การเลือกใช้บริการ สำนักงานกฎหมาย ถือเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของทั้งบุคคลและองค์กร ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่ง คดีอาญา คดีครอบครัว หรือคดีธุรกิจ การตัดสินใจ จ้างสำนักงานกฎหมาย ไม่ได้จบเพียงแค่การตกลงปากเปล่า แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “สัญญาว่าจ้างสำนักงานกฎหมาย” ที่เป็นเอกสารกำหนดขอบเขตหน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างชัดเจน
หลายคนมักมองข้ามรายละเอียดในสัญญา ทำให้เกิดข้อพิพาทภายหลัง เช่น เรื่องค่าธรรมเนียม ขอบเขตงาน หรือการยกเลิกสัญญา บทความนี้จะพาไปดูว่า ก่อนเซ็น สัญญาว่าจ้างสำนักงานกฎหมาย ควรตรวจสอบประเด็นใดเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

1. ขอบเขตการให้บริการ (Scope of Work)
สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบ คือ ขอบเขตงานที่ระบุในสัญญาอย่างชัดเจน เช่น
-
ดำเนินการฟ้องคดีถึงชั้นศาลใดบ้าง (ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ / ฎีกา)
-
รวมถึงการเจรจาไกล่เกลี่ยหรือไม่
-
ครอบคลุมการจัดทำเอกสาร คำฟ้อง คำให้การ หรือคำร้องต่าง ๆ หรือไม่
บางกรณี สำนักงานกฎหมายอาจคิดค่าบริการแยกในแต่ละชั้นศาล หากในสัญญาไม่ระบุชัด อาจทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนได้
👉 ควรให้มีรายละเอียดชัดเจนว่า “ค่าบริการนี้ครอบคลุมงานใดบ้าง” และ “มีค่าใช้จ่ายใดเพิ่มเติมหรือไม่”
2. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
หัวใจสำคัญของการ จ้างสำนักงานกฎหมาย คือเรื่องค่าใช้จ่าย โดยทั่วไปจะมีรูปแบบดังนี้
-
ค่าจ้างเหมาจ่าย (Fixed Fee)
-
คิดตามรายชั่วโมง (Hourly Rate)
-
ค่าจ้างแบบมีส่วนแบ่งผลสำเร็จ (Success Fee)
-
ค่าดำเนินการรายคดี
นอกจากค่าทนายความแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น เช่น
-
ค่าธรรมเนียมศาล
-
ค่าฤชาธรรมเนียม
-
ค่าผู้เชี่ยวชาญ
-
ค่าเดินทาง
สัญญาควรระบุชัดเจนว่า ค่าใช้จ่ายใดรวมอยู่ในค่าจ้าง และค่าใช้จ่ายใดลูกความต้องรับผิดชอบเพิ่มเติม

3. ระยะเวลาการดำเนินงาน
คดีความบางประเภทใช้เวลานานหลายปี หากสัญญาไม่กำหนดแนวทางการทำงาน หรือไม่ระบุเงื่อนไขกรณีงานล่าช้า อาจทำให้เกิดความไม่พอใจภายหลัง
ควรตรวจสอบว่า
-
มีการประมาณระยะเวลาดำเนินคดีหรือไม่
-
มีการรายงานความคืบหน้าเป็นระยะหรือไม่
-
มีช่องทางติดต่อประสานงานอย่างไร
สำนักงานกฎหมายที่มีมาตรฐานจะกำหนดระบบรายงานผลอย่างชัดเจน
4. การรักษาความลับของข้อมูล
คดีความมักเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลธุรกิจ หรือข้อมูลทางการเงิน การมีเงื่อนไขเรื่อง “การรักษาความลับ” (Confidentiality Clause) ในสัญญา ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก
ควรตรวจสอบว่า
-
มีการรับรองว่าจะไม่เปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
-
ครอบคลุมถึงพนักงานหรือผู้เกี่ยวข้องในสำนักงานหรือไม่
ข้อนี้ช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการรั่วไหลของข้อมูล

5. เงื่อนไขการยกเลิกสัญญา
หลายคนมักไม่อ่านข้อนี้ แต่ในความเป็นจริงถือว่าสำคัญมาก หากต้องการยุติการว่าจ้างกลางคัน จะต้องดำเนินการอย่างไร?
ควรพิจารณาเรื่อง
-
การแจ้งล่วงหน้า
-
การคืนเงินค่าจ้าง (ถ้ามี)
-
การส่งมอบเอกสารคดี
การระบุเงื่อนไขไว้ชัดเจน จะช่วยลดความขัดแย้งในอนาคต
6. ความรับผิดชอบและข้อจำกัดความรับผิด
โดยหลักแล้ว ทนายความมีหน้าที่ดำเนินการอย่างเต็มความสามารถตามวิชาชีพ แต่ผลของคดีไม่สามารถรับประกันได้ 100%
สัญญามักระบุว่า
-
สำนักงานกฎหมายไม่รับประกันผลคดี
-
รับผิดเฉพาะความเสียหายที่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
ควรอ่านให้เข้าใจว่า ขอบเขตความรับผิดอยู่ในระดับใด

7. ผู้รับผิดชอบคดีโดยตรง
บางสำนักงานมีทนายหลายคน ควรตรวจสอบว่า
-
ใครเป็นผู้รับผิดชอบหลักในคดี
-
มีการเปลี่ยนตัวทนายได้หรือไม่
-
มีทีมสนับสนุนอย่างไร
การรู้ผู้ดูแลคดีโดยตรงช่วยให้สื่อสารได้ชัดเจนและมั่นใจมากขึ้น
8. เอกสารแนบท้ายและข้อตกลงเพิ่มเติม
บางครั้งมีข้อตกลงเพิ่มเติมแนบท้ายสัญญา เช่น
-
ตารางค่าบริการเพิ่มเติม
-
ข้อตกลงผ่อนชำระ
-
หนังสือมอบอำนาจ
ควรอ่านทุกหน้าอย่างละเอียด และเก็บสำเนาไว้เสมอ
ทำไมต้องอ่านสัญญาให้ละเอียดก่อนจ้างสำนักงานกฎหมาย?
เพราะสัญญาคือหลักฐานสำคัญทางกฎหมาย หากเกิดข้อพิพาทในอนาคต เอกสารนี้จะถูกใช้พิจารณาว่า ใครมีสิทธิหรือหน้าที่อย่างไร
การอ่านอย่างละเอียดก่อนเซ็น ช่วยให้คุณ
-
เข้าใจภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด
-
ลดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
-
ป้องกันข้อพิพาทกับสำนักงานกฎหมาย
✅ สรุป
การทำ สัญญาว่าจ้างสำนักงานกฎหมาย ไม่ใช่เพียงขั้นตอนทางเอกสาร แต่เป็นการกำหนดกรอบความสัมพันธ์ระหว่างลูกความกับผู้ให้บริการทางกฎหมายอย่างชัดเจน ก่อนตัดสินใจ จ้างสำนักงานกฎหมาย ควรตรวจสอบขอบเขตงาน ค่าธรรมเนียม เงื่อนไขยกเลิกสัญญา การรักษาความลับ และข้อจำกัดความรับผิดอย่างรอบคอบ
การเลือกสำนักงานที่มีความโปร่งใส อธิบายเงื่อนไขชัดเจน และให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมา จะช่วยให้คุณมั่นใจและลดความเสี่ยงทางกฎหมายได้อย่างมาก
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q1. หากไม่พอใจการทำงาน สามารถยกเลิกสัญญาว่าจ้างสำนักงานกฎหมายได้หรือไม่?
A: ได้ แต่ต้องดูเงื่อนไขการยกเลิกในสัญญา เช่น การแจ้งล่วงหน้า และสิทธิในการเรียกคืนค่าจ้างบางส่วน ทั้งนี้ควรปรึกษากฎหมายก่อนดำเนินการเพื่อป้องกันปัญหาเพิ่มเติม
Q2. สัญญาว่าจ้างสำนักงานกฎหมาย จำเป็นต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่?
A: แม้กฎหมายไม่ได้บังคับเสมอไป แต่เพื่อความชัดเจนและป้องกันข้อพิพาท ควรทำเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง เพราะจะใช้เป็นหลักฐานสำคัญหากเกิดปัญหาในภายหลัง
บริการจากสำนักงานกฎหมาย ติวานนท์
หากคุณกำลังมองหา สำนักงานกฎหมาย ที่ให้บริการอย่างมืออาชีพ โปร่งใส และใส่ใจในรายละเอียดของสัญญาอย่างรอบคอบ สำนักงานกฎหมาย ติวานนท์ พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคดีอย่างครบวงจร ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา คดีครอบครัว และคดีธุรกิจ
เรามุ่งเน้นการอธิบายเงื่อนไขการว่าจ้างอย่างชัดเจน ให้ลูกความเข้าใจทุกขั้นตอนก่อนลงนามในสัญญา เพื่อสร้างความมั่นใจและความเป็นธรรมสูงสุด
📍 ปรึกษาเบื้องต้นกับทีมทนายความของเราได้วันนี้ เพื่อวางแผนทางกฎหมายอย่างรอบคอบและปลอดภัยที่สุด
- โทร: 02-125-2511
- LINE: @tiwanonlaw
- Facebook: สำนักงานทนายความติวานนท์
- E-mail:
info@tiwanonlaw.com - เข้าพบด้วยตนเอง: ที่สำนักงาน Google Map


