คดีทำร้ายร่างกายเป็นหนึ่งในคดีอาญาที่พบได้บ่อย ตั้งแต่การตบ ต่อย เตะ ใช้อาวุธทำร้าย ไปจนถึงกรณีที่ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต ซึ่งแต่ละกรณีมีข้อกฎหมาย อัตราโทษ และอายุความแตกต่างกันออกไปตามลักษณะและความรุนแรงของการกระทำ
หลายคนอาจสงสัยว่า คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย ยอมความได้ไหม หากผู้เสียหายได้รับการชดใช้ค่าเสียหายแล้วสามารถถอนแจ้งความเพื่อให้คดีจบได้หรือไม่ รวมถึงกรณีถูกทำร้ายควรเก็บหลักฐานอย่างไร แจ้งความที่ไหน และหากได้รับหมายเรียกต้องดำเนินการอย่างไร
บทความนี้จึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา ตั้งแต่มาตรา 290 มาตรา 295 มาตรา 297 และมาตรา 391 พร้อมอธิบายเรื่องอัตราโทษ อายุความ การไกล่เกลี่ย ขั้นตอนเมื่อถูกทำร้ายร่างกาย ตลอดจนแนวทางปฏิบัติเมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการศาล เพื่อให้เข้าใจขั้นตอนทางกฎหมายได้ชัดเจนมากขึ้น
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายนั้น ตามกฎหมายอาญาแบ่งได้ 4 ประเภท ได้แก่
1. ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391
ความผิดฐานนี้เป็นความผิดที่เป็นการใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้อื่น ทำให้บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ซึ่งความผิดฐานทำร้ายร่างกายมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณีนี้แม้ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกายทำให้บาดเจ็บเล็กน้อยก็ตาม เช่น มีคนใช้ไม้ขนาดเล็กตีไปที่ขาของเรา ทำให้ขาของเราได้รับบาดเจ็บช้ำจนต้องทายา แบบนี้ถือว่าเป็นการทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งผู้กระทำต้องได้รับโทษ
และที่สำคัญ บทบัญญัตินี้แม้จะเป็นกฎหมายที่บัญญัติอยู่ในความผิดลหุโทษก็ตาม แต่ก็เป็นความผิดอันยอมความไม่ได้ เช่นเดียวกัน
ตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ 3486/2558
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 295 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 83 โดยโจทก์บรรยายฟ้องข้อ (ค) ว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันใช้กำลังประทุษร้าย โดยใช้ท่อนไม้และขวดขว้างใส่ผู้เสียหายทั้งสองโดยมีเจตนาทำร้าย จำเลยทั้งสองกับพวกลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เนื่องจากผู้เสียหายทั้งสองวิ่งหลบหนีได้ทัน ทำให้ท่อนไม้และขวดไม่ถูกร่างกายของผู้เสียหายทั้งสอง
2. ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295
“ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
ความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรานี้ เป็นการทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยทำให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำความผิดต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรณีนี้เป็นการทำร้ายร่างกายโดยธรรมดาทั่วไป เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน ยอมความไม่ได้ ซึ่งหมายความว่า เช่น มีคนมาทำร้ายร่างกายเรา แล้วเขายอมชดใช้ค่าเสียหายให้เป็นเงินจำนวน 10,000 บาท เราไม่ติดใจดำเนินคดี แต่ตำรวจก็ต้องดำเนินคดีกับผู้ที่มาทำร้ายร่างกายเราต่อไป
3. ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297
มาตรานี้เป็นบทลงโทษที่ทำให้ผู้กระทำต้องได้รับโทษหนักขึ้น เป็นความผิดที่ไม่สามารถยอมความได้ ซึ่งต้องได้รับโทษหนักกว่าการทำร้ายร่างกายโดยทั่วไป และจะต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 40,000 บาทถึง 200,000 บาท
4. ความผิดฐานไม่ได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ที่ถูกทำร้ายถึงแก่ความตาย
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290
ผู้ใดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย เช่นนี้ผู้กระทำต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี ซึ่งเป็นโทษที่หนักที่สุด เป็นคดีอาญาที่มีความผิดต่อแผ่นดิน ไม่สามารถยอมความได้
คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย อายุความกี่ปี
คดีอาญาฐานทำร้ายร่างกาย มีอายุความฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 แตกต่างกันตามระดับความรุนแรงและอัตราโทษ โดยทั่วไปแบ่งเป็น
- ทำร้ายร่างกายธรรมดา มีอายุความ 10 ปี
- ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส มีอายุความ 15 ปี
โดยนับตั้งแต่วันที่กระทำความผิด
คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย มาตราอะไร
คดีอาญาฐานทำร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มีดังนี้
- มาตรา 290 ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
- มาตรา 295 ทำร้ายร่างกายทั่วไป (บาดเจ็บ ไม่ถึงสาหัส)
- มาตรา 297 ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส
- มาตรา 391 ความผิดลหุโทษ ทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับอันตราย
คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย โทษอย่างไร (ระดับความผิดและอัตราโทษ)
คดีอาญาฐานทำร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา ระดับความผิดแบ่งออกเป็น 4 มาตรา ดังนี้
- มาตรา 290 ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี
- มาตรา 295 ทำร้ายร่างกายทั่วไป (บาดเจ็บ ไม่ถึงสาหัส) โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท
- มาตรา 297 ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส โทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี
- มาตรา 391 ความผิดลหุโทษ ทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับอันตราย โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตัวอย่าง คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย Pantip
ตัวอย่างที่ 1
รบกวนผู้รู้เรื่องคดี ช่วยให้คำแนะนำค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่าดิฉันมีเรื่องกับคนหนึ่งและได้ไปเคลียร์ แต่เกิดการโต้เถียงทำให้มีการทะเลาะกัน เราควบคุมตัวเองไม่ได้ ยอมรับว่าโมโหมาก เลยตบหน้าไป 1 ที เขาได้แจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย เราก็งงว่าทำร้ายแบบไหน ในเมื่อเขาไม่มีบาดแผล ไม่เป็นอะไรเลย แต่เรียกค่าเสียหาย 2,000 บาท
เราเข้าคุยกับร้อยเวร แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เป็นกลางเอาเสียเลย เขาถามเราก็ยอมรับว่าทำจริง แต่ที่เรียก 2,000 บาท คือค่าเสียหายอะไร ในเมื่อคุณไม่เป็นอะไรเลย มันมากไปหรือเปล่า เราก็พยายามอธิบายว่าอยู่ดี ๆ คงไม่เดินเข้าไปตบหรอก ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำให้เกิดอารมณ์
เราพูดว่าเกิดบันดาลโทสะ ตำรวจก็บอกว่ามันไม่เกี่ยวกับบันดาลโทสะเลย เรานี่งงเลย เลยโมโหไม่จ่าย ทั้ง ๆ ที่เตรียมตัวจะไปเสียค่าปรับและจบทุกอย่าง เรื่องเลยถึงชั้นศาลเพราะเราไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายให้ จริง ๆ เงินมี แต่ถ้าตบทีเดียวแล้วเสีย 2,000 บาท เลยอยากขอคำแนะนำว่าต้องเตรียมตัวในชั้นศาลอย่างไรบ้าง
ที่มา: https://pantip.com/topic/34402142/%7Burl%7D
ตัวอย่างที่ 2
สอบถามหน่อย เราเคยโดนทำร้ายร่างกายจากลูกพี่ลูกน้อง เราไปแจ้งความไว้ แล้วเวลาก็ผ่านไปเกือบ 2 อาทิตย์ จึงได้ไปไกล่เกลี่ยกันที่โรงพัก เรียกค่าเสียหายไปแล้วเราก็ถอนแจ้งความ ทางตำรวจไม่อยากให้มันขึ้นโรงขึ้นศาล เลยต้องถอน
เวลาผ่านไปไม่นาน เรายังมีความหวาดระแวงอยู่ พอคิดไปคิดมาคือเราไม่อยากถอนแจ้งความเลย แต่ถอนแจ้งความไปแล้ว ต้องทำอย่างไรคะ
ที่มา: https://pantip.com/topic/43020957
ตัวอย่างที่ 3
สวัสดีค่ะ อยากสอบถาม วันที่ 8 มีนาคม 2567 ลูกชายโดนทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน โดยตีที่ศีรษะจึงนำมือขึ้นมากัน จึงมีแผลแตกที่ศีรษะและมือขวา ชั้นไกล่เกลี่ยไม่สามารถตกลงกันได้ ทางจำเลยไม่มีคำขอโทษและไม่เคยเยียวยาตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ ติดตามคดีอยู่ตลอด
จนวันที่ 16 ตุลาคม 2567 มีหมายศาลมาที่บ้านให้ไปรับเงินเยียวยา เราจึงไปที่ศาลและรู้ว่าคดีสิ้นสุดลงแล้ว จำเลยรอลงอาญา 1 ปี เสียค่าปรับ 5,000 บาท แบบนี้คือให้เรารับเงิน 5,000 บาทไป และคดีความก็จบลงแค่นี้หรือคะ ยังงงกับการตัดสิน รู้สึกผิดหวังกับคำตัดสินค่ะ
ที่มา: https://pantip.com/topic/43038178/desktop
ถูกทำร้ายร่างกาย ต้องทำอย่างไร
ขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ
- ไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย ให้แพทย์ตรวจบาดแผลและออกใบรับรองแพทย์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญระบุรายละเอียดบาดแผลและระยะเวลาในการรักษาตัว
- เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพบาดแผล ร่องรอยการถูกทำร้าย รอยเลือด ร่องรอยข้าวของเสียหาย รวมถึงบันทึกคลิปวิดีโอ และเก็บข้อมูลติดต่อของผู้เห็นเหตุการณ์หรือพยาน
- แจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจ ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด โดยระบุกับพนักงานสอบสวนว่า “ขอแจ้งความเพื่อดำเนินคดีจนถึงที่สุด”
เอกสารที่ต้องเตรียมไปแจ้งความ
- บัตรประจำตัวประชาชน
- ใบรับรองแพทย์และใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล
- รูปถ่ายบาดแผล คลิปวิดีโอ หรือหลักฐานจากกล้องวงจรปิด
- รายชื่อหรือข้อมูลพยานในที่เกิดเหตุ (ถ้ามี)
การเรียกร้องค่าเสียหายและสิทธิทางกฎหมาย
- เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน มีสิทธิเรียกค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดประโยชน์จากการทำงาน และค่าเสียหายต่อร่างกายและจิตใจจากผู้กระทำความผิดในทางแพ่ง
- ขอรับการช่วยเหลือจากรัฐ สามารถยื่นขอรับเงินเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาได้ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม
ได้รับหมายเรียก คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย ต้องทำอย่างไร
เมื่อได้รับหมายเรียกในคดีอาญาข้อหาทำร้ายร่างกาย ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างถูกต้อง ดังนี้
ขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติ
- ตรวจสอบรายละเอียดในหมายเรียก เช็กว่าใครเป็นผู้ฟ้อง สถานีตำรวจใดออกหมาย ให้ไปพบใคร และจะต้องไปพบพนักงานสอบสวนหรือขึ้นศาล กำหนดวัน เวลา และสถานที่ใด รวมถึงตรวจสอบสถานะของคุณ เช่น ผู้ต้องหา หรือในฐานะพยาน
- อย่าหลบหนีหรือเฉยเมย การไม่ไปตามหมายเรียกตามกำหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจนำไปสู่การออกหมายจับได้ หากติดภารกิจสำคัญจริง ๆ ให้รีบติดต่อพนักงานสอบสวนตามเบอร์ที่ระบุในหมาย เพื่อขอเลื่อนนัดอย่างเป็นทางการ
- เตรียมเอกสารสำคัญ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
- ปรึกษาทนายความ หากถูกเรียกในฐานะ “ผู้ต้องหา” ควรปรึกษาทนายความก่อนไปพบเจ้าหน้าที่เพื่อรับฟังคำแนะนำ และมีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนได้
คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย ขึ้นศาลกี่ครั้ง
คดีทำร้ายร่างกายในศาลชั้นต้น โดยทั่วไปต้องเดินทางไปศาลประมาณ 2–4 ครั้ง หรืออาจมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าจำเลยรับสารภาพ ไกล่เกลี่ยได้ หรือปฏิเสธจนต้องสืบพยาน
ลำดับการนัดขึ้นศาล
- นัดที่ 1 สอบคำให้การและคุ้มครองสิทธิ ศาลจะอ่านคำฟ้องให้จำเลยฟังเพื่อสอบถามว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ รวมถึงเป็นนัดเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายในส่วนแพ่ง หากจำเลยรับสารภาพและตกลงค่าเสียหายได้ ศาลอาจตัดสินได้เลยในนัดนี้ หรือนัดฟังคำพิพากษาถัดไป
- นัดที่ 2 ตรวจพยานหลักฐาน กรณีจำเลยปฏิเสธ ศาลจะนัดให้ทั้งสองฝ่ายนำพยานหลักฐานมาแสดง กำหนดจำนวนพยาน และวางแผนกำหนดวันนัดสืบพยาน
- นัดที่ 3 สืบพยาน ศาลจะเรียกพยานฝั่งโจทก์และพยานฝั่งจำเลยมาขึ้นเบิกความต่อศาล หากพยานมีหลายปาก นัดนี้อาจแยกจัดหลายวันตามความซับซ้อนของคดี ซึ่งอาจมีมากกว่า 1 วัน
- นัดที่ 4 ฟังคำพิพากษา เกิดขึ้นหลังจากสืบพยานเสร็จสิ้น ศาลจะนัดคู่ความมาฟังคำตัดสินชี้ขาด
คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย ไกล่เกลี่ยได้ไหม
คดีอาญาความผิดฐานทำร้ายร่างกาย สามารถไกล่เกลี่ยได้ โดยการไกล่เกลี่ยคดีอาญาเป็นการระงับข้อพิพาททางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรมต่อคู่กรณี เนื่องจากการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นการค้นหาข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายยินยอม
หากสามารถเจรจาตกลงกันได้ ก็สามารถทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และให้คู่กรณีปฏิบัติตามข้อสัญญาดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกคดีสามารถเจรจาและระงับไปได้ โดยเฉพาะความผิดอาญาแผ่นดินที่ไม่สามารถยอมความได้ทุกกรณี
หาทนาย คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย
ติดต่อทนายให้ดำเนินคดีอาญา
ก่อนที่คุณจะตัดสินใจฟ้องคดีอาญา ทำร้ายร่างกาย สามารถปรึกษาทนายก่อนไปศาลได้ที่ สำนักงานทนายความติวานนท์ ผ่านช่องทางติดต่อดังต่อไปนี้
- เบอร์โทร 02-125-2511
- เวลาทำการ 08.00-17.00 น. ทนายหยุดวันอาทิตย์
- E-mail: info@tiwanonlaw.com
- Facebook: www.facebook.com/tiwanonlaw
- Line: https://line.me/ti/p/@tiwanonlaw
- Youtube: สำนักงานทนายความติวานนท์
- ติดต่อเรา: แผนที่สำนักงานทนายความติวานนท์
- เว็บไซต์: สำนักงานทนายความติวานนท์
FAQ คำถามเกี่ยวกับคดีอาญา ทำร้ายร่างกาย
1. คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย ถอนแจ้งความได้ไหม
ผู้เสียหายสามารถแจ้งพนักงานสอบสวนว่าไม่ติดใจดำเนินคดีหรือขอถอนคำร้องทุกข์ได้ แต่หากเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน เช่น ความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 การถอนแจ้งความไม่ได้ทำให้คดีอาญาสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่อาจยังดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปได้
2. ทำร้ายร่างกายครั้งแรก มีโอกาสรอลงอาญาไหม
มีโอกาสได้รับการรอการลงโทษได้ในบางกรณี แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้กระทำความผิดครั้งแรกจะได้รับการรอลงอาญาทุกคดี ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงหลายด้าน เช่น ความรุนแรงของการกระทำ ผลของบาดแผล ประวัติของจำเลย การรับสารภาพ การชดใช้ค่าเสียหาย และพฤติการณ์อื่น ๆ ของคดี
3. ถูกทำร้ายร่างกาย เรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้าง
ผู้เสียหายอาจเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้กระทำได้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ค่าเดินทาง ค่าขาดรายได้หรือขาดประโยชน์จากการทำงาน รวมถึงค่าเสียหายจากการได้รับบาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจ โดยควรเก็บใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์ และหลักฐานค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไว้ประกอบการเรียกร้อง


