หลายคนที่มีปัญหาเรื่องลูกหนี้ไม่จ่ายเงิน คู่สัญญาไม่ทำตามข้อตกลง ผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่า หรือเกิดข้อพิพาททางแพ่ง อาจเคยได้ยินทนายแนะนำว่า “ลองส่งโนติสไปก่อน” จนเกิดคำถามว่า โนติส คืออะไร ส่งไปแล้วมีผลทางกฎหมายแค่ไหน และถ้าไม่ส่งสามารถฟ้องคดีได้เลยหรือไม่?
คำว่า Notice หรือ “โนติส” ที่ใช้กันทั่วไปในทางกฎหมาย หมายถึงหนังสือบอกกล่าว หนังสือทวงถาม หรือหนังสือแจ้งให้อีกฝ่ายทราบว่า ต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น ให้ชำระหนี้ ปฏิบัติตามสัญญา ส่งมอบทรัพย์สิน หรือแก้ไขการผิดสัญญา ก่อนที่ผู้ส่งจะใช้สิทธิทางกฎหมายในขั้นตอนต่อไป
เรื่องการบอกกล่าวมีความสำคัญกับกฎหมายแพ่งหลายกรณี เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204 กำหนดหลักเกี่ยวกับการเตือนลูกหนี้เพื่อให้ตกเป็นผู้ผิดนัด แต่หากกำหนดวันชำระหนี้ไว้ตามวันปฏิทินชัดเจน ลูกหนี้อาจตกเป็นผู้ผิดนัดโดยไม่ต้องมีการเตือนก่อน
นอกจากนี้ มาตรา 387 ยังวางหลักไว้ว่า หากคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ คู่สัญญาอีกฝ่ายสามารถกำหนดระยะเวลาพอสมควรและบอกกล่าวให้ชำระภายในเวลานั้น หากยังไม่ดำเนินการจึงอาจใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
📄 โนติส คืออะไร?
โนติส คือ หนังสือบอกกล่าวอย่างเป็นทางการ ที่บุคคลหนึ่งส่งไปยังอีกฝ่ายเพื่อแจ้งสิทธิ หน้าที่ หรือข้อเรียกร้อง รวมถึงกำหนดให้อีกฝ่ายดำเนินการภายในเวลาที่ระบุไว้
พูดง่าย ๆ คือ เป็นการส่งสัญญาณอย่างเป็นทางการว่า
“คุณมีหน้าที่ต้องทำเรื่องนี้ และหากยังไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด อาจมีการใช้สิทธิทางกฎหมายต่อไป”
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย เช่น
- ลูกหนี้ยืมเงินแล้วไม่คืน ส่งหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้
- คู่สัญญาไม่ทำงานตามข้อตกลง ส่งหนังสือให้ปฏิบัติตามสัญญา
- ผู้เช่าค้างค่าเช่า ส่งหนังสือทวงถามหรือบอกกล่าวตามเงื่อนไขสัญญา
- อีกฝ่ายไม่ส่งมอบสินค้า ส่งหนังสือให้ส่งมอบภายในกำหนด
- ต้องการบอกเลิกสัญญา ส่งหนังสือแจ้งให้อีกฝ่ายทราบ
- ต้องการให้หยุดการกระทำที่กระทบสิทธิ ส่งหนังสือเตือนก่อนพิจารณาดำเนินคดี
โนติสจึงไม่ได้มีรูปแบบเดียว แต่เนื้อหาต้องปรับให้เหมาะกับข้อเท็จจริง สัญญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแต่ละเรื่อง

ส่งโนติสแล้วมีผลทางกฎหมายอย่างไร?
