สำนักงานทนายความติวานนท์

กฎหมาย พ.ร.บ. คอม ล่าสุด มีโทษอะไรบ้าง? โพสต์ แชร์ แบบไหนเสี่ยงผิด

กฎหมาย พรบ คอม ล่าสุด มีโทษอะไรบ้าง โพสต์ แชร์ แบบไหนเสี่ยงผิด
19

กฎหมาย พ.ร.บ. คอม ล่าสุด มีโทษอะไรบ้าง เช็กโพสต์ แชร์ ข่าวปลอม ภาพตัดต่อ แบบไหนเสี่ยงผิด พร้อมโทษและข้อควรรู้ก่อนใช้งานโซเชียล

สารบัญ

ทุกวันนี้แค่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโพสต์ Facebook แชร์ข่าวใน LINE แสดงความคิดเห็นบน TikTok หรือส่งต่อภาพในกลุ่มแชต ก็สามารถเผยแพร่ข้อมูลไปถึงคนจำนวนมากได้ภายในไม่กี่วินาที แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทันคิดคือ การกระทำบางอย่างบนโลกออนไลน์อาจมีความผิดตาม กฎหมาย พ.ร.บ.  คอม และอาจมีทั้งโทษจำคุกหรือโทษปรับตามมาได้ค่ะ

กฎหมายที่คนทั่วไปเรียกว่า “พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ซึ่งได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 โดยฉบับแก้ไขประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2560 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นมา

ดังนั้น ก่อนโพสต์หรือแชร์ข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องที่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงแน่ชัด ภาพตัดต่อ ข่าวที่อาจสร้างความตื่นตระหนก หรือข้อมูลที่มีลักษณะผิดกฎหมาย ควรตรวจสอบให้รอบคอบก่อนค่ะ เพราะคำว่า “แค่แชร์ต่อ” ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความรับผิดเสมอไป

 

กฎหมาย พ.ร.บ.  คอม คืออะไร?

กฎหมาย พ.ร.บ.  คอม เป็นกฎหมายที่กำหนดความผิดเกี่ยวกับการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลคอมพิวเตอร์ ครอบคลุมตั้งแต่การเข้าถึงระบบของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต การทำลายหรือแก้ไขข้อมูล การรบกวนระบบ ไปจนถึงการนำข้อมูลบางประเภทเข้าสู่ระบบและการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลดังกล่าวค่ะ

พูดง่าย ๆ คือ กฎหมายไม่ได้ดูแค่ว่าเราใช้ “คอมพิวเตอร์” หรือไม่ แต่การใช้โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต Social Media เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือระบบออนไลน์ต่าง ๆ ก็อาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การจะเป็นความผิดหรือไม่ต้องดู องค์ประกอบของความผิด เจตนา ลักษณะของข้อมูล และผลที่อาจเกิดขึ้นเป็นรายกรณี ไม่ใช่ว่าโพสต์ข้อมูลผิดทุกเรื่องแล้วจะผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ทั้งหมดค่ะ

 

โพสต์ข้อมูลเท็จ ผิด พ.ร.บ.  คอม ทุกกรณีหรือไม่?

หนึ่งในมาตราที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ มาตรา 14

ตามกฎหมายฉบับแก้ไข มาตรา 14(1) กำหนดความผิดกรณีผู้ใด โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ปลอม หรือเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ ในลักษณะที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า ไม่รวมถึงการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา

ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 14 ในกรณีทั่วไปอาจมีโทษ

  • ⚖️ จำคุกไม่เกิน 5 ปี
  • 💰 ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
  • หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้น คำที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า “โพสต์ข้อมูลเท็จ = ผิด พ.ร.บ.คอม” จึงไม่ควรเหมารวมค่ะ ต้องพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์ของมาตรา 14 หรือกฎหมายอื่นหรือไม่

 

โพสต์ข่าวปลอมที่ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก

มาตรา 14(2) ครอบคลุมการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ หากข้อมูลนั้นมีลักษณะที่น่าจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเรื่องต่าง ๆ เช่น

  • ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ
  • ความปลอดภัยสาธารณะ
  • ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
  • โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์สาธารณะ
  • หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

ตัวอย่างที่ควรระวัง เช่น การสร้างข้อมูลเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นเองแล้วเผยแพร่ว่าเกิดขึ้นจริง หรือโพสต์ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเหตุฉุกเฉินจนสร้างความตื่นตระหนกในวงกว้างค่ะ

กรณีนี้มีโทษตามมาตรา 14 คือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

แชร์หรือส่งต่อข้อมูลผิดกฎหมาย เสี่ยงผิดด้วยหรือไม่?

เรื่องนี้เป็นอีกจุดที่ต้องระวังค่ะ เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดความรับผิดเฉพาะคนที่สร้างหรือโพสต์ข้อมูลต้นทางเท่านั้น

มาตรา 14(5) ครอบคลุมผู้ที่ เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรา 14(1)–(4) โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลดังกล่าว

ดังนั้น หากเราเห็นข้อมูลใน Social Media แล้วรู้ว่าเป็นข้อมูลที่เข้าลักษณะความผิดตามมาตรา 14 แต่ยังตั้งใจแชร์ ส่งต่อ รีโพสต์ หรือเผยแพร่ออกไป ก็อาจมีความเสี่ยงทางกฎหมายได้ค่ะ

จุดสำคัญคือกฎหมายใช้คำว่า “รู้อยู่แล้ว” จึงต้องพิจารณาความรู้และเจตนาของผู้แชร์ประกอบด้วย

เพราะฉะนั้น วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ถ้าข้อมูลยังไม่ชัดเจนหรือไม่ทราบแหล่งที่มา อย่าเพิ่งแชร์ โดยเฉพาะข่าวเกี่ยวกับเหตุร้าย ความมั่นคง ภัยพิบัติ การเงิน หรือเรื่องที่อาจสร้างความตื่นตระหนกค่ะ

 

🔞 โพสต์ข้อมูลลามกที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้

มาตรา 14(4) กำหนดความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่มี ลักษณะอันลามก และข้อมูลดังกล่าวประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้

หากเข้าข่ายตามองค์ประกอบของกฎหมาย อาจมีโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาลักษณะของเนื้อหา ช่องทางเผยแพร่ และข้อเท็จจริงในแต่ละกรณีประกอบกันค่ะ

 

ตัดต่อภาพคนอื่นแล้วนำไปโพสต์ มีโทษหรือไม่?

อีกมาตราที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้ Social Media คือ มาตรา 16

กฎหมายครอบคลุมกรณีนำภาพของผู้อื่นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ โดยเป็นภาพที่เกิดจากการ สร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลง และการกระทำนั้นมีลักษณะที่น่าจะทำให้บุคคลในภาพ

  • เสียชื่อเสียง
  • ถูกดูหมิ่น
  • ถูกเกลียดชัง
  • หรือได้รับความอับอาย

กรณีนี้มีโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท

นอกจากนี้ กฎหมายยังครอบคลุมถึงการนำภาพของผู้เสียชีวิตมาตัดต่อในลักษณะที่อาจทำให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้เสียชีวิตเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอายด้วยค่ะ

ปัจจุบันที่เครื่องมือ AI สามารถสร้างหรือดัดแปลงภาพได้ง่ายขึ้น เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานออนไลน์ควรระมัดระวังมากขึ้น เพราะไม่ใช่ว่าภาพที่ทำขึ้นเพื่อความสนุกจะสามารถนำไปเผยแพร่ได้ทุกกรณี

 

🔐 แอบเข้า Facebook หรือระบบของคนอื่นก็อาจผิด พ.ร.บ.  คอม

กฎหมาย พ.ร.บ.  คอม ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องโพสต์และแชร์ค่ะ แต่ยังมีความผิดเกี่ยวกับการเข้าถึงระบบหรือข้อมูลของผู้อื่นโดยมิชอบด้วย

ตัวอย่างเช่น

  • 🔑 แอบใช้รหัสผ่านเข้า Account ของคนอื่น
  • 💻 เข้าระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • 📁 เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกัน
  • 🛠️ แก้ไข ทำลาย หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้อื่นโดยมิชอบ
  • 🚫 รบกวนระบบจนระบบของผู้อื่นไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

โทษจะแตกต่างกันไปตามมาตราและความรุนแรงของผลที่เกิดขึ้น ดังนั้นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการแฮก Account เว็บไซต์ หรือระบบของบริษัท จึงอาจมีหลายฐานความผิดเกิดขึ้นพร้อมกันได้ค่ะ

 

โพสต์ด่าหรือกล่าวหาคนอื่น = ผิด พ.ร.บ.  คอม ไหม?

การโพสต์ข้อความกล่าวหาบุคคลอื่นจนทำให้เสียชื่อเสียง ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นความผิดตามมาตรา 14(1) ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เสมอไป เพราะกฎหมายฉบับแก้ไขระบุไว้ว่า มาตรา 14(1) ไม่รวมการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา

อย่างไรก็ตาม ผู้โพสต์อาจยังมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญาเรื่องหมิ่นประมาท หรือกฎหมายอื่นได้ โดยเฉพาะหากเป็นการเผยแพร่ต่อบุคคลจำนวนมากผ่าน Social Media

ดังนั้น เวลาเกิดกรณีโพสต์ประจาน รีวิว กล่าวหา หรือมีข้อพิพาทออนไลน์ ไม่ควรรีบสรุปว่าเป็น “คดี พ.ร.บ.คอม” อย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเข้ากฎหมายใดบ้างค่ะ

 

ก่อนโพสต์หรือแชร์ ควรเช็กอะไรบ้าง?

วิธีลดความเสี่ยงเบื้องต้นสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • 🔎 ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลก่อนแชร์
  • 📌 อย่าตัดข้อความบางส่วนจนทำให้ความหมายเปลี่ยน
  • 🚫 ไม่สร้างข้อมูลเท็จเพื่อหลอกให้ผู้อื่นเชื่อ
  • ⚠️ ระวังข้อมูลที่อาจสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
  • 🖼️ ไม่ตัดต่อภาพผู้อื่นในลักษณะที่ทำให้เสียชื่อเสียงหรืออับอาย
  • 🔄 หากทราบว่าข้อมูลเข้าข่ายผิดกฎหมาย ไม่ควรส่งต่อ
  • 📱 ก่อนโพสต์กล่าวหาบุคคลหรือธุรกิจ ควรตรวจสอบหลักฐานและถ้อยคำให้รอบคอบ

เพราะเมื่อข้อมูลถูกเผยแพร่ไปแล้ว แม้จะลบโพสต์ภายหลังก็ไม่ได้หมายความว่าหลักฐานทั้งหมดจะหายไปค่ะ เช่น Screenshot ประวัติข้อความ หรือข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์บางอย่างอาจยังถูกนำมาใช้ประกอบคดีได้

 

📝 สรุป กฎหมาย พ.ร.บ.  คอม โพสต์และแชร์อย่างไรให้ไม่เสี่ยง?

กฎหมาย พ.ร.บ.  คอม มีขอบเขตกว้างกว่าการโพสต์ข่าวปลอม เพราะครอบคลุมตั้งแต่การเข้าถึงระบบโดยมิชอบ การทำลายข้อมูล การรบกวนระบบ การนำข้อมูลบางประเภทเข้าสู่ระบบ ไปจนถึงการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่กฎหมายกำหนดค่ะ

สำหรับผู้ใช้งาน Social Media สิ่งสำคัญคืออย่าเพิ่งเชื่อว่า “เราไม่ได้เป็นคนโพสต์ต้นทาง แค่แชร์ต่อคงไม่เป็นอะไร” เพราะหากรู้อยู่แล้วว่าข้อมูลเข้าลักษณะตามมาตรา 14 และยังเผยแพร่หรือส่งต่อ ก็อาจมีความรับผิดได้

ในทางกลับกัน ก็ไม่ควรเหมารวมว่าการโพสต์ข้อมูลเท็จ การโพสต์ด่า หรือการวิจารณ์ทุกกรณีจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เสมอไป เพราะกฎหมายแต่ละฐานมีองค์ประกอบแตกต่างกัน และบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายหมิ่นประมาท กฎหมายแพ่ง หรือกฎหมายอื่นแทนค่ะ

 

👨‍⚖️ ถูกแจ้งความ พ.ร.บ.  คอม หรือมีปัญหาจากการโพสต์ออนไลน์ ปรึกษาสำนักงานทนายความติวานนท์

หากได้รับหมายเรียก ถูกแจ้งความ ฟ้อง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือกำลังมีข้อพิพาทจากการโพสต์ แชร์ แสดงความคิดเห็น ตัดต่อภาพ หรือเผยแพร่ข้อมูลผ่าน Social Media สามารถปรึกษา สำนักงานทนายความติวานนท์ เพื่อให้ทนายความช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและองค์ประกอบของกฎหมายก่อนดำเนินการค่ะ

เพราะคดีออนไลน์แต่ละกรณีอาจเกี่ยวข้องมากกว่า กฎหมาย พ.ร.บ.  คอม เช่น ความผิดฐานหมิ่นประมาท ความผิดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล หรือความรับผิดทางแพ่ง การตรวจสอบข้อความ ภาพ หลักฐานการสนทนา URL Screenshot และลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจึงมีความสำคัญต่อการวางแนวทางดำเนินคดีหรือการต่อสู้คดี

สามารถศึกษารายละเอียดบริการด้านกฎหมายเพิ่มเติมได้ที่ Tiwanon Law
https://tiwanonlaw.com/service/computer/

 

FAQ คำถามเกี่ยวกับกฎหมาย พรบ คอม

1. แค่แชร์โพสต์ของคนอื่น มีโอกาสผิด พรบ คอม ไหม?

มีโอกาสค่ะ หากข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลตามมาตรา 14(1)–(4) และผู้แชร์ รู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลดังกล่าว แต่ยังเผยแพร่หรือส่งต่อ อย่างไรก็ตาม การจะเป็นความผิดจริงหรือไม่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและองค์ประกอบของกฎหมายเป็นรายกรณี

2. ลบโพสต์ไปแล้ว ยังถูกดำเนินคดี พรบ คอม ได้ไหม?

มีโอกาสได้ค่ะ การลบโพสต์ไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นหายไปโดยอัตโนมัติ หากมีหลักฐาน เช่น Screenshot ข้อความ URL พยาน หรือข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นที่สามารถพิสูจน์การกระทำได้ ก็อาจนำมาใช้ประกอบการดำเนินคดีได้

 

🔗 แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. สำนักงาน กสทช. – พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
    https://www.nbtc.go.th/tcp/th/LawsRegulations/TelecommunicationsMasterPlan-%281%29/2560/พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์-(ฉบับที่-2)-พ-ศ-2560.aspx
  2. ราชกิจจานุเบกษา – พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560
    https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/2097456.pdf
  3. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – เปรียบเทียบ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และฉบับแก้ไข พ.ศ. 2560
    https://www.it.chula.ac.th/เปรียบเทียบพ-ร-บ-คอมฯ-พ-ศ-๒/

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการฟ้องคดีแพ่ง ฟ้องคดีอาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ฟ้องชู้ ฟ้องขับไล่ ฟ้องลูกหนี้
การทำงานครอบคลุมถึง การออกโนติส การฟ้องคดีโดยตรง การทำงานร่วมกับตำรวจและพนักงานอัยการ
การร้องขอความเป็นธรรม การประกันตัวผู้ต้องหา การไต่สวนมูลฟ้อง การเขียนคำให้การของจำเลย การฟ้องแย้ง
การยื่นอุทธรณ์และการยื่นฎีกา รวมทั้งการสืบทรัพย์ การบังคับคดี และการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

อัตราค่าจ้างทนาย ต้องสอบถามทางบริษัทเท่านั้น สามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อทนาย
โทร
แชทไลน์
อีเมล
สำนักงาน
ทนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฏหมาย
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
อ่านบทความล่าสุด