คดียักยอกทรัพย์ เป็นคดีเกี่ยวกับทรัพย์ที่หลายคนมักสับสนกับความผิดฐานลักทรัพย์ โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง เช่น พนักงานนำเงินของบริษัทไปใช้ส่วนตัว เจ้าหน้าที่การเงินโอนเงินของบริษัทเข้าบัญชีตนเอง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลทรัพย์สินนำทรัพย์นั้นไปขาย
หัวใจสำคัญของความผิดฐานยักยอกทรัพย์ คือ ผู้กระทำมีทรัพย์ของบุคคลอื่นอยู่ในความครอบครองอยู่ก่อนแล้ว แต่ภายหลังกลับเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ซึ่งแตกต่างจากการลักทรัพย์ที่มีลักษณะเป็นการเอาทรัพย์ออกจากการครอบครองของผู้อื่น
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 กำหนดความผิดฐานยักยอก โดยมีโทษพื้นฐานจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ คดียักยอกทรัพย์คืออะไร ยักยอกทรัพย์เป็นคดีแพ่งหรืออาญา โทษกี่ปี ยอมความได้ไหม อายุความกี่ปี ไปจนถึงแนวทางรับมือเมื่อถูกแจ้งความหรือได้รับหมายเรียก

คดียักยอกทรัพย์ คืออะไร
คดียักยอกทรัพย์ คือ คดีอาญาเกี่ยวกับทรัพย์ ซึ่งโดยหลักเป็นกรณีที่ผู้กระทำมีทรัพย์ของผู้อื่น หรือทรัพย์ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย อยู่ในความครอบครองของตนก่อนแล้ว แต่ภายหลังกลับเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ซึ่งแตกต่างจากการลักทรัพย์ที่เป็นการเอาทรัพย์ออกไปจากการครอบครองของผู้อื่น
ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ถูกกำหนดไว้ใน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352–356 โดยมาตรา 352 เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ทั่วไป มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนมาตรา 353 เป็นกรณีผู้ที่ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นแล้วกระทำผิดหน้าที่โดยทุจริต และมาตรา 354 กำหนดโทษหนักขึ้นสำหรับผู้กระทำที่อยู่ในฐานะพิเศษ เช่น ผู้จัดการทรัพย์สินตามคำสั่งศาลหรือตามพินัยกรรม
นอกจากนี้ มาตรา 355 ยังครอบคลุมกรณีการเบียดบังสังหาริมทรัพย์อันมีค่าที่ซ่อนหรือฝังไว้ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่มาตรา 356 กำหนดให้ความผิดในหมวดยักยอกเป็น ความผิดอันยอมความได้ จึงสามารถเจรจา ไกล่เกลี่ย หรือยอมความกันได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยศาลยุติธรรมก็ระบุว่าคดียักยอกเป็นหนึ่งในคดีอาญาประเภทยอมความได้ที่สามารถเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องได้
แบบไหนถึงเรียกว่ายักยอกทรัพย์?
ความผิดฐานยักยอกทรัพย์จะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลหนึ่งได้รับหรือมีทรัพย์ของผู้อื่นอยู่ในความครอบครอง และต่อมาเกิดเจตนาทุจริต เบียดบังเอาทรัพย์ดังกล่าวเป็นของตนเองหรือบุคคลอื่น
ตัวอย่างที่พบได้ เช่น
- พนักงานเก็บเงินค่าสินค้าแล้วนำเงินไปใช้ส่วนตัว
- ลูกจ้างได้รับมอบหมายให้รับเงินจากลูกค้า แต่ไม่ส่งเงินเข้าบริษัท
- ยืมโทรศัพท์ของเพื่อนแล้วนำไปจำนำหรือขาย
- ได้รับมอบหมายให้ดูแลทรัพย์สิน แต่กลับนำทรัพย์นั้นไปขาย
- เช่ารถยนต์มาแล้วนำรถไปขายหรือจำนำ
- ผู้จัดการมรดกนำทรัพย์มรดกที่ตนมีหน้าที่จัดการไปเป็นของตนเอง
แต่การจะพิจารณาว่าข้อเท็จจริงใดเข้าข่าย “ยักยอกทรัพย์” จริงหรือไม่ ต้องดูรายละเอียดเรื่องการครอบครองทรัพย์ เจตนาทุจริต สิทธิในทรัพย์ และพฤติการณ์ของแต่ละคดีประกอบกัน ไม่สามารถพิจารณาจากเพียงข้อกล่าวหาอย่างเดียวได้

คดียักยอกทรัพย์เป็นคดีอะไร?
คดียักยอกทรัพย์เป็น คดีอาญา เนื่องจากความผิดฐานยักยอกถูกบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ลักษณะความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
อย่างไรก็ตาม ในเหตุการณ์เดียวกัน ผู้เสียหายอาจมีสิทธิเรียกร้องทางแพ่งควบคู่ไปด้วย เช่น เรียกให้คืนทรัพย์ ชำระเงิน หรือชดใช้ค่าเสียหาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
ดังนั้น หากเกิดกรณีพนักงานนำเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัว บริษัทอาจดำเนินคดีอาญาฐานยักยอก และพิจารณาการเรียกค่าเสียหายในส่วนที่เกี่ยวข้องได้ด้วย
คดียักยอกทรัพย์ โทษ ติดคุกกี่ปี
การยักยอกทรัพย์โดยปกติถือเป็นความผิดในมาตรา 352 ถึงอย่างนั้น ยักยอกทรัพย์ในรูปแบบอื่นๆ มีโทษแตกต่างกันไปตามลักษณะของการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา แบ่งระดับความรุนแรงของโทษ ดังนี้
1. ความผิดตามมาตรา 352
ยักยอกทรัพย์ทั่วไป มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีตัวอย่างของการยักยอกทรัพย์ทั่วไป เช่นพนักงานเก็บเงินนำเงินค่าสินค้าไปใช้ส่วนตัว ยืมโทรศัพท์เพื่อนแล้วนำไปจำนำ เช่ารถยนต์แล้วนำไปขายต่อ ทั้งนี้ สำหรับกรณีที่ได้ทรัพย์มาโดยผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิด หรือเป็นทรัพย์สินหาย จะได้รับโทษกึ่งหนึ่ง
2. ความผิดตามมาตรา 353
ยักยอกทรัพย์ในฐานะผู้ดูแลทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีตัวอย่างเช่น ผู้จัดการร้านนำเงินในตู้นิรภัยไปใช้ส่วนตัว เจ้าหน้าที่การเงินโอนเงินบริษัทเข้าบัญชีตนเอง หรือผู้ดูแลทรัพย์สินนำทรัพย์ที่ดูแลไปขาย
3. ความผิดตามมาตรา 354
ยักยอกในฐานะผู้จัดการตามคำสั่งศาลหรือพินัยกรรม ในกรณีนี้ผู้กระทำผิดจะได้รับโทษหนักขึ้น มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เช่นในกรณีผู้จัดการมรดกนำทรัพย์มรดกไปเป็นของตน ผู้พิทักษ์ทรัพย์นำทรัพย์ของลูกหนี้ไปขาย หรือทนายความนำเงินที่ได้รับมอบหมายให้จัดการไปใช้ส่วนตัว
4. ความผิดตามมาตรา 355
ยักยอกทรัพย์มีค่าที่ซ่อนหรือฝังไว้ กรณีนี้ ผู้กระทำผิดจะได้รับโทษเบากว่ากรณีอื่น คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ยกตัวอย่างเช่นในกรณีพบของโบราณในที่ดินแล้วไม่แจ้งทางการ ขุดพบทองคำโบราณแล้วนำไปขาย พบทรัพย์สินมีค่าของผู้อื่นที่ถูกฝังไว้แล้วเก็บไว้เอง

คดียักยอกทรัพย์ ติดคุกไหม?
มีโอกาสได้รับโทษจำคุกได้ เนื่องจากกฎหมายกำหนดโทษจำคุกสำหรับความผิดฐานยักยอกเอาไว้โดยตรง
แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาหรือถูกฟ้องคดียักยอกทุกคนจะต้องถูกจำคุกเสมอไป เพราะผลของคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน พฤติการณ์แห่งคดี ประวัติของจำเลย การชดใช้ความเสียหาย รวมถึงกระบวนการพิจารณาของศาล
ดังนั้น หากได้รับหมายเรียกหรือทราบว่ากำลังถูกดำเนินคดี ไม่ควรสรุปจากกรณีของบุคคลอื่นว่า “ต้องติดคุกแน่นอน” หรือ “จ่ายเงินแล้วคดีจะจบแน่นอน” เพราะแต่ละคดีมีรายละเอียดแตกต่างกัน
คดียักยอกทรัพย์ ยอมความได้ไหม?
การยักยอกทรัพย์เป็นความผิดอาญาต่อส่วนตัว ดังนั้น จึงสามารถเจรจาได้ แล้วหากผู้เสียหายพึงพอใจก็ตกลงยอมความกันได้ ทั้งนี้หากต้องการดำเนินการฟ้องร้อง คดียักยอกทรัพย์จะนับอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 หรือก็คือต้องแจ้งความหรือฟ้องภายใน 3 เดือน นับแต่ทราบเรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด หากปล่อยไว้จะถือว่าคดีความขาดอายุ และไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้
คดียักยอกทรัพย์ อายุความกี่ปี?
เรื่องอายุความของคดียักยอกต้องแยกให้ชัดระหว่าง อายุความร้องทุกข์ กับ อายุความดำเนินคดีอาญา
เนื่องจากยักยอกทรัพย์เป็นความผิดอันยอมความได้ หากผู้เสียหายประสงค์จะร้องทุกข์ จะต้องดำเนินการภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96
ส่วนอายุความคดีอาญาตามมาตรา 95 พิจารณาจากอัตราโทษสูงสุดของความผิด เช่น ความผิดที่มีโทษจำคุกสูงสุดกว่า 1 ปีถึง 7 ปี มีอายุความ 10 ปีนับแต่วันกระทำความผิด
ดังนั้น ไม่ควรเข้าใจว่า “คดียักยอกมีอายุความ 10 ปี จึงรอแจ้งความเมื่อไรก็ได้” เพราะสำหรับความผิดอันยอมความได้ ยังมีเงื่อนไขเรื่องการร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ทางออกคดียักยอกทรัพย์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง
หนึ่งในกรณีที่พบได้บ่อยคือ นายจ้างตรวจสอบพบว่าพนักงานหรืออดีตพนักงานนำเงินหรือทรัพย์สินของบริษัทไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
หากเกิดเหตุลักษณะนี้ แนวทางเบื้องต้นอาจประกอบด้วย
- ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐาน
เช่น เอกสารบัญชี รายการเดินบัญชี ใบเสร็จ กล้องวงจรปิด เอกสารรับเงิน ข้อความสนทนา หรือหลักฐานการรับมอบทรัพย์ - ประเมินความเสียหายให้ชัดเจน
ควรทราบว่าความเสียหายเกิดขึ้นจำนวนเท่าใด เกิดขึ้นเมื่อใด และเกี่ยวข้องกับรายการใดบ้าง - พูดคุยเรื่องการชดใช้ความเสียหาย
หากคู่กรณียอมรับข้อเท็จจริงและพร้อมชดใช้ อาจเจรจาเรื่องจำนวนเงิน ระยะเวลา และการผ่อนชำระ - ทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
ไม่ควรอาศัยเพียงการพูดคุยด้วยวาจา เพราะหากภายหลังเกิดข้อพิพาทจะตรวจสอบเงื่อนไขได้ยาก - ปรึกษาทนายก่อนดำเนินการสำคัญ
โดยเฉพาะการแจ้งความ การเจรจา การทำสัญญาชดใช้ หรือการถอนคำร้องทุกข์
แนวทางการเจรจาและทำข้อตกลงชดใช้ความเสียหายก่อนหรือระหว่างการดำเนินคดี เป็นหนึ่งในแนวทางที่บทความต้นฉบับให้ความสำคัญเช่นกัน
ได้รับหมายเรียกคดียักยอกทรัพย์ ควรทำอย่างไร?
หากได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน ไม่ควรละเลยหมายหรือหลีกเลี่ยงการติดต่อเจ้าหน้าที่
ควรตรวจสอบก่อนว่า
- ถูกกล่าวหาเรื่องอะไร
- เหตุเกิดเมื่อใด
- ทรัพย์หรือเงินที่ถูกกล่าวหามีจำนวนเท่าไร
- มีหลักฐานใดเกี่ยวข้อง
- ตนได้รับทรัพย์ดังกล่าวมาในฐานะใด
- มีหลักฐานการคืนเงิน คืนทรัพย์ หรือการตกลงกับผู้เสียหายหรือไม่
หลังจากนั้นควรรวบรวมเอกสารให้ครบ และหากคดีมีมูลค่าความเสียหายสูงหรือข้อเท็จจริงซับซ้อน ควรให้ทนายตรวจสอบก่อนให้ถ้อยคำหรือทำข้อตกลงสำคัญ

คดียักยอกทรัพย์ ประกันตัวเท่าไหร่?
ในเรื่องเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่ใช้ การประกันตัวข้อหายักยอก ใช้ประมาณ 100,000 บาทขึ้นไป(เงินสด) ส่วนหลักทรัพย์อื่น ให้ทำการสอบถามกับเจ้าหน้าที่ที่ทำการประกันตัวอีกครั้งว่าใช้กี่บาทโดยสอบถามที่ประชาสัมพันธ์ของศาลที่รับฟ้องคดีไว้จะได้รู้ว่า ใช้เป็นโฉนดที่ดินกี่บาท หรือใช้เงินสดกี่บาท ท่านเองจะได้เตรียมการหาเงิน เตรียมเอกสารต่างๆได้ถูกต้อง ในเรื่อง ประกันตัวจะได้ไร้ปัญหา และประสบผลสำเร็จ อันเป็นผลดีต่อตัวผู้ต้องหาเอง
คดียักยอกทรัพย์รถยนต์ ติดคุกกี่ปี?
- คดีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ เป็นคดีอันยอมความได้กฎหมายจึงกำหนดให้ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ หรือฟ้องเป็นคดีอาญา ภายใน 3 เดือน นับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เพื่อดำเนินคดีมิฉะนั้นคดีจะขาดอายุความ แต่ถ้ารู้เมื่อพ้นกำหนด 10 ปี นับแต่วันเกิดเหตุแล้ว จะดำเนินคดีไม่ได้ เพราะคดีขาดอายุความ
- ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ระบุว่า ผู้ใดครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น หรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
หนทางแก้ไข เมื่อต้องคดียักยอกทรัพย์
เมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับคดีความแล้ว แน่นอนว่าเรื่องของการดำเนินการ การฟ้องร้องเอาผิดต่อผู้ยักยอกทรัพย์ หรือหากตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์ก็ตาม การที่จะจัดการกับทุกอย่างตามขั้นตอนอาจไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้งการจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ ก็ยังเป็นเรื่องยาก ดังนั้นการหาที่ปรึกษากฎหมายให้เข้ามาช่วยดูแล จัดการ ก็เป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด และช่วยให้คุณตกลงกับทางคู่กรณี หรือผู้เสียหายได้ง่ายด้วย
โดยในกรณีที่นายจ้างต้องดำเนินคดีต่อพนักงานหรืออดีตพนักงาน การมีทนายความช่วยดูแลคดีตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ขั้นตอนต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงในการถูกโต้แย้ง หรือกล่าวหาว่ากระทำเกินกว่าเหตุ ทั้งยังสามารถช่วยจัดทำเอกสาร เช่น หนังสือแจ้งความ สัญญาการชดใช้ หรือการเจรจาไกล่เกลี่ยให้เป็นทางการและปลอดภัยต่อบริษัทอีกด้วย

คดียักยอกทรัพย์ ไกล่เกลี่ยได้ไหม?
คดีฟ้องยักยอกทรัพย์สามารถทำการไกล่เกลี่ยได้ โดยเฉพาะหากผู้กระทำผิดยอมชดใช้ค่าเสียหาย และผู้เสียหายพอใจในข้อตกลง การไกล่เกลี่ยอาจเกิดขึ้นในชั้นตำรวจ อัยการ หรือแม้แต่ในศาล ทั้งนี้ การถอนฟ้องหรือบรรเทาโทษขึ้นอยู่กับเจตนาและความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย
ตัวอย่างคำถามเกี่ยวกับคดียักยอกทรัพย์จาก Pantip
1. สวัสดี อยากขอสอบถามเรื่อง คดียักยอกทรัพย์ ค่ะ
ตอนนี้ศาลได้ตัดสินเด็ดขาดแล้ว มีโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ตอนนี้ได้ยื่นประกันตัว แต่ด้วยจำนวนเงินประกันตัวไม่เพียงพอ ทางศาลจึงให้ใส่กำไลEM และ ยื่นอุทธรณ์ทุกเดือน อยากถามว่ามีวิธีไหนบ้างที่เราไม่ต้องเข้าคุกได้บ้างไหม เราสามารถให้ทนายไกล่เกลี่ยได้ไหม เรายินยอมใช้หนี้ให้เป็นรายเดือน ตามกำลังที่เราไหว พอจะเป็นไปได้ไหมค่ะ
ที่มา: https://pantip.com/topic/43271572
2. สวัสดีค่ะอยากได้คำปรึกษาค่ะ
พอดีหนูได้กระทำผิดต่อบริษัทแต่ยินดีจะรับผิดชอบทุกอย่าง บริษัทได้แจ้งความไว้และตอนนี้หนูได้หมายเรียกไปพบเจ้าหน้าที้ในวันที้22มีนาคมนี้ อยากทราบว่าจะโดนจำคุกไหม และถ้าเรื่องเข้าสู่ชั้นศาล สามารถไกล่เกลี่ยนัดจ่ายได้ไหม ไม่อยากติดคุก ท้องอยู่ด้วย ยินดีรับผิดชิบทุกอย่าง ขอคำปรึกษาหน่อยค่ะ.
ที่มา: https://pantip.com/login?redirect=Zm9ydW0vbmV3X3RvcGlj
3. น้องสาวผมทำงานในบริษัทเเห่งหนึ่งครับ
เเล้วโดนทางบริษัทฟ้องศาลว่ายักยอกทรัพย์ โดยน้องสาวโดนดำเนินคดีอาญา เริ่มต้น ศาลตัดสินให้ผ่อนชำระหนี้คืน ซึ่งน้องสาวก้อได้ผ่อนส่งมาเเล้วจำนวนหนึ่ง เเต่ด้วยมีเหตุการณ์มิคาดคิดเกิดขึ้น คือเเม่กลับมาล้มป่วยเป็นโรคมะเร็งเลยมิได้ติดตามเเละทำการผ่อนชำระหนี้ จนผ่านระยะเวลามาหลายเดือน อีกทั้งด้วยความสะเพร่าที่มิได้ติดตามคดี จนทำให้ศาลตัดสินจำคุกเเละคดีถึงที่สุดเเล้ว เเละเมื่ออาการป่วยของเเม่ดีขึ้นเลยติดต่อเพื่อจะทำการจ่ายชำระหนี้สิ้น เเต่กลับกลายเป็นคดีได้ถึงที่สุดเเล้ว ไม่อาจถอนฟ้องคดีอาญาได้ อยากขอคำเเนะนำครับ ยังพอมีวิธีช่วยเหลือรึเเก้ไขอะไรได้อีกไหมครับ ด้วยความรู้ไม่เท่าถึงการณ์ด้านกฎหมาย จนทำให้เรื่องเกินเลย ขอโทษที่อาจพิมเเบบบ้านๆน่ะครับ ขอรบกวนเพื่อนพี่น้องช่วยให้ความคิดเห็นข้อเสนอเเนะหน่อยครับ ยังพอมีโอกาศให้ได้กลับตัวกลับใจได้รึป่าว
ที่มา: https://pantip.com/topic/37791809/desktop
สรุป คดียักยอกทรัพย์ ควรรับมืออย่างไร?
คดียักยอกทรัพย์เป็นคดีอาญาเกี่ยวกับการที่ผู้กระทำมีทรัพย์ของผู้อื่นอยู่ในความครอบครอง แล้วเบียดบังเอาทรัพย์นั้นไปโดยทุจริต โดยความผิดทั่วไปตามมาตรา 352 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะเดียวกัน ความผิดในหมวดยักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ จึงสามารถเจรจาเรื่องการคืนทรัพย์หรือชดใช้ความเสียหายได้ แต่ผู้เสียหายต้องให้ความสำคัญกับกำหนดร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำด้วย
สำหรับผู้ที่ถูกกล่าวหา ไม่ควรหลีกเลี่ยงหมายเรียกหรือรีบลงนามในเอกสารโดยยังไม่เข้าใจผลทางกฎหมาย ส่วนผู้เสียหายควรรวบรวมหลักฐานให้ครบและตรวจสอบอายุความก่อนดำเนินการ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคดียักยอกทรัพย์
คดียักยอกทรัพย์ จ่ายเงินคืนแล้วคดีจบเลยไหม?
ไม่จำเป็นต้องจบโดยอัตโนมัติครับ การคืนเงินหรือชดใช้ความเสียหายเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาระหว่างคู่กรณี แต่ยังต้องพิจารณาว่าผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์หรือดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายแล้วหรือไม่ รวมถึงคดีอยู่ในขั้นตอนใด
ถูกกล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์แต่ไม่ได้ทำ ควรทำอย่างไร?
ควรรวบรวมหลักฐานที่แสดงที่มาของการครอบครองทรัพย์ การใช้เงิน การส่งมอบ การคืนทรัพย์ และข้อความหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง จากนั้นนำข้อเท็จจริงให้ทนายช่วยตรวจสอบก่อนให้ถ้อยคำหรือดำเนินการสำคัญ
คดียักยอกทรัพย์กับลักทรัพย์ต่างกันอย่างไร?
จุดสำคัญอยู่ที่การครอบครองทรัพย์ โดยคดียักยอกมักเป็นกรณีที่ผู้กระทำมีทรัพย์อยู่ในความครอบครองก่อนแล้วจึงเบียดบังเอาไปโดยทุจริต ส่วนลักทรัพย์เป็นการเอาทรัพย์ไปจากการครอบครองของผู้อื่น อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายคดี
หาทนายคดียักยอกทรัพย์ ปรึกษาสำนักงานทนายความติวานนท์
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้เสียหาย นายจ้างที่พบว่าพนักงานนำเงินหรือทรัพย์สินของบริษัทไปใช้ หรือผู้ที่กำลังถูกกล่าวหาและได้รับหมายเรียกใน คดียักยอกทรัพย์ การตรวจสอบข้อเท็จจริงและวางแนวทางดำเนินคดีตั้งแต่ต้นมีความสำคัญอย่างมาก
สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการปรึกษาคดีอาญาและดำเนินการ ฟ้องคดีอาญา พร้อมช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน การแจ้งความ การให้คำปรึกษาก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน การเจรจาไกล่เกลี่ย และการดำเนินคดีในศาล
ช่องทางติดต่อสำนักงานทนายความติวานนท์
- เบอร์โทร 02-125-2511
- เวลาทำการ 08.00-17.00 น. ทนายหยุดวันอาทิตย์
- E-mail: info@tiwanonlaw.com
- Facebook: www.facebook.com/tiwanonlaw
- Line: https://line.me/ti/p/@tiwanonlaw
- Youtube: สำนักงานทนายความติวานนท์
- ติดต่อเรา: แผนที่สำนักงานทนายความติวานนท์
- เว็บไซต์: สำนักงานทนายความติวานนท์
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลกฎหมายเบื้องต้นเท่านั้น ข้อเท็จจริงและผลทางกฎหมายของแต่ละคดีอาจแตกต่างกัน หากมีคดีเกิดขึ้นจริงควรนำเอกสารและรายละเอียดให้ทนายความตรวจสอบโดยตรง
อ้างอิง
- กฎหมายความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ในคดีอาญา – สำนักงานกิจการยุติธรรม
- การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้อง – สำนักงานศาลยุติธรรม


