เรื่อง “มรดก” เป็นหนึ่งในเรื่องที่หลายครอบครัวไม่อยากพูดถึง เพราะเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต แต่ในทางกฎหมาย การวางแผนทรัพย์สินเอาไว้ล่วงหน้าสามารถช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างทายาท และทำให้ทรัพย์สินถูกจัดสรรตามความต้องการของเจ้าของทรัพย์ได้ชัดเจนมากขึ้น โดยเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งคือ พินัยกรรม
ตามหลักประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พินัยกรรมเป็นการแสดงเจตนาของบุคคลเพื่อกำหนดการเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือเรื่องต่าง ๆ ของตนไว้ล่วงหน้า โดยจะมีผลเมื่อผู้ทำพินัยกรรมเสียชีวิตแล้ว และที่สำคัญคือพินัยกรรมต้องทำตาม รูปแบบที่กฎหมายกำหนด หากทำผิดรูปแบบ แม้ข้อความภายในจะระบุความต้องการไว้อย่างชัดเจน ก็อาจเกิดปัญหาเรื่องความสมบูรณ์หรือไม่สามารถนำมาใช้บังคับได้ค่ะ
สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง อธิบายรูปแบบพินัยกรรมที่ใช้โดยทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไว้ 5 แบบ ได้แก่ พินัยกรรมแบบธรรมดา แบบเขียนเองทั้งฉบับ แบบเอกสารฝ่ายเมือง แบบเอกสารลับ และแบบทำด้วยวาจา
แหล่งข้อมูล: สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง – คู่มือทางการทะเบียนเกี่ยวกับพินัยกรรม
⚖️ พินัยกรรม คืออะไร?
พินัยกรรม คือ เอกสารหรือการแสดงเจตนาครั้งสุดท้ายของบุคคล เพื่อกำหนดว่าหลังจากตนเสียชีวิตแล้ว ต้องการให้ทรัพย์สิน สิทธิ หรือผลประโยชน์ต่าง ๆ ถูกจัดการอย่างไร เช่น
- ต้องการยกบ้านหรือที่ดินให้ใคร
- เงินฝากในธนาคารจะตกเป็นของบุคคลใด
- หุ้นหรือกิจการจะให้ทายาทคนไหนดูแล
- ทรัพย์สินบางส่วนต้องการมอบให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ทายาทโดยธรรม
- ต้องการแต่งตั้งใครเป็นผู้จัดการมรดก
ข้อดีสำคัญของการทำพินัยกรรม คือช่วยทำให้เจตนาของเจ้าของทรัพย์มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะครอบครัวที่มีทรัพย์สินหลายประเภท มีทายาทหลายคน มีธุรกิจ หรือมีบุคคลที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษค่ะ
หากไม่มีพินัยกรรม เมื่อเจ้ามรดกเสียชีวิต การแบ่งทรัพย์มรดกโดยทั่วไปจะต้องดำเนินการตามลำดับและสิทธิของ ทายาทโดยธรรมตามกฎหมาย

📑 พินัยกรรมมีกี่ประเภท?
พินัยกรรมที่กฎหมายไทยกำหนดรูปแบบหลักไว้ สามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีวิธีการและเงื่อนไขแตกต่างกันค่ะ
1. ✍️ พินัยกรรมแบบธรรมดา
เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อย เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการจัดทำเอกสารระบุรายละเอียดทรัพย์สินและผู้รับมรดกอย่างชัดเจน
หลักสำคัญคือ ต้องทำเป็นหนังสือ ระบุ วัน เดือน ปีที่ทำพินัยกรรม และผู้ทำต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน จากนั้นพยานต้องลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วย
สำนักบริหารการทะเบียนระบุว่าเอกสารสามารถเขียนหรือพิมพ์ได้ แต่ขั้นตอนการลงลายมือชื่อและพยานต้องดำเนินการให้ถูกต้อง
2. ✒️ พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ
รูปแบบนี้ผู้ทำพินัยกรรมต้อง เขียนข้อความทั้งหมดด้วยลายมือของตนเอง พร้อมระบุวัน เดือน ปี และลงลายมือชื่อของตน
จุดแตกต่างสำคัญคือ พินัยกรรมประเภทนี้กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องมีพยาน แต่ห้ามพิมพ์เอกสารแล้วลงชื่อเพียงอย่างเดียว เพราะข้อความทั้งหมดต้องเขียนด้วยลายมือของผู้ทำเอง
ดังนั้น หากเลือกทำพินัยกรรมประเภทนี้ ควรเขียนข้อความให้ชัดเจน อ่านเข้าใจง่าย และระบุทรัพย์สินรวมถึงผู้รับทรัพย์ให้สามารถระบุตัวได้แน่นอน
3. 🏛️ พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง
เป็นการทำพินัยกรรมต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยผู้ทำแจ้งความประสงค์ให้นายอำเภอหรือเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายบันทึกข้อความไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน
เมื่อเจ้าหน้าที่บันทึกข้อความและอ่านให้ผู้ทำพินัยกรรมกับพยานฟังเรียบร้อยแล้ว ผู้ทำและพยานจึงลงลายมือชื่อ และเจ้าหน้าที่จะลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี พร้อมรับรองตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้กระบวนการจัดทำมีเจ้าหน้าที่เข้ามาเกี่ยวข้องและมีหลักฐานทางราชการชัดเจน
4. 🔐 พินัยกรรมแบบเอกสารลับ
ผู้ทำพินัยกรรมจะจัดทำเอกสารและลงลายมือชื่อ จากนั้นนำเอกสารใส่ซองหรือผนึกไว้ และลงลายมือชื่อบริเวณรอยผนึก
หลังจากนั้นต้องนำเอกสารดังกล่าวไปแสดงต่อนายอำเภอและพยานอย่างน้อย 2 คน พร้อมแจ้งว่าเอกสารที่ผนึกไว้นั้นเป็นพินัยกรรมของตน ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนการรับรองต่อไป
ข้อดีคือสามารถรักษารายละเอียดภายในพินัยกรรมให้เป็นความลับได้ในระดับหนึ่ง
5. 🗣️ พินัยกรรมทำด้วยวาจา
พินัยกรรมรูปแบบนี้ใช้ได้ใน พฤติการณ์พิเศษ เช่น บุคคลตกอยู่ในอันตรายใกล้เสียชีวิต เกิดโรคระบาด หรือมีภาวะสงครามจนไม่สามารถทำพินัยกรรมในรูปแบบอื่นได้
ผู้ทำต้องแสดงเจตนาต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน และพยานต้องไปแจ้งข้อความ วัน เวลา สถานที่ และพฤติการณ์ต่อเจ้าหน้าที่โดยไม่ชักช้า
ทั้งนี้ หากพฤติการณ์พิเศษหมดไปและผู้ทำกลับมาอยู่ในฐานะที่สามารถทำพินัยกรรมรูปแบบอื่นได้ ความสมบูรณ์ของพินัยกรรมด้วยวาจาจะสิ้นไปเมื่อพ้นระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด

👤 ใครบ้างสามารถทำพินัยกรรมได้?
บุคคลที่จะทำพินัยกรรมควรมีความสามารถตามกฎหมายในเวลาที่จัดทำพินัยกรรม โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1703 กำหนดว่า พินัยกรรมที่บุคคลอายุยังไม่ครบ 15 ปีบริบูรณ์ทำขึ้นเป็นโมฆะ ดังนั้น โดยหลักบุคคลที่อายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปจึงสามารถทำพินัยกรรมได้ ภายใต้เงื่อนไขเรื่องความสามารถตามกฎหมายประการอื่นด้วยค่ะ
นอกจากนี้ ความสามารถของผู้ทำพินัยกรรมจะพิจารณา ณ เวลาที่ทำพินัยกรรม ดังนั้น หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสติสัมปชัญญะหรือความสามารถของผู้ทำ อาจกลายเป็นประเด็นสำคัญในการพิสูจน์คดีภายหลังได้
✅ ทำพินัยกรรมอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมาย?
