เวลามีปัญหากับใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยืมเงินแล้วไม่คืน ซื้อขายแล้วมีปัญหา ผิดสัญญา ค่าเสียหาย หรือเรื่องอื่น ๆ หลายคนอาจคิดว่า “คงต้องฟ้องศาลอย่างเดียวแล้ว” แต่จริง ๆ แล้ว ยังมีอีกทางเลือกที่ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายลองคุยกันก่อน โดยไม่ต้องรีบขึ้นศาลทันที นั่นก็คือ การไกล่เกลี่ย ค่ะ
สำนักงานศาลยุติธรรมมีช่องทาง ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง เพื่อให้คู่กรณีได้ลองตกลงกันก่อน โดยมีคนกลางคอยช่วยพูดคุยและหาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายพอรับได้ ถ้าตกลงกันได้ก็อาจไม่ต้องเสียเวลาไปสู้คดีกันต่อ ช่วยประหยัดทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และลดความเครียดลงได้ค่ะ
⚖️ ไกล่เกลี่ย คืออะไร?
ถ้าจะอธิบายแบบง่าย ๆ ไกล่เกลี่ย คือ การให้คนสองฝ่ายที่มีปัญหากันมานั่งคุยเพื่อหาทางจบเรื่องร่วมกัน โดยมีคนกลางที่เรียกว่า “ผู้ไกล่เกลี่ย” หรือ “ผู้ประนีประนอม” คอยช่วยให้การพูดคุยเป็นไปอย่างราบรื่นค่ะ
คนกลางไม่ได้เป็นคนตัดสินว่าใครผิดหรือใครถูก และไม่ได้บังคับว่าฝ่ายไหนต้องยอม แต่จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดถึงปัญหา ความต้องการ และเงื่อนไขที่แต่ละคนพอรับได้
ยกตัวอย่าง เช่น นาย A ให้เพื่อนยืมเงิน 100,000 บาท แต่เพื่อนไม่สามารถคืนทั้งหมดได้ตามกำหนด หากทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยกัน อาจตกลงใหม่ว่าให้แบ่งจ่ายเดือนละ 10,000 บาท เป็นเวลา 10 เดือน แบบนี้ก็อาจช่วยให้เรื่องจบได้โดยไม่ต้องสู้คดีกันยาวค่ะ

🤝 ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง คืออะไร?
ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ก็คือ การลองคุยตกลงกันก่อนที่จะมีการยื่นฟ้องคดีต่อศาลค่ะ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 20 ตรี บุคคลที่มีข้อพิพาทสามารถยื่นคำร้องต่อศาลที่มีอำนาจ เพื่อขอให้ช่วยจัดการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องได้
แต่มีเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ อีกฝ่ายต้องยอมมาไกล่เกลี่ยด้วย เพราะกระบวนการนี้เน้นความสมัครใจ ไม่สามารถบังคับให้อีกฝ่ายต้องตกลงตามที่เราต้องการได้ค่ะ
ถ้าอีกฝ่ายยอมมาเจรจา ศาลก็จะจัดให้มีผู้ประนีประนอมช่วยพูดคุย เพื่อหาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายพอรับได้
📝 ขั้นตอนไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ทำอย่างไร?
ขั้นตอนโดยทั่วไปไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนคิดค่ะ โดยสามารถสรุปแบบเข้าใจง่ายได้ดังนี้
1. เตรียมข้อมูลและหลักฐานให้พร้อม
ก่อนอื่นควรรวบรวมข้อมูลว่าเกิดปัญหาอะไร ใครเป็นคู่กรณี ต้องการให้อีกฝ่ายทำอะไร หรือมีเงินที่ต้องการเรียกคืนเท่าไร
หลักฐานที่ควรเตรียม เช่น
- สัญญากู้ยืมเงิน
- หลักฐานการโอนเงิน
- ใบเสร็จ
- สัญญาซื้อขาย
- แชตหรือข้อความสนทนา
- หนังสือทวงถาม
- เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องที่มีปัญหา
ยิ่งข้อมูลครบ ก็ยิ่งช่วยให้พูดคุยกันได้ชัดเจนขึ้นค่ะ
2. ยื่นเรื่องขอไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง
ผู้ที่ต้องการไกล่เกลี่ยสามารถยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ หากคดีนี้จะต้องฟ้องก็ต้องฟ้องที่ศาลนั้นค่ะ
ปัจจุบันสำนักงานศาลยุติธรรมยังมีช่องทางออนไลน์ให้ประชาชนเข้าถึงระบบไกล่เกลี่ยได้สะดวกขึ้นด้วย
3. ติดต่ออีกฝ่ายมาพูดคุย
เมื่อรับเรื่องแล้ว ศาลจะสอบถามอีกฝ่ายว่าต้องการเข้าร่วมการไกล่เกลี่ยหรือไม่
ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมมา ก็ไม่สามารถบังคับให้มาไกล่เกลี่ยได้ แต่ผู้ที่มีสิทธิฟ้องก็ยังสามารถไปใช้สิทธิทางศาลต่อได้ค่ะ
4. เริ่มไกล่เกลี่ย
ถ้าทั้งสองฝ่ายตกลงเข้าร่วม ก็จะมีผู้ประนีประนอมเข้ามาช่วยพูดคุย
ในขั้นตอนนี้ทั้งสองฝ่ายสามารถเสนอทางออกได้ เช่น
- ขอแบ่งชำระหนี้
- ขอขยายเวลาชำระเงิน
- ลดจำนวนเงินบางส่วน
- คืนทรัพย์สิน
- ชดใช้ค่าเสียหาย
- ตกลงเงื่อนไขอื่น ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายรับได้
จุดสำคัญคือไม่จำเป็นต้องมีฝ่ายหนึ่งชนะและอีกฝ่ายแพ้เหมือนการตัดสินคดีค่ะ
5. ถ้าตกลงกันได้ ก็ทำข้อตกลงไว้
เมื่อพูดคุยกันลงตัวแล้ว จะมีการทำข้อตกลงหรือสัญญาประนีประนอมไว้เป็นหลักฐาน
ในบางกรณี คู่กรณีอาจขอให้ศาลมี คำพิพากษาตามยอม ได้ หากศาลเห็นว่าเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ตรงนี้มีข้อดีคือ หากฝ่ายใดไม่ทำตามข้อตกลง อีกฝ่ายอาจดำเนินการบังคับคดีต่อได้โดยไม่ต้องเริ่มฟ้องเรื่องเดิมใหม่ทั้งหมดค่ะ
💡 ข้อดีของการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง
หลายคนเลือกไกล่เกลี่ยก่อน เพราะมีข้อดีหลายอย่างค่ะ
อย่างแรกคือ ช่วยประหยัดเวลา เพราะการฟ้องคดีบางเรื่องอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะถึงวันสืบพยานหรือมีคำพิพากษา แต่ถ้าไกล่เกลี่ยแล้วคุยกันจบ เรื่องก็สามารถจบได้เร็วกว่า
อย่างที่สองคือ ช่วยลดค่าใช้จ่าย การไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องตามมาตรา 20 ตรีไม่มีค่าขึ้นศาลเหมือนการยื่นฟ้องคดี และอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดำเนินคดีระยะยาวได้ค่ะ
อย่างที่สามคือ ตกลงกันได้ยืดหยุ่นกว่า เช่น ลูกหนี้ไม่มีเงินก้อน แต่มีรายได้ประจำ คู่กรณีอาจตกลงให้ผ่อนชำระแทนที่จะเรียกเงินทั้งหมดในครั้งเดียว
อีกข้อคือช่วยลดความขัดแย้ง โดยเฉพาะกรณีที่ทั้งสองฝ่ายยังต้องติดต่อกันต่อ เช่น ญาติ คู่ค้า เจ้าของบ้านกับผู้เช่า หรือคนรู้จักกันค่ะ

📌 ไกล่เกลี่ยแล้วตกลงกันได้ มีผลอย่างไร?
ถ้าคุยกันแล้วตกลงได้ ก็จะมีการทำข้อตกลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้แต่ละฝ่ายรู้ว่าต้องทำอะไร ภายในเวลาเท่าไร และมีเงื่อนไขอย่างไร
ในบางกรณีสามารถขอให้ศาลมีคำพิพากษาตามยอมได้ หากศาลเห็นสมควรค่ะ
ดังนั้น อย่าคิดว่าการไกล่เกลี่ยเป็นเพียงการมาคุยกันเฉย ๆ เพราะข้อตกลงที่ทำไว้อาจมีผลทางกฎหมาย และก่อนเซ็นเอกสารควรอ่านรายละเอียดให้ครบถ้วนเสียก่อน
⏳ ถ้าไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ยังฟ้องศาลได้ไหม?
ได้ค่ะ
หากไกล่เกลี่ยแล้วคุยกันไม่ลงตัว หรืออีกฝ่ายไม่ยอมมาไกล่เกลี่ย ผู้ที่มีสิทธิยังสามารถดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลได้ตามปกติ
แต่สิ่งที่ควรระวังคือเรื่อง อายุความ เพราะคดีแต่ละประเภทมีระยะเวลาฟ้องไม่เท่ากันค่ะ
แม้กฎหมายจะมีหลักเกี่ยวกับการขยายอายุความบางกรณีสำหรับการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง แต่ไม่ควรรอจนใกล้หมดอายุความแล้วจึงค่อยดำเนินการ หากไม่แน่ใจควรนำเอกสารไปปรึกษาทนายความก่อนค่ะ
⚖️ ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ต่างจากฟ้องคดีอย่างไร?
| เรื่อง | ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง | ฟ้องคดี |
| วิธีการ | นั่งคุยและหาข้อตกลงร่วมกัน | ให้ศาลตัดสิน |
| การเข้าร่วม | เน้นความสมัครใจ | เมื่อถูกฟ้องต้องเข้าสู่กระบวนการคดี |
| คนกลาง | ผู้ประนีประนอม | ผู้พิพากษา |
| ค่าใช้จ่าย | โดยทั่วไปน้อยกว่า | อาจมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น |
| เงื่อนไข | ตกลงกันได้ค่อนข้างยืดหยุ่น | เป็นไปตามคำพิพากษา |
| ระยะเวลา | หากตกลงกันได้อาจจบเร็ว | อาจใช้เวลานานกว่า |
พูดง่าย ๆ คือ ถ้ายังพอคุยกันได้ การลองไกล่เกลี่ยก่อนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมคุย หรือมีเรื่องสำคัญที่ต้องรีบใช้สิทธิทางกฎหมาย ก็ควรปรึกษาทนายความเพื่อดูว่าแนวทางไหนเหมาะกับสถานการณ์มากกว่าค่ะ
👨⚖️ ไปไกล่เกลี่ย ต้องมีทนายไหม?
โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีทนายความก็สามารถเข้าร่วมการไกล่เกลี่ยได้ ค่ะ
แต่ถ้าเป็นเรื่องเงินจำนวนมาก สัญญามีรายละเอียดเยอะ มีข้อโต้แย้งหลายเรื่อง หรือไม่แน่ใจว่าข้อตกลงที่อีกฝ่ายเสนอมาเสียเปรียบหรือไม่ การมีทนายช่วยดูก่อนก็ช่วยลดความเสี่ยงได้
โดยเฉพาะก่อนเซ็นสัญญาประนีประนอม เพราะเมื่อลงชื่อแล้วอาจมีผลต่อสิทธิของเราในอนาคตค่ะ
✅ สรุป ไกล่เกลี่ย คืออะไร?
สรุปง่าย ๆ ไกล่เกลี่ย คือ การให้คู่กรณีมาคุยกันเพื่อหาทางจบปัญหา โดยมีคนกลางช่วยเจรจา ไม่ได้มีใครมาตัดสินว่าใครแพ้หรือชนะ
ส่วน ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง คือการลองหาทางออกกันก่อนที่จะยื่นฟ้องศาล เหมาะกับกรณีที่ทั้งสองฝ่ายยังพร้อมพูดคุยและต้องการประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย และลดความขัดแย้งค่ะ
อย่างไรก็ตาม ก่อนตกลงหรือเซ็นเอกสารใด ๆ ควรดูรายละเอียดให้ดี โดยเฉพาะเรื่องจำนวนเงิน ระยะเวลาชำระ เงื่อนไขผิดนัด และผลทางกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังค่ะ
🏛️ มีปัญหาข้อพิพาท ปรึกษาสำนักงานทนายความติวานนท์
หากกำลังมีปัญหาเรื่องหนี้ สัญญา ค่าเสียหาย หรือข้อพิพาทอื่น ๆ และไม่แน่ใจว่า ควรไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง หรือควรฟ้องศาลเลย สามารถปรึกษา สำนักงานทนายความติวานนท์ ได้ค่ะ
ทีมทนายความสามารถช่วยตรวจเอกสารและหลักฐาน ประเมินข้อกฎหมาย วางแนวทางเจรจา ช่วยตรวจข้อตกลงก่อนเซ็น รวมถึงดำเนินคดีหากการไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ เพื่อให้เลือกแนวทางที่เหมาะกับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่องมากที่สุดค่ะ
เว็บไซต์: https://tiwanonlaw.com/
FAQ คำถามที่พบบ่อย
1. ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ต้องมีทนายความไหม?
ไม่จำเป็นค่ะ คู่กรณีสามารถเข้าไกล่เกลี่ยด้วยตัวเองได้ แต่หากเป็นเรื่องเงินจำนวนมาก มีสัญญาซับซ้อน หรือไม่แน่ใจว่าข้อตกลงที่กำลังจะเซ็นมีผลอย่างไร การปรึกษาทนายความก่อนจะช่วยให้เข้าใจสิทธิของตัวเองได้ชัดเจนขึ้นค่ะ
2. ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมมาไกล่เกลี่ย ทำอย่างไร?
หากอีกฝ่ายไม่สมัครใจมาไกล่เกลี่ย ก็ไม่สามารถบังคับให้เข้าร่วมได้ค่ะ แต่ผู้ที่มีสิทธิยังสามารถนำเรื่องไปฟ้องศาลได้ตามปกติ ทั้งนี้ควรตรวจสอบอายุความของคดีด้วย เพราะแต่ละคดีมีระยะเวลาในการใช้สิทธิไม่เหมือนกันค่ะ
📚 แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานศาลยุติธรรม: https://www.coj.go.th/th/content/category/detail/id/8/iid/388699
- ระบบไกล่เกลี่ย สำนักงานศาลยุติธรรม: https://mediation.coj.go.th/
- สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม: https://tai.coj.go.th/th/content/article/detail/id/10082/iid/190995


