บริการฟ้องคดีอาญา – สำนักงานทนายความติวานนท์
ดูแลทุกขั้นตอนคดีอาญา ตั้งแต่ชั้นสอบสวนจนถึงศาล

การฟ้อง คดีอาญา คืออะไร
- คดีอาญา คือ กฎหมายอาญา เป็นกฎหมายที่รัฐบัญญัติขึ้นเพื่อกำหนดลักษณะของการกระทำที่ถือว่าเป็นความผิด และกำหนดบทลงโทษทางอาญาสำหรับความผิดนั้น เป็นกฎหมายที่บัญญัติว่า การกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดเป็นความผิด โดยพนักงานสอบสวนมีอำนาจทำการรับแจ้งความร้องทุกข์
- ข้อสังเกต คดีอาญา คือ คดีที่ฟ้องร้องกันเพราะมีการทำความผิดทางอาญา หรือที่พูดกันง่ายๆ ว่า ฟ้องร้องเพื่อให้อีกฝ่ายรับโทษ
การช่วยคนที่บริสุทธิ์และการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ บางคดีเราเป็นฝ่ายผู้เสียหาย บางครั้งแจ้งความกับพนักงานตำรวจไปแล้ว ตำรวจก็ไม่ยอมดำเนินเรื่องให้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ซึ่งทนายความของเราก็มีบทบาทนอกจากการต่อสู้คดีอาญา ก็คือต้องแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ
| ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๘ โทษสำหรับลงแก่ผู้กระทำความผิดมีดังนี้ |
| (๑) ประหารชีวิต (๒) จำคุก (๓) กักขัง (๔) ปรับ (๕) ริบทรัพย์สิน |
วัตถุประสงค์ในการดำเนินคดีอาญา
เมื่อคนเรามาอยู่รวมกันในสังคมย่อมมีความขัดแย้งกัน จึงต้องมีกฎหมายวางหลักไว้เพื่อให้คนในสังคมปฏิบัติตามถ้าใครละเมิดกฎหมายก็มีมาตรการบังคับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ใครเข้ามาอยู่ในสังคมรวมกัน ต้องมีความปลอดภัย เขาจะต้องไม่ถูกฆ่า สิทธิในร่างกายเขาต้องไม่ถูกทำร้าย ดังนั้นวัตถุประสงค์ในการดำเนินคดีอาญาก็คือเพื่อความปลอดภัยของคนในสังคม เพื่อรักษาการรักษาความสงบเรียบร้อยของคนในสังคม
เมื่อถูกฟ้องคดีอาญา…ทนายความช่วยอะไรคุณได้บ้าง?
ในสถานการณ์ที่อิสรภาพของคุณแขวนอยู่บนเส้นด้าย การมี ทนายความคดีอาญา ที่เชี่ยวชาญเปรียบเสมือนมีเกราะคุ้มกันภัย สำนักงานทนายความติวานนท์ พร้อมยืนเคียงข้างคุณในทุกขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม : การเผชิญหน้ากับคดีอาญา ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ต้องหา ผู้เสียหาย หรือพยาน ล้วนเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและสร้างความกดดันอย่างมาก การมีทนายความคดีอาญาที่มีประสบการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ทนายความจะทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ปกป้องสิทธิของคุณ และนำทางคุณผ่านขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้นสอบสวนไปจนถึงชั้นศาล เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับความเป็นธรรมสูงสุด
-
ชั้นสอบสวน (โรงพัก): ให้คำแนะนำก่อนให้การกับตำรวจ ร่วมรับฟังการสอบสวนเพื่อป้องกันการถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกเกลี้ยกล่อมให้รับสารภาพโดยไม่จำเป็น ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะไม่ให้การ หรือให้การก็ได้ และมีสิทธิที่จะมีทนายความอยู่ร่วมในการสอบสวนด้วย ทนายความจะช่วยตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการสอบสวน ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการให้การ และป้องกันการละเมิดสิทธิของผู้ต้องหา การให้การที่ผิดพลาดในชั้นนี้อาจส่งผลร้ายแรงต่อรูปคดีในอนาคตได้ ดังนั้น การปรึกษาทนายความก่อนให้การจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
-
ชั้นประกันตัว: ดำเนินการยื่น คำร้องขอปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว) ทั้งในชั้นโรงพักและชั้นศาล เพื่อให้คุณไม่ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำระหว่างสู้คดี การประกันตัวมีหลายรูปแบบ เช่น การใช้เงินสด หลักทรัพย์ หรือบุคคลเป็นหลักประกัน โดยศาลจะพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดี ความหนักเบาของข้อหา และความน่าเชื่อถือของผู้ขอประกัน ทนายความจะช่วยประเมินโอกาสในการประกันตัว จัดเตรียมเอกสาร และยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อศาล เพื่อให้ลูกความได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการดำเนินคดี ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาหรือจำเลย
-
ชั้นพิจารณาคดี (ศาล): วางรูปคดีอย่างรัดกุม คัดค้านพยานหลักฐานเท็จ และซักค้านพยานโจทก์เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หรือหาเหตุบรรเทาโทษให้เบาที่สุด ในชั้นพิจารณาคดี ทนายความจะทำหน้าที่นำเสนอพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ เพื่อสนับสนุนข้อเท็จจริงของลูกความ รวมถึงการซักค้านพยานของฝ่ายตรงข้าม เพื่อหักล้างข้อกล่าวหา การวางแผนกลยุทธ์ในการต่อสู้คดี การเตรียมพยาน และการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อศาลอย่างมีประสิทธิภาพ ล้วนเป็นบทบาทสำคัญของทนายความที่จะช่วยให้ลูกความได้รับผลที่เป็นธรรมที่สุด

ประเภทของคดีอาญา มี 2 ประเภท
- คดีอาญาแผ่นดิน (คดีอาญาอันยอมความไม่ได้) : เป็นความผิดที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม รัฐจึงเป็นผู้เสียหายโดยตรงและมีอำนาจดำเนินคดี แม้ผู้เสียหายจะไม่ประสงค์ดำเนินคดีก็ตาม ตัวอย่างเช่น คดีฆ่าผู้อื่น คดีปล้นทรัพย์ คดีฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นคดีที่ร้ายแรงและมีโทษสูง การยอมความในคดีเหล่านี้ไม่สามารถทำได้โดยง่าย และกระบวนการยุติธรรมจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
- คดีอาญาอันยอมความได้ (คดีความผิดต่อส่วนตัว) : เป็นความผิดที่กระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลโดยตรง ผู้เสียหายมีสิทธิที่จะแจ้งความร้องทุกข์และดำเนินคดี หรือจะถอนคำร้องทุกข์และยอมความก็ได้ หากมีการยอมความ คดีก็จะระงับไป ตัวอย่างเช่น คดีหมิ่นประมาท คดีทำร้ายร่างกายที่ไม่เป็นอันตรายสาหัส คดีลักทรัพย์เล็กน้อย ซึ่งเป็นคดีที่ผู้เสียหายมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจว่าจะดำเนินคดีต่อไปหรือไม่
ข้อสังเกต ความผิดลหุโทษ แม้จะเป็นความผิดเล็กน้อยก็ตาม แต่ถือว่าเป็นคดีอาญาแผ่นดินไม่ใช้คดีอันยอมความได้ เพียงแต่เป็นความผิดที่กำหนดโทษไว้ว่าถ้าผู้ใดกระทำความผิดลหุโทษ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายมาตรา 102 หรือให้จำไว้เลยว่าความผิดลหุโทษคือความผิดอาญาแผ่นดินไม่สามารถยอมความกันได้ แต่เป็นความผิดที่มี โทษเบาหรือโทษไม่ร้ายแรงเท่านั้น
เชี่ยวชาญพิเศษ! รับว่าความคดีอาญาครอบคลุมทุกประเภท
เรามีทีมทนายความที่มีประสบการณ์สูงในการต่อสู้คดีอาญาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายโจทก์ (ผู้เสียหาย) หรือจำเลย (ผู้ถูกกล่าวหา):
-
คดีเกี่ยวกับทรัพย์: ลักทรัพย์, วิ่งราวทรัพย์, ชิงทรัพย์, ปล้นทรัพย์, ยักยอกทรัพย์, ฉ้อโกงประชาชน, รับของโจร
-
คดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย: ฆ่าผู้อื่น, พยายามฆ่า, ทำร้ายร่างกาย, ข่มขืนกระทำชำเรา, อนาจาร
-
คดียาเสพติด: ครอบครองเพื่อจำหน่าย, เสพขับ, และคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้อง
-
คดีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์: โพสต์หมิ่นประมาท, แฮกข้อมูล, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ

อายุความของคดีอาญา
อายุความของคดีอาญามีข้อแตกต่างกันเล็กน้อย ระหว่างคดีอาญาแผ่นดินหรือคดีอาญาอันยอมความไม่ได้กับคดีอาญาอันยอมความได้ (เป็นความผิดต่อส่วนตัว) ดังนี้
1.คดีอาญาแผ่นดิน หรือ คดีอาญาอันยอมความไม่ได้ กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95
ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ”
(1) 20 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 20 ปี
(2) 15 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่า 7 ปี แต่ยังไม่ถึง 20 ปี
(3) 10 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่า 1 ปี ถึง 7 ปี
(4) 5 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่า1 เดือน ถึง 1 ปี
(5) 1 ปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 เดือนลงมาหรือต้องระวางโทษอย่างอื่น
2.คดีอาญาอันยอมความได้ (เป็นความผิดต่อส่วนตัว)กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 96
คดีที่ยอมความได้ต้องแจ้งความดำเนินคดีภายใน 3 เดือน หรือฟ้องศาลภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวคนทำผิด
วิธีการเลือก ฟ้องคดีอาญา
เมื่อเราเป็นผู้ถูกทำ ถือว่าเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา มีวิธีดำเนินคดีอยู่ 2 วิธี
- วิธีที่ 1 ร้องทุกข์แจ้งความต่อพนักงานตำรวจ/พนักงานสอบสวน เพื่อให้พนักงานตำรวจดำเนินการสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน หาตัวผู้ต้องหาหรือผู้กระทำความผิดมาสอบข้อเท็จจริง และสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการ เพื่อเป็นโจทก์ยืนฟ้องให้แก่ผู้เสียหาย
- วิธีที่ 2 จ้างทนายความให้ดำเนินการฟ้องร้องคดีอาญาต่อศาลเอง มีข้อดีดังนี้
1.ไม่ต้องพึงพาตำรวจ คงจะพบหรือได้ยินกันมามากในกรณี ผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจปรากฏว่า สามเดือนก็แล้ว หกเดือนก็แล้ว ปีนึงก็แล้ว หรือนานกว่านั้น ตำรวจก็ไม่ทำอะไร แม้กระทั้งบางครั้งการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบสวนเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาก็มี มีการวิ่งเต้นเพื่อให้สำนวนคดีอ่อนลงก็มี
2.ลดหน้าที่ภาระของการดำเนินคดีผ่านรัฐ
ส่วนทั้งนี้ใช้ว่าจะกล่าวถึงแต่ข้อดีของการว่าจ้างทนายความฟ้องคดีเอง การว่าจ้างทนายความให้ฟ้องคดีเองก็มีข้อเสีย ดังนี้
1.แสวงหาพยานหลักฐานเป็นไปได้ยาก เช่น ถ้ายังไม่ฟ้องคดี มีอำนาจไปขอดูกล้องวงจรปิดตามหน่วยงานรัฐหรือเอกชนได้ไหม ไม่มีอำนาจไปสอบสวนพยาน ไม่มีอำนาจออกหมายค้น (ต้องอาศัยขอความร่วมมืออย่างเดียว)
2.เสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีเอง
ขั้นตอนการว่าจ้างทนาย ฟ้องคดีอาญา
การว่าจ้างทนายฟ้องในการดำเนินฟ้องคดีอาญานั้น เมื่อเราตกเป็นผู้เสียหาย ไม่ว่าจะถูกทำร้าย ถูกหมิ่นประมาท ถูกลักทรัพย์ ฉ้อโกง เราก็มีสิทธิที่จะฟ้องคดีเองต่อศาลได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้
1.พบทนายความเพื่อสอบข้อเท็จจริงรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากการฟ้องคดีอาญาเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อให้ทนายความสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียด ว่าคดีที่จะฟ้องเป็นคดีอาญาจริงหรือไม่ พยานหลักฐานเพียงพอจะฟ้องได้ไหม (ถ้าฟ้องแล้วแพ้ก็มีสิทธิที่จะถูกฟ้องกลับได้)
2.ทนายความรวบรวมและจัดทำคำฟ้องให้ตรวจสอบ ใช้ระยะเวลา 1-2สัปดาห์ หรือนานกว่านั้น ระยะเวลาขึ้นอยู่กับรายละเอียดของคดี พอร่างคำฟ้องเสร็จก็ส่งให้ลูกความทำการตรวจสอบ สุดท้ายแล้วคนฟ้องคดี ต้องเป็นคนลงรายมือชื่อในคำฟ้องคดีอาญาเอง เพื่อตรวจสอบเนื้อหาว่าข้อเท็จจริงส่วนไหนยังไม่ถูกต้อง
3.ทนายความยื่นฟ้องต่อคดีอาญาต่อศาลศาล ศาลก็จะกำหนดวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ประมาณ 2 เดือน หลังจากวันที่ยื่นฟ้อง
4.ต้องซักซ้อมกับทนายความในขั้นตอนต่างๆให้เป็นอย่างดี
5.วันนัดไต่ส่วนมูลฟ้อง คือวันไปเล่าเรื่องให้ศาลฟังและแสดงพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เพื่อให้ศาลเชื่อว่าคดีที่ฟ้องมีน้ำหนักเพียงพอที่จะรับพิจารณาได้ ศาลก็ประทับรับฟ้องคดีมีมูล
6.วันนัดพร้อมสอบคำให้การ จำเลยต้องมาศาล “เจรจาไกล่เกลี่ยเบื้องต้นกับจำเลยในวันนัดพร้อมสอบคำให้การ เช่น คดีหมิ่นประมาทอาจจะเรียกค่าเสียหายและให้จำเลยโพสต์ขอโทษ คดีเกี่ยวกับทรัพย์ก็ขอให้จำเลยชดใช้เงิน เป็นต้น ถ้าไม่เจรจาเลย เพื่อให้จำเลยได้รับโทษจำคุกก็เป็นสิทธิ์ของเราที่สามารถทำได้
7.ถ้าไกล่เกลี่ยไม่ได้ ก็นำเนินการฟ้องร้องตามขั้นตอนต่อไป นัดตรวจพยานหลักฐาน นัดสืบพยานต่อไป ประมาณสองนัด หากศาลพิพากษาว่าจำเลยผิด จำเลยก็ติดคุก

อย่ารอจนสาย! ปรึกษาแนวทางสู้คดีอาญากับเราทันที
คดีอาญามีเดิมพันสูงถึงชีวิตและอิสรภาพ “เวลา” คือสิ่งที่มีค่าที่สุด หากคุณหรือคนใกล้ชิดได้รับหมายเรียก หรือถูกจับกุม อย่าตื่นตระหนก ติดต่อสำนักงานทนายความติวานนท์ เพื่อขอคำแนะนำเบื้องต้น ปรึกษาทนายคดีอาญา กับเราได้ทันที เราพร้อมสู้คดีให้คุณอย่างเต็มที่ด้วยข้อกฎหมายและพยานหลักฐานที่หนักแน่น
ค่าจ้างทนายความคดีอาญา: ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่าย
- ความซับซ้อนของคดี: คดีที่มีข้อเท็จจริงซับซ้อน มีพยานหลักฐานจำนวนมาก หรือเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ มักจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าคดีทั่วไป
- ระยะเวลาในการดำเนินคดี: คดีที่ใช้เวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี ย่อมมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าคดีที่ใช้เวลาสั้นๆ
- ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทนายความ: ทนายความที่มีประสบการณ์สูงและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มักจะมีอัตราค่าจ้างที่สูงกว่า
- ขั้นตอนของคดี: ค่าจ้างอาจแตกต่างกันไปในแต่ละชั้นตอน เช่น ชั้นสอบสวน ชั้นประกันตัว หรือชั้นพิจารณาคดี
- พื้นที่ดำเนินคดี: ค่าจ้างทนายความในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ อาจสูงกว่าในต่างจังหวัด
สำนักงานทนายความติวานนท์
ยินดีให้คำปรึกษาและประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการดำเนินคดีได้อย่างเหมาะสม
สอบถามค่าจ้างทนายความ ในการฟ้องลูกหนี้ ผ่านช่องทางไหนได้บ้าง
| เว็บไซต์ | www.tiwanonlaw.com | |
| เบอร์โทร | 02-125-2511 | |
| info@tiwanonlaw.com | ||
| www.facebook.com/tiwanonlaw | ||
| Line | https://line.me/ti/p/@tiwanonlaw | |
| YouTube | https://www.youtube.com/@tiwanonlaw | |
ขอแนะนำให้ท่าน มาพบทนายด้วยตนเองดีที่สุด เพราะการสอบข้อเท็จจริงที่ดีที่สุดระหว่างทนายความกับลูกความ คือการมานั่งคุยกันต่อหน้า
การคุยกันทางโทรศัพท์ ทางไลน์ ทางอีเมล์ อย่างไรเสียก็สู้มานั่งคุยกันต่อหน้าไม่ได้ เพราะทำให้เข้าใจข้อเท็จจริงต่างๆได้ละเอียดกว่า และสามารถซักถาม ทำความเข้าใจและจับกิริยาอาการต่างๆได้ดีที่สุด


