เมื่อบุคคลอันเป็นที่รักจากไป นอกจากความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นแล้ว อีกหนึ่งภาระหน้าที่สำคัญที่ทายาทต้องจัดการคือเรื่องของ “ทรัพย์สิน” หรือกองมรดกของผู้ตาย ไม่ว่าจะเป็นเงินฝากในธนาคาร ที่ดิน รถยนต์ หรือทรัพย์สินอื่นๆ ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว หากไม่มีคำสั่งศาลแต่งตั้ง ผู้จัดการมรดก การดำเนินการแบ่งปันทรัพย์สินเหล่านี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
สำหรับทายาทที่กำลังสับสนและต้องการความชัดเจนเบื้องต้นว่าบทบาทของ ผู้จัดการ มรดก คือ อะไร และมีความสำคัญอย่างไรในการปลดล็อกทรัพย์สินของผู้ตาย เพื่อนำมาแบ่งปันแก่ทายาทให้ถูกต้องตามกฎหมาย บทความนี้จะพาท่านไปทำความเข้าใจถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบ และขั้นตอนที่จำเป็นต้องรู้
ทำไมต้องร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก?
หลายครอบครัวเข้าใจผิดว่า เมื่อเจ้ามรดกเสียชีวิต ทายาทสามารถเดินเข้าไปที่ธนาคารเพื่อขอถอนเงิน หรือไปสำนักงานที่ดินเพื่อโอนโฉนดได้ทันที แต่ในความเป็นจริงแล้ว หน่วยงานราชการและสถาบันการเงินต้องการความมั่นใจทางกฎหมายว่าผู้ที่มาติดต่อนั้นมีอำนาจจริง เพื่อป้องกันปัญหาการฟ้องร้องในภายหลัง
เหตุผลหลักที่คุณต้องยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก มีดังนี้:
-
การทำธุรกรรมกับธนาคาร: ธนาคารจะไม่ยอมให้ทายาทถอนเงินหรือปิดบัญชีผู้ตาย หากไม่มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกมายืนยัน
-
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน: กรมที่ดินมีระเบียบที่เคร่งครัด การโอนที่ดินมรดกโดยมีผู้จัดการมรดกจะสะดวกและรวดเร็วกว่าการที่ทายาททุกคนต้องไปเซ็นยินยอมพร้อมกัน
-
การโอนทะเบียนรถ: กรมการขนส่งทางบกต้องใช้หลักฐานคำสั่งศาลในการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถจากผู้ตายมาเป็นทายาท
-
การจัดการหนี้สิน: เจ้าหนี้ของผู้ตายอาจต้องการเจรจากับตัวแทนที่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อชำระหนี้จากกองมรดก
สิทธิและหน้าที่ของผู้จัดการมรดก มีอะไรบ้าง?
เมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้งแล้ว ผู้จัดการมรดกไม่ได้มีสิทธิที่จะนำทรัพย์สินไปใช้ส่วนตัว แต่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติดังนี้:
1. รวบรวมทรัพย์สิน
ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ติดตามและรวบรวมทรัพย์สินทุกอย่างของผู้ตาย ทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ เพื่อนำมาจัดทำบัญชีทรัพย์สิน
2. จัดทำบัญชีเครือญาติและบัญชีทรัพย์สิน
ต้องทำรายการทรัพย์สินทั้งหมดและรายชื่อทายาทที่มีสิทธิได้รับมรดก และยื่นต่อศาลภายในระยะเวลาที่กำหนด (ปกติคือ 1 เดือน หรือตามที่ศาลขยายเวลาให้)
3. ชำระหนี้สินของกองมรดก
ก่อนจะแบ่งทรัพย์สิน ต้องนำเงินจากกองมรดกไปชำระหนี้ที่ผู้ตายก่อไว้ (เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้กู้ยืม) รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพให้เรียบร้อยเสียก่อน
การแต่งตั้งทนายความเพื่อดำเนินการ
ขั้นตอนการร้องขอต่อศาลนั้นมีความซับซ้อนและต้องใช้เอกสารจำนวนมาก การให้ทนายความมืออาชีพช่วยดำเนินการจะช่วยลดความผิดพลาดและประหยัดเวลาได้มาก หากคุณต้องการความสะดวกและรวดเร็วในการจัดการเรื่องนี้ สามารถปรึกษาเราเพื่อ ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ให้ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย
ใครบ้างที่มีสิทธิร้องขอเป็น ผู้จัดการมรดก ?
ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถเดินไปที่ศาลและขอเป็นผู้จัดการมรดกได้ กฎหมายกำหนดให้บุคคลที่มีสิทธิดังนี้:
-
ทายาทโดยธรรม (เช่น บุตร, คู่สมรส, บิดามารดา)
-
ผู้รับพินัยกรรม
-
ผู้มีส่วนได้เสีย (เช่น เจ้าของร่วมในทรัพย์สิน)
-
พนักงานอัยการ (ในกรณีจำเป็น)
เอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม
-
ใบมรณบัตรของผู้ตาย
-
ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของผู้ตาย (ประทับตรา “ตาย”)
-
ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของผู้ร้องขอ
-
เอกสารแสดงความสัมพันธ์ (เช่น ใบสูติบัตร, ทะเบียนสมรส)
-
เอกสารสิทธิ์ในทรัพย์สิน (เช่น โฉนดที่ดิน, สมุดบัญชีธนาคาร, เล่มทะเบียนรถ)
สรุป
การมีผู้จัดการมรดกถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต เพื่อนำมาจัดสรรปันส่วนให้กับทายาทอย่างยุติธรรม แม้ขั้นตอนทางกฎหมายอาจดูยุ่งยาก แต่หากเตรียมเอกสารให้พร้อมและมีที่ปรึกษาทางกฎหมายที่ดี การจัดการมรดกก็จะผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่นและลดความขัดแย้งในครอบครัว


