การใช้ชีวิตคู่ไม่ได้จบลงด้วยการจดทะเบียนหย่าที่อำเภอเสมอไปค่ะ เพราะในบางกรณีคู่สมรสอีกฝ่ายไม่ยินยอมหย่า ไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่า หรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับบุตร สินสมรส และค่าเลี้ยงดู ทำให้ผู้ที่ต้องการยุติการสมรสอาจต้องเลือก ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว ผ่านกระบวนการของศาล
อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายหนึ่งต้องการเลิกกันเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถฟ้องหย่าและชนะคดีได้ทันที เพราะการฟ้องหย่าฝ่ายเดียวจะต้องมี เหตุฟ้องหย่าตามที่กฎหมายกำหนด และมีพยานหลักฐานสนับสนุนเหตุที่กล่าวอ้างด้วย
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 กฎหมายกำหนดเหตุฟ้องหย่าไว้หลายกรณี เช่น คู่สมรสมีชู้ ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ จงใจละทิ้งร้างเกิน 1 ปี หรือสมัครใจแยกกันอยู่เนื่องจากไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยปกติสุขเป็นเวลาเกิน 3 ปี เป็นต้น
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจฟ้อง ควรตรวจสอบก่อนว่าข้อเท็จจริงในชีวิตคู่เข้าข่ายเหตุฟ้องหย่าข้อใด หลักฐานที่มีเพียงพอหรือไม่ และมีเรื่องอื่นที่ต้องขอให้ศาลพิจารณาไปพร้อมกันหรือเปล่า เช่น การแบ่งสินสมรส อำนาจปกครองบุตร หรือค่าอุปการะเลี้ยงดู
⚖️ ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว คือ อะไร?
ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว คือ การที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้การสมรสสิ้นสุดลง โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่ายก่อน แต่ผู้ฟ้องจะต้องมีเหตุหย่าที่กฎหมายรับรองและพิสูจน์เหตุนั้นต่อศาลได้
จุดนี้แตกต่างจากการหย่าโดยความยินยอม ซึ่งคู่สมรสทั้งสองฝ่ายตกลงหย่ากันและไปดำเนินการจดทะเบียนหย่าต่อเจ้าหน้าที่ทะเบียน
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ ก็สามารถจดทะเบียนหย่าได้ แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมหย่า การจะยุติการสมรสอาจต้องใช้วิธีฟ้องคดีต่อศาลค่ะ
📌 ฟ้องหย่าฝ่ายเดียวได้ในกรณีไหนบ้าง?
เหตุฟ้องหย่าหลัก ๆ อยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 ซึ่งหลังการแก้ไขกฎหมายครอบครัวได้ใช้คำว่า “คู่สมรส” เพื่อให้ครอบคลุมคู่สมรสอย่างเท่าเทียม
ตัวอย่างเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
1. คู่สมรสมีชู้หรือนอกใจ
หากคู่สมรสอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องบุคคลอื่นในลักษณะคู่สมรส มีชู้ หรือมีพฤติการณ์ทางเพศกับบุคคลอื่นตามลักษณะที่กฎหมายกำหนด อีกฝ่ายอาจใช้เป็นเหตุฟ้องหย่าได้
หลักฐานจึงมีความสำคัญ เช่น ภาพถ่าย ข้อความสนทนา หลักฐานการเดินทาง หลักฐานการพักอาศัยร่วมกัน หรือพยานบุคคล โดยต้องพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของวิธีการได้มาซึ่งหลักฐานประกอบด้วย
2. ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
หากอีกฝ่ายมีพฤติกรรมที่ทำให้ผู้ฟ้องได้รับความอับอาย ถูกดูถูกเกลียดชัง หรือได้รับความเสียหายและเดือดร้อนเกินสมควร ก็อาจเป็นเหตุในการฟ้องหย่าได้
ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ไม่ใช่ว่าความผิดหรือพฤติกรรมทุกอย่างจะเป็นเหตุหย่าได้โดยอัตโนมัติ
3. ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ
กรณีคู่สมรสทำร้ายหรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หมิ่นประมาท หรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหรือบุพการีของอีกฝ่ายอย่างร้ายแรง สามารถเป็นเหตุฟ้องหย่าได้เช่นกัน
หลักฐานที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น ใบรับรองแพทย์ บันทึกประจำวัน ภาพถ่ายบาดแผล คลิปวิดีโอ ข้อความข่มขู่ หรือพยานบุคคล
4. จงใจละทิ้งร้างเกิน 1 ปี
ถ้าคู่สมรสฝ่ายหนึ่งจงใจละทิ้งอีกฝ่ายไปเป็นเวลาเกิน 1 ปี อีกฝ่ายอาจนำเหตุดังกล่าวมาฟ้องหย่าได้
อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาว่าเป็นการ “จงใจละทิ้งร้าง” จริงหรือไม่ เพราะการแยกกันอยู่เนื่องจากเหตุจำเป็น เช่น การทำงานต่างจังหวัด อาจไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเหตุหย่าเสมอไป
5. สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี
กรณีคู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่ เพราะไม่สามารถอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสได้โดยปกติสุขมาเป็นเวลาเกิน 3 ปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจฟ้องหย่าได้
ศาลฎีกาเคยอธิบายหลักของเหตุนี้ว่า การสมัครใจแยกกันอยู่ต้องเกิดจากเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสได้โดยปกติสุขตลอดช่วงเวลาดังกล่าวด้วย ไม่ได้พิจารณาเพียงระยะเวลาที่แยกบ้านกันเท่านั้น
📝 ขั้นตอนฟ้องหย่าฝ่ายเดียว ต้องทำอย่างไร?
ขั้นตอนของแต่ละคดีอาจแตกต่างกันตามรายละเอียด แต่โดยทั่วไปสามารถมองภาพรวมได้ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบเหตุฟ้องหย่า
ควรเริ่มจากตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเหตุที่ต้องการหย่าตรงกับเหตุใดตามกฎหมาย และเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด
ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะถ้าไม่มีเหตุหย่าตามกฎหมาย แม้จะใช้ชีวิตคู่ต่อไปไม่ได้หรือไม่รักกันแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าศาลจะพิพากษาให้หย่าโดยอัตโนมัติ
ขั้นตอนที่ 2 รวบรวมพยานหลักฐาน
เมื่อทราบเหตุฟ้องแล้ว ต้องเตรียมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น
- ข้อความสนทนา
- ภาพถ่ายหรือวิดีโอ
- เอกสารการเงิน
- ใบรับรองแพทย์
- บันทึกประจำวัน
- หลักฐานการพักอาศัย
- พยานบุคคล
- เอกสารเกี่ยวกับบุตรและทรัพย์สิน
ควรเก็บหลักฐานต้นฉบับและข้อมูลเกี่ยวกับวัน เวลา และที่มาของหลักฐานเอาไว้ให้ครบถ้วน
ขั้นตอนที่ 3 จัดทำคำฟ้องและยื่นต่อศาล
คดีฟ้องหย่าเป็นคดีครอบครัว โดยเว็บไซต์ของศาลยุติธรรมระบุว่าคดีฟ้องหย่าอยู่ในประเภทคดีครอบครัวที่มีข้อพิพาท
คำฟ้องจะต้องอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรส เหตุฟ้องหย่า พฤติการณ์ที่เกิดขึ้น และคำขอที่ต้องการให้ศาลมีคำพิพากษา
หากมีเรื่องสินสมรส บุตร หรือค่าเลี้ยงดู ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าจะมีคำขอเหล่านี้อยู่ในคดีเดียวกันหรือไม่
ขั้นตอนที่ 4 ศาลส่งหมายและเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
หลังจากรับคำฟ้อง ศาลจะดำเนินการตามกระบวนการเพื่อให้จำเลยได้รับทราบคดี และมีโอกาสยื่นคำให้การต่อสู้คดี
คดีครอบครัวอาจมีการไกล่เกลี่ยเพื่อเปิดโอกาสให้คู่ความหาทางออกร่วมกันก่อนเข้าสู่การสืบพยานเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะกรณีที่ยังสามารถตกลงเรื่องการหย่า บุตร หรือทรัพย์สินกันได้
ขั้นตอนที่ 5 สืบพยานและรอคำพิพากษา
หากตกลงกันไม่ได้ ศาลจะพิจารณาพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย ก่อนมีคำพิพากษาว่ามีเหตุให้หย่าหรือไม่ รวมถึงพิจารณาคำขออื่นที่เกี่ยวข้อง
📂 เอกสารฟ้องหย่าฝ่ายเดียว มีอะไรบ้าง?
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสิงห์บุรีให้ข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารสำหรับการฟ้องหย่าไว้ เช่น ใบสำคัญการสมรส และกรณีมีบุตรร่วมกันให้เตรียมสูติบัตรหรือทะเบียนบ้านของบุตร รวมถึงเอกสารเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลถ้ามี
โดยทั่วไปเอกสารที่ควรเตรียม ได้แก่
- บัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ใบสำคัญการสมรสหรือทะเบียนสมรส
- เอกสารเปลี่ยนชื่อ–นามสกุล ถ้ามี
- สูติบัตรหรือทะเบียนบ้านของบุตร หากมีบุตร
- หลักฐานเกี่ยวกับเหตุฟ้องหย่า
- เอกสารทรัพย์สินและหนี้สิน หากมีข้อพิพาทเรื่องสินสมรส
- หลักฐานรายได้และค่าใช้จ่าย หากมีคำขอเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดู
เอกสารจริงที่ต้องใช้จะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและคำขอในแต่ละคดี จึงควรตรวจสอบกับศาลหรือทนายความก่อนยื่นฟ้องอีกครั้งค่ะ
💰 ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายในการฟ้องหย่าไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคดี เพราะขึ้นอยู่กับคำขอในคดีและรายละเอียดของทรัพย์สินที่พิพาท
โดยค่าใช้จ่ายอาจประกอบด้วย
ค่าธรรมเนียมศาล
คดีครอบครัวที่มีข้อพิพาทอาจมีค่าขึ้นศาลตามประเภทและทุนทรัพย์ของคำขอ โดยศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาระบุว่า คดีที่มีข้อพิพาท เช่น คดีฟ้องหย่าและคดีแบ่งสินสมรส มีหลักการคำนวณค่าธรรมเนียมตามลักษณะของคดีและทุนทรัพย์
หากฟ้องหย่าพร้อมเรียกแบ่งสินสมรส ก็อาจต้องเสียค่าขึ้นศาลในส่วนของการเรียกร้องทรัพย์สินเพิ่มเติมด้วย ซึ่งศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสิงห์บุรีให้ข้อมูลไว้ว่าสามารถฟ้องแบ่งสินสมรสพร้อมกับคดีหย่าได้
ค่าใช้จ่ายในการส่งหมายและเอกสาร
อาจมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งหมายเรียก สำเนาคำฟ้อง หรือการดำเนินการอื่นตามกระบวนการศาล
ค่าทนายความ
ค่าทนายขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดี จำนวนประเด็นที่ต้องดำเนินการ จำนวนครั้งที่ต้องขึ้นศาล รวมถึงว่ามีการเรียกร้องสินสมรส ค่าเลี้ยงดู หรือประเด็นเกี่ยวกับบุตรร่วมด้วยหรือไม่
ดังนั้น หากต้องการทราบค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด ควรให้ทนายตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำขอทั้งหมดก่อนประเมินค่าใช้จ่ายค่ะ
👨👩👧 ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว หากมีลูกต้องทำอย่างไร?
ถ้ามีบุตรร่วมกัน การหย่าไม่ได้มีเพียงเรื่องการยุติสถานะคู่สมรส แต่ควรพิจารณาเรื่อง อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดู และการดูแลบุตรหลังการหย่า ไปพร้อมกันด้วย
ศาลจะพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเด็กโดยคำนึงถึงประโยชน์และความเหมาะสมของเด็กเป็นสำคัญ ดังนั้น หากคู่สมรสตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือแต่ละฝ่ายจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอย่างไร ควรเตรียมข้อเท็จจริงและหลักฐานในส่วนนี้ให้ชัดเจน
⚠️ ก่อนฟ้องหย่าฝ่ายเดียว ควรเตรียมตัวอย่างไร?
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดคือ อย่ารีบฟ้องโดยยังไม่ได้ตรวจสอบเหตุและหลักฐาน
บางคดีผู้ฟ้องมีเหตุหย่าตามกฎหมายค่อนข้างชัดเจน แต่พยานหลักฐานไม่เพียงพอ ขณะที่บางคดีมีหลักฐานจำนวนมาก แต่หลักฐานนั้นอาจไม่ได้พิสูจน์องค์ประกอบของเหตุหย่าที่กล่าวอ้างโดยตรง
นอกจากนี้ หากมีบ้าน รถ เงินฝาก บริษัท หนี้สิน หรือทรัพย์สินอื่นร่วมกัน ควรตรวจสอบเรื่องสินส่วนตัวและสินสมรสให้เรียบร้อย เพราะผลหลังการหย่าอาจเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินจำนวนมากกว่าประเด็นเรื่องสถานะสมรสเพียงอย่างเดียว
✅ สรุป ฟ้องหย่าฝ่ายเดียวทำได้ แต่ต้องมีเหตุและหลักฐานตามกฎหมาย
ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว สามารถทำได้แม้คู่สมรสอีกฝ่ายจะไม่ยินยอมหย่า แต่เงื่อนไขสำคัญคือ ผู้ฟ้องต้องมีเหตุหย่าตามกฎหมายและสามารถนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ข้อกล่าวหาต่อศาลได้
ก่อนเริ่มคดีจึงควรตรวจสอบให้ครบทั้งเหตุหย่า หลักฐาน สินสมรส หนี้สิน บุตร ค่าเลี้ยงดู และคำขออื่นที่อาจต้องดำเนินการพร้อมกัน เพราะรายละเอียดเหล่านี้มีผลต่อรูปคดี ขั้นตอน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีค่ะ
❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟ้องหย่าฝ่ายเดียว
1. อีกฝ่ายไม่ยอมหย่า สามารถฟ้องหย่าฝ่ายเดียวได้ไหม?
ได้ค่ะ หากมีเหตุฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 และสามารถพิสูจน์เหตุดังกล่าวต่อศาลได้ การยินยอมของคู่สมรสอีกฝ่ายจึงไม่ใช่เงื่อนไขในการเริ่มฟ้องคดี
2. แยกกันอยู่แล้ว สามารถฟ้องหย่าฝ่ายเดียวได้ทันทีหรือไม่?
ไม่เสมอไปค่ะ ต้องพิจารณาว่าเป็นการแยกกันอยู่ในลักษณะใด หากจะใช้เหตุสมัครใจแยกกันอยู่ตามมาตรา 1516 (4/2) ต้องเป็นการสมัครใจแยกกันอยู่เพราะไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสได้โดยปกติสุขตลอดมาเกิน 3 ปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งศาลเกิน 3 ปี
⚖️ แนะนำบริการฟ้องหย่า Tiwanon Law
หากกำลังพิจารณา ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว และยังไม่แน่ใจว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเข้าข่ายเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายหรือไม่ สามารถนำรายละเอียดและหลักฐานที่มีมาปรึกษาทีมทนายความของ สำนักงานทนายความติวานนท์ เพื่อช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุฟ้องหย่า และแนวทางดำเนินคดีได้ค่ะ
สำนักงานให้บริการด้านคดีครอบครัว เช่น ฟ้องหย่า ฟ้องชู้ การแบ่งสินสมรส อำนาจปกครองบุตร และการเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู โดยแนวทางดำเนินคดีและค่าใช้จ่ายจะพิจารณาตามรายละเอียดของแต่ละกรณี
เว็บไซต์: https://tiwanonlaw.com/service/divorce/
📚 แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา – ระบบค้นหากฎหมาย
https://www.ocs.go.th/searchlaw-law - ศาลฎีกา – การสมัครใจแยกกันอยู่เกินสามปีอันเป็นเหตุฟ้องหย่า ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4/2)
https://www.supremecourt.or.th/บทความ/301 - ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสิงห์บุรี – คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคดีฟ้องหย่า
https://snbjc.coj.go.th/th/content/category/detail/id/13790/iid/387550 - ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา – การฟ้องคดีครอบครัว
https://atyjc.coj.go.th/th/content/category/detail/id/4/cid/13682/iid/355284/
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลกฎหมายทั่วไป รายละเอียดของเหตุฟ้องหย่า พยานหลักฐาน ค่าธรรมเนียม และแนวทางดำเนินคดีอาจแตกต่างกันตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ควรตรวจสอบกฎหมายและข้อมูลจากศาลที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินคดี


