อ้างเหตุยกเว้นความผิดตามมาตรา 329 (วิพากษ์วิจารณ์อย่างเป็นธรรม)
  2. แสดงว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องสาธารณะ
  3. แสดงว่ามีข้อมูลสนับสนุนที่ตรวจสอบได้
  4. นำหลักการ “เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น” ตามรัฐธรรมนูญมาอ้างอิง

ผลลัพธ์ : ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลูกความพ้นผิด เพราะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเป็นธรรมต่อเรื่องสาธารณะ

Case Study 3 : คดีฉ้อโกงที่ไม่มี ” เจตนาฉ้อโกง “

สถานการณ์ : ลูกความถูกฟ้องฉ้อโกงเพราะกู้เงินแล้วไม่คืน จำนวน 500,000 บาท

ปัญหาคดี

  • ลูกความกู้เงินจริง
  • ไม่สามารถคืนเงินได้ตามกำหนด
  • ถูกฟ้องว่าฉ้อโกง

กลยุทธ์ของเรา

  1. พิสูจน์ว่า “ความผิดสัญญา ≠ ฉ้อโกง”
  2. แสดงหลักฐานว่าตอนกู้มีเจตนาคืนจริง (มีการผ่อนบางส่วน)
  3. แสดงหลักฐานว่าล้มเหลวจากเหตุสุดวิสัย (ธุรกิจล้มเหลวจาก COVID-19)
  4. นำคำพิพากษาฎีกาที่แยกแยะเรื่อง “ผิดสัญญา vs ฉ้อโกง” มาอ้างอิง

ผลลัพธ์ : ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลูกความพ้นผิดในคดีอาญา แต่ยังต้องรับผิดชอบในคดีแพ่ง (คืนเงินต้น+ดอกเบี้ย)

Case Study 4 : คดีฉ้อโกงออนไลน์ Investment Scam

สถานการณ์: ลูกความถูกหลอกลงทุนในแพลตฟอร์มเทรด Cryptocurrency ปลอม สูญเงิน 2,500,000 บาท

กลยุทธ์ของเรา:

  • ติดตามเส้นทางการเงินผ่าน Blockchain
  • ประสานงานกับ ปอท. และ ปปง.
  • รวบรวมหลักฐานดิจิทัล (Chat, เว็บไซต์ปลอม)
  • ฟ้องคดีอาญาฐานฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน

ผลลัพธ์: จับกุมแก๊งฉ้อโกงได้ 5 คน ลูกความได้รับเงินคืน 1,800,000 บาท

Case Study 5 : คดี Deepfake หมิ่นประมาท

สถานการณ์: ลูกความถูกนำภาพไปตัดต่อด้วย AI สร้างภาพอนาจารปลอม เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย

กลยุทธ์ของเรา:

  • ใช้ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Forensic ตรวจสอบภาพ
  • ฟ้องคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
  • เรียกค่าเสียหายทางแพ่งควบคู่กัน

ผลลัพธ์: ผู้กระทำผิดถูกตัดสินจำคุก 2 ปี และต้องชดใช้ค่าเสียหาย 500,000 บาท

Case Study 6: คดีทำร้ายร่างกาย → ใช้ CCTV พิสูจน์ป้องกันตนเอง → พ้นผิด

Case Study 7: คดีหมิ่นประมาทออนไลน์ → อ้างวิจารณ์โดยสุจริตต่อเรื่องสาธารณะ → พ้นผิด

Case Study 8: คดีฉ้อโกง (กู้เงินไม่คืน) → พิสูจน์ขาดเจตนาฉ้อโกง → พ้นผิดทางอาญา (แต่ต้องรับผิดทางแพ่ง)

Case Study9: คดีฉ้อโกงออนไลน์ Investment Scam → ติดตามเส้นทางเงินบล็อกเชน → จับกุมได้ เงินคืนบางส่วน

Case Study 10: คดี Deepfake หมิ่นประมาท → ใช้ Digital Forensic → ผู้กระทำผิดติดคุก จ่ายค่าเสียหาย

FAQ คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ คดีอาญาและการจ้างทนายความ

Q1. หากถูกจับกุม ควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก ?

A: สิ่งสำคัญที่สุดคือตั้งสติ และแจ้งความประสงค์ที่จะติดต่อทนายความทันที คุณมีสิทธิที่จะไม่ให้การจนกว่าทนายความจะมาถึง และไม่ควรลงนามในเอกสารใดๆ โดยที่ยังไม่ได้ปรึกษาทนายความ

Q2. สามารถขอทนายความอาสาได้หรือไม่ ?

A: ได้ครับ หากคุณมีฐานะยากจนหรือไม่สามารถจัดหาทนายความได้ คุณสามารถร้องขอทนายความอาสาจากศาลหรือสภาทนายความได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

Q3. คดีอาญาใช้เวลานานแค่ไหน ?

A: ระยะเวลาของคดีอาญาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดี จำนวนพยานหลักฐาน และภาระงานของศาล บางคดีอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน แต่บางคดีที่ซับซ้อนอาจใช้เวลาเป็นปีหรือหลายปี

Q4. หากเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา ควรทำอย่างไร ?

A: หากคุณเป็นผู้เสียหาย ควรแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็วที่สุด รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินการทางกฎหมายในการเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

Q5: ถ้าถูกเรียกไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจ ต้องทำอย่างไร ?

A : อย่าไปคนเดียว – ติดต่อทนายไปด้วย / ใช้สิทธิ์เงียบ – หากยังไม่พร้อม (ไม่ถือว่ารับสารภาพ) / อย่ารับสารภาพก่อนปรึกษาทนาย – แม้จะผิดจริง / ขอดูพยานหลักฐาน – ก่อนให้ปากคำ / อ่านบันทึกก่อนเซ็น – ตรวจสอบความถูกต้อง

Q6: คดีอาญาสามารถถอนฟ้องได้ไหม ?

A : ขึ้นกับประเภทคดี

คดีที่ถอนฟ้องได้ (คดีอันยอม)

  • ทำร้ายร่างกายเล็กน้อย
  • หมิ่นประมาท
  • บุกรุก
  • ทำให้เสียทรัพย์

เงื่อนไข :

  1. โจทก์ยินยอมถอนฟ้อง
  2. ต้องถอนก่อนศาลพิพากษา
  3. จำเลยต้องยินยอมด้วย (ในบางกรณี)

คดีที่ถอนฟ้องไม่ได้ (คดีสาธารณะ)

  • ฆ่าคน
  • ยาเสพติด
  • ข่มขืน
  • ทุจริตต่อหน้าที่

เหตุผล : เป็นคดีที่กระทบต่อสังคม รัฐต้องดำเนินคดีต่อไป

 

สำนักงานทนายความติวานนท์

ยินดีให้คำปรึกษาและประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการดำเนินคดีได้อย่างเหมาะสม

สอบถามค่าจ้างทนายความ ในการฟ้องลูกหนี้ ผ่านช่องทางไหนได้บ้าง

เว็บไซต์ www.tiwanonlaw.com
เบอร์โทร 02-125-2511
E-mail info@tiwanonlaw.com
Facebook www.facebook.com/tiwanonlaw
Line https://line.me/ti/p/@tiwanonlaw
YouTube https://www.youtube.com/@tiwanonlaw

ขอแนะนำให้ท่าน มาพบทนายด้วยตนเองดีที่สุด เพราะการสอบข้อเท็จจริงที่ดีที่สุดระหว่างทนายความกับลูกความ คือการมานั่งคุยกันต่อหน้า

การคุยกันทางโทรศัพท์ ทางไลน์ ทางอีเมล์ อย่างไรเสียก็สู้มานั่งคุยกันต่อหน้าไม่ได้ เพราะทำให้เข้าใจข้อเท็จจริงต่างๆได้ละเอียดกว่า และสามารถซักถาม ทำความเข้าใจและจับกิริยาอาการต่างๆได้ดีที่สุด

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการฟ้องคดีแพ่ง ฟ้องคดีอาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ฟ้องชู้ ฟ้องขับไล่ ฟ้องลูกหนี้
การทำงานครอบคลุมถึง การออกโนติส การฟ้องคดีโดยตรง การทำงานร่วมกับตำรวจและพนักงานอัยการ
การร้องขอความเป็นธรรม การประกันตัวผู้ต้องหา การไต่สวนมูลฟ้อง การเขียนคำให้การของจำเลย การฟ้องแย้ง
การยื่นอุทธรณ์และการยื่นฎีกา รวมทั้งการสืบทรัพย์ การบังคับคดี และการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

อัตราค่าจ้างทนาย ต้องสอบถามทางบริษัทเท่านั้น สามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อทนาย

โทร

แชทไลน์

อีเมล

สำนักงาน

ทนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฏหมาย
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
อ่านบทความล่าสุด