สำนักงานทนายความติวานนท์
ทนายความ ฟ้องชู้
1585

ฟ้องชู้

ทีมทนายของเรา

ทนายนันทพงษ์ สืบชาติ

ทนายนันทพงษ์ สืบชาติ

ความเชี่ยวชาญ

1. แต่งตั้งผู้จัดการมรดก,เขียนพินัยกรรม
2.สัญญา,เช่าทรัพย์
3.ฟ้องขับไล่ (ก่อนบังคับคดี)
4.คดีอาญา เกี่ยวกับร่างกาย
5.คดีล้มละลาย
6.สืบทรัพย์ บังคับคดี
7.ยื่นอุทธรณ์และฎีกา

เบอร์โทร : 02-1252511
Line ID : @tiwanonlaw

ทนายสราวุฒิ ขวัญทองยิ้ม

ทนายสราวุฒิ ขวัญทองยิ้ม

ความเชี่ยวชาญ

1.คดีครอบครัว ฟ้องชู้ ฟ้องหย่า
2.คดีเช่าซื้อ
3.กฎหมายแรงงาน
4.คดีอาญา ที่เกี่ยวกับทรัพย์ ,ฟ้องหมิ่นประมาท, พรบ.ฟอกเงิน
5.ทรัพย์สินทางปัญญา
6.ฟ้องขับไล่ (บังคับคดี)
7.สืบทรัพย์ บังคับคดี
8.ยื่นอุทธรณ์และฎีกา

เบอร์โทร : 02-1252511
Line ID : @tiwanonlaw

ฟ้องชู้ คือ อะไร 

ฟ้องชู้ คือ อะไร 

” ชู้ ” เป็นคำที่มีความหมายเชิงลบในสังคมไทยมาช้านาน และยังคงเป็นสถานะความสัมพันธ์ที่สามารถนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรงทั้งในชีวิตส่วนตัวและทางกฎหมาย โดยเฉพาะในด้านสิทธิของคู่สมรสที่ถูกนอกใจ

การฟ้องชู้ หมายถึง การที่คู่สมรสฝ่ายที่ถูกนอกใจยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อเรียกร้องค่าทดแทนจากบุคคลที่สามซึ่งเข้ามามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับคู่สมรสของตน โดยสามารถดำเนินการได้ในรูปแบบของ คดีทางแพ่ง เป็นหลัก โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องหย่าก่อนแต่อย่างใด

การฟ้องชู้เป็นการใช้สิทธิทางศาลตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบกฎหมายไทยให้ความคุ้มครองแก่สถาบันครอบครัวอย่างจริงจัง และเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายสามารถต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและสิทธิของตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งความรุนแรง

เคสตัวอย่างจาก ” สงครามสมรส ” — เมื่อชีวิตจริงสะท้อนในจอโทรทัศน์

ละครเรื่อง “สงครามสมรส” ทางช่อง One31 ได้จุดกระแสให้คนไทยสนใจเรื่องสิทธิทางกฎหมายของคู่สมรสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเนื้อหาในละครสะท้อนกรณีที่พบในชีวิตจริงได้อย่างแม่นยำ ดังนี้

สถานการณ์ที่ 1 — ” รู้ว่ามีชู้ แต่ยังไม่อยากหย่า จะทำอย่างไร ? “

ในละคร ตัวละครภรรยาทราบว่าสามีมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น แต่ยังต้องการรักษาสถานะครอบครัวไว้เพื่อลูก — สถานการณ์นี้พบบ่อยมากในชีวิตจริง และกฎหมายก็มีทางออกที่ชัดเจน

ทางออกทางกฎหมาย: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง ภรรยามีสิทธิ ฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทนจากหญิงที่แสดงตนว่ามีความสัมพันธ์กับสามี โดยไม่ต้องฟ้องหย่า ทำให้สามารถใช้สิทธิ์นี้ได้ทันที โดยยังคงสถานะสมรสอยู่

สถานการณ์ที่ 2 — ” ชู้โพสต์รูปคู่ลงโซเชียล แบบนี้ฟ้องได้ไหม ? “

ในละครมีฉากที่หญิงอื่นโพสต์ภาพคู่กับสามีลงโซเชียลมีเดียอย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่ในชีวิตจริงถือว่า “แสดงตนโดยเปิดเผย” ตามที่กฎหมายบัญญัติ

ทางออกทางกฎหมาย: คำพิพากษาฎีกาที่ 4130/2548 ยืนยันชัดว่า ภรรยาชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผย โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าตนเองได้รับความเสียหายอย่างใดเป็นพิเศษ นั่นหมายความว่าแค่มีหลักฐานการโพสต์รูปคู่ในลักษณะชู้สาว ก็สามารถ ฟ้องชู้ ได้แล้ว

สถานการณ์ที่ 3 — ” ตกลงจะหย่ากันแล้ว แต่ยังไม่ได้ไปจด ยังฟ้องชู้ได้อยู่ไหม ? “

ในละครมีสถานการณ์ที่ทั้งคู่ตกปากตกคำว่าจะหย่า แต่ยังไม่ได้ไปจดทะเบียน ขณะนั้นสามีได้ไปคบหากับหญิงอื่น

ทางออกทางกฎหมาย: คำพิพากษาฎีกาที่ 6553/2537 วางหลักไว้ชัดเจนว่า ตราบใดที่ยังไม่มีการจดทะเบียนหย่า คู่สมรสทั้งสองยังมีสถานะเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย ดังนั้น ยังคงมีสิทธิฟ้องชู้ได้เต็มที่

 

สรุปบทเรียนจากละคร สงครามสมรส : ละครเรื่องนี้ทำให้คนไทยตระหนักว่า ” การฟ้องชู้ ” ไม่ใช่เรื่องที่ต้องอาย แต่คือสิทธิที่กฎหมายรับรองให้คุ้มครองสถาบันครอบครัว ตามที่สื่อของช่อง One31 ก็ได้นำเสนอเนื้อหาความรู้กฎหมายประกอบละครด้วย

 

ทะเบียนสมรสคืออาวุธสำคัญ! ไม่หย่าก็ ” ฟ้องชู้ ” ได้

หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องฟ้องหย่าก่อนถึงจะจัดการมือที่สามได้ แต่ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง ระบุชัดเจนว่า “ภริยาหรือสามีที่มีทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย “ มีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นหรือชายชู้ที่เข้ามามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับคู่สมรสของเราได้ โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องหย่า

นั่นหมายความว่า หากคุณยังต้องการรักษาครอบครัวไว้ หรือยังไม่พร้อมแตกหักกับคู่สมรส คุณสามารถเลือก ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากชู้ เพียงอย่างเดียว เพื่อเป็นการลงโทษทางสังคมและทางทรัพย์สิน ให้เขารู้สำนึกและเลิกยุ่งกับครอบครัวของคุณ

 

อัปเดตกฎหมายครอบครัว — พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ปพพ. ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567

อัปเดตกฎหมายครอบครัว — พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ปพพ. ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567

ในปี 2567 มีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว ครั้งสำคัญ (พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ปพพ. ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567) ซึ่งมีผลกระทบต่อคดีที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องชู้ในมิติต่าง ๆ ดังนี้

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

1. ปรับนิยามความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา (มาตรา 1461-1464/1)

กฎหมายได้ปรับเนื้อหาในหมวดความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา โดยเน้นย้ำหน้าที่ ซื่อสัตย์ต่อกัน และ อยู่กินด้วยกัน ซึ่งหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ย่อมเป็นการละเมิดหน้าที่สามีภรรยาโดยตรง เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายใช้สิทธิ์ทางกฎหมายได้

2. ปรับปรุงหมวดทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา (มาตรา 1465-1493)

กฎหมายฉบับใหม่กำหนดสิทธิการจัดการสินสมรสร่วมกันอย่างชัดเจน (มาตรา 1476) โดยระบุว่า คู่สมรสต้องจัดการสินสมรสร่วมกัน ในกรณีสำคัญหลายประการ รวมถึงการโอนสิทธิต่าง ๆ ในอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญ

ในทางปฏิบัติ กรณีที่คู่สมรสที่มีชู้แอบนำสินสมรส (ทรัพย์สินร่วม) ไปมอบให้แก่ชู้ ไม่ว่าจะเป็นเงิน บ้าน รถ หรือสิ่งของมีค่า อีกฝ่ายสามารถ ฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรม ดังกล่าวได้ภายในกรอบอายุความที่กำหนด

3. ผลกระทบต่อการฟ้องชู้

แม้มาตรา 1523 ซึ่งเป็นหัวใจของการ ฟ้องชู้ จะยังคงมีหลักการเดิมอยู่ แต่กฎหมายฉบับใหม่ได้เสริมความแข็งแกร่งในการคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินของคู่สมรสมากขึ้น ทำให้หากมีการย้ายทรัพย์สินเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าเสียหายจากคดี ฟ้องชู้ สามารถขอให้ศาลเพิกถอนและบังคับคดีต่อได้

 

การ “ ฟ้องชู้ ” คือ การรักษาสิทธิ์และศักดิ์ศรีของครอบครัว

ในทางกฎหมาย การฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชู้หรือผู้แสดงตนในทางชู้สาวกับคู่สมรส (ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523) ไม่จำเป็นต้องฟ้องหย่าก่อนเสมอไป ท่านสามารถใช้สิทธิ์ทางศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากบุคคลที่สามที่เข้ามาทำลายความสงบสุขในครอบครัวได้ทันที

เช็คลิสต์! หลักฐานเด็ด มัดตัวชู้ให้อยู่หมัดในยุค 5G

ในยุคดิจิทัล ” หลักฐาน ” ไม่ได้มีแค่แค่รูปถ่ายตอนเข้าโรงแรมหรือรูปบนเตียงเท่านั้น ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงชู้สาว หรือการยกย่องออกหน้าออกตา ดังนี้

  • แชทสนทนา : ข้อความทาง LINE, Facebook Messenger ที่มีการเรียกแทนตัวเองว่า ที่รัก, สามี/ภรรยา เตง , เบ้บ หรือข้อความแสดงความคิดถึง หึงหวง เชิงชู้สาว หรือรูปแบบไหนก็ตามที่ดูเกินเลยมากกว่าเพื่อน พี่น้อง คนรู้จัก หรือเพื่อนสนิท

  • หลักฐานการเงิน : สลิปโอนเงิน การซื้อของขวัญให้กัน หรือการอุปการะเลี้ยงดู

  • โซเชียลมีเดีย : รูปคู่ที่โพสต์ลง Facebook, Instagram, TikTok หรือการ Check-in สถานที่ท่องเที่ยวเดียวกัน พักห้องเดียวกัน และเป็นรูปที่ดูใกล้ชิดกันมากกว่าเพื่อน พี่น้อง คนรู้จัก หรือเพื่อนสนิท

  • พยานบุคคล : เพื่อนร่วมงาน ญาติพี่น้อง หรือคนที่รับรู้เรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาวนี้

คำแนะนำจากทนาย: ควรรีบแคปหน้าจอหรือเก็บหลักฐานทันทีที่เห็น เพราะคู่กรณีอาจลบหนีได้ทุกเมื่อ

 

ชู้ คือ ใคร

ตามกฎหมายไทย “ ชู้ ” หมายถึง บุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับคู่สมรสของผู้อื่นโดยที่ฝ่ายนั้นไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรสที่ถูกทิ้ง แปลง่ายๆ คือ ลักลอบได้เสียกันไม่ให้ภรรยาหรือสามีเขารู้ หรือมีความสัมพันธ์ทางเพศกับบุคคลภายนอกครอบครัว ในกรณีนี้ ชู้จะเป็นบุคคลที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อความสัมพันธ์ของคู่สมรสในทางกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นการทำให้เกิดการแตกร้าวของครอบครัว หรือเกิดความเสียหายทางอารมณ์และจิตใจหรือทำให้รู้สึกอับอาย

ไม่ว่าสังคมไทยจะผ่านไปนานแค่ไหน ชู้ ก็ยังคงถือเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณและถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นที่ยอมรับ จึงมักนำไปสู่ปัญหาทางครอบครัวและการดำเนินคดีทางกฎหมาย

ฟ้องชู้ ผิดกฎหมายมาตราไหน

มาตรา 1523 — หัวใจของการฟ้องชู้

วรรคสอง : “สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้”

วรรคสาม : ถ้าสามีหรือภริยายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการดังกล่าว สามีหรือภริยานั้นจะเรียกค่าทดแทนไม่ได้

มาตรา 1525 — การกำหนดค่าทดแทน

ค่าทดแทนตามมาตรา 1523 นั้น ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์ โดยศาลจะสั่งให้ชำระครั้งเดียวหรือแบ่งชำระเป็นงวด ๆ ตามที่ศาลเห็นสมควร

 

ฟ้องชู้ในทางอาญา

การฟ้องชู้ สามารถเป็นคดีอาญาได้ หากการกระทำของชู้มีการละเมิดสิทธิของคู่สมรส เช่น การแอบพาภรรยาหรือสามีของผู้อื่นไปมีเพศสัมพันธ์ในทางที่ผิดกฎหมาย เช่น การบังคับหรือข่มขืนให้ต้องจำยอม ซึ่งก็สามารถฟ้องร้องได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวหรือการกระทำผิดเกี่ยวกับการแต่งงาน การฟ้องร้องในลักษณะนี้สามารถทำให้ผู้ที่เป็นชู้ได้รับโทษตามกฎหมาย

 

ชู้โพสต์รูปคู่ลงโซเชียล ฟ้องได้ไหม

ชู้โพสต์รูปคู่ลงโซเชียล ฟ้องได้ไหม

คำตอบ: สามารถ ฟ้องได้ หากการโพสต์นั้นเข้าข่าย “แสดงตนโดยเปิดเผย” ว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว

ตามกฎหมาย (มาตรา 1523 วรรคสอง) ฝ่ายภรรยาหรือสามีที่ถูกนอกใจ มีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากบุคคลที่สาม ได้ หากบุคคลนั้นแสดงตนอย่างเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับคู่สมรสของตน

แบบไหนเรียกว่า “แสดงตนโดยเปิดเผย”

การโพสต์รูปจะเข้าข่ายฟ้องได้ เมื่อมีลักษณะ เช่น

  • โพสต์รูปคู่แบบใกล้ชิด (กอด จูบ แนบชิด)
  • แคปชันเชิงคนรัก เช่น “ที่รัก”, “แฟน”, “สามี”
  • แท็กชื่อ / เปิดตัวต่อสาธารณะ
  • โพสต์ซ้ำ ๆ จนคนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นคู่รัก
  • มีคอมเมนต์โต้ตอบเชิงชู้สาวอย่างชัดเจน

👉 สรุปง่าย ๆ: ถ้าคนทั่วไปเห็นแล้ว “เข้าใจว่าเป็นแฟนกัน” มีโอกาสฟ้องได้

ศาลมองเรื่องนี้อย่างไร

แนวคำพิพากษาศาลฎีกายืนยันว่า
ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานว่ามีเพศสัมพันธ์