การเขียนเพียงว่า “เมื่อฉันเสียชีวิตให้ทรัพย์สินทั้งหมดแก่บุคคลนี้” อาจยังไม่เพียงพอ หากขั้นตอนและรูปแบบไม่ถูกต้องค่ะ ก่อนจัดทำจึงควรตรวจสอบประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้
- ตรวจสอบทรัพย์สินของตนเองให้ชัดเจน
ควรสำรวจว่ามีบ้าน ที่ดิน รถยนต์ เงินฝาก หุ้น กองทุน ธุรกิจ หรือทรัพย์สินอื่นอะไรบ้าง และทรัพย์สินส่วนใดเป็นกรรมสิทธิ์ของตนที่สามารถกำหนดไว้ในพินัยกรรมได้ - ระบุผู้รับทรัพย์ให้ชัดเจน
ควรระบุชื่อ นามสกุล หรือรายละเอียดที่ช่วยยืนยันตัวบุคคล รวมถึงระบุว่าแต่ละคนจะได้รับทรัพย์สินใดหรือได้รับในสัดส่วนเท่าใด - เลือกรูปแบบพินัยกรรมให้เหมาะสม
เช่น หากทำแบบธรรมดาต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คน แต่หากเลือกแบบเขียนเองทั้งฉบับ ผู้ทำต้องเขียนข้อความทั้งหมดด้วยลายมือของตนเอง - เลือกพยานให้ถูกต้อง
พยานต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมาย โดยมาตรา 1670 กำหนดบุคคลบางกลุ่มที่ไม่สามารถเป็นพยานในการทำพินัยกรรมได้ เช่น ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลวิกลจริตหรือผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ รวมถึงบุคคลที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนดไว้
อีกประเด็นที่ต้องระวังคือ ตามมาตรา 1653 ผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรมไม่สามารถเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมนั้นได้ และข้อจำกัดดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับคู่สมรสของบุคคลเหล่านั้นด้วย
- ระบุผู้จัดการมรดกไว้ด้วยหากจำเป็น
โดยเฉพาะกรณีมีทรัพย์สินหลายรายการ มีธุรกิจ มีที่ดินหลายแปลง หรือมีทายาทจำนวนมาก การแต่งตั้งผู้จัดการมรดกไว้ในพินัยกรรมสามารถช่วยทำให้การดำเนินการหลังเสียชีวิตมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น - เก็บต้นฉบับไว้ในสถานที่ปลอดภัย
พินัยกรรมควรเก็บไว้ในจุดที่สามารถค้นพบและนำมาใช้ได้หลังผู้ทำเสียชีวิต เพราะหากมีเพียงข้อมูลว่ามีพินัยกรรม แต่ไม่สามารถหาต้นฉบับได้ อาจทำให้กระบวนการจัดการมรดกมีความซับซ้อนมากขึ้น
⚠️ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำพินัยกรรม
ปัญหาของพินัยกรรมจำนวนไม่น้อยไม่ได้เกิดจากเจตนาของเจ้ามรดก แต่เกิดจาก ขั้นตอนการจัดทำเอกสาร
ตัวอย่างเช่น ลงลายมือชื่อไม่ครบ พยานไม่ได้อยู่พร้อมกันในขณะลงชื่อ เลือกผู้รับมรดกมาเป็นพยาน ใช้เอกสารพิมพ์แต่เข้าใจว่าเป็นพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ หรือมีการขีดฆ่าแก้ไขข้อความโดยไม่ได้ดำเนินการตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนด
หากมีทรัพย์สินมูลค่าสูง มีทายาทหลายฝ่าย ครอบครัวมีความสัมพันธ์ซับซ้อน หรือมีทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับบริษัทและธุรกิจ การให้ทนายความช่วยตรวจสอบตั้งแต่ก่อนลงนามจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อข้อพิพาทภายหลังได้ค่ะ
📌 สรุป พินัยกรรมช่วยจัดการทรัพย์สินให้เป็นไปตามความต้องการ
พินัยกรรม เป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนมรดก เพราะช่วยกำหนดได้ว่าหลังจากผู้ทำเสียชีวิตแล้ว ทรัพย์สินจะตกแก่ใคร และต้องการให้จัดการเรื่องต่าง ๆ อย่างไร
