สำนักงานทนายความติวานนท์

เล่าเคส ตัวอย่างการฟ้องขับไล่ขายฝากที่ดิน

เล่าเคส ตัวอย่างการฟ้องขับไล่ขายฝากที่ดิน
1

ฟ้องขับไล่ขายฝากที่ดินต้องทำอย่างไร? ดูขั้นตอน เอกสารที่ใช้ ระยะเวลาดำเนินคดี ค่าเสียหาย ตัวอย่างคำฟ้อง และศาลที่มีอำนาจพิจารณาค่ะ

สารบัญ

การ ฟ้องขับไล่ขายฝากที่ดิน เป็นกรณีที่มักเกิดขึ้นหลังจากสัญญาขายฝากครบกำหนดแล้ว ผู้ขายฝากไม่ได้ใช้สิทธิไถ่ถอนภายในระยะเวลาที่กำหนด ทำให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตกเป็นของผู้รับซื้อฝาก แต่ในทางปฏิบัติ ผู้ขายฝากหรือผู้อยู่อาศัยเดิมอาจยังคงครอบครองทรัพย์สินและไม่ยอมย้ายออก ผู้รับซื้อฝากจึงอาจจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาลเพื่อขอให้มีการขับไล่และส่งมอบการครอบครองคืน

บทความนี้จะพาไปดูตัวอย่างกรณีศึกษาการฟ้องขับไล่ขายฝากที่ดิน ตั้งแต่การทำสัญญาขายฝาก การแจ้งเตือนก่อนฟ้อง การเรียกค่าเสียหายหรือค่าขาดประโยชน์ เอกสารที่ต้องใช้ ระยะเวลาดำเนินคดี ไปจนถึงตัวอย่างโครงสร้างคำฟ้องและการพิจารณาว่าควรยื่นฟ้องต่อศาลใด เพื่อให้เห็นภาพขั้นตอนของคดีได้ชัดเจนมากขึ้นค่ะ

 

ตัวอย่างกรณีศึกษา คดีฟ้องขับไล่ขายฝากที่ดิน

1. ทำสัญญาขายฝาก

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564 จำเลยได้ทำสัญญาขายฝากที่ดินเนื้อที่ 52 ตารางวา พร้อมบ้านพักอาศัยแฝดตึกสองชั้น 2 หลัง กำหนดสินไถ่จำนวน 2,415,000 บาท ระยะเวลาไถ่ถอน 1 ปี (สิ้นสุดวันที่ 23 มิถุนายน 2565) โจทก์ชำระเงินสดให้จำเลยรับไปครบถ้วนเป็นเงิน 2,100,000 บาท

2. การแจ้งเตือน

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 โจทก์ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนให้จำเลยนำเงินค่าสินไถ่มาชำระเพื่อไถ่ถอนตามกำหนด

3. กรรมสิทธิ์

เมื่อถึงวันครบกำหนด (23 มิถุนายน 2565) จำเลยไม่ได้มาใช้สิทธิไถ่ถอน ส่งผลให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านตกเป็นของโจทก์ตามกฎหมาย

4. การละเมิดและโต้แย้งสิทธิ

จำเลยยังคงครอบครองและอยู่อาศัยในบ้านดังกล่าวเรื่อยมา ไม่ยอมส่งมอบพื้นที่คืน แม้โจทก์จะให้ทนายความส่งหนังสือบอกกล่าว (Notice) ให้ขนย้ายออกแล้วก็ตาม แต่จำเลยยังคงเพิกเฉย

 

ข้อเรียกร้องที่โจทก์ขอต่อศาล

  1. ขอให้ขับไล่ให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และส่งมอบการครอบครองคืนให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย
  2. เรียกค่าเสียหาย (ค่าขาดประโยชน์)
    • คิดค่าขาดประโยชน์จากการเสียโอกาสนำทรัพย์สินไปปล่อยเช่า ในอัตรา วันละ 833.33 บาท (คิดจากฐานค่าเช่าเดือนละ 25,000 บาท)
    • ค่าเสียหายล่วงหน้าถึงวันฟ้อง นับตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2565 ถึงวันยื่นฟ้อง (30 กรกฎาคม 2565) รวม 36 วัน เป็นเงิน 30,024 บาท
    • ค่าเสียหายต่อเนื่อง: ขอคิดในอัตราวันละ 833.33 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปเรื่อยๆ จนกว่าจำเลยจะขนย้ายออกและส่งมอบพื้นที่คืนเสร็จสิ้น
  3. ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่าย ขอคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของเงินค่าเสียหาย 30,024 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป พร้อมให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์

 

ขายฝาก คือ อะไร

การขายฝากที่ดิน คือ สัญญาที่เจ้าของขายที่ดินให้ผู้ซื้อ แต่ยังครอบครองได้ต่อไป โดยมีสิทธิ์ซื้อคืน (ไถ่ถอน) ภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมจ่ายดอกเบี้ยตามที่ตกลง หากไม่สามารถไถ่ถอนได้ตามกำหนด ผู้ซื้อจะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยสมบูรณ์ตามเงื่อนไขในสัญญา กรรมสิทธิ์ของที่ดินจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีที่มีการจดทะเบียนซื้อขายฝากที่ดิน ณ สำนักงานที่ดิน โดยผู้รับซื้อฝากจะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี

 

ทำไมต้องฟ้องขับไล่หลังจากครบสัญญาขายฝาก

  1. เพื่อครอบครองพื้นที่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาไถ่ถอนแล้ว ผู้ขายฝากไม่ได้นำเงินมาไถ่คืน สิทธิในการไถ่ถอนจะตกไป และกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะกลายเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยเด็ดขาด แต่หากผู้ขายฝากหรือผู้อยู่อาศัยเดิมยังคงปฏิเสธไม่ยอมย้ายออก ผู้รับซื้อฝากมีเพียง “กรรมสิทธิ์” แต่ยังไม่มี “สิทธิครอบครองในทางกายภาพ” จึงต้องใช้สิทธิทางศาลเพื่อบังคับขับไล่
  2. เมื่อครบกำหนดสัญญาขายฝาก การที่ผู้อยู่อาศัยเดิมยังคงอยู่ในพื้นที่ถือเป็นการอยู่โดยไม่มีสิทธิอันชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเข้าข่ายการทำ ละเมิด ต่อเจ้าของทรัพย์สินใหม่
  3. เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าขาดประโยชน์ การฟ้องขับไล่สามารถยื่นฟ้องพร้อมเรียกค่าเสียหายหรือค่าขาดประโยชน์ (เทียบเท่าค่าเช่าหรือค่าเสียโอกาสในการใช้ประโยชน์จากที่ดิน) จากการที่ผู้อยู่อาศัยเดิมครอบครองทรัพย์สินโดยมิชอบนับตั้งแต่วันที่สิ้นสุดสัญญาขายฝากได้

 

ฟ้องขับไล่ขายฝากต้องฟ้องศาล

มาตรา 4 ทวิ “คำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิหรือประโยชน์อันเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ ให้เสนอต่อศาลที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตศาล ไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่ หรือต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล”

  • การฟ้องขับไล่ต้องยื่นฟ้องต่อศาลที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตศาล

 

ศาลตามเขตอำนาจ/ทุนทรัพย์

การพิจารณาว่าต้องฟ้องศาลชั้นต้นประเภทใด ขึ้นอยู่กับลักษณะคำฟ้องและทุนทรัพย์

  • ศาลแขวง หากเป็นคดีขับไล่ที่มีการเรียกค่าเสียหาย/ค่าขาดประโยชน์ ไม่เกิน 300,000 บาท จะอยู่ในอำนาจของศาลแขวง
  • ศาลจังหวัด / ศาลแพ่ง หากมีการ เรียกค่าเสียหายเกิน 300,000 บาท ขึ้นไป หรือกรณีที่จำเลยยื่นคำให้การสู้คดีในลักษณะโต้แย้งกรรมสิทธิ์ จนคดีกลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาหลักทรัพย์ คดีจะอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลจังหวัดหรือศาลแพ่ง

 

เอกสารที่ต้องใช้ในฟ้องขับไล่ขายฝาก

1. เอกสารเกี่ยวกับตัวทรัพย์สินและการขายฝาก

  • สำเนาโฉนดที่ดิน พร้อมรายการจดทะเบียนหลังโฉนดที่แสดงการทำสัญญาขายฝากอย่างถูกต้อง ณ กรมที่ดิน
  • หนังสือสัญญาขายฝากที่ดิน ฉบับที่ทำขึ้นและลงนามต่อหน้าเจ้าพนักงานดิน
  • ภาพถ่ายทรัพย์สินและสภาพปัจจุบัน รูปถ่ายบ้าน ที่ดิน หรืออาคารที่จำเลยยังคงยึดถือครอบครองอยู่

2. เอกสารหลักฐานการแจ้งเตือน (ก่อนฟ้อง)

  • หนังสือบอกกล่าวให้ส่งมอบทรัพย์สินและย้ายออก เอกสารที่ทนายความส่งถึงผู้ขายฝาก
  • ใบตอบรับจากไปรษณีย์ (EMS / ไปรษณีย์ตอบรับ) เพื่อใช้ยืนยันต่อศาลว่าผู้ขายฝากได้รับหนังสือบอกกล่าวเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ยอมย้ายออก

3. เอกสารยืนยันตัวตนของคู่ความ

  • สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับซื้อฝาก (โจทก์)
  • หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบริษัท) พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  • สำเนาทะเบียนราษฎรของผู้ขายฝาก (จำเลย) เพื่อใช้ในการระบุที่อยู่ส่งหมายเรียกและคำฟ้อง
  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) กรณีที่เจ้าของทรัพย์สินไม่ได้ไปดำเนินคดีด้วยตนเอง

4. หลักฐานประกอบการเรียกค่าเสียหาย/ค่าขาดประโยชน์ (ถ้ามี)

  • หลักฐานประเมินค่าเช่า สัญญาเช่าของอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณใกล้เคียง หรือเอกสารประเมินราคาเพื่อนำเสนอต่อศาลว่าทรัพย์สินนี้มีมูลค่าเช่าต่อเดือนเท่าใด สำหรับเรียกค่าขาดประโยชน์นับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดสัญญาขายฝากจนกว่าจะย้ายออก

 

ฟ้องขับไล่ขายฝาก ใช้เวลานานไหม

ขั้นตอนและระยะเวลา

1. ส่งหนังสือบอกกล่าวและให้เวลาย้ายออก (1 – 2 เดือน)

  • ก่อนยื่นฟ้อง ทนายความจะส่งหนังสือบอกกล่าว (Notice) ให้ผู้ขายฝากย้ายออกและส่งมอบพื้นที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด (ปกติให้เวลา 15–30 วัน)

2. การยื่นฟ้องและการนัดพิจารณาคดี (2 – 4 เดือน)

  • หลังยื่นคำฟ้อง ศาลจะออกหมายเรียกและส่งคำฟ้องให้จำเลย ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมวลผลและนัดวันสืบพยานนัดแรกประมาณ 1–2 เดือน

3. ชั้นพิจารณาคดีและไกล่เกลี่ย (3 – 6 เดือน)

  • กรณีจำเลยขาดนัด/ไม่สู้คดี: ศาลจะไกล่เกลี่ยหรือสืบพยานฝ่ายโจทก์ฝ่ายเดียว คดีจะจบได้เร็ว (ราวๆ 3–6 เดือนนับจากวันฟ้อง)
  • กรณีจำเลยยื่นคำให้การสู้คดี: เช่น อ้างว่าเป็นสัญญาอำพราง หรือเลื่อนนัดเพื่อถ่วงเวลา ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเป็น 6 เดือน – 1 ปี

