ฟ้องชู้ คือ อะไร

” ชู้ ” เป็นคำที่มีความหมายเชิงลบในสังคมไทยมาช้านาน และยังคงเป็นสถานะความสัมพันธ์ที่สามารถนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรงทั้งในชีวิตส่วนตัวและทางกฎหมาย โดยเฉพาะในด้านสิทธิของคู่สมรสที่ถูกนอกใจ
การฟ้องชู้ หมายถึง การที่คู่สมรสฝ่ายที่ถูกนอกใจยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อเรียกร้องค่าทดแทนจากบุคคลที่สามซึ่งเข้ามามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับคู่สมรสของตน โดยสามารถดำเนินการได้ในรูปแบบของ คดีทางแพ่ง เป็นหลัก โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องหย่าก่อนแต่อย่างใด
การฟ้องชู้เป็นการใช้สิทธิทางศาลตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบกฎหมายไทยให้ความคุ้มครองแก่สถาบันครอบครัวอย่างจริงจัง และเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายสามารถต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและสิทธิของตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งความรุนแรง
เคสตัวอย่างจาก ” สงครามสมรส ” — เมื่อชีวิตจริงสะท้อนในจอโทรทัศน์
ละครเรื่อง “สงครามสมรส” ทางช่อง One31 ได้จุดกระแสให้คนไทยสนใจเรื่องสิทธิทางกฎหมายของคู่สมรสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเนื้อหาในละครสะท้อนกรณีที่พบในชีวิตจริงได้อย่างแม่นยำ ดังนี้
สถานการณ์ที่ 1 — ” รู้ว่ามีชู้ แต่ยังไม่อยากหย่า จะทำอย่างไร ? “
ในละคร ตัวละครภรรยาทราบว่าสามีมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น แต่ยังต้องการรักษาสถานะครอบครัวไว้เพื่อลูก — สถานการณ์นี้พบบ่อยมากในชีวิตจริง และกฎหมายก็มีทางออกที่ชัดเจน
ทางออกทางกฎหมาย: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง ภรรยามีสิทธิ ฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทนจากหญิงที่แสดงตนว่ามีความสัมพันธ์กับสามี โดยไม่ต้องฟ้องหย่า ทำให้สามารถใช้สิทธิ์นี้ได้ทันที โดยยังคงสถานะสมรสอยู่
สถานการณ์ที่ 2 — ” ชู้โพสต์รูปคู่ลงโซเชียล แบบนี้ฟ้องได้ไหม ? “
ในละครมีฉากที่หญิงอื่นโพสต์ภาพคู่กับสามีลงโซเชียลมีเดียอย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่ในชีวิตจริงถือว่า “แสดงตนโดยเปิดเผย” ตามที่กฎหมายบัญญัติ
ทางออกทางกฎหมาย: คำพิพากษาฎีกาที่ 4130/2548 ยืนยันชัดว่า ภรรยาชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผย โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าตนเองได้รับความเสียหายอย่างใดเป็นพิเศษ นั่นหมายความว่าแค่มีหลักฐานการโพสต์รูปคู่ในลักษณะชู้สาว ก็สามารถ ฟ้องชู้ ได้แล้ว
สถานการณ์ที่ 3 — ” ตกลงจะหย่ากันแล้ว แต่ยังไม่ได้ไปจด ยังฟ้องชู้ได้อยู่ไหม ? “
ในละครมีสถานการณ์ที่ทั้งคู่ตกปากตกคำว่าจะหย่า แต่ยังไม่ได้ไปจดทะเบียน ขณะนั้นสามีได้ไปคบหากับหญิงอื่น
ทางออกทางกฎหมาย: คำพิพากษาฎีกาที่ 6553/2537 วางหลักไว้ชัดเจนว่า ตราบใดที่ยังไม่มีการจดทะเบียนหย่า คู่สมรสทั้งสองยังมีสถานะเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย ดังนั้น ยังคงมีสิทธิฟ้องชู้ได้เต็มที่
สรุปบทเรียนจากละคร สงครามสมรส : ละครเรื่องนี้ทำให้คนไทยตระหนักว่า ” การฟ้องชู้ ” ไม่ใช่เรื่องที่ต้องอาย แต่คือสิทธิที่กฎหมายรับรองให้คุ้มครองสถาบันครอบครัว ตามที่สื่อของช่อง One31 ก็ได้นำเสนอเนื้อหาความรู้กฎหมายประกอบละครด้วย
ทะเบียนสมรสคืออาวุธสำคัญ! ไม่หย่าก็ ” ฟ้องชู้ ” ได้
หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องฟ้องหย่าก่อนถึงจะจัดการมือที่สามได้ แต่ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง ระบุชัดเจนว่า “ภริยาหรือสามีที่มีทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย “ มีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นหรือชายชู้ที่เข้ามามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับคู่สมรสของเราได้ โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องหย่า
นั่นหมายความว่า หากคุณยังต้องการรักษาครอบครัวไว้ หรือยังไม่พร้อมแตกหักกับคู่สมรส คุณสามารถเลือก ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากชู้ เพียงอย่างเดียว เพื่อเป็นการลงโทษทางสังคมและทางทรัพย์สิน ให้เขารู้สำนึกและเลิกยุ่งกับครอบครัวของคุณ
อัปเดตกฎหมายครอบครัว — พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ปพพ. ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567

ในปี 2567 มีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว ครั้งสำคัญ (พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ปพพ. ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567) ซึ่งมีผลกระทบต่อคดีที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องชู้ในมิติต่าง ๆ ดังนี้
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
1. ปรับนิยามความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา (มาตรา 1461-1464/1)
กฎหมายได้ปรับเนื้อหาในหมวดความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา โดยเน้นย้ำหน้าที่ ซื่อสัตย์ต่อกัน และ อยู่กินด้วยกัน ซึ่งหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ย่อมเป็นการละเมิดหน้าที่สามีภรรยาโดยตรง เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายใช้สิทธิ์ทางกฎหมายได้
2. ปรับปรุงหมวดทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา (มาตรา 1465-1493)
กฎหมายฉบับใหม่กำหนดสิทธิการจัดการสินสมรสร่วมกันอย่างชัดเจน (มาตรา 1476) โดยระบุว่า คู่สมรสต้องจัดการสินสมรสร่วมกัน ในกรณีสำคัญหลายประการ รวมถึงการโอนสิทธิต่าง ๆ ในอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญ
ในทางปฏิบัติ กรณีที่คู่สมรสที่มีชู้แอบนำสินสมรส (ทรัพย์สินร่วม) ไปมอบให้แก่ชู้ ไม่ว่าจะเป็นเงิน บ้าน รถ หรือสิ่งของมีค่า อีกฝ่ายสามารถ ฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรม ดังกล่าวได้ภายในกรอบอายุความที่กำหนด
3. ผลกระทบต่อการฟ้องชู้
แม้มาตรา 1523 ซึ่งเป็นหัวใจของการ ฟ้องชู้ จะยังคงมีหลักการเดิมอยู่ แต่กฎหมายฉบับใหม่ได้เสริมความแข็งแกร่งในการคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินของคู่สมรสมากขึ้น ทำให้หากมีการย้ายทรัพย์สินเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าเสียหายจากคดี ฟ้องชู้ สามารถขอให้ศาลเพิกถอนและบังคับคดีต่อได้
การ “ ฟ้องชู้ ” คือ การรักษาสิทธิ์และศักดิ์ศรีของครอบครัว
ในทางกฎหมาย การฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชู้หรือผู้แสดงตนในทางชู้สาวกับคู่สมรส (ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523) ไม่จำเป็นต้องฟ้องหย่าก่อนเสมอไป ท่านสามารถใช้สิทธิ์ทางศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากบุคคลที่สามที่เข้ามาทำลายความสงบสุขในครอบครัวได้ทันที
เช็คลิสต์! หลักฐานเด็ด มัดตัวชู้ให้อยู่หมัดในยุค 5G
ในยุคดิจิทัล ” หลักฐาน ” ไม่ได้มีแค่แค่รูปถ่ายตอนเข้าโรงแรมหรือรูปบนเตียงเท่านั้น ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงชู้สาว หรือการยกย่องออกหน้าออกตา ดังนี้
-
แชทสนทนา : ข้อความทาง LINE, Facebook Messenger ที่มีการเรียกแทนตัวเองว่า ที่รัก, สามี/ภรรยา เตง , เบ้บ หรือข้อความแสดงความคิดถึง หึงหวง เชิงชู้สาว หรือรูปแบบไหนก็ตามที่ดูเกินเลยมากกว่าเพื่อน พี่น้อง คนรู้จัก หรือเพื่อนสนิท
-
หลักฐานการเงิน : สลิปโอนเงิน การซื้อของขวัญให้กัน หรือการอุปการะเลี้ยงดู
-
โซเชียลมีเดีย : รูปคู่ที่โพสต์ลง Facebook, Instagram, TikTok หรือการ Check-in สถานที่ท่องเที่ยวเดียวกัน พักห้องเดียวกัน และเป็นรูปที่ดูใกล้ชิดกันมากกว่าเพื่อน พี่น้อง คนรู้จัก หรือเพื่อนสนิท
-
พยานบุคคล : เพื่อนร่วมงาน ญาติพี่น้อง หรือคนที่รับรู้เรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาวนี้
คำแนะนำจากทนาย: ควรรีบแคปหน้าจอหรือเก็บหลักฐานทันทีที่เห็น เพราะคู่กรณีอาจลบหนีได้ทุกเมื่อ
ชู้ คือ ใคร
ตามกฎหมายไทย “ ชู้ ” หมายถึง บุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับคู่สมรสของผู้อื่นโดยที่ฝ่ายนั้นไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรสที่ถูกทิ้ง แปลง่ายๆ คือ ลักลอบได้เสียกันไม่ให้ภรรยาหรือสามีเขารู้ หรือมีความสัมพันธ์ทางเพศกับบุคคลภายนอกครอบครัว ในกรณีนี้ ชู้จะเป็นบุคคลที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อความสัมพันธ์ของคู่สมรสในทางกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นการทำให้เกิดการแตกร้าวของครอบครัว หรือเกิดความเสียหายทางอารมณ์และจิตใจหรือทำให้รู้สึกอับอาย
ไม่ว่าสังคมไทยจะผ่านไปนานแค่ไหน ชู้ ก็ยังคงถือเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณและถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นที่ยอมรับ จึงมักนำไปสู่ปัญหาทางครอบครัวและการดำเนินคดีทางกฎหมาย
ฟ้องชู้ ผิดกฎหมายมาตราไหน
มาตรา 1523 — หัวใจของการฟ้องชู้
วรรคสอง : “สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้”
วรรคสาม : ถ้าสามีหรือภริยายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการดังกล่าว สามีหรือภริยานั้นจะเรียกค่าทดแทนไม่ได้
มาตรา 1525 — การกำหนดค่าทดแทน
ค่าทดแทนตามมาตรา 1523 นั้น ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์ โดยศาลจะสั่งให้ชำระครั้งเดียวหรือแบ่งชำระเป็นงวด ๆ ตามที่ศาลเห็นสมควร
ฟ้องชู้ในทางอาญา
การฟ้องชู้ สามารถเป็นคดีอาญาได้ หากการกระทำของชู้มีการละเมิดสิทธิของคู่สมรส เช่น การแอบพาภรรยาหรือสามีของผู้อื่นไปมีเพศสัมพันธ์ในทางที่ผิดกฎหมาย เช่น การบังคับหรือข่มขืนให้ต้องจำยอม ซึ่งก็สามารถฟ้องร้องได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวหรือการกระทำผิดเกี่ยวกับการแต่งงาน การฟ้องร้องในลักษณะนี้สามารถทำให้ผู้ที่เป็นชู้ได้รับโทษตามกฎหมาย
ชู้โพสต์รูปคู่ลงโซเชียล ฟ้องได้ไหม

คำตอบ: สามารถ ฟ้องได้ หากการโพสต์นั้นเข้าข่าย “แสดงตนโดยเปิดเผย” ว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว
ตามกฎหมาย (มาตรา 1523 วรรคสอง) ฝ่ายภรรยาหรือสามีที่ถูกนอกใจ มีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากบุคคลที่สาม ได้ หากบุคคลนั้นแสดงตนอย่างเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับคู่สมรสของตน
แบบไหนเรียกว่า “แสดงตนโดยเปิดเผย”
การโพสต์รูปจะเข้าข่ายฟ้องได้ เมื่อมีลักษณะ เช่น
- โพสต์รูปคู่แบบใกล้ชิด (กอด จูบ แนบชิด)
- แคปชันเชิงคนรัก เช่น “ที่รัก”, “แฟน”, “สามี”
- แท็กชื่อ / เปิดตัวต่อสาธารณะ
- โพสต์ซ้ำ ๆ จนคนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นคู่รัก
- มีคอมเมนต์โต้ตอบเชิงชู้สาวอย่างชัดเจน
👉 สรุปง่าย ๆ: ถ้าคนทั่วไปเห็นแล้ว “เข้าใจว่าเป็นแฟนกัน” มีโอกาสฟ้องได้
ศาลมองเรื่องนี้อย่างไร
แนวคำพิพากษาศาลฎีกายืนยันว่า
ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานว่ามีเพศสัมพันธ์
แค่มีพฤติการณ์ที่แสดงออกต่อสาธารณะว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงชู้สาว ก็เพียงพอให้เรียกค่าทดแทนได้
แต่ถ้าโพสต์แบบนี้ “อาจฟ้องไม่ได้”
- รูปกลุ่ม / รูปเพื่อนทั่วไป
- ไม่มีความใกล้ชิดหรือสื่อความเป็นคู่รัก
- ไม่มีแคปชันหรือพฤติกรรมเชิงชู้สาว
- หลักฐานไม่ชัดว่าอีกฝ่าย “รู้ว่ามีคู่สมรสอยู่แล้ว”
แนะนำ
- รีบแคปหน้าจอทันที (รวม URL / วันที่ / เวลา)
- เก็บหลักฐานหลายโพสต์ จะช่วยให้น้ำหนักคดีมากขึ้น
- อย่ารอ เพราะ อายุความมีแค่ 1 ปี
การที่ชู้โพสต์รูปคู่ลงโซเชียล สามารถใช้ฟ้องชู้ได้
ถ้าโพสต์นั้นแสดงให้เห็นชัดว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงชู้สาวแบบเปิดเผย
ยิ่ง “เปิดตัวแรง” เท่าไหร่ → โอกาสชนะคดีและค่าเสียหายยิ่งสูงขึ้น
ขั้นตอนการฟ้องชู้
ในการฟ้องชู้ในทางกฎหมาย ผู้ที่ต้องการฟ้องต้องเตรียมหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อพิสูจน์ว่า คู่สมรสของตนมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นโดยที่ไม่ได้รับความยินยอม รวมถึงหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าการกระทำนั้นได้สร้างความเสียหายหรือความเดือดร้อนให้กับตนเอง เช่น หลักฐานการสนทนาหรือการพบปะกันของคู่สมรสกับบุคคลที่เป็นชู้ สามารถนำหลักฐานเหล่านี้ไปยื่นฟ้องศาลจะช่วยให้คดีมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
นอกจากนี้ หากต้องการฟ้องชู้ในทางแพ่ง ผู้ที่ฟ้องต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่า การกระทำของชู้ทำให้เกิดความเสียหายทางอารมณ์และจิตใจ หรือทำให้สูญเสียทรัพย์สินและโอกาสทางการเงิน แปลง่ายๆ คือ หลักฐานต้องชัดมาก ซึ่งในบางกรณีการฟ้องชู้ คำให้การจากพยานที่ช่วยยืนยันได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรสและชู้เกิดขึ้นจริงก็สำคัญมาก
1. การปรึกษากับทนายความ
ขั้นตอนแรกที่สำคัญคือการปรึกษากับทนายความที่มีความเชี่ยวชาญในคดีชู้ เพื่อให้ทนายความสามารถประเมินสถานการณ์และให้คำแนะนำที่เหมาะสม ทนายความจะช่วยในการตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องชู้ และช่วยเตรียมข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นในการฟ้องร้อง
2. การรวบรวมหลักฐาน
หลักฐานเป็นสิ่งสำคัญในการฟ้องชู้ เนื่องจากการฟ้องจะต้องพิสูจน์ว่ามีการกระทำผิดจริง การรวบรวมหลักฐานที่เป็นตัวพิสูจน์การมีชู้ เช่น ข้อความแชท รูปภาพ หรือหลักฐานอื่น ๆ ที่สามารถยืนยันได้ว่าคู่สมรสมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น นอกจากนี้ พยานที่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงก็มีความสำคัญในการเสริมสร้างหลักฐานที่แข็งแรง
3. การยื่นฟ้องศาล
หลังจากรวบรวมหลักฐานครบถ้วนแล้ว ทนายความจะช่วยยื่นฟ้องต่อศาลในกรณีที่ต้องการเรียกร้องค่าเสียหายจากการกระทำผิดหรือขอคำพิพากษาในทางอาญา การฟ้องชู้ในกรณีแพ่งมักจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายทางจิตใจจากการถูกทำร้ายความรู้สึก ในขณะที่การฟ้องในทางอาญาอาจมีโทษปรับหรือจำคุกขึ้นอยู่กับกรณี
4. การพิจารณาคดีและการพิจารณาหลักฐาน
เมื่อฟ้องชู้ไปแล้ว ศาลจะเริ่มพิจารณาคดี โดยทนายความจะช่วยเสนอมุมมองและหลักฐานต่าง ๆ ที่เก็บรวบรวมมาให้กับศาล การพิจารณาหลักฐานจะเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินคดี ศาลจะพิจารณาถึงหลักฐานทั้งหมดที่ฝ่ายต่าง ๆ นำเสนอ และจะมีการสอบถามพยานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาคดี
5. การรอคำพิพากษา
หลังจากการพิจารณาคดีแล้ว ศาลจะมีการตัดสินคดี การรอคำพิพากษาอาจใช้เวลาในบางกรณี ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดีและการรวบรวมหลักฐานที่เป็นประโยชน์ หากศาลตัดสินให้การฟ้องชู้เป็นผลสำเร็จ ผู้ฟ้องจะได้รับค่าเสียหายตามที่ศาลพิจารณา
6. การบังคับคดีหลังจากคำพิพากษา
หากศาลตัดสินให้ฝ่ายผู้ฟ้องชู้ชนะคดีและต้องการให้คู่กรณีจ่ายค่าเสียหายหรือรับโทษตามคำพิพากษา ผู้ฟ้องอาจต้องดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา ซึ่งอาจรวมถึงการยึดทรัพย์สินหรือติดตามการชำระเงินค่าชดเชย
สรุป
การฟ้องชู้เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อคู่สมรสของบุคคลหนึ่งมีความสัมพันธ์ทางเพศกับบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรส การฟ้องชู้สามารถเกิดขึ้นได้ในทั้งทางแพ่งและอาญา ขึ้นอยู่กับลักษณะของความเสียหายที่เกิดขึ้น และมีขั้นตอนการเตรียมหลักฐานที่สำคัญเพื่อให้คดีมีความน่าเชื่อถือ การดำเนินการฟ้องชู้จึงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังและให้คำแนะนำจากทนายความเพื่อให้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินไปได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ฟ้องชู้ คือ การที่ผู้เสียหายได้ถูกใส่ความ ถูกทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมื่น ทำการยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อให้ศาลลงโทษผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งผู้เสียหายหรือโจทก์จะให้ ทนายความ เขียนคำฟ้อง พร้อมกับรวบรวมพยาน หลักฐานต่างๆ เพื่อนำเสนอต่อศาล ให้ศาลตัดสินลงโทษผู้กระทำความผิดต่อไป
การที่คนสองคนและใจสองใจมาพบกันจนทำให้เกิดความรักต่อกัน อยากจะสร้างครอบครัวและใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไปตลอดชีวิต แต่ปัญหาอุปสรรคที่ทำให้ชีวิตคู่ ของหลายๆคู่จบลงจนไม่สามารถใช้ชีวิตคู่ร่วมกันต่อไปได้ “คือปัญหาการนอกใจในชีวิตคู่หรือที่ชอบเรียกกันว่า มือที่สาม” กล่าวคือ การฟ้องเรียกค่าทดแทนจากบุคลคลที่ล่วงเกินคู่สมรส แม้ว่าปัญหาการนอกใจในสังคมปัจจุบันจะถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่กฎหมายก็ให้ความคุ้มคลองคู่สมรสที่ถูกนอกใจให้มีสิทธิได้รับค่าทดแทน
เอกสารของโจทก์ ผู้ที่ต้องการฟ้องชู้ ต้องเตรียมอะไรบ้าง ? หลักฐาน ฟ้องชู้
- สำเนาใบสำคัญการสมรส
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ฟ้องคดี
- สำเนาใบเปลื่ยนชื่อของเราและของคู่สมรส (ถ้าเคยเปลี่ยนชื่อและนามสกุล)
- ทะเบียนบ้านของผู้ฟ้องคดี
- สูติบัตร (ถ้ามีบุตรด้วยกัน)
- หลักฐานเกี่ยวกับอาชีพรายได้ของเราและคู่สมรส เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน
- หลักฐานเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาของเราและคู่สมรส เช่น สำเนาใบปริญญาบัตร
- หลักฐานเกี่ยวกับการมีฐานะทางสังคมของเราและคู่สมรส เช่น การดำรงตำแหน่งนักการเมือง การประกอบอาชีพดารา หรืออาชีพที่มีคนรู้จักเป็นจำนวนมาก
- หลักฐานเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงาน ภาพงานแต่ง การ์ดงานแต่ง
คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องชู้
ฎีกาที่ 6553/2537 — ” ตกลงหย่าแล้วแต่ยังไม่ได้จด ยังฟ้องชู้ได้ “
การหย่าต้องจดทะเบียนจึงจะสมบูรณ์ตามมาตรา 1515 แม้ทั้งคู่จะมีเจตนาตกลงหย่ากัน แต่หากยังไม่ได้จดทะเบียน ยังถือเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย ฝ่ายที่ถูกนอกใจจึงยังมีสิทธิ ฟ้องชู้ ได้เต็มที่
ฎีกาที่ 4130/2548 — ” ไม่ต้องพิสูจน์ความเสียหาย ก็ฟ้องชู้ได้ “
มาตรา 1523 วรรคสอง เป็นบทบัญญัติที่ให้สิทธิแก่ภรรยาชอบด้วยกฎหมายเรียกค่าทดแทนจากหญิงที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับสามี โดยไม่มีเงื่อนไขว่าภรรยาจะต้องเกิดความเสียหายอย่างใด หรือจะต้องอยู่กินกับสามีจริง ๆ หรือต้องไม่มีคดีฟ้องหย่ากันอยู่ก่อน
ฎีกาที่ 964/2562 — ” มีกุญแจบ้านชู้ นอนค้างบ้านชู้ ถือว่าแสดงตนโดยเปิดเผย “
สามีโจทก์เข้าออกบ้านจำเลยในเวลากลางคืนบ่อยครั้ง มีกุญแจเปิดประตูบ้านจำเลยเองได้ และบางครั้งนอนค้างคืนแล้วออกไปทำงานพร้อมกันในตอนเช้า พฤติการณ์เช่นนี้ทำให้เพื่อนบ้านและบุคคลทั่วไปเข้าใจได้ว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว จึงถือว่าเป็นการแสดงตนโดยเปิดเผย ภรรยาโจทก์มีสิทธิ ฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทนได้
ฎีกาที่ 2490/2561 — ” หย่าแล้วยังฟ้องชู้ย้อนหลังได้ ถ้ายังไม่เกิน 1 ปี “
แม้สามีภรรยาจะหย่าขาดจากกันแล้ว หากไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ทราบถึงความสัมพันธ์ฉันชู้สาวที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ยังเป็นสามีภรรยากัน ก็ยังสามารถ ฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทนได้ สิทธิไม่หมดไปเพราะการหย่า
หลักการพิจารณาว่า ฟ้องชู้ได้จริงไหม ?
1.เมื่อสามี จะยื่นฟ้อง ชายชู้
- การฟ้องชายชู้ คือ กรณีที่สามีสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชายชู้หรือชายอื่นในฐานะที่ชายชู้หรือชายอื่น นั้นล่วงเกินภรรยาในทำนองชู้สาวได้เท่านั้น โดยไม่จำต้องฟ้องหย่าก่อน
- หลักการพิจารณา คือ เพียงแค่มีชายชู้หรือชายอื่นล่วงเกินภรรยาไปในทำน้องชู้สาว แม้ภรรยาจะสมัครใจหรือยินยอมให้ล่วงเกินก็ตาม เช่น แตะเนื้อต้องตัว จูบ จับต้องบริเวณที่ไม่ควร นอนกอดกัน โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีการร่วมประเวณี สิทธิของสามีย่อมเกิดมีขึ้นทันทีขณะมีการล่วงเกินก็สามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนได้แล้ว
- นอกจากนี้การที่ภรรยาได้แสดงตนโดยเปิดเผยว่าคบหาหรือเป็นคนรักกับชายชู้ มีพฤติการณ์ที่เป็นที่รู้อยู่ทั่วไปว่าชายชู้คนดังกล่าวเป็นคนรักของตน สามีมีสิทธฟ้องได้เช่นเดียวกัน
- การล่วงเกินภรรยาไปในทำนองชู้สาวนั้น ไม่ว่าจะมีการร่วมประเวณีหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องทำโดยเปิดเผย ไม่ต้องประกาศให้บุคคลอื่นทั่วไปรู้ อาจจะเป็นการแอบคบหา และแอบมีความสัมพันธ์กันในที่ลับสามีก็มีสิทธิฟ้องได้
- นอกจากนี้กรณีที่ฝ่ายหญิงไม่ยินยอมหรือชายอื่นมาข่มขืนกระทำชำเราภรรยา ก็ถือว่าเป็นการล่วงเกินทางชู้สาว สามีเรียกค่าทดแทนจากผู้ข่มขืนภรรยาได้ เพราะฉะนั้นการไปข่มขืนหญิงที่มีสามีก็อาจจะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนมากกว่าการไปข่มขืนผู้หญิงที่ยังไม่มีสามี เพราะการไปข่มขืนหญิงมีสามีนั้น จะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ตัวหญิงที่ถูกข่มขืนและสามีของหญิงนั้นด้วย อย่างไรก็ดีหากหญิงไม่มีพฤติกรรมทำนองชู้สาวกับชายอื่น แสดงว่าชายอื่นก็ไม่มีการกระทำทำนองชู้สาวกับหญิง ก็เรียกค่าทดแทนไม่ได้
2.เมื่อภรรยา จะยื่นฟ้อง หญิงชู้
- ฟ้องหญิงชู้ (ฟ้องเมียน้อย) คือ ภรรยามีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงชู้ หรือ ภรรยาน้อยที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่ามีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวได้ ส่วนการแสดงตนโดยเปิดเผยก็มีตัวอย่าง เช่น
- แสดงความรักหรือแสดงความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวโดยเปิดเผยให้กับคนทั่วไปได้รับทราบ เช่น เดินจับมือ โอบกอดในที่สาธารณะ
- คบหากันอย่างเปิดเผย เพื่อนร่วมงานที่ทำงานหรือเพื่อนบ้านทราบดีว่าเป็นคนรักกัน
- จัดงานพิธีมงคลสมรสกัน หรือ ออกงานพิธีการต่าง ๆ ร่วมกันอย่างเปิดเผย
- ลงรูปคู่ คลิปวีดีโอ ตามสื่อโซเชียลที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นคนรักกัน
- หากมีพยานหลักฐานชัดเจน ภรรยาก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีเรียกค่าทดแทนจากหญิงชู้ได้ โดยไม่ต้องมีการฟ้องหย่าก่อน
จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากชู้ได้เท่าไหร่
หลายคนสงสัยว่าควรจะเรียกค่าเสียหายจากชู้เท่าไหร่ดี ซึ่งตรงนี้ควรปรึกษาทนายก่อนจะดีที่สุด เพราะศาลท่านมีหลักเกณฑ์พิจารณาของศาลในการกำหนดค่าเสียหาย โดยศาลพิจารณาจากพฤติการณ์ในคดี ดังนี้
1.ฐานะทางสังคมและอาชีพการศึกษาของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายสามี ฝ่ายภริยา และฝ่ายชู้
2.จดทะเบียนสมรสกันมาเป็นระยะเวลานานแค่ไหน กล่าวคือ คู่ไหนจดทะเบียนสมรสกันมาเป็นระยะเวลานานก็มีโอกาศที่ศาลจะกำหนดค่าทดแทนให้เป้นจำนวนที่สูงตามพฤติการณ์
3.ได้มีการจัดงานแต่งงานกันหรือไม่ ขนาดของงานที่จัด มีแขกมาร่วมงานเป็นจำนวนมากหรือไม่
4.คู่สมรสมีบุตรด้วยกันหรือไม่ หากคู่สมรสมีบุตรด้วยกัน ศาลก็จะกำหนดค่าทดแทนเรื่องค่าเสียหายจากชู้เพิ่มเติมเพราะถือว่าทำให้ครอบครัวแตกแยกและมีผลกระทบต่อตัวบุตรผู้เยาว์
5.ความสัมพันธ์ในครอบครัวก่อนเกิดเหตุการณ์มีชู้
6.พฤติการณ์ในการเป็นชู้มีการเปิดเผยต่อสังคมขนาดไหน และระยะเวลาในการคบชู้ และฝ่ายชู้รู้หรือไม่ว่าอีกฝ่ายมีสามีหรือภริยาหรือไม่
7.มีการฟ้องหย่าประกอบไปด้วยหรือไม่ได้ทรัพย์สินจากการฟ้องหย่าไปด้วยหรือไม่
โดยสรุป ศาลจะพิจารณาจากองค์ประกอบเหล่านี้เพื่อกำหนดค่าทดแทน ว่าการคบชู้นั้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและครอบครัวมากน้อยแค่ไหน และหากดำเนินการฟ้องชู้โดยไม่ประสงค์ฟ้องหย่าจะไม่สามารถเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสที่คบชู้ได้
การฟ้องชู้หรือมือที่สาม ฟ้องศาลไหน
การฟ้องชู้ ถือเป็นคดีแพ่ง จึงต้องพิจารณาคดีที่ศาลเยาวชนและครอบครัว โดยมีหลักพิจารณากำหนดค่าทดแทน ว่าฝ่ายชู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าทดแทนให้แก่คู่สมรสอีกฝ่ายเป็นจำนวนเงินเท่าใด
ค่าใช้จ่ายในการฟ้องชู้
การฟ้องชู้ จำเป็นต้องให้ทนายเขียนคำฟ้องยื่นต่อศาล โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายในการฟ้องชู้ จะประกอบไปด้วย 3 ส่วน ดังนี้
1. ค่าจ้างทนายความ
โดยทั่วไปค่าทนายคดี ฟ้องชู้ จะอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดี และนโยบายค่าจ้างของแต่ละสำนักงาน
2. ค่าธรรมเนียมศาล
- หากเรียกค่าเสียหายจากการ ฟ้องชู้ ไม่เกิน 300,000 บาท ค่าธรรมเนียมศาลมักไม่เกิน 2,000 บาท
- หากเรียกค่าเสียหายมากกว่า 300,000 บาท โจทก์ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมร้อยละ 2 ของยอดฟ้อง เช่น ฟ้อง 1,000,000 บาท จะเสียค่าธรรมเนียม 20,000 บาท
3. ค่าเดินทางและค่าเสียโอกาส การ ฟ้องชู้
อาจต้องเดินทางไปศาลประมาณ 3-4 ครั้ง มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าเสียโอกาสจากการลางาน
ฟ้องชู้ ค่าจ้างทนายเท่าไหร่
เนื่องจากทนายความไม่สามารถประกาศหรือโฆษณาค่าจ้างทนายในเว็บไซต์ได้ เนื่องด้วยข้อบังคับของสภาทนายความ ห้ามมิให้ทนายความโฆษณา หรือประกาศอัตราค่าจ้างว่าความ หรือโฆษณาว่าจะไม่เรียกร้องค่าทนาย ตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วย มารยาททนายความ พ.ศ. 2529 ข้อ 17
เรียกค่าทดแทนได้เท่าไหร่ ? ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง ?
คำถามที่ทนายพบบ่อยที่สุดคือ ” จะเรียกเงินได้กี่บาท ? “ ซึ่งศาลจะใช้ดุลยพินิจพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้เป็นหลัก
- ความเปิดเผย : ยิ่งชู้แสดงตัวออกหน้าออกตา โพสต์รูปคู่ หรือทำให้สังคมรับรู้มากเท่าไหร่ ค่าเสียหายยิ่งสูงขึ้น
- ระยะเวลา : คบหากันมานานแค่ไหน — ยิ่งนานยิ่งหนักขึ้น
- ฐานะทางสังคม : ชื่อเสียง เกียรติยศ และหน้าที่การงานของทุกฝ่าย
- ความกระทบกระเทือน : มีบุตรด้วยกันหรือไม่ มีการจัดงานแต่งงานหรือไม่ ครอบครัวได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน
- ระยะเวลาสมรส : จดทะเบียนสมรสมานานแค่ไหน ยิ่งนานค่าทดแทนมีโอกาสสูงขึ้น
- การฟ้องหย่าประกอบ : มีการฟ้องหย่าพร้อมกันหรือไม่ และได้รับทรัพย์สินจากการหย่าไปด้วยหรือไม่
ข้อควรระวังเรื่องอายุความ! สิทธิในการฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชู้ มีอายุความ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่คุณรู้เรื่องการเป็นชู้ หากปล่อยไว้นานเกินไป คุณอาจเสียสิทธิฟรีๆ ดังนั้น หากทราบเรื่องแล้ว ควรรีบปรึกษา สำนักงานทนายความติวานนท์ เพื่อวางแผนรวบรวมหลักฐานและดำเนินคดีทันที
ข้อควรระวัง : อายุความในการฟ้องชู้
สิทธิ์ในการ ฟ้องชู้ มีกำหนดอายุความที่ค่อนข้างสั้น โดยต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ผู้บริสุทธิ์ ” รู้หรือควรจะรู้ ” ถึงการมีชู้ ดังนั้นหากท่านสงสัยหรือพบพฤติการณ์ดังกล่าว การรีบปรึกษาทนายความเพื่อรวบรวมหลักฐานและดำเนินการภายในกำหนดเวลาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
หากท่านกำลังเผชิญกับปัญหาครอบครัวและต้องการทราบแนวทางการสู้คดีอย่างถูกต้อง สำนักงานกฎหมายติวานนท์พร้อมให้คำแนะนำอย่างละเอียด เพื่อปกป้องสิทธิ์และศักดิ์ศรีของท่านตามกฎหมาย
สรุป
การ ฟ้องชู้ คือสิทธิที่กฎหมายไทยรับรองให้คู่สมรสที่ถูกนอกใจ ใช้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและเรียกร้องความเป็นธรรม โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งความรุนแรงหรือต้องฟ้องหย่าก่อน ดังที่สถาบันวิชาการด้านอาชญาวิทยาก็ยืนยันว่าการใช้เส้นทางกฎหมายเป็นทางออกที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดสำหรับปัญหาการนอกใจ
กฎหมายครอบครัวฉบับอัปเดตล่าสุด (พ.ร.บ. ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567) ยิ่งเสริมความแข็งแกร่งในการคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินของคู่สมรสมากขึ้น ทำให้การ ฟ้องชู้ ในยุคนี้มีเครื่องมือทางกฎหมายรองรับอย่างครบถ้วน
หากกำลังเผชิญกับปัญหาดังกล่าว อย่ารอช้า — เพราะอายุความ 1 ปี เดินหน้าตลอดเวลา
ดังนั้น ขอให้สอบถามค่าจ้างทนายความ ผ่านช่องทาง ต่อไปนี้
- ทางโทรศัพท์ 02-125-2511
- ทางไลน์ @tiwanonlaw
- Facebook : สำนักงานทนายความติวานนท์
- E-mail : info@tiwanonlaw.com
- มาพบทนายด้วยตนเองดีที่สุด เพราะการสอบข้อเท็จจริงที่ดีที่สุดระหว่างทนายความกับลูกความ คือการมานั่งคุยกันต่อหน้า
- การคุยกันทางโทรศัพท์ ทางไลน์ ทางอีเมล์ อย่างไรเสียก็สู้มานั่งคุยกันต่อหน้าไม่ได้ เพราะทำให้เข้าใจข้อเท็จจริงต่างๆได้ละเอียดกว่า และสามารถซักถาม ทำความเข้าใจและจับกิริยาอาการต่างๆได้ดีที่สุด
- แผนที่ สำนักงานทนายความติวานนท์