กฎหมายไทยกำหนดรูปแบบพินัยกรรมหลักไว้หลายแบบ โดยรูปแบบที่พบได้ทั่วไปมี 5 ประเภท ได้แก่ แบบธรรมดา แบบเขียนเองทั้งฉบับ แบบเอกสารฝ่ายเมือง แบบเอกสารลับ และแบบทำด้วยวาจา
สิ่งที่สำคัญที่สุดจึงไม่ใช่เพียงการมีพินัยกรรม แต่ต้องทำให้ ถูกต้องตามรูปแบบของกฎหมาย ข้อความชัดเจน ผู้ทำมีความสามารถตามกฎหมาย และพยานมีคุณสมบัติถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเมื่อถึงเวลานำพินัยกรรมมาใช้จริงค่ะ

👩⚖️ บริการจัดทำและตรวจสอบพินัยกรรม โดยสำนักงานทนายความติวานนท์
หากคุณมีทรัพย์สินหลายประเภท มีทายาทหลายคน หรือต้องการวางแผนแบ่งมรดกอย่างชัดเจน สำนักงานทนายความติวานนท์ พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดทำพินัยกรรมและการวางแผนมรดกตามกฎหมายค่ะ
บริการครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบทรัพย์สินและสิทธิของผู้ทำพินัยกรรม ให้คำแนะนำเลือกรูปแบบพินัยกรรม ร่างและตรวจสอบข้อความในเอกสาร ตรวจสอบคุณสมบัติของพยาน ไปจนถึงให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ การแต่งตั้งผู้จัดการมรดก การแบ่งมรดก และข้อพิพาทระหว่างทายาท
การให้ทนายตรวจสอบเอกสารก่อนลงนาม สามารถช่วยลดความคลุมเครือและความเสี่ยงที่พินัยกรรมจะถูกโต้แย้งในอนาคต โดยเฉพาะกรณีที่มีทรัพย์สินมูลค่าสูงหรือมีเงื่อนไขในการแบ่งมรดกหลายส่วนค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพินัยกรรม (FAQ)
1. ทำพินัยกรรมเองโดยไม่ต้องจ้างทนายได้หรือไม่?
ได้ค่ะ กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าการทำพินัยกรรมทุกกรณีต้องให้ทนายความเป็นผู้จัดทำ เช่น พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับสามารถจัดทำได้ด้วยตนเอง แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของพินัยกรรมประเภทนั้นให้ครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม หากมีทรัพย์สินหลายรายการ มีทายาทหลายคน หรือต้องการกำหนดเงื่อนไขซับซ้อน การให้ทนายตรวจสอบเอกสารก่อนลงนามจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องข้อความไม่ชัดเจนหรือรูปแบบไม่ถูกต้องตามกฎหมายค่ะ
2. ทำพินัยกรรมแล้วสามารถแก้ไขหรือทำฉบับใหม่ได้หรือไม่?
โดยหลักสามารถเปลี่ยนแปลงหรือทำพินัยกรรมฉบับใหม่ได้ค่ะ ตราบใดที่ผู้ทำยังมีความสามารถตามกฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงหรือพินัยกรรมฉบับใหม่นั้นทำตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนด
หากมีพินัยกรรมหลายฉบับ ควรตรวจสอบว่าข้อความในแต่ละฉบับขัดแย้งกันหรือไม่ และควรจัดทำเอกสารให้ชัดเจนว่าต้องการเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมฉบับเดิมอย่างไร เพื่อป้องกันปัญหาการตีความหลังผู้ทำเสียชีวิตค่ะ
📚 แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- 1. https://www.bora.dopa.go.th/callcenter1548/guidebook
- 2. https://deka.in.th/laws/ccc/1653
- 3. https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1670/
- 4. https://deka.in.th/laws/ccc/1703


