
ทนายความ คือ ใคร ทำหน้าที่อะไร
ทนายความ คือ
ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ว่าความในศาล โดยจะต้องเรียนจบปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์และจะต้องสอบใบอนุญาตว่าความให้ผ่าน เพื่อที่จะได้เป็นทนาย ทนายความสามารถเลือกทำงานในองค์กรเอกชนหรือเป็นทนายอิสระก็ได้ ซึ่งทนายแต่ละคนจะมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันไป เนื่องจากกฎหมายที่มีหลากหลาย ทนายความ คือ ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ว่าความให้ได้ทั้ง 2 ฝ่าย คือ จะเป็นทนายให้ฝ่ายผู้เสียหาย ซึ่งเรียกว่าฝ่ายโจทก์ก็ได้ หรือจะเป็นทนายฝ่ายจำเลยก็ได้ โดยทนายความมีหน้าที่ดำเนินการต่างๆทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเกิดความยุติธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย โดยอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายที่ได้ร่ำเรียนมา
ทนายแต่ละคนมักมี “ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน” เช่น
- คดีแพ่ง
- คดีอาญา
- คดีแรงงาน
- คดีทรัพย์สินทางปัญญา
- คดีครอบครัว
- คดีผู้บริโภค
- คดีธุรกิจ / สัญญา
ความเชี่ยวชาญเหล่านี้ช่วยให้สามารถให้คำแนะนำและช่วยแก้ปัญหาให้ลูกความได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ทนายความ ทำหน้าที่อะไรบ้าง
บทบาทของทนายความมีความสำคัญอย่างมากในระบบยุติธรรม ซึ่งหน้าที่หลัก ได้แก่
1. ว่าความและดำเนินคดีแทนคู่ความในชั้นศาล
ทนายความเป็นผู้แทนทางกฎหมาย ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลย ในคดีแพ่งและคดีอาญา ทำหน้าที่ยื่นฟ้อง สืบพยาน พิจารณาคดี และต่อสู้คดีให้ลูกความในทุกกระบวนการของศาล
2. ให้คำปรึกษาและคำแนะนำทางกฎหมาย
ลูกความหลายคนไม่รู้สิทธิของตนเองหรือไม่เข้าใจกฎหมาย ทนายความจึงมีหน้าที่อธิบายสิทธิ หน้าที่ และแนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3. ร่างสัญญา ตรวจสัญญา และให้คำปรึกษาธุรกิจ
ทนายความมีความรู้ด้านสัญญา จึงช่วยป้องกันความเสี่ยงทางธุรกิจ เช่น
- ร่างสัญญาซื้อขาย
- สัญญากู้ยืม
- สัญญาเช่า
- สัญญาทางธุรกิจต่าง ๆ
4. เจรจาไกล่เกลี่ยและประนอมหนี้
หากคู่กรณีตกลงกันไม่ได้ ทนายความสามารถทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาเพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นธรรม ลดระยะเวลาการดำเนินคดี และลดค่าใช้จ่ายให้คู่ความ
5. ให้คำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับปัญหาทางกฎหมายทั่วไป
เช่น ปัญหาครอบครัว มรดก ข้อพิพาทที่ดิน คดีผู้บริโภค บังคับคดี ฯลฯ
6. ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายประจำองค์กร
ธุรกิจจำนวนมากต้องการทนายความเพื่อดูแลความเสี่ยงทางกฎหมาย ตรวจเอกสาร วางโครงสร้างธุรกิจ และให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง
อัยการคือใคร? ทนายความของแผ่นดินผู้รักษาความยุติธรรม
อัยการ หรือ พนักงานอัยการ คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ทำหน้าที่เป็น “ทนายความของแผ่นดิน” มีบทบาทสำคัญในการอำนวยความยุติธรรมในสังคม โดยเป็นผู้แทนของรัฐในการดำเนินคดีอาญา
ภารกิจหลักของอัยการเริ่มต้นขึ้นเมื่อได้รับสำนวนการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการจะพิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบคอบและเป็นอิสระ เพื่อสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล หากมีหลักฐานเพียงพอ อัยการจะทำหน้าที่เป็นโจทก์ในชั้นศาล เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย แต่หากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ อัยการจะสั่งไม่ฟ้อง เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนผู้บริสุทธิ์
นอกจากดำเนินคดีอาญาแล้ว อัยการยังดูแลผลประโยชน์ของรัฐ เช่น
- ตรวจสัญญาของหน่วยงานภาครัฐ
- ให้คำปรึกษากฎหมาย
- ดำเนินคดีแพ่งแทนรัฐบาล
คุณสมบัติสำคัญของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งอัยการได้นั้น ต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ เป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา และมีประสบการณ์ในวิชาชีพกฎหมายตามที่กำหนด ก่อนจะผ่านกระบวนการสอบคัดเลือกที่เข้มข้น เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีทั้งความรู้ความสามารถและคุณธรรมมาปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญนี้
ทนายความ ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
ผู้ที่ต้องการเป็นทนายความต้องมีคุณสมบัติดังนี้
-
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์
-
ผ่านการอบรมและสอบจากสภาทนายความ (ตั๋วรุ่น / ตั๋วปี)
-
ผ่านการสอบปากเปล่า
-
อบรมจริยธรรมวิชาชีพ
-
เป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา (กรณีสมัคร)
-
ยื่นขอจดทะเบียนใบอนุญาตทนายความ
กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 4–5 ปีขึ้นไป กว่าจะเป็นทนายความมืออาชีพได้ ผู้ประกอบวิชาชีพยังต้องสะสมประสบการณ์ต่อเนื่องอีกหลายปีเพื่อเพิ่มความชำนาญ
ต้องทำอย่างไรถึงจะได้เป็นทนายความ
เส้นทางอาชีพทนายความเริ่มจากการเรียนคณะนิติศาสตร์ ซึ่งเป็นสาขาที่ต้องใช้ความอดทนสูง ต้องอ่านหนังสือเยอะ วิเคราะห์กฎหมายและตัวบทจำนวนมาก การเรียนประกอบด้วยหลายแขนง เช่น
- กฎหมายอาญา
- กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- กฎหมายมหาชน
- กฎหมายรัฐธรรมนูญ
- กฎหมายระหว่างประเทศ
หลังจากเรียนจบปริญญาตรีแล้ว ต้องสอบ “ตั๋วทนาย” เพื่อรับใบอนุญาตว่าความ ซึ่งประกอบด้วย
- ภาคทฤษฎี
- ภาคปฏิบัติ
- และสอบปากเปล่า
สอบผ่านแล้วจึงยื่นจดทะเบียนเป็นทนายความได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อเรียนจบแล้ว สามารถเป็นทนายความได้เลยหรือไม่?
ยังไม่ได้ ต้องสอบ “ใบอนุญาตว่าความ” หรือ “ตั๋วทนาย” โดยสภาทนายความ ซึ่งแบ่งเป็น 2 แบบ
-
ตั๋วปี – สอบภาคทฤษฎี และสอบปากเปล่า
-
ตั๋วรุ่น – สอบทั้งทฤษฎี ปฏิบัติ และปากเปล่า
เมื่อสอบผ่านและยื่นขอใบอนุญาตสำเร็จ จึงสามารถว่าความในศาลได้
ทนายความเงินเดือนเท่าไหร่
รายได้ทนายความแตกต่างกันมากตามสายงานและประสบการณ์ เช่น
- นิติกรหน่วยงานราชการ: 15,000 บาทขึ้นไป
- พนักงานบริษัทเอกชน: 20,000 บาทขึ้นไป
- ทนายอิสระ: รายได้ขึ้นอยู่กับจำนวนงาน
- ทนายองค์กร / Law Firm: รายได้สูงกว่า เนื่องจากต้องใช้ภาษาอังกฤษและทักษะเฉพาะทาง
- อัยการ / ผู้พิพากษา: เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 40,000–50,000 บาท
- ทนายอาสา: ให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าจ้าง
รายได้จึงไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และชื่อเสียงในวงการ
ค่าจ้างทนายความ แพงไหม?
ตามข้อบังคับของสภาทนายความ “ห้ามทนายประกาศค่าจ้างว่าความหรือโปรโมชั่น” ดังนั้นอัตราค่าทนายจึงแตกต่างกันตามคดี ความซับซ้อน และประสบการณ์ของทนาย
วิธีที่ดีที่สุดคือ
➡️ เข้าพบทนายเพื่อเล่าข้อเท็จจริงโดยตรง
เพราะการพบกันต่อหน้าช่วยให้ทนายวิเคราะห์คดีได้แม่นยำกว่า แนะนำแนวทางที่เหมาะสม และทำให้ลูกความเข้าใจสิทธิของตนเองได้ครบถ้วน
สรุปท้ายบทความ
ทนายความและอัยการ มีบทบาทสำคัญในระบบยุติธรรมของไทย แม้ทั้งสองตำแหน่งจะทำงานเกี่ยวข้องกับกฎหมายเหมือนกัน แต่มีหน้าที่และขอบเขตงานแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทนายความ คือ ผู้ที่ผ่านการสอบตั๋วทนายและได้รับใบอนุญาตว่าความ ทำหน้าที่ช่วยเหลือลูกความทั้งในด้านคดี การให้คำปรึกษา การเจรจาไกล่เกลี่ย รวมถึงการจัดทำเอกสารและสัญญาต่าง ๆ ในขณะที่
อัยการ คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ทำหน้าที่เป็น “ทนายของแผ่นดิน” ดำเนินคดีอาญาแทนรัฐ ดูแลผลประโยชน์สาธารณะ และตรวจสอบพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
เส้นทางการเป็นทนายความต้องผ่านการเรียนกฎหมาย การอบรม การสอบตั๋วทนาย และการจดทะเบียนใบอนุญาต ซึ่งต้องอาศัยทั้งความรู้ ความอดทน และประสบการณ์ ส่วนรายได้ของทนายความแตกต่างกันตามสายงาน ความชำนาญ และประเภทของคดี ทำให้อาชีพนี้เป็นงานที่ต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถให้บริการทางกฎหมายได้อย่างมืออาชีพ
ท้ายที่สุด หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือมีปัญหาทางกฎหมาย การปรึกษาทนายความโดยตรงจะช่วยให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ลดความเสี่ยง และสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้นในทุกสถานการณ์ทางกฎหมาย.
FAQ – คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทนายความ
1. หากไม่มีเงินจ้างทนาย สามารถขอความช่วยเหลือได้ไหม?
สามารถทำได้ ผ่าน “ทนายอาสา” หรือหน่วยงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย เช่น สภาทนายความ กระทรวงยุติธรรม และคลินิกกฎหมายของมหาวิทยาลัยบางแห่ง ซึ่งให้คำปรึกษาฟรีหรือมีค่าใช้จ่ายต่ำ
2. ทนายความต้องไปศาลทุกวันไหม?
ไม่จำเป็น ขึ้นอยู่กับงานในแต่ละช่วง ทนายบางคนมีงานร่างสัญญา ตรวจเอกสาร หรือให้คำปรึกษาเป็นหลัก ส่วนงานว่าความจะไปตามนัดศาลเท่านั้น ไม่ได้ไปทุกวัน
3. เลือกทนายอย่างไรให้เหมาะกับคดีของเรา?
ควรเลือกทนายที่
- เชี่ยวชาญในประเภทคดีที่กำลังเผชิญ
- มีประสบการณ์จริง
- อธิบายให้เข้าใจง่าย
- คุยแล้วรู้สึกสบายใจ โปร่งใส และน่าเชื่อถือ
ทนายที่ดีไม่ใช่แค่เก่ง แต่ต้องให้ข้อมูลตรงไปตรงมาและแนะนำอย่างเป็นธรรม
บริการทนายความ & ที่ปรึกษากฎหมาย สำหรับประชาชนและธุรกิจ
หากคุณกำลังเผชิญปัญหาทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคดีแพ่ง คดีอาญา ครอบครัว มรดก ที่ดิน สัญญา หรือข้อพิพาททางธุรกิจ การมี “ทนายความที่ปรึกษา” อยู่เคียงข้าง จะช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและมั่นใจยิ่งขึ้น
สำนักงานของเราให้บริการ
- ให้คำปรึกษากฎหมายเบื้องต้น
- ตรวจร่างสัญญา / วางแผนธุรกิจ / ประเมินความเสี่ยงทางกฎหมาย
- บริการทนายความว่าความในศาล
- เดินเรื่องทางกฎหมายแทน เช่น หนังสือทวงถาม บังคับคดี
- บริการที่ปรึกษากฎหมายรายเดือน (Legal Retainer) สำหรับธุรกิจ SME และบริษัท
เราให้ความสำคัญกับความถูกต้อง โปร่งใส และยึดถือประโยชน์สูงสุดของลูกความเป็นหลัก หากต้องการปรึกษา สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา ทีมทนายความของเรายินดีช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ
ติดต่อทีมทนายความ:
👉 https://tiwanonlaw.com/
ช่องทางการติดต่อทนายความ
- เบอร์โทรศัพท์ 02-125-2511
- ไลน์ปรึกษาทนายฟรี @tiwanonlaw
- Facebook : สำนักงานทนายความติวานนท์
- E-mail : info@tiwanonlaw.com
- แผนที่ สำนักงานทนายความติวานนท์
อ้างอิง:




