ทุกวันนี้ข่าวคนโดนโกงมีให้เห็นแทบทุกวัน บางคนโอนเงินซื้อของแล้วไม่ได้ของ บางคนถูกหลอกลงทุนจนเงินหมดบัญชี บางคนกู้เงินให้เพื่อนแล้วเพื่อนหายไปพร้อมเงิน แต่รู้ไหมว่าแบบไหนถึงเรียกว่า “ฉ้อโกง” ตามกฎหมายจริงๆ และถ้าโดนแล้วต้องทำอะไรบ้าง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นจนจบ แบบที่อ่านแล้วเอาไปใช้ได้เลย
ฉ้อโกง คือ อะไร แล้วกฎหมายนิยามไว้ว่าอย่างไร
ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341
ฉ้อโกง คือ การที่บุคคลหนึ่ง “หลอกลวง” บุคคลอีกคนหนึ่งด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปิดบังข้อความจริงที่ควรบอก จนทำให้อีกฝ่ายหลงเชื่อและมอบทรัพย์สินให้
พูดให้เข้าใจง่ายขึ้น คือ ต้องมีครบ 3 องค์ประกอบนี้
- มีการหลอกลวง ไม่ว่าจะพูด เขียน หรือแสดงพฤติกรรมใดๆ
- เหยื่อหลงเชื่อและตัดสินใจมอบเงินหรือทรัพย์สินให้
- คนโกงได้ประโยชน์จากการกระทำนั้น
ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง อาจไม่ครบองค์ประกอบของความผิดฐานฉ้อโกง แต่อาจผิดฐานอื่นแทนได้ ซึ่งตรงนี้สำคัญมากเพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าแค่โดนโกงก็ฟ้องฐานฉ้อโกงได้เลย จริงๆ แล้วต้องพิสูจน์ให้ครบทุกองค์ประกอบก่อน
แบบนี้เรียกว่า ฉ้อโกง ไหม? สิ่งที่หลาย ๆ คนสับสนบ่อย
หลายคนสงสัยว่าเรื่องที่ตัวเองเจออยู่นั้นนับเป็นการฉ้อโกงด้วยหรือเปล่า ลองดูเคสที่พบบ่อยเหล่านี้
- โอนเงินซื้อของแล้วไม่ได้ของ — ส่วนใหญ่เข้าข่ายฉ้อโกง เพราะผู้ขายตั้งใจหลอกตั้งแต่แรก
- กู้เงินแล้วไม่คืน — อันนี้มักเป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่ฉ้อโกง เพราะการกู้ไม่ได้แปลว่ามีการหลอกลวง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตั้งใจโกงตั้งแต่ต้น เช่น รู้อยู่แล้วว่าไม่มีเงินคืนแต่ยังขอกู้
- ขายของไม่ตรงปก — ขึ้นอยู่กับระดับความต่าง ถ้าต่างมากจนถือว่าหลอกลวง มีโอกาสเข้าข่าย แต่ถ้าต่างนิดหน่อยอาจเป็นแค่ผิดสัญญา
- ถูกชวนลงทุนแล้วเงินหาย — ถ้าโครงการนั้นไม่มีอยู่จริงหรือโกหกเรื่องผลตอบแทน เข้าข่ายฉ้อโกงแน่นอน และถ้าชวนคนจำนวนมากยิ่งโทษหนักขึ้นอีก
ฉ้อโกง ธรรมดา vs ฉ้อโกง ประชาชน ต่างกันยังไง
หลายคนได้ยินคำว่า “ฉ้อโกงประชาชน” แล้วงงว่ามันต่างกับฉ้อโกงธรรมดายังไง
- ฉ้อโกง ธรรมดา คือ
การโกงคนเดียวหรือกลุ่มเล็กๆ เป็นการกระทำที่มีเหยื่อชัดเจน เช่น หลอกขายของออนไลน์คนเดียว
- ฉ้อโกง ประชาชน คือ
โกงคนจำนวนมากพร้อมกัน เช่น แชร์ลูกโซ่ เว็บลงทุนปลอม หรือโครงการที่ชักชวนคนทั่วไปเป็นเหยื่อ โทษหนักกว่ามากเพราะสร้างความเสียหายในวงกว้าง
โทษ ฉ้อโกง ธรรมดา ตามมาตรา 341 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ส่วน ฉ้อโกง ประชาชน ตามมาตรา 343 โทษหนักขึ้นไปอีกระดับ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
โดนโกงแล้วต้องทำอะไรก่อน ? ขั้นตอน Step by Step
ถ้าเพิ่งรู้ว่าโดนโกง อย่าเพิ่งตื่นตระหนก ให้ทำตามนี้ทันที
- รวบรวมหลักฐานทุกอย่างก่อน ไม่ว่าจะเป็นสลิปโอนเงิน แชทการสนทนา รูป
- สินค้าที่โฆษณา หรือเอกสารสัญญาต่างๆ
- ถ่ายรูปหน้าโซเชียลมีเดียหรือเว็บไซต์ของคนโกงไว้ทันที เพราะมักถูกลบภายหลัง
- ถ้าโอนเงินผ่านธนาคาร รีบโทรแจ้งธนาคารทันทีเพื่ออายัดบัญชีก่อนเงินถูกโยกออก
- แจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ หรือถ้าเป็นการโกงออนไลน์แจ้งได้ที่ PCT ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
สิ่งสำคัญที่หลายคนไม่รู้คือ คดีฉ้อโกงมีอายุความแค่ 3 เดือนนับจากวันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด ดังนั้นยิ่งรีบยิ่งดี อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ทำอะไร
คดีฉ้อโกง ยอมความได้ไหม และคุ้มไหมที่จะยอม
คดีฉ้อโกง เป็น “ความผิดอันยอมความได้” หมายความว่าถ้าสองฝ่ายตกลงกันได้ ผู้เสียหายสามารถถอนแจ้งความได้และคดีก็จะจบลง
แต่ควรยอมความไหม ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้าคนโกงยอมคืนเงินครบและมีหลักฐานการรับเงินชัดเจน การยอมความอาจเร็วและประหยัดกว่าการสู้คดียาวนาน แต่ถ้าคืนไม่ครบหรือยังไม่แน่ใจ ปรึกษาทนายก่อนจะดีกว่าเพราะเมื่อถอนแจ้งความแล้วจะกลับมาฟ้องใหม่ไม่ได้
โทษของ คดีฉ้อโกง ติดคุกกี่ปี ปรับเท่าไหร่
สรุปโทษแบบเข้าใจง่าย
- ฉ้อโกง ธรรมดา จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ฉ้อโกง ประชาชน จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากโทษอาญาแล้ว ผู้เสียหายยังสามารถฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้อีกด้วย และสองเส้นทางนี้ดำเนินการควบคู่กันไปได้เลย ไม่ต้องรอให้คดีอาญาจบก่อน
สรุป
ฉ้อโกง ไม่ใช่แค่เรื่องเงินหาย แต่คือความผิดทางอาญาที่มีโทษชัดเจน สิ่งสำคัญที่สุดคือรู้ไว้ก่อนโดน สังเกตให้ทัน และถ้าโดนแล้วอย่ารอนาน รวบรวมหลักฐานและแจ้งความทันที เพราะมีเวลาแค่ 3 เดือนเท่านั้น ยิ่งช้าโอกาสได้เงินคืนก็ยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉ้อโกง
Q1: โอนเงินซื้อของออนไลน์แล้วไม่ได้ของ แบบนี้แจ้งความฉ้อโกงได้เลยไหม หรือต้องทำอะไรก่อน?
A: แจ้งความได้เลยครับ แต่ก่อนไปต้องเตรียมหลักฐานให้ครบก่อน ทั้งสลิปโอนเงิน แชทสั่งของ รูปโฆษณาสินค้า และข้อมูลบัญชีปลายทาง เพราะตำรวจจะถามทันที และถ้าโอนผ่านธนาคารให้รีบโทรแจ้งธนาคารก่อนเลย เพื่ออายัดบัญชีก่อนที่เงินจะถูกโยกออกไป จากนั้นค่อยไปแจ้งความที่สถานีตำรวจหรือแจ้งออนไลน์ผ่าน PCT ได้เลย
Q2: เพื่อนยืมเงินไปแล้วไม่คืน บอกว่าไม่มีเงิน แบบนี้ฟ้องฉ้อโกงได้ไหม?
A: ฟ้องฉ้อโกงได้ยากมากครับ เพราะตามมาตรา 341 ต้องพิสูจน์ได้ว่าเพื่อนมีเจตนาโกงตั้งแต่ตอนที่ขอยืมเงิน คือรู้อยู่แล้วว่าไม่มีเงินคืนแต่ยังขอยืมไป ถ้าตอนยืมมีเจตนาจะคืนจริงแต่ภายหลังสถานการณ์เปลี่ยนไป แบบนี้ไม่ครบองค์ประกอบฉ้อโกง ทางที่ดีกว่าคือฟ้องคดีแพ่งเรียกเงินคืนแทน ซึ่งง่ายกว่าและโอกาสชนะสูงกว่ามาก
Q3: โดนโกงไปนานแล้ว เพิ่งรู้ตอนนี้ ยังแจ้งความได้อยู่ไหม?
A: ยังได้อยู่ครับ เพราะอายุความ 3 เดือนนับจากวันที่ “รู้เรื่อง” ไม่ใช่นับจากวันที่โดนโกง ดังนั้นถ้าเพิ่งรู้ตอนนี้ อายุความเพิ่งเริ่มนับตอนนี้เลย แต่อย่ารอนานครับ รีบรวบรวมหลักฐานและแจ้งความภายใน 3 เดือนนับจากวันที่รู้เรื่องให้ได้
ฟ้องคดีฉ้อโกง ต้องเริ่มจากอะไร
หากผู้เสียหายต้องการ ฟ้องคดีฉ้อโกง สิ่งแรกที่ควรทำคือรวบรวมหลักฐานให้ครบที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสลิปโอนเงิน แชทสนทนา เอกสารสัญญา รูปภาพสินค้า โฆษณา หรือข้อมูลบัญชีปลายทาง เพราะคดีฉ้อโกงเป็นคดีที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าผู้กระทำมีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่แรก ไม่ใช่แค่ผิดสัญญาหรือไม่คืนเงินตามนัดเท่านั้น
หลังจากมีหลักฐานครบแล้ว ผู้เสียหายสามารถแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หรือปรึกษาทนายความเพื่อวางแนวทางดำเนินคดี ทั้งในส่วนคดีอาญาฐานฉ้อโกง และการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งควบคู่กันไปได้ การเริ่มต้นอย่างถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาสิทธิ ลดความผิดพลาดด้านเอกสาร และทำให้การดำเนินคดีมีทิศทางชัดเจนมากขึ้น
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคืออายุความของคดีฉ้อโกง เพราะเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายควรรีบดำเนินการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด หากปล่อยไว้นานเกินไป อาจเสียสิทธิในการดำเนินคดีได้ ดังนั้น หากไม่แน่ใจว่าเรื่องที่เจอเข้าข่ายฉ้อโกงหรือไม่ การปรึกษาทนายก่อนตัดสินใจฟ้องคดีฉ้อโกงจะช่วยให้ประเมินสถานการณ์ได้รอบคอบมากขึ้นครับ
ปรึกษาทนายความคดีฉ้อโกงกับสำนักงานกฎหมายติวานนท์
หากคุณกำลังเจอปัญหาคดีฉ้อโกง เช่น โอนเงินซื้อของแล้วไม่ได้ของ ถูกหลอกลงทุน โดนแชร์ลูกโซ่ ได้รับหมายศาลในคดีฉ้อโกงแต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน สามารถปรึกษา สำนักงานกฎหมายติวานนท์ ได้ค่ะ
ทีมทนายความพร้อมช่วยวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ตรวจเอกสาร วางแนวทางคดี เจรจา ไกล่เกลี่ย และดำเนินคดีในชั้นศาล เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิของตัวเองและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
เพราะ คดีอาญา ฉ้อโกง หลายเรื่อง หากเริ่มต้นถูกทางตั้งแต่แรก ก็ช่วยลดความเสี่ยง เสียเวลาน้อยลง และเพิ่มโอกาสในการรักษาสิทธิและได้เงินคืนได้ดีกว่าเดิม