แค่มีพฤติการณ์ที่แสดงออกต่อสาธารณะว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ก็เพียงพอให้เรียกค่าทดแทนได้

แต่ถ้าโพสต์แบบนี้ “อาจฟ้องไม่ได้”

  • รูปกลุ่ม / รูปเพื่อนทั่วไป
  • ไม่มีความใกล้ชิดหรือสื่อความเป็นคู่รัก
  • ไม่มีแคปชันหรือพฤติกรรมเชิงชู้สาว
  • หลักฐานไม่ชัดว่าอีกฝ่าย “รู้ว่ามีคู่สมรสอยู่แล้ว”

 

แนะนำ

  • รีบแคปหน้าจอทันที (รวม URL / วันที่ / เวลา)
  • เก็บหลักฐานหลายโพสต์ จะช่วยให้น้ำหนักคดีมากขึ้น
  • อย่ารอ เพราะ อายุความมีแค่ 1 ปี

การที่ชู้โพสต์รูปคู่ลงโซเชียล สามารถใช้ฟ้องชู้ได้
ถ้าโพสต์นั้นแสดงให้เห็นชัดว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงชู้สาวแบบเปิดเผย

ยิ่ง “เปิดตัวแรง” เท่าไหร่ → โอกาสชนะคดีและค่าเสียหายยิ่งสูงขึ้น

ขั้นตอนการฟ้องชู้

ในการฟ้องชู้ในทางกฎหมาย ผู้ที่ต้องการฟ้องต้องเตรียมหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อพิสูจน์ว่า คู่สมรสของตนมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นโดยที่ไม่ได้รับความยินยอม รวมถึงหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าการกระทำนั้นได้สร้างความเสียหายหรือความเดือดร้อนให้กับตนเอง เช่น หลักฐานการสนทนาหรือการพบปะกันของคู่สมรสกับบุคคลที่เป็นชู้ สามารถนำหลักฐานเหล่านี้ไปยื่นฟ้องศาลจะช่วยให้คดีมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

นอกจากนี้ หากต้องการฟ้องชู้ในทางแพ่ง ผู้ที่ฟ้องต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่า การกระทำของชู้ทำให้เกิดความเสียหายทางอารมณ์และจิตใจ หรือทำให้สูญเสียทรัพย์สินและโอกาสทางการเงิน แปลง่ายๆ คือ หลักฐานต้องชัดมาก ซึ่งในบางกรณีการฟ้องชู้ คำให้การจากพยานที่ช่วยยืนยันได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรสและชู้เกิดขึ้นจริงก็สำคัญมาก

 

1. การปรึกษากับทนายความ

ขั้นตอนแรกที่สำคัญคือการปรึกษากับทนายความที่มีความเชี่ยวชาญในคดีชู้ เพื่อให้ทนายความสามารถประเมินสถานการณ์และให้คำแนะนำที่เหมาะสม ทนายความจะช่วยในการตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องชู้ และช่วยเตรียมข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นในการฟ้องร้อง

2. การรวบรวมหลักฐาน

หลักฐานเป็นสิ่งสำคัญในการฟ้องชู้ เนื่องจากการฟ้องจะต้องพิสูจน์ว่ามีการกระทำผิดจริง การรวบรวมหลักฐานที่เป็นตัวพิสูจน์การมีชู้ เช่น ข้อความแชท รูปภาพ หรือหลักฐานอื่น ๆ ที่สามารถยืนยันได้ว่าคู่สมรสมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น นอกจากนี้ พยานที่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงก็มีความสำคัญในการเสริมสร้างหลักฐานที่แข็งแรง

3. การยื่นฟ้องศาล

หลังจากรวบรวมหลักฐานครบถ้วนแล้ว ทนายความจะช่วยยื่นฟ้องต่อศาลในกรณีที่ต้องการเรียกร้องค่าเสียหายจากการกระทำผิดหรือขอคำพิพากษาในทางอาญา การฟ้องชู้ในกรณีแพ่งมักจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายทางจิตใจจากการถูกทำร้ายความรู้สึก ในขณะที่การฟ้องในทางอาญาอาจมีโทษปรับหรือจำคุกขึ้นอยู่กับกรณี

4. การพิจารณาคดีและการพิจารณาหลักฐาน

เมื่อฟ้องชู้ไปแล้ว ศาลจะเริ่มพิจารณาคดี โดยทนายความจะช่วยเสนอมุมมองและหลักฐานต่าง ๆ ที่เก็บรวบรวมมาให้กับศาล การพิจารณาหลักฐานจะเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินคดี ศาลจะพิจารณาถึงหลักฐานทั้งหมดที่ฝ่ายต่าง ๆ นำเสนอ และจะมีการสอบถามพยานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาคดี

5. การรอคำพิพากษา

หลังจากการพิจารณาคดีแล้ว ศาลจะมีการตัดสินคดี การรอคำพิพากษาอาจใช้เวลาในบางกรณี ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดีและการรวบรวมหลักฐานที่เป็นประโยชน์ หากศาลตัดสินให้การฟ้องชู้เป็นผลสำเร็จ ผู้ฟ้องจะได้รับค่าเสียหายตามที่ศาลพิจารณา

6. การบังคับคดีหลังจากคำพิพากษา

หากศาลตัดสินให้ฝ่ายผู้ฟ้องชู้ชนะคดีและต้องการให้คู่กรณีจ่ายค่าเสียหายหรือรับโทษตามคำพิพากษา ผู้ฟ้องอาจต้องดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา ซึ่งอาจรวมถึงการยึดทรัพย์สินหรือติดตามการชำระเงินค่าชดเชย

 

สรุป

การฟ้องชู้เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อคู่สมรสของบุคคลหนึ่งมีความสัมพันธ์ทางเพศกับบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรส การฟ้องชู้สามารถเกิดขึ้นได้ในทั้งทางแพ่งและอาญา ขึ้นอยู่กับลักษณะของความเสียหายที่เกิดขึ้น และมีขั้นตอนการเตรียมหลักฐานที่สำคัญเพื่อให้คดีมีความน่าเชื่อถือ การดำเนินการฟ้องชู้จึงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังและให้คำแนะนำจากทนายความเพื่อให้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินไปได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ฟ้องชู้ คือ การที่ผู้เสียหายได้ถูกใส่ความ ถูกทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมื่น ทำการยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อให้ศาลลงโทษผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งผู้เสียหายหรือโจทก์จะให้ ทนายความ เขียนคำฟ้อง พร้อมกับรวบรวมพยาน หลักฐานต่างๆ เพื่อนำเสนอต่อศาล ให้ศาลตัดสินลงโทษผู้กระทำความผิดต่อไป 

การที่คนสองคนและใจสองใจมาพบกันจนทำให้เกิดความรักต่อกัน อยากจะสร้างครอบครัวและใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไปตลอดชีวิต แต่ปัญหาอุปสรรคที่ทำให้ชีวิตคู่ ของหลายๆคู่จบลงจนไม่สามารถใช้ชีวิตคู่ร่วมกันต่อไปได้ “คือปัญหาการนอกใจในชีวิตคู่หรือที่ชอบเรียกกันว่า มือที่สาม” กล่าวคือ การฟ้องเรียกค่าทดแทนจากบุคลคลที่ล่วงเกินคู่สมรส แม้ว่าปัญหาการนอกใจในสังคมปัจจุบันจะถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่กฎหมายก็ให้ความคุ้มคลองคู่สมรสที่ถูกนอกใจให้มีสิทธิได้รับค่าทดแทน

เอกสารของโจทก์ ผู้ที่ต้องการฟ้องชู้ ต้องเตรียมอะไรบ้าง ? หลักฐาน ฟ้องชู้

  • สำเนาใบสำคัญการสมรส
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ฟ้องคดี
  • สำเนาใบเปลื่ยนชื่อของเราและของคู่สมรส (ถ้าเคยเปลี่ยนชื่อและนามสกุล)
  • ทะเบียนบ้านของผู้ฟ้องคดี
  • สูติบัตร (ถ้ามีบุตรด้วยกัน)
  • หลักฐานเกี่ยวกับอาชีพรายได้ของเราและคู่สมรส เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน
  • หลักฐานเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาของเราและคู่สมรส เช่น สำเนาใบปริญญาบัตร
  • หลักฐานเกี่ยวกับการมีฐานะทางสังคมของเราและคู่สมรส เช่น การดำรงตำแหน่งนักการเมือง การประกอบอาชีพดารา หรืออาชีพที่มีคนรู้จักเป็นจำนวนมาก
  • หลักฐานเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงาน ภาพงานแต่ง การ์ดงานแต่ง

 

คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องชู้

ฎีกาที่ 6553/2537 — ” ตกลงหย่าแล้วแต่ยังไม่ได้จด ยังฟ้องชู้ได้ “

การหย่าต้องจดทะเบียนจึงจะสมบูรณ์ตามมาตรา 1515 แม้ทั้งคู่จะมีเจตนาตกลงหย่ากัน แต่หากยังไม่ได้จดทะเบียน ยังถือเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย ฝ่ายที่ถูกนอกใจจึงยังมีสิทธิ ฟ้องชู้ ได้เต็มที่

ฎีกาที่ 4130/2548 — ” ไม่ต้องพิสูจน์ความเสียหาย ก็ฟ้องชู้ได้ “

มาตรา 1523 วรรคสอง เป็นบทบัญญัติที่ให้สิทธิแก่ภรรยาชอบด้วยกฎหมายเรียกค่าทดแทนจากหญิงที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับสามี โดยไม่มีเงื่อนไขว่าภรรยาจะต้องเกิดความเสียหายอย่างใด หรือจะต้องอยู่กินกับสามีจริง ๆ หรือต้องไม่มีคดีฟ้องหย่ากันอยู่ก่อน

ฎีกาที่ 964/2562 — ” มีกุญแจบ้านชู้ นอนค้างบ้านชู้ ถือว่าแสดงตนโดยเปิดเผย “

สามีโจทก์เข้าออกบ้านจำเลยในเวลากลางคืนบ่อยครั้ง มีกุญแจเปิดประตูบ้านจำเลยเองได้ และบางครั้งนอนค้างคืนแล้วออกไปทำงานพร้อมกันในตอนเช้า พฤติการณ์เช่นนี้ทำให้เพื่อนบ้านและบุคคลทั่วไปเข้าใจได้ว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว จึงถือว่าเป็นการแสดงตนโดยเปิดเผย ภรรยาโจทก์มีสิทธิ ฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทนได้

ฎีกาที่ 2490/2561 — ” หย่าแล้วยังฟ้องชู้ย้อนหลังได้ ถ้ายังไม่เกิน 1 ปี “

แม้สามีภรรยาจะหย่าขาดจากกันแล้ว หากไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ทราบถึงความสัมพันธ์ฉันชู้สาวที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ยังเป็นสามีภรรยากัน ก็ยังสามารถ ฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทนได้ สิทธิไม่หมดไปเพราะการหย่า

หลักการพิจารณาว่า ฟ้องชู้ได้จริงไหม ?

1.เมื่อสามี จะยื่นฟ้อง ชายชู้

  • การฟ้องชายชู้ คือ กรณีที่สามีสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชายชู้หรือชายอื่นในฐานะที่ชายชู้หรือชายอื่น นั้นล่วงเกินภรรยาในทำนองชู้สาวได้เท่านั้น โดยไม่จำต้องฟ้องหย่าก่อน
  • หลักการพิจารณา คือ เพียงแค่มีชายชู้หรือชายอื่นล่วงเกินภรรยาไปในทำน้องชู้สาว แม้ภรรยาจะสมัครใจหรือยินยอมให้ล่วงเกินก็ตาม เช่น แตะเนื้อต้องตัว จูบ จับต้องบริเวณที่ไม่ควร นอนกอดกัน โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีการร่วมประเวณี สิทธิของสามีย่อมเกิดมีขึ้นทันทีขณะมีการล่วงเกินก็สามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนได้แล้ว
  • นอกจากนี้การที่ภรรยาได้แสดงตนโดยเปิดเผยว่าคบหาหรือเป็นคนรักกับชายชู้ มีพฤติการณ์ที่เป็นที่รู้อยู่ทั่วไปว่าชายชู้คนดังกล่าวเป็นคนรักของตน สามีมีสิทธฟ้องได้เช่นเดียวกัน
  • การล่วงเกินภรรยาไปในทำนองชู้สาวนั้น ไม่ว่าจะมีการร่วมประเวณีหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องทำโดยเปิดเผย ไม่ต้องประกาศให้บุคคลอื่นทั่วไปรู้ อาจจะเป็นการแอบคบหา และแอบมีความสัมพันธ์กันในที่ลับสามีก็มีสิทธิฟ้องได้
  • นอกจากนี้กรณีที่ฝ่ายหญิงไม่ยินยอมหรือชายอื่นมาข่มขืนกระทำชำเราภรรยา ก็ถือว่าเป็นการล่วงเกินทางชู้สาว สามีเรียกค่าทดแทนจากผู้ข่มขืนภรรยาได้ เพราะฉะนั้นการไปข่มขืนหญิงที่มีสามีก็อาจจะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนมากกว่าการไปข่มขืนผู้หญิงที่ยังไม่มีสามี เพราะการไปข่มขืนหญิงมีสามีนั้น จะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ตัวหญิงที่ถูกข่มขืนและสามีของหญิงนั้นด้วย อย่างไรก็ดีหากหญิงไม่มีพฤติกรรมทำนองชู้สาวกับชายอื่น แสดงว่าชายอื่นก็ไม่มีการกระทำทำนองชู้สาวกับหญิง ก็เรียกค่าทดแทนไม่ได้

 

2.เมื่อภรรยา จะยื่นฟ้อง หญิงชู้

  • ฟ้องหญิงชู้ (ฟ้องเมียน้อย) คือ ภรรยามีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงชู้ หรือ ภรรยาน้อยที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่ามีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวได้ ส่วนการแสดงตนโดยเปิดเผยก็มีตัวอย่าง เช่น
  • แสดงความรักหรือแสดงความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวโดยเปิดเผยให้กับคนทั่วไปได้รับทราบ เช่น เดินจับมือ โอบกอดในที่สาธารณะ
  • คบหากันอย่างเปิดเผย เพื่อนร่วมงานที่ทำงานหรือเพื่อนบ้านทราบดีว่าเป็นคนรักกัน
  • จัดงานพิธีมงคลสมรสกัน หรือ ออกงานพิธีการต่าง ๆ ร่วมกันอย่างเปิดเผย
  • ลงรูปคู่ คลิปวีดีโอ ตามสื่อโซเชียลที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นคนรักกัน
  • หากมีพยานหลักฐานชัดเจน ภรรยาก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีเรียกค่าทดแทนจากหญิงชู้ได้ โดยไม่ต้องมีการฟ้องหย่าก่อน

 

จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากชู้ได้เท่าไหร่ 

หลายคนสงสัยว่าควรจะเรียกค่าเสียหายจากชู้เท่าไหร่ดี ซึ่งตรงนี้ควรปรึกษาทนายก่อนจะดีที่สุด เพราะศาลท่านมีหลักเกณฑ์พิจารณาของศาลในการกำหนดค่าเสียหาย โดยศาลพิจารณาจากพฤติการณ์ในคดี ดังนี้

1.ฐานะทางสังคมและอาชีพการศึกษาของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายสามี ฝ่ายภริยา และฝ่ายชู้

2.จดทะเบียนสมรสกันมาเป็นระยะเวลานานแค่ไหน กล่าวคือ คู่ไหนจดทะเบียนสมรสกันมาเป็นระยะเวลานานก็มีโอกาศที่ศาลจะกำหนดค่าทดแทนให้เป้นจำนวนที่สูงตามพฤติการณ์

3.ได้มีการจัดงานแต่งงานกันหรือไม่ ขนาดของงานที่จัด มีแขกมาร่วมงานเป็นจำนวนมากหรือไม่

4.คู่สมรสมีบุตรด้วยกันหรือไม่ หากคู่สมรสมีบุตรด้วยกัน ศาลก็จะกำหนดค่าทดแทนเรื่องค่าเสียหายจากชู้เพิ่มเติมเพราะถือว่าทำให้ครอบครัวแตกแยกและมีผลกระทบต่อตัวบุตรผู้เยาว์

5.ความสัมพันธ์ในครอบครัวก่อนเกิดเหตุการณ์มีชู้

6.พฤติการณ์ในการเป็นชู้มีการเปิดเผยต่อสังคมขนาดไหน และระยะเวลาในการคบชู้ และฝ่ายชู้รู้หรือไม่ว่าอีกฝ่ายมีสามีหรือภริยาหรือไม่

7.มีการฟ้องหย่าประกอบไปด้วยหรือไม่ได้ทรัพย์สินจากการฟ้องหย่าไปด้วยหรือไม่

โดยสรุป ศาลจะพิจารณาจากองค์ประกอบเหล่านี้เพื่อกำหนดค่าทดแทน ว่าการคบชู้นั้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและครอบครัวมากน้อยแค่ไหน และหากดำเนินการฟ้องชู้โดยไม่ประสงค์ฟ้องหย่าจะไม่สามารถเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสที่คบชู้ได้


การฟ้องชู้หรือมือที่สาม ฟ้องศาลไหน

การฟ้องชู้ ถือเป็นคดีแพ่ง จึงต้องพิจารณาคดีที่ศาลเยาวชนและครอบครัว โดยมีหลักพิจารณากำหนดค่าทดแทน ว่าฝ่ายชู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าทดแทนให้แก่คู่สมรสอีกฝ่ายเป็นจำนวนเงินเท่าใด

 

ค่าใช้จ่ายในการฟ้องชู้ 

การฟ้องชู้ จำเป็นต้องให้ทนายเขียนคำฟ้องยื่นต่อศาล โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายในการฟ้องชู้ จะประกอบไปด้วย 3 ส่วน ดังนี้ 

1. ค่าจ้างทนายความ

โดยทั่วไปค่าทนายคดี ฟ้องชู้ จะอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดี และนโยบายค่าจ้างของแต่ละสำนักงาน

2. ค่าธรรมเนียมศาล

  • หากเรียกค่าเสียหายจากการ ฟ้องชู้ ไม่เกิน 300,000 บาท ค่าธรรมเนียมศาลมักไม่เกิน 2,000 บาท
  • หากเรียกค่าเสียหายมากกว่า 300,000 บาท โจทก์ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมร้อยละ 2 ของยอดฟ้อง เช่น ฟ้อง 1,000,000 บาท จะเสียค่าธรรมเนียม 20,000 บาท

3. ค่าเดินทางและค่าเสียโอกาส การ ฟ้องชู้

อาจต้องเดินทางไปศาลประมาณ 3-4 ครั้ง มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าเสียโอกาสจากการลางาน

ฟ้องชู้ ค่าจ้างทนายเท่าไหร่ 

เนื่องจากทนายความไม่สามารถประกาศหรือโฆษณาค่าจ้างทนายในเว็บไซต์ได้ เนื่องด้วยข้อบังคับของสภาทนายความ ห้ามมิให้ทนายความโฆษณา หรือประกาศอัตราค่าจ้างว่าความ หรือโฆษณาว่าจะไม่เรียกร้องค่าทนาย ตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วย มารยาททนายความ พ.ศ. 2529 ข้อ 17

เรียกค่าทดแทนได้เท่าไหร่ ? ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง ?

คำถามที่ทนายพบบ่อยที่สุดคือ ” จะเรียกเงินได้กี่บาท ? “ ซึ่งศาลจะใช้ดุลยพินิจพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้เป็นหลัก

  • ความเปิดเผย : ยิ่งชู้แสดงตัวออกหน้าออกตา โพสต์รูปคู่ หรือทำให้สังคมรับรู้มากเท่าไหร่ ค่าเสียหายยิ่งสูงขึ้น
  • ระยะเวลา : คบหากันมานานแค่ไหน — ยิ่งนานยิ่งหนักขึ้น
  • ฐานะทางสังคม : ชื่อเสียง เกียรติยศ และหน้าที่การงานของทุกฝ่าย
  • ความกระทบกระเทือน : มีบุตรด้วยกันหรือไม่ มีการจัดงานแต่งงานหรือไม่ ครอบครัวได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน
  • ระยะเวลาสมรส : จดทะเบียนสมรสมานานแค่ไหน ยิ่งนานค่าทดแทนมีโอกาสสูงขึ้น
  • การฟ้องหย่าประกอบ : มีการฟ้องหย่าพร้อมกันหรือไม่ และได้รับทรัพย์สินจากการหย่าไปด้วยหรือไม่

ข้อควรระวังเรื่องอายุความ! สิทธิในการฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชู้ มีอายุความ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่คุณรู้เรื่องการเป็นชู้ หากปล่อยไว้นานเกินไป คุณอาจเสียสิทธิฟรีๆ ดังนั้น หากทราบเรื่องแล้ว ควรรีบปรึกษา สำนักงานทนายความติวานนท์ เพื่อวางแผนรวบรวมหลักฐานและดำเนินคดีทันที

 

ข้อควรระวัง : อายุความในการฟ้องชู้
สิทธิ์ในการ ฟ้องชู้ มีกำหนดอายุความที่ค่อนข้างสั้น โดยต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ผู้บริสุทธิ์ ” รู้หรือควรจะรู้ ” ถึงการมีชู้ ดังนั้นหากท่านสงสัยหรือพบพฤติการณ์ดังกล่าว การรีบปรึกษาทนายความเพื่อรวบรวมหลักฐานและดำเนินการภายในกำหนดเวลาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

หากท่านกำลังเผชิญกับปัญหาครอบครัวและต้องการทราบแนวทางการสู้คดีอย่างถูกต้อง สำนักงานกฎหมายติวานนท์พร้อมให้คำแนะนำอย่างละเอียด เพื่อปกป้องสิทธิ์และศักดิ์ศรีของท่านตามกฎหมาย

 

สรุป

การ ฟ้องชู้ คือสิทธิที่กฎหมายไทยรับรองให้คู่สมรสที่ถูกนอกใจ ใช้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและเรียกร้องความเป็นธรรม โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งความรุนแรงหรือต้องฟ้องหย่าก่อน ดังที่สถาบันวิชาการด้านอาชญาวิทยาก็ยืนยันว่าการใช้เส้นทางกฎหมายเป็นทางออกที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดสำหรับปัญหาการนอกใจ

กฎหมายครอบครัวฉบับอัปเดตล่าสุด (พ.ร.บ. ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567) ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งในการคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินของคู่สมรสมากขึ้น ทำให้การ ฟ้องชู้ ในยุคนี้มีเครื่องมือทางกฎหมายรองรับอย่างครบถ้วน

หากกำลังเผชิญกับปัญหาดังกล่าว อย่ารอช้า — เพราะอายุความ 1 ปี เดินหน้าตลอดเวลา

 

ดังนั้น ขอให้สอบถามค่าจ้างทนายความ ผ่านช่องทาง ต่อไปนี้ 

  • ทางโทรศัพท์ 02-125-2511
  • ทางไลน์ @tiwanonlaw
  • Facebook : สำนักงานทนายความติวานนท์
  • E-mail : info@tiwanonlaw.com
  • มาพบทนายด้วยตนเองดีที่สุด เพราะการสอบข้อเท็จจริงที่ดีที่สุดระหว่างทนายความกับลูกความ คือการมานั่งคุยกันต่อหน้า
  • การคุยกันทางโทรศัพท์ ทางไลน์ ทางอีเมล์ อย่างไรเสียก็สู้มานั่งคุยกันต่อหน้าไม่ได้ เพราะทำให้เข้าใจข้อเท็จจริงต่างๆได้ละเอียดกว่า และสามารถซักถาม ทำความเข้าใจและจับกิริยาอาการต่างๆได้ดีที่สุด
  • แผนที่ สำนักงานทนายความติวานนท์

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการฟ้องคดีแพ่ง ฟ้องคดีอาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ฟ้องชู้ ฟ้องขับไล่ ฟ้องลูกหนี้
การทำงานครอบคลุมถึง การออกโนติส การฟ้องคดีโดยตรง การทำงานร่วมกับตำรวจและพนักงานอัยการ
การร้องขอความเป็นธรรม การประกันตัวผู้ต้องหา การไต่สวนมูลฟ้อง การเขียนคำให้การของจำเลย การฟ้องแย้ง
การยื่นอุทธรณ์และการยื่นฎีกา รวมทั้งการสืบทรัพย์ การบังคับคดี และการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

อัตราค่าจ้างทนาย ต้องสอบถามทางบริษัทเท่านั้น สามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อทนาย

โทร

แชทไลน์

อีเมล

สำนักงาน

ทนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฏหมาย
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
อ่านบทความล่าสุด
Powered by รับทำ AI SEO สายขาว