ประโยชน์สำคัญของการส่งโนติส คือ การทำให้มีหลักฐานว่าอีกฝ่ายได้รับการแจ้งหรือถูกเรียกร้องให้ปฏิบัติตามหน้าที่แล้ว
ตัวอย่างเช่น หากหนี้ถึงกำหนดชำระแต่ไม่ได้กำหนดวันที่ไว้ตามปฏิทินอย่างชัดเจน การเตือนให้ลูกหนี้ชำระหนี้อาจมีความสำคัญต่อการพิจารณาว่าลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดเมื่อใด ตามหลักของ ป.พ.พ. มาตรา 204
ในเรื่องสัญญา หนังสือบอกกล่าวก็อาจมีความสำคัญก่อนใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา โดยมาตรา 387 กล่าวถึงกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ และอีกฝ่ายกำหนดระยะเวลาพอสมควรให้ดำเนินการก่อนใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา
อย่างไรก็ตาม ผลของโนติสไม่ได้เหมือนกันทุกคดี จึงต้องพิจารณาทั้งข้อสัญญา ประเภทของหนี้ และกฎหมายที่ใช้กับกรณีนั้น
ก่อนฟ้องคดี ต้องส่งโนติสทุกครั้งหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องส่งโนติสก่อนฟ้องทุกคดี
นี่เป็นประเด็นที่มักเข้าใจผิดกันมาก เพราะหลายคนคิดว่าก่อนฟ้องศาลจะต้องมีหนังสือทวงถามเสมอ
ตัวอย่างตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 หากสัญญากำหนดวันชำระหนี้ไว้ชัดเจน เช่น ระบุว่าต้องชำระภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 และลูกหนี้ไม่ชำระตามกำหนด กฎหมายกำหนดว่าลูกหนี้อาจตกเป็นผู้ผิดนัดโดยไม่ต้องมีคำเตือนอีก
แต่บางกรณีกฎหมายหรือสัญญากำหนดให้ต้องมีการบอกกล่าวก่อน เช่น การใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาบางประเภท หรือการบอกกล่าวที่มีกำหนดระยะเวลาเฉพาะ
ตัวอย่างหนึ่งคือสัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ซึ่ง ป.พ.พ. มาตรา 566 กำหนดหลักเกี่ยวกับระยะเวลาการบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนเลิกสัญญาไว้โดยเฉพาะ
ดังนั้นก่อนตัดสินใจว่า ควรส่งโนติสหรือฟ้องได้เลย ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและเงื่อนไขในสัญญาก่อน

✍️ หนังสือโนติสควรมีข้อมูลอะไรบ้าง?
หนังสือบอกกล่าวที่ดีควรเขียนให้ผู้อ่านเข้าใจได้ทันทีว่าเกิดปัญหาอะไร ผู้ส่งต้องการให้อีกฝ่ายทำอะไร และต้องดำเนินการภายในเมื่อไร
โดยทั่วไปสามารถประกอบด้วยข้อมูล เช่น
- ชื่อและข้อมูลของผู้ส่งและผู้รับ เพื่อระบุคู่กรณีให้ชัดเจน
- ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เช่น วันทำสัญญา จำนวนเงิน หรือเหตุการณ์ที่ผิดข้อตกลง
- สิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญา ว่าอีกฝ่ายมีหน้าที่อย่างไร
- รายละเอียดข้อเรียกร้อง เช่น ให้ชำระเงินจำนวนเท่าใด หรือให้ดำเนินการเรื่องใด
- กำหนดระยะเวลา ที่ต้องดำเนินการ
- ผลหากไม่ดำเนินการ เช่น ผู้ส่งอาจพิจารณาใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหรือดำเนินคดี
- วันที่และลายมือชื่อของผู้ส่ง
ถ้าเป็นเรื่องที่มีมูลค่าสูง มีข้อสัญญาซับซ้อน หรือมีแนวโน้มจะฟ้องคดี การให้ทนายความตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงก่อนออกหนังสือจะช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ถ้อยคำหรือกำหนดเงื่อนไขไม่ตรงกับสิทธิที่มีอยู่จริง
📮 ส่งโนติสทางไหนให้มีหลักฐาน?
ในการดำเนินคดี ประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งคือการพิสูจน์ว่าได้มีการบอกกล่าวไปยังอีกฝ่ายจริงหรือไม่
จึงนิยมส่งหนังสือไปยังที่อยู่ของคู่กรณีด้วยวิธีที่สามารถเก็บหลักฐานการจัดส่งได้ เช่น ไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือบริการที่มีหลักฐานการนำส่ง พร้อมเก็บสำเนาหนังสือ ใบเสร็จ และเอกสารติดตามการจัดส่งเอาไว้
หากสัญญากำหนดช่องทางการบอกกล่าวไว้โดยเฉพาะ เช่น ที่อยู่ตามสัญญาหรืออีเมลที่กำหนด ก็ควรตรวจสอบเงื่อนไขดังกล่าวด้วย
อย่าลืมว่าเป้าหมายไม่ใช่เพียงแค่ “ส่งเอกสารออกไป” แต่ควรสามารถแสดงหลักฐานได้ด้วยว่าได้ดำเนินการบอกกล่าวตามวิธีที่เหมาะสมแล้ว
โนติสทวงหนี้ ต้องระวังเรื่องอะไร?
ในกรณีที่โนติสเกี่ยวข้องกับการติดตามทวงถามหนี้ การใช้ถ้อยคำและวิธีการทวงถามควรอยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ว่ามีข้อจำกัดเกี่ยวกับพฤติกรรมการทวงถาม เช่น ห้ามใช้การข่มขู่ ความรุนแรง การดูหมิ่น หรือการเปิดเผยความเป็นหนี้อย่างไม่เหมาะสม
ดังนั้น การเขียนหนังสือทวงถามจึงไม่ควรใช้ถ้อยคำในลักษณะคุกคาม ประจาน หรือกล่าวอ้างผลทางกฎหมายเกินกว่าสิทธิที่เจ้าหนี้มีอยู่จริง
ส่งโนติสแล้วอีกฝ่ายติดต่อขอเจรจา ทำอย่างไร?
ในทางปฏิบัติ หลังจากได้รับหนังสือบอกกล่าว คู่กรณีอาจเลือกติดต่อกลับมาเพื่อขอเจรจา เช่น ขอผ่อนชำระหนี้ ขอขยายเวลา หรือเสนอเงื่อนไขเพื่อยุติข้อพิพาท
หากสามารถเจรจากันได้ ก็อาจไม่จำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องทันที
แต่หากมีการตกลงกันใหม่ ควรจัดทำข้อตกลงหรือสัญญาประนีประนอมให้ชัดเจน เช่น จำนวนเงิน กำหนดการชำระ เงื่อนไขกรณีผิดนัด และผลทางกฎหมายหากฝ่ายหนึ่งไม่ทำตามข้อตกลง เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำในภายหลัง

ส่งโนติสแล้วคู่กรณีไม่ทำตาม ต้องทำอย่างไรต่อ?
หากพ้นระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือแล้วคู่กรณียังคงเพิกเฉย ขั้นตอนถัดไปต้องพิจารณาจากลักษณะของปัญหา
หากเป็นข้อพิพาททางแพ่ง อาจต้องตรวจสอบเอกสารและพยานหลักฐาน ประเมินอายุความ จำนวนเงินที่สามารถเรียกร้องได้ รวมถึงศาลที่มีเขตอำนาจ ก่อนตัดสินใจยื่นฟ้อง
หนังสือบอกกล่าว สำเนาเอกสาร และหลักฐานการจัดส่งก็ควรเก็บไว้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบเรื่อง
สำนักงานทนายความติวานนท์ให้บริการเกี่ยวกับคดีแพ่งตั้งแต่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เจรจา ออกหนังสือบอกกล่าวทวงถาม ร่างคำฟ้อง ดำเนินกระบวนพิจารณา ตลอดจนขั้นตอนที่เกี่ยวข้องภายหลังมีคำพิพากษา
📌 สรุป โนติส คืออะไร และจำเป็นแค่ไหนก่อนฟ้อง?
สรุปง่าย ๆ ว่า โนติส คือ หนังสือบอกกล่าวหรือหนังสือทวงถาม ที่ใช้แจ้งให้อีกฝ่ายทราบถึงสิทธิ หน้าที่ หรือข้อเรียกร้อง และมักกำหนดระยะเวลาให้ดำเนินการก่อนผู้ส่งพิจารณาใช้สิทธิทางกฎหมายขั้นต่อไป
ประโยชน์สำคัญคือช่วยทำให้ข้อเรียกร้องชัดเจน เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายแก้ไขปัญหา และช่วยสร้างหลักฐานเกี่ยวกับการบอกกล่าวหรือทวงถาม
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคดีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องส่งโนติสก่อนฟ้อง บางกรณีสามารถดำเนินคดีได้โดยไม่ต้องทวงถามก่อน ขณะที่บางกรณีการบอกกล่าวกลับมีความสำคัญต่อการผิดนัด การบอกเลิกสัญญา หรือการใช้สิทธิอื่นตามกฎหมาย
ก่อนส่งหนังสือจึงควรตรวจสอบทั้งสัญญา ข้อเท็จจริง และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ข้อความในหนังสือส่งผลเสียต่อสิทธิของตนเองในภายหลัง
⚖️ ต้องการออกหนังสือโนติสหรือดำเนินคดี ปรึกษาสำนักงานทนายความติวานนท์
หากกำลังมีปัญหา ลูกหนี้ไม่ชำระเงิน คู่สัญญาผิดสัญญา ต้องการบอกเลิกสัญญา หรือมีข้อพิพาททางแพ่ง สามารถนำสัญญา หลักฐานการโอนเงิน ข้อความสนทนา หนังสือ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องมาปรึกษา สำนักงานทนายความติวานนท์ เพื่อให้ทนายตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินว่าควรเริ่มจากการเจรจา ออกหนังสือบอกกล่าว หรือดำเนินคดีต่อศาล
สำนักงานให้บริการตั้งแต่ตรวจสอบเอกสาร ร่างหนังสือบอกกล่าวและหนังสือทวงถาม เจรจากับคู่กรณี ไปจนถึงรับว่าความและดำเนินคดีแพ่ง ตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
💼 ค่าบริการออกโนติส หรือ ออกหนังสือบอกกล่าวทวงถาม กับ สำนักงานทนายความติวานนท์
สำหรับผู้ที่ต้องการให้ทนายความช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและจัดทำ หนังสือโนติส หรือหนังสือบอกกล่าวทางกฎหมาย สามารถใช้บริการกับ สำนักงานทนายความติวานนท์ ได้ โดยมี ค่าบริการออกโนติส 3,000 บาท
ก่อนจัดทำหนังสือ ทนายความจะตรวจสอบรายละเอียดของเรื่อง เอกสาร สัญญา หลักฐานการชำระเงิน หรือข้อความที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดเนื้อหา ข้อเรียกร้อง และระยะเวลาที่ต้องการให้อีกฝ่ายดำเนินการให้เหมาะสมกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีค่ะ
ค่าบริการดังกล่าวเหมาะสำหรับกรณี เช่น ลูกหนี้ไม่ชำระเงิน คู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ต้องการทวงถามหนี้ แจ้งให้ปฏิบัติตามสัญญา หรือแจ้งเตือนก่อนพิจารณาดำเนินคดีในขั้นตอนต่อไป
ค่าบริการออกโนติส: 3,000 บาท
หากส่งโนติสแล้วคู่กรณียังไม่ดำเนินการตามที่แจ้งไว้ สามารถปรึกษาทนายความเพิ่มเติมเพื่อประเมินแนวทางเจรจา ฟ้องคดี หรือดำเนินการทางกฎหมายในขั้นตอนถัดไปได้ค่ะ
ดูรายละเอียดบริการฟ้องคดีแพ่งของสำนักงานทนายความติวานนท์
FAQ คำถามเกี่ยวกับโนติส
1. โนติสต้องให้ทนายเป็นคนออกหรือไม่?
โดยทั่วไปหนังสือบอกกล่าวบางประเภทสามารถจัดทำและส่งด้วยตนเองได้ แต่ประเด็นสำคัญคือเนื้อหาต้องตรงกับข้อเท็จจริง สิทธิ และเงื่อนไขตามกฎหมาย หากเป็นข้อพิพาทที่มีมูลค่าสูง สัญญาซับซ้อน หรือตั้งใจจะดำเนินคดีต่อ การให้ทนายความตรวจสอบหรือร่างหนังสือจะช่วยให้ข้อเรียกร้องและกำหนดระยะเวลามีความเหมาะสมมากขึ้น
2. ส่งโนติสแล้วอีกฝ่ายไม่รับหนังสือ ยังฟ้องได้หรือไม่?
ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง วิธีการส่ง เงื่อนไขในสัญญา และกฎหมายที่ใช้กับเรื่องนั้น การปฏิเสธรับหนังสือไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าผู้ส่งจะหมดสิทธิฟ้อง แต่ควรเก็บหลักฐานการจัดส่ง ซองที่ถูกตีกลับ และข้อมูลการนำส่งทั้งหมดไว้ เพื่อให้ทนายตรวจสอบว่าการบอกกล่าวมีผลอย่างไรและสามารถดำเนินการขั้นตอนใดต่อได้
แหล่งอ้างอิง:


