สำนักงานทนายความติวานนท์

คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย ยอมความได้ไหม

คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย ยอมความได้ไหม
9

คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย ยอมความได้ไหม? เช็กมาตรา โทษ อายุความ การไกล่เกลี่ย ขั้นตอนแจ้งความ และสิทธิที่ควรรู้เมื่อถูกทำร้าย

สารบัญ

คดีทำร้ายร่างกายเป็นหนึ่งในคดีอาญาที่พบได้บ่อย ตั้งแต่การตบ ต่อย เตะ ใช้อาวุธทำร้าย ไปจนถึงกรณีที่ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต ซึ่งแต่ละกรณีมีข้อกฎหมาย อัตราโทษ และอายุความแตกต่างกันออกไปตามลักษณะและความรุนแรงของการกระทำ

หลายคนอาจสงสัยว่า คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย ยอมความได้ไหม หากผู้เสียหายได้รับการชดใช้ค่าเสียหายแล้วสามารถถอนแจ้งความเพื่อให้คดีจบได้หรือไม่ รวมถึงกรณีถูกทำร้ายควรเก็บหลักฐานอย่างไร แจ้งความที่ไหน และหากได้รับหมายเรียกต้องดำเนินการอย่างไร

บทความนี้จึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา ตั้งแต่มาตรา 290 มาตรา 295 มาตรา 297 และมาตรา 391 พร้อมอธิบายเรื่องอัตราโทษ อายุความ การไกล่เกลี่ย ขั้นตอนเมื่อถูกทำร้ายร่างกาย ตลอดจนแนวทางปฏิบัติเมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการศาล เพื่อให้เข้าใจขั้นตอนทางกฎหมายได้ชัดเจนมากขึ้น

 

ความผิดฐานทำร้ายร่างกายนั้น ตามกฎหมายอาญาแบ่งได้ 4 ประเภท ได้แก่

1. ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391

ความผิดฐานนี้เป็นความผิดที่เป็นการใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้อื่น ทำให้บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ซึ่งความผิดฐานทำร้ายร่างกายมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีนี้แม้ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกายทำให้บาดเจ็บเล็กน้อยก็ตาม เช่น มีคนใช้ไม้ขนาดเล็กตีไปที่ขาของเรา ทำให้ขาของเราได้รับบาดเจ็บช้ำจนต้องทายา แบบนี้ถือว่าเป็นการทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งผู้กระทำต้องได้รับโทษ

และที่สำคัญ บทบัญญัตินี้แม้จะเป็นกฎหมายที่บัญญัติอยู่ในความผิดลหุโทษก็ตาม แต่ก็เป็นความผิดอันยอมความไม่ได้ เช่นเดียวกัน

ตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ 3486/2558

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 295 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 83 โดยโจทก์บรรยายฟ้องข้อ (ค) ว่า จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันใช้กำลังประทุษร้าย โดยใช้ท่อนไม้และขวดขว้างใส่ผู้เสียหายทั้งสองโดยมีเจตนาทำร้าย จำเลยทั้งสองกับพวกลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เนื่องจากผู้เสียหายทั้งสองวิ่งหลบหนีได้ทัน ทำให้ท่อนไม้และขวดไม่ถูกร่างกายของผู้เสียหายทั้งสอง

 

2. ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295

“ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรานี้ เป็นการทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยทำให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้กระทำความผิดต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีนี้เป็นการทำร้ายร่างกายโดยธรรมดาทั่วไป เป็นความผิดอาญาต่อแผ่นดิน ยอมความไม่ได้ ซึ่งหมายความว่า เช่น มีคนมาทำร้ายร่างกายเรา แล้วเขายอมชดใช้ค่าเสียหายให้เป็นเงินจำนวน 10,000 บาท เราไม่ติดใจดำเนินคดี แต่ตำรวจก็ต้องดำเนินคดีกับผู้ที่มาทำร้ายร่างกายเราต่อไป

3. ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหั

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297

มาตรานี้เป็นบทลงโทษที่ทำให้ผู้กระทำต้องได้รับโทษหนักขึ้น เป็นความผิดที่ไม่สามารถยอมความได้ ซึ่งต้องได้รับโทษหนักกว่าการทำร้ายร่างกายโดยทั่วไป และจะต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 40,000 บาทถึง 200,000 บาท

 

4. ความผิดฐานไม่ได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้ที่ถูกทำร้ายถึงแก่ความตาย

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290

ผู้ใดมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย เช่นนี้ผู้กระทำต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี ซึ่งเป็นโทษที่หนักที่สุด เป็นคดีอาญาที่มีความผิดต่อแผ่นดิน ไม่สามารถยอมความได้

 

คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย อายุความกี่ปี

คดีอาญาฐานทำร้ายร่างกาย มีอายุความฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 แตกต่างกันตามระดับความรุนแรงและอัตราโทษ โดยทั่วไปแบ่งเป็น

  • ทำร้ายร่างกายธรรมดา มีอายุความ 10 ปี
  • ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส มีอายุความ 15 ปี

โดยนับตั้งแต่วันที่กระทำความผิด

 

คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย มาตราอะไร

คดีอาญาฐานทำร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มีดังนี้

  1. มาตรา 290 ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย
  2. มาตรา 295 ทำร้ายร่างกายทั่วไป (บาดเจ็บ ไม่ถึงสาหัส)
  3. มาตรา 297 ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส
  4. มาตรา 391 ความผิดลหุโทษ ทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับอันตราย

 

คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย โทษอย่างไร (ระดับความผิดและอัตราโทษ)

คดีอาญาฐานทำร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา ระดับความผิดแบ่งออกเป็น 4 มาตรา ดังนี้

  • มาตรา 290 ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี
  • มาตรา 295 ทำร้ายร่างกายทั่วไป (บาดเจ็บ ไม่ถึงสาหัส) โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท
  • มาตรา 297 ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส โทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี
  • มาตรา 391 ความผิดลหุโทษ ทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับอันตราย โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ตัวอย่าง คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย Pantip

ตัวอย่างที่ 1

รบกวนผู้รู้เรื่องคดี ช่วยให้คำแนะนำค่ะ

เรื่องมีอยู่ว่าดิฉันมีเรื่องกับคนหนึ่งและได้ไปเคลียร์ แต่เกิดการโต้เถียงทำให้มีการทะเลาะกัน เราควบคุมตัวเองไม่ได้ ยอมรับว่าโมโหมาก เลยตบหน้าไป 1 ที เขาได้แจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย เราก็งงว่าทำร้ายแบบไหน ในเมื่อเขาไม่มีบาดแผล ไม่เป็นอะไรเลย แต่เรียกค่าเสียหาย 2,000 บาท

เราเข้าคุยกับร้อยเวร แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เป็นกลางเอาเสียเลย เขาถามเราก็ยอมรับว่าทำจริง แต่ที่เรียก 2,000 บาท คือค่าเสียหายอะไร ในเมื่อคุณไม่เป็นอะไรเลย มันมากไปหรือเปล่า เราก็พยายามอธิบายว่าอยู่ดี ๆ คงไม่เดินเข้าไปตบหรอก ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำให้เกิดอารมณ์

เราพูดว่าเกิดบันดาลโทสะ ตำรวจก็บอกว่ามันไม่เกี่ยวกับบันดาลโทสะเลย เรานี่งงเลย เลยโมโหไม่จ่าย ทั้ง ๆ ที่เตรียมตัวจะไปเสียค่าปรับและจบทุกอย่าง เรื่องเลยถึงชั้นศาลเพราะเราไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายให้ จริง ๆ เงินมี แต่ถ้าตบทีเดียวแล้วเสีย 2,000 บาท เลยอยากขอคำแนะนำว่าต้องเตรียมตัวในชั้นศาลอย่างไรบ้าง

ที่มา: https://pantip.com/topic/34402142/%7Burl%7D

 

ตัวอย่างที่ 2

สอบถามหน่อย เราเคยโดนทำร้ายร่างกายจากลูกพี่ลูกน้อง เราไปแจ้งความไว้ แล้วเวลาก็ผ่านไปเกือบ 2 อาทิตย์ จึงได้ไปไกล่เกลี่ยกันที่โรงพัก เรียกค่าเสียหายไปแล้วเราก็ถอนแจ้งความ ทางตำรวจไม่อยากให้มันขึ้นโรงขึ้นศาล เลยต้องถอน

เวลาผ่านไปไม่นาน เรายังมีความหวาดระแวงอยู่ พอคิดไปคิดมาคือเราไม่อยากถอนแจ้งความเลย แต่ถอนแจ้งความไปแล้ว ต้องทำอย่างไรคะ

ที่มา: https://pantip.com/topic/43020957

 

ตัวอย่างที่ 3

สวัสดีค่ะ อยากสอบถาม วันที่ 8 มีนาคม 2567 ลูกชายโดนทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน โดยตีที่ศีรษะจึงนำมือขึ้นมากัน จึงมีแผลแตกที่ศีรษะและมือขวา ชั้นไกล่เกลี่ยไม่สามารถตกลงกันได้ ทางจำเลยไม่มีคำขอโทษและไม่เคยเยียวยาตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ ติดตามคดีอยู่ตลอด

จนวันที่ 16 ตุลาคม 2567 มีหมายศาลมาที่บ้านให้ไปรับเงินเยียวยา เราจึงไปที่ศาลและรู้ว่าคดีสิ้นสุดลงแล้ว จำเลยรอลงอาญา 1 ปี เสียค่าปรับ 5,000 บาท แบบนี้คือให้เรารับเงิน 5,000 บาทไป และคดีความก็จบลงแค่นี้หรือคะ ยังงงกับการตัดสิน รู้สึกผิดหวังกับคำตัดสินค่ะ

ที่มา: https://pantip.com/topic/43038178/desktop

 

ถูกทำร้ายร่างกาย ต้องทำอย่างไร

ขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ

  • ไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย ให้แพทย์ตรวจบาดแผลและออกใบรับรองแพทย์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญระบุรายละเอียดบาดแผลและระยะเวลาในการรักษาตัว
  • เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพบาดแผล ร่องรอยการถูกทำร้าย รอยเลือด ร่องรอยข้าวของเสียหาย รวมถึงบันทึกคลิปวิดีโอ และเก็บข้อมูลติดต่อของผู้เห็นเหตุการณ์หรือพยาน
  • แจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจ ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด โดยระบุกับพนักงานสอบสวนว่า “ขอแจ้งความเพื่อดำเนินคดีจนถึงที่สุด”

เอกสารที่ต้องเตรียมไปแจ้งความ

  1. บัตรประจำตัวประชาชน
  2. ใบรับรองแพทย์และใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล
  3. รูปถ่ายบาดแผล คลิปวิดีโอ หรือหลักฐานจากกล้องวงจรปิด
  4. รายชื่อหรือข้อมูลพยานในที่เกิดเหตุ (ถ้ามี)

การเรียกร้องค่าเสียหายและสิทธิทางกฎหมาย

  • เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน มีสิทธิเรียกค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดประโยชน์จากการทำงาน และค่าเสียหายต่อร่างกายและจิตใจจากผู้กระทำความผิดในทางแพ่ง
  • ขอรับการช่วยเหลือจากรัฐ สามารถยื่นขอรับเงินเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญาได้ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

 

ได้รับหมายเรียก คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย ต้องทำอย่างไร

เมื่อได้รับหมายเรียกในคดีอาญาข้อหาทำร้ายร่างกาย ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างถูกต้อง ดังนี้

ขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติ

  • ตรวจสอบรายละเอียดในหมายเรียก เช็กว่าใครเป็นผู้ฟ้อง สถานีตำรวจใดออกหมาย ให้ไปพบใคร และจะต้องไปพบพนักงานสอบสวนหรือขึ้นศาล กำหนดวัน เวลา และสถานที่ใด รวมถึงตรวจสอบสถานะของคุณ เช่น ผู้ต้องหา หรือในฐานะพยาน
  • อย่าหลบหนีหรือเฉยเมย การไม่ไปตามหมายเรียกตามกำหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจนำไปสู่การออกหมายจับได้ หากติดภารกิจสำคัญจริง ๆ ให้รีบติดต่อพนักงานสอบสวนตามเบอร์ที่ระบุในหมาย เพื่อขอเลื่อนนัดอย่างเป็นทางการ
  • เตรียมเอกสารสำคัญ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
  • ปรึกษาทนายความ หากถูกเรียกในฐานะ “ผู้ต้องหา” ควรปรึกษาทนายความก่อนไปพบเจ้าหน้าที่เพื่อรับฟังคำแนะนำ และมีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนได้

 

คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย ขึ้นศาลกี่ครั้ง

คดีทำร้ายร่างกายในศาลชั้นต้น โดยทั่วไปต้องเดินทางไปศาลประมาณ 2–4 ครั้ง หรืออาจมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าจำเลยรับสารภาพ ไกล่เกลี่ยได้ หรือปฏิเสธจนต้องสืบพยาน

ลำดับการนัดขึ้นศาล

  • นัดที่ 1 สอบคำให้การและคุ้มครองสิทธิ ศาลจะอ่านคำฟ้องให้จำเลยฟังเพื่อสอบถามว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ รวมถึงเป็นนัดเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายในส่วนแพ่ง หากจำเลยรับสารภาพและตกลงค่าเสียหายได้ ศาลอาจตัดสินได้เลยในนัดนี้ หรือนัดฟังคำพิพากษาถัดไป
  • นัดที่ 2 ตรวจพยานหลักฐาน กรณีจำเลยปฏิเสธ ศาลจะนัดให้ทั้งสองฝ่ายนำพยานหลักฐานมาแสดง กำหนดจำนวนพยาน และวางแผนกำหนดวันนัดสืบพยาน
  • นัดที่ 3 สืบพยาน ศาลจะเรียกพยานฝั่งโจทก์และพยานฝั่งจำเลยมาขึ้นเบิกความต่อศาล หากพยานมีหลายปาก นัดนี้อาจแยกจัดหลายวันตามความซับซ้อนของคดี ซึ่งอาจมีมากกว่า 1 วัน
  • นัดที่ 4 ฟังคำพิพากษา เกิดขึ้นหลังจากสืบพยานเสร็จสิ้น ศาลจะนัดคู่ความมาฟังคำตัดสินชี้ขาด

 

คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย ไกล่เกลี่ยได้ไหม

คดีอาญาความผิดฐานทำร้ายร่างกาย สามารถไกล่เกลี่ยได้ โดยการไกล่เกลี่ยคดีอาญาเป็นการระงับข้อพิพาททางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรมต่อคู่กรณี เนื่องจากการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเป็นการค้นหาข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายยินยอม

หากสามารถเจรจาตกลงกันได้ ก็สามารถทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และให้คู่กรณีปฏิบัติตามข้อสัญญาดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกคดีสามารถเจรจาและระงับไปได้ โดยเฉพาะความผิดอาญาแผ่นดินที่ไม่สามารถยอมความได้ทุกกรณี

 

หาทนาย คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย

ติดต่อทนายให้ดำเนินคดีอาญา

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจฟ้องคดีอาญา ทำร้ายร่างกาย สามารถปรึกษาทนายก่อนไปศาลได้ที่ สำนักงานทนายความติวานนท์ ผ่านช่องทางติดต่อดังต่อไปนี้

 

FAQ คำถามเกี่ยวกับคดีอาญา ทำร้ายร่างกาย

1. คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย ถอนแจ้งความได้ไหม

ผู้เสียหายสามารถแจ้งพนักงานสอบสวนว่าไม่ติดใจดำเนินคดีหรือขอถอนคำร้องทุกข์ได้ แต่หากเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน เช่น ความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 การถอนแจ้งความไม่ได้ทำให้คดีอาญาสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่อาจยังดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปได้

2. ทำร้ายร่างกายครั้งแรก มีโอกาสรอลงอาญาไหม

มีโอกาสได้รับการรอการลงโทษได้ในบางกรณี แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้กระทำความผิดครั้งแรกจะได้รับการรอลงอาญาทุกคดี ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงหลายด้าน เช่น ความรุนแรงของการกระทำ ผลของบาดแผล ประวัติของจำเลย การรับสารภาพ การชดใช้ค่าเสียหาย และพฤติการณ์อื่น ๆ ของคดี

3. ถูกทำร้ายร่างกาย เรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้าง

ผู้เสียหายอาจเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้กระทำได้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ค่าเดินทาง ค่าขาดรายได้หรือขาดประโยชน์จากการทำงาน รวมถึงค่าเสียหายจากการได้รับบาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจ โดยควรเก็บใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์ และหลักฐานค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไว้ประกอบการเรียกร้อง

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการฟ้องคดีแพ่ง ฟ้องคดีอาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ฟ้องชู้ ฟ้องขับไล่ ฟ้องลูกหนี้
การทำงานครอบคลุมถึง การออกโนติส การฟ้องคดีโดยตรง การทำงานร่วมกับตำรวจและพนักงานอัยการ
การร้องขอความเป็นธรรม การประกันตัวผู้ต้องหา การไต่สวนมูลฟ้อง การเขียนคำให้การของจำเลย การฟ้องแย้ง
การยื่นอุทธรณ์และการยื่นฎีกา รวมทั้งการสืบทรัพย์ การบังคับคดี และการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

อัตราค่าจ้างทนาย ต้องสอบถามทางบริษัทเท่านั้น สามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อทนาย
โทร
แชทไลน์
อีเมล
สำนักงาน
ทนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฏหมาย
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
อ่านบทความล่าสุด