4. ชั้นบังคับคดี (2 – 4 เดือน)

  • เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้ชนะคดีแล้ว หากจำเลยยังไม่ออกจากพื้นที่ ต้องขอให้ออกหมายบังคับคดี และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีลงพื้นที่นำตัวและบริวารออกจากทรัพย์สิน

 

โครงสร้างและเนื้อหาตัวอย่างคำฟ้องขับไล่ขายฝาก

ข้อความหัวคำฟ้อง

  • ศาล: ระบุชื่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น (เช่น ศาลจังหวัด… หรือศาลแขวง…)
  • วันที่: ระบุ วัน เดือน ปี ที่ยื่นฟ้อง
  • โจทก์: ระบุชื่อ-นามสกุล อายุ ที่อยู่ (ผู้รับซื้อฝากที่กรรมสิทธิ์หลุดเป็นของตนแล้ว)
  • จำเลย: ระบุชื่อ-นามสกุล อายุ ที่อยู่ (ผู้ขายฝากที่ยังคงอาศัยอยู่)

ข้อความในคำฟ้อง

1. สถานะกรรมสิทธิ์
โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ [ระบุเลขที่โฉนด] ตำบล [ระบุ] อำเภอ [ระบุ] จังหวัด [ระบุ] พร้อมสิ่งปลูกสร้าง/บ้านเลขที่ [ระบุเลขที่บ้าน] โดยได้จดทะเบียนซื้อขายฝากไว้กับจำเลยตามหนังสือสัญญาขายฝาก ฉบับลงวันที่ [ระบุวันที่ทำสัญญา] เป็นเงินจำนวน [ระบุจำนวน ฿]

2. พ้นกำหนดไถ่ถอน
ตามสัญญาขายฝากดังกล่าวมีกำหนดเวลาไถ่ถอนภายใน [ระบุจำนวนเดือน/ปี] ซึ่งครบกำหนดไถ่ถอนไปตั้งแต่วันที่ [ระบุวันที่หมดเขตไถ่] แล้ว ปรากฏว่าจำเลยมิได้มาไถ่ถอนทรัพย์สินดังกล่าวคืนภายในกำหนดเวลาตามสัญญา กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจึงตกเป็นของโจทก์โดยเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

3. การโต้แย้งสิทธิและการละเมิด
แม้สัญญาขายฝากจะพ้นกำหนดและกรรมสิทธิ์ตกเป็นของโจทก์แล้ว แต่จำเลยและบริวารยังคงพักอาศัยและใช้ประโยชน์ในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวโดยไม่ยอมย้ายออก ขนย้ายทรัพย์สิน หรือส่งมอบการครอบครองให้แก่โจทก์ โจทก์จึงได้มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปตั้งแต่วันที่ [ระบุวันที่ส่งหนังสือเตือน] แต่จำเลยยังคงเพิกเฉย การกระทำของจำเลยเป็นการอยู่โดยละเมิดและโต้แย้งสิทธิของโจทก์

4. ความเสียหาย
การที่จำเลยขัดขวางไม่ให้โจทก์เข้าใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถนำออกให้เช่าหรือทำประโยชน์ได้ คิดเป็นค่าเสียหายเดือนละ [ระบุจำนวนเงิน] นับแต่วันที่ [ระบุวันเริ่มคิดค่าเสียหาย] เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะย้ายออก

 

คำขอท้ายคำฟ้อง

อาศัยเหตุผลดังกล่าว โจทก์จึงขอศาลโปรดพิพากษาบังคับแก่จำเลย ดังนี้

  1. ให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โฉนดเลขที่ [ระบุ] และคืนการครอบครองให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย
  2. ให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน [ระบุยอดรวมถึงวันฟ้อง] บาท และชำระค่าเสียหายอีกเดือนละ [ระบุ] บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะย้ายออกจากทรัพย์สินของโจทก์
  3. ให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์

 

ค่าจ้างทนายฟ้องขับไล่ขายฝาก

เนื่องจากทนายความไม่สามารถประกาศหรือโฆษณาค่าจ้างทนายในเว็บไซต์ได้ เนื่องด้วยข้อบังคับของสภาทนายความ ห้ามมิให้ทนายความโฆษณา หรือประกาศอัตราค่าจ้างว่าความ หรือโฆษณาว่าจะไม่เรียกร้องค่าทนาย ตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วย มารยาททนายความ พ.ศ. 2529 ข้อ 17

ช่องทางการติดต่อทนายให้ดำเนินคดีฟ้องขับไล่/สอบถามค่าจ้างทนายความ ผ่านช่องทาง ต่อไปนี้

  • ทางโทรศัพท์ 02-125-2511
  • ทางไลน์ @tiwanonlaw
  • Facebook : สำนักงานทนายความติวานนท์
  • E-mail : info@tiwanonlaw.com
  • มาพบทนายด้วยตนเองดีที่สุด เพราะการสอบข้อเท็จจริงที่ดีที่สุดระหว่างทนายความกับลูกความ คือการมานั่งคุยกันต่อหน้า
  • การคุยกันทางโทรศัพท์ ทางไลน์ ทางอีเมล์ อย่างไรเสียก็สู้มานั่งคุยกันต่อหน้าไม่ได้ เพราะทำให้เข้าใจข้อเท็จจริงต่างๆได้ละเอียดกว่า และสามารถซักถาม ทำความเข้าใจและจับกิริยาอาการต่างๆได้ดีที่สุด
  • แผนที่ สำนักงานทนายความติวานนท์

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟ้องขับไล่ขายฝาก

1. ขายฝากครบกำหนดแล้ว ผู้ขายฝากไม่ยอมย้ายออก ทำอย่างไร?

หากครบกำหนดไถ่ถอนแล้วและผู้ขายฝากไม่ได้ใช้สิทธิไถ่ถอน แต่ยังคงครอบครองหรืออยู่อาศัยในทรัพย์สิน ผู้รับซื้อฝากสามารถส่งหนังสือบอกกล่าวให้ย้ายออกและส่งมอบทรัพย์สินคืน หากยังเพิกเฉย สามารถใช้สิทธิทางศาลเพื่อฟ้องขับไล่และขอให้ส่งมอบการครอบครองคืนได้ค่ะ

2. ฟ้องขับไล่ขายฝาก สามารถเรียกค่าเสียหายได้หรือไม่?

สามารถเรียกค่าเสียหายหรือค่าขาดประโยชน์ร่วมกับการฟ้องขับไล่ได้ เช่น ค่าเสียโอกาสจากการนำทรัพย์สินไปให้เช่า โดยควรมีหลักฐานประกอบ เช่น หลักฐานประเมินค่าเช่า สัญญาเช่าของอสังหาริมทรัพย์ในบริเวณใกล้เคียง หรือเอกสารประเมินราคา เพื่อใช้ประกอบการเรียกร้องต่อศาลค่ะ

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการฟ้องคดีแพ่ง ฟ้องคดีอาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ฟ้องชู้ ฟ้องขับไล่ ฟ้องลูกหนี้
การทำงานครอบคลุมถึง การออกโนติส การฟ้องคดีโดยตรง การทำงานร่วมกับตำรวจและพนักงานอัยการ
การร้องขอความเป็นธรรม การประกันตัวผู้ต้องหา การไต่สวนมูลฟ้อง การเขียนคำให้การของจำเลย การฟ้องแย้ง
การยื่นอุทธรณ์และการยื่นฎีกา รวมทั้งการสืบทรัพย์ การบังคับคดี และการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

อัตราค่าจ้างทนาย ต้องสอบถามทางบริษัทเท่านั้น สามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อทนาย
โทร
แชทไลน์
อีเมล
สำนักงาน
ทนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฏหมาย
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
อ่านบทความล่าสุด