หลายคนพอได้ยินคำว่า “คดี” อาจนึกถึงเรื่องร้ายแรง การถูกจับ หรือการติดคุกก่อนเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริงแล้ว คดีความไม่ได้มีแค่คดีอาญาเท่านั้น ยังมีอีกประเภทหนึ่งที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด นั่นคือ “คดีแพ่ง”
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ คดีแพ่ง คือ อะไร? เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราอย่างไร? และถ้าได้รับหมายศาลคดีแพ่งต้องทำอย่างไรต่อ?
พูดให้เข้าใจง่าย คดีแพ่ง คือ คดีที่เกี่ยวกับการโต้แย้งสิทธิ หน้าที่ หนี้สิน ทรัพย์สิน สัญญา หรือความเสียหายระหว่างบุคคลกับบุคคล เช่น ยืมเงินแล้วไม่คืน ผิดสัญญาซื้อขาย บ้านเช่ามีปัญหา เรียกค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ ฟ้องแบ่งมรดก หรือฟ้องขับไล่ผู้เช่าที่ไม่ยอมออกจากบ้าน
ข้อมูลจากหน่วยงานศาลยุติธรรมอธิบายว่า คดีแพ่งเป็นคดีที่มีการโต้แย้งสิทธิ หรือมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาล โดยวัตถุประสงค์หลักไม่ใช่การลงโทษจำคุก แต่เป็นการให้ศาลช่วยวินิจฉัยว่าใครมีสิทธิ หน้าที่ หรือความรับผิดอย่างไร เช่น ต้องชำระเงิน คืนทรัพย์ ส่งมอบทรัพย์ หรือชดใช้ค่าเสียหาย
เพื่อให้เห็นภาพว่า “คดีแพ่ง” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ลองดูข้อมูลภาพรวมจากรายงานสถิติคดีศาลยุติธรรม ประจำปี พ.ศ. 2567 ซึ่งสะท้อนว่ามีคดีจำนวนมากเข้าสู่กระบวนการศาลในแต่ละปี
| รายการสถิติคดีศาลยุติธรรม ปี 2567 | จำนวนคดี | ความหมายโดยสรุป |
|---|---|---|
| คดีเข้าสู่การพิจารณาทั่วประเทศ | 2,074,625 คดี | จำนวนคดีทั้งหมดที่ศาลต้องพิจารณาในปีนั้น |
| คดีรับใหม่ | 1,804,779 คดี | คดีใหม่ที่เข้าสู่ศาลในปี 2567 |
| คดีพิพากษาแล้วเสร็จ | 1,799,746 คดี | คดีที่ศาลพิจารณาและมีผลเสร็จสิ้น |
| คดีค้างไป | 274,879 คดี | คดีที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา |
จากตัวเลขนี้จะเห็นได้ว่า เรื่องคดีความเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงในสังคม และคดีแพ่งจำนวนมากมักเริ่มจากปัญหาใกล้ตัว เช่น เงิน สัญญา ทรัพย์สิน ครอบครัว หรือการผิดข้อตกลงระหว่างกัน
คดีแพ่ง คือ อะไร?
คดีแพ่ง คือ คดีที่เกิดจากข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ หรือผลประโยชน์ของบุคคล โดยฝ่ายหนึ่งเห็นว่าอีกฝ่ายละเมิดสิทธิ ไม่ปฏิบัติตามสัญญา ไม่ชำระหนี้ หรือทำให้เกิดความเสียหาย จึงนำเรื่องเข้าสู่ศาลเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง
หัวใจสำคัญของคดีแพ่งคือ “การเรียกร้องสิทธิ” ไม่ใช่ “การลงโทษทางอาญา”
ตัวอย่างเช่น ถ้าเพื่อนยืมเงินไป 100,000 บาท แล้วไม่คืน แบบนี้เจ้าหนี้อาจฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกเงินคืนได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าลูกหนี้จะต้องติดคุกทันที เพราะการฟ้องคดีแพ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ชำระหนี้ ไม่ใช่ลงโทษจำคุก
หรืออีกกรณีหนึ่ง หากมีคนขับรถชนรถเราเสียหาย แล้วไม่ยอมรับผิดชอบ เราอาจฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ เพื่อให้คู่กรณีชดใช้ค่าซ่อมรถ ค่าขาดประโยชน์ หรือค่าเสียหายอื่น ๆ ตามที่พิสูจน์ได้
คดีแพ่งต่างจากคดีอาญาอย่างไร?
หลายคนสับสนระหว่างคดีแพ่งกับคดีอาญา เพราะบางเหตุการณ์อาจเกี่ยวข้องได้ทั้งสองทาง เช่น อุบัติเหตุรถชน การฉ้อโกง หรือการทำร้ายร่างกายแล้วมีค่าเสียหายตามมา
ความแตกต่างแบบเข้าใจง่ายคือ
| ประเด็นเปรียบเทียบ | คดีแพ่ง | คดีอาญา |
| จุดประสงค์หลัก | เรียกร้องสิทธิ เงิน ทรัพย์สิน หรือค่าเสียหาย | ลงโทษผู้กระทำผิด |
| ผลของคดี | ให้ชำระหนี้ ส่งมอบทรัพย์ ชดใช้ค่าเสียหาย | จำคุก ปรับ หรือโทษทางอาญาอื่น |
| คู่ความหลัก | โจทก์กับจำเลย | รัฐ/ผู้เสียหาย กับจำเลย |
| ตัวอย่าง | ฟ้องเรียกหนี้ ฟ้องผิดสัญญา ฟ้องขับไล่ ฟ้องมรดก | ลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย ฉ้อโกง หมิ่นประมาท |
สรุปง่าย ๆ คือ คดีแพ่งเน้น “ชดใช้หรือคืนสิทธิ” ส่วนคดีอาญาเน้น “ลงโทษ”
ตัวอย่างคดีแพ่งที่เจอได้ในชีวิตประจำวัน
คดีแพ่งไม่ใช่เรื่องของนักธุรกิจหรือคนมีทรัพย์สินเยอะเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่คนทั่วไปเจอได้ เช่น
1. คดีผิดสัญญา
เช่น ทำสัญญาซื้อขายแล้วอีกฝ่ายไม่ส่งมอบของ จ้างงานแล้วงานไม่เสร็จตามตกลง เช่าบ้านