คำว่า “บัญชีม้า” เป็นคำที่เราได้ยินกันบ่อยขึ้นจากข่าวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกโอนเงิน หลอกลงทุน หรือการฉ้อโกงออนไลน์ โดยบัญชีเหล่านี้มักถูกใช้เป็นทางผ่านสำหรับรับหรือโอนเงินจากผู้เสียหาย เพื่อทำให้การติดตามเส้นทางการเงินทำได้ยากขึ้น
หลายคนอาจเข้าใจว่า หากตัวเองไม่ได้เป็นคนหลอกผู้เสียหายโดยตรง เพียงแค่เปิดบัญชีให้คนอื่นใช้ รับจ้างเปิดบัญชี หรือยอมให้ยืมบัญชี ก็คงไม่ต้องรับผิดมากนัก แต่ความจริงแล้วพฤติกรรมดังกล่าวอาจมีความผิดทางอาญาโดยตรงค่ะ
ตามข้อมูลของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ระบุว่า การยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และบางกรณียังอาจถูกดำเนินคดีในฐานะตัวการร่วมหรือผู้สนับสนุนอีกด้วย
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า คดีบัญชีม้า คืออะไร แบบไหนถึงเข้าข่ายความผิด เจ้าของบัญชีต้องรับผิดแค่ไหน และหากถูกแจ้งความหรือได้รับหมายเรียกควรทำอย่างไร
คดีบัญชีม้า คือ อะไร?
คดีบัญชีม้า คือ คดีที่เกี่ยวข้องกับการนำบัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทางทางการเงินของบุคคลหนึ่ง ไปให้บุคคลอื่นใช้ในการรับ โอน หรือหมุนเวียนเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย เช่น
- รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารแล้วส่งสมุดบัญชีและบัตร ATM ให้คนอื่น
- ขายบัญชีธนาคารให้บุคคลที่ไม่รู้จัก
- ให้ผู้อื่นใช้ Mobile Banking ของตัวเอง
- ส่งรหัส PIN หรือข้อมูลเข้าสู่ระบบธนาคารให้บุคคลอื่น
- เปิดบัญชีตามคำสั่งของนายจ้างหรือบุคคลในโซเชียลเพื่อแลกกับค่าตอบแทน
- รับเงินเข้าบัญชีแล้วถอนหรือโอนต่อไปยังบัญชีอื่นตามคำสั่ง
บัญชีเหล่านี้มักถูกนำไปใช้เป็นบัญชีรับเงินจากผู้เสียหายในคดีหลอกซื้อสินค้า หลอกลงทุน Romance Scam แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การพนันออนไลน์ หรืออาชญากรรมออนไลน์ประเภทอื่นค่ะ
จุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงว่า “บัญชีเป็นชื่อใคร” แต่ต้องดูด้วยว่าเจ้าของบัญชีมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการนำบัญชีไปใช้กระทำความผิดอย่างไร
เปิดบัญชีม้า มีโทษอย่างไร?
กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566
ตามมาตรา 9 ผู้ที่เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนเองหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง และ รู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น มีโทษ
- จำคุกไม่เกิน 3 ปี
- ปรับไม่เกิน 300,000 บาท
- หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
กระทรวงดิจิทัลฯ ยังระบุด้วยว่า เจ้าของบัญชีอาจถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมตามลักษณะการมีส่วนร่วม เช่น เป็นตัวการร่วมหรือผู้สนับสนุน และผู้เสียหายอาจดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งได้ด้วย
ดังนั้น การรับเงินไม่กี่ร้อยหรือไม่กี่พันบาทเพื่อแลกกับการเปิดบัญชี อาจนำไปสู่ความรับผิดที่สูงกว่าค่าตอบแทนที่ได้รับอย่างมากค่ะ
คนหาบัญชีม้า หรือประกาศรับซื้อบัญชี มีโทษไหม?
มีค่ะ และโทษอาจสูงกว่าเจ้าของบัญชีม้าเสียอีก
ผู้ที่เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวเพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อนำไปใช้กระทำความผิด อาจมีโทษตามกฎหมาย
จำคุกตั้งแต่ 2–5 ปี ปรับตั้งแต่ 200,000–500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ดังนั้นข้อความบน Facebook, LINE หรือ Telegram เช่น
- “รับซื้อบัญชีธนาคาร ให้ราคาสูง”
- “เปิดบัญชีรับเงินทันที”
- “รับสมัครคนเปิดบัญชี ไม่ต้องทำงาน”
ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองว่าเป็นเพียงการซื้อขายบัญชีธรรมดา เพราะผู้ที่ทำหน้าที่รวบรวมหรือจัดหาบัญชีอาจถูกดำเนินคดีเช่นกัน
เป็นเจ้าของบัญชีม้า ต้องรับผิดทุกกรณีหรือไม่?
ไม่สามารถสรุปได้ว่าคนที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีซึ่งถูกนำไปใช้รับเงินจากผู้เสียหาย จะต้องมีความผิดเหมือนกันทุกกรณีค่ะ
การพิจารณาความรับผิดต้องดู เจตนา ความรู้ และพฤติการณ์ของแต่ละคน ประกอบกัน
ตัวอย่างเช่น คนหนึ่งอาจรับเงิน 2,000 บาทเพื่อเปิดบัญชีและส่งบัตร ATM พร้อมรหัสให้คนอื่นทั้งหมด ขณะที่อีกคนอาจถูกหลอกให้นำเอกสารไปดำเนินการบางอย่างโดยไม่ทราบว่ามีการเปิดบัญชีในชื่อตัวเอง
ข้อเท็จจริงของทั้งสองกรณีแตกต่างกัน และมีผลต่อแนวทางการต่อสู้คดีค่ะ
พนักงานสอบสวนอาจพิจารณาหลักฐานหลายอย่าง เช่น
- การสนทนาผ่าน LINE หรือ Messenger
- หลักฐานการรับค่าจ้างเปิดบัญชี
- ประวัติการโอนเงิน
- การถอนเงินหลังได้รับเงินจากผู้เสียหาย
- การส่งบัตร ATM หรือโทรศัพท์ให้บุคคลอื่น
- การเปลี่ยนเครื่องหรือเปิด Mobile Banking
- ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของบัญชีกับผู้ร่วมขบวนการ
- คำให้การของผู้ต้องหาและพยาน
จึงไม่ควรดูเพียงว่าเงินเข้าบัญชีใครเพียงอย่างเดียวค่ะ
ถ้าบัญชีถูกใช้รับเงินโกง อาจโดนข้อหาอื่นด้วยไหม?
มีโอกาสค่ะ โดยเฉพาะกรณีที่พยานหลักฐานแสดงว่าเจ้าของบัญชีรู้เห็นหรือมีส่วนร่วมกับขบวนการตั้งแต่ต้น
นอกจากความผิดเกี่ยวกับบัญชีม้าแล้ว อาจต้องพิจารณาความผิดอื่นประกอบ เช่น ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน สนับสนุนการกระทำความผิด หรือความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบทบาทและข้อเท็จจริงในแต่ละคดี
เคยมีคดีเกี่ยวกับเครือข่าย Hybrid Scam ที่ผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้ควบคุมเครือข่าย คนรวบรวมบัญชีม้า คนรับจ้างเปิดบัญชี ไปจนถึงผู้ดูแลเรื่องการฟอกเงิน ถูกดำเนินคดีในหลายข้อหาร่วมกัน
เพราะฉะนั้นคำว่า “ไม่ได้เป็นคนโทรไปหลอกเอง” จึงไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความรับผิดเสมอไป ต้องดูว่าบุคคลนั้นมีส่วนช่วยให้การกระทำความผิดสำเร็จหรือไม่ด้วยค่ะ
เจ้าของบัญชีม้าต้องคืนเงินให้ผู้เสียหายไหม?
เรื่องนี้ต้องแยก ความรับผิดทางอาญา ออกจาก ความรับผิดทางแพ่ง
ในคดีอาญา ศาลจะพิจารณาว่าบุคคลนั้นกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่ ส่วนความเสียหายทางแพ่ง ผู้เสียหายอาจใช้สิทธิเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชดใช้เงินหรือค่าเสียหายได้ตามข้อเท็จจริงและฐานทางกฎหมายของคดี
กระทรวงดิจิทัลฯ ระบุไว้เช่นกันว่า ผู้เกี่ยวข้องกับบัญชีม้าอาจถูกผู้เสียหายฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้
จึงไม่ควรเข้าใจว่า หากถูกลงโทษทางอาญาแล้วจะไม่มีเรื่องเงินหรือค่าเสียหายตามมา เพราะบางคดีอาจมีทั้งความรับผิดทางอาญาและทางแพ่งควบคู่กันค่ะ
กฎหมายบัญชีม้า มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่?
ปัจจุบันมี พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2568
กฎหมายฉบับใหม่นี้เพิ่มมาตรการรับมืออาชญากรรมออนไลน์ในหลายส่วน เช่น การจัดการบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล การระงับบริการโทรคมนาคม กระบวนการคืนเงินแก่ผู้เสียหาย และการกำหนดหน้าที่ให้ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องมีมาตรการป้องกันความเสียหายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความผิดเกี่ยวกับการยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเพื่อกระทำความผิดตามมาตรา 9 ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่เจ้าของบัญชีต้องระมัดระวังค่ะ
ถูกแจ้งความคดีบัญชีม้า ควรทำอย่างไร?
หากพบว่าบัญชีของตัวเองถูกอายัด ได้รับหมายเรียกจากตำรวจ หรือทราบว่าบัญชีถูกนำไปเกี่ยวข้องกับคดีออนไลน์ สิ่งสำคัญคือควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนให้การ โดยเฉพาะว่าถูกกล่าวหาในฐานะใดและเกี่ยวข้องกับรายการเงินใด
หลักฐานที่ควรเก็บไว้ เช่น
- ประวัติการสนทนากับบุคคลที่ขอใช้บัญชี
- หลักฐานการโอนเงินและ Statement
- ข้อมูลประกาศรับสมัครงานหรือข้อความที่ทำให้หลงเชื่อ
- หลักฐานว่าโทรศัพท์หรือข้อมูลบัญชีถูกบุคคลอื่นนำไปใช้
- เอกสารหรือข้อมูลเกี่ยวกับการแจ้งธนาคาร
- หมายเรียกหรือเอกสารจากพนักงานสอบสวน
ไม่ควรลบแชต ปิดโทรศัพท์ หรือลบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นหลักฐานสำคัญในการอธิบายข้อเท็จจริงได้ค่ะ
หากถูกหลอกให้เปิดบัญชีม้า จะต่อสู้คดีได้ไหม?
การถูกหลอกให้เปิดบัญชีไม่ได้หมายความว่าคดีจะยุติโดยอัตโนมัติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นต้องมีความผิดเสมอไปเช่นกัน
ประเด็นสำคัญคือ ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าในช่วงที่เปิดบัญชีหรือมอบบัญชีให้บุคคลอื่น ผู้ถูกกล่าวหา รู้หรือควรรู้หรือไม่ว่าบัญชีจะถูกนำไปใช้กระทำความผิด
ตัวอย่างเช่น หากมีหลักฐานว่าเข้าใจว่าเป็นการสมัครงานตามปกติ ไม่เคยได้รับผลประโยชน์ และเมื่อทราบเรื่องก็รีบแจ้งธนาคารหรือแจ้งความ ข้อเท็จจริงเหล่านี้อาจมีความสำคัญต่อรูปคดี
แต่หากมีการรับค่าตอบแทน ส่งบัตร ATM รหัส PIN โทรศัพท์ หรือ OTP ให้คนแปลกหน้า รวมถึงรับโอนเงินแล้วถอนเงินส่งต่อหลายครั้ง ก็อาจเป็นพฤติการณ์ที่เจ้าหน้าที่นำมาประกอบการพิจารณาได้ค่ะ
สรุป คดีบัญชีม้า คือเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
คดีบัญชีม้า คือ คดีที่เกี่ยวข้องกับการเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นนำบัญชีทางการเงินไปใช้ โดยเฉพาะเมื่อรู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญา
ความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับบัญชีม้าอาจมีโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากมีส่วนร่วมกับการหลอกลวงในลักษณะอื่น ก็อาจถูกดำเนินคดีในข้อหาเพิ่มเติม รวมถึงมีโอกาสถูกเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งได้
ดังนั้น หากบัญชีของตัวเองถูกอายัด ได้รับหมายเรียก หรือพบว่ามีเงินจากบุคคลที่ไม่รู้จักเข้ามาในบัญชี ควรรีบตรวจสอบข้อเท็จจริงและเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้ให้ครบค่ะ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคดีบัญชีม้า
1. ไม่รู้ว่าบัญชีจะถูกนำไปโกง แบบนี้มีความผิดไหม?
ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงค่ะ เพราะกฎหมายให้ความสำคัญกับประเด็นว่าผู้เปิดหรือยินยอมให้ใช้บัญชี รู้หรือควรรู้ หรือไม่ว่าบัญชีนั้นจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด ดังนั้น หลักฐานการสนทนา ที่มาของการเปิดบัญชี การรับค่าตอบแทน และพฤติการณ์หลังจากเปิดบัญชีจึงมีความสำคัญมาก
2. บัญชีถูกอายัดเพราะเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ต้องทำอย่างไร?
ควรตรวจสอบกับธนาคารว่าการอายัดหรือระงับบัญชีเกิดจากหน่วยงานใดและเกี่ยวข้องกับรายการธุรกรรมใด จากนั้นรวบรวม Statement หลักฐานการสนทนา หลักฐานที่มาของเงิน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง หากได้รับหมายเรียกจากตำรวจควรเข้าพบตามกำหนด และอาจปรึกษาทนายความก่อนให้การเพื่อประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางดำเนินคดีค่ะ
ปรึกษาทนายคดีบัญชีม้า กับสำนักงานทนายความติวานนท์
หากคุณได้รับ หมายเรียกคดีบัญชีม้า บัญชีถูกอายัด ถูกกล่าวหาว่าเปิดบัญชีให้มิจฉาชีพ หรือถูกดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงออนไลน์ การตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นมีความสำคัญ เพราะแต่ละคนอาจมีบทบาทและพยานหลักฐานแตกต่างกัน
สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการด้านการให้คำปรึกษาและฟ้องคดีอาญา ทั้งการตรวจสอบข้อกล่าวหา วิเคราะห์พยานหลักฐาน ให้คำปรึกษาก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน การประกันตัว และการดำเนินคดีในชั้นศาล โดยสามารถศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับคดีอาญาเพิ่มเติมได้จากบทความของสำนักงานทนายความติวานนท์
📞 โทร: 02-125-2511
💬 LINE: @tiwanonlaw
🌐 เว็บไซต์: https://tiwanonlaw.com/
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม: ข้อมูลโทษเกี่ยวกับการยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชี หรือ “บัญชีม้า” กระทรวงดิจิทัลฯ – เตือนขายบัญชีม้า โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
- สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี: พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ข้อมูลกฎหมายฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568
- กรมประชาสัมพันธ์: ข้อมูลการบังคับใช้ พ.ร.ก. ฉบับที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2568 พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ฉบับใหม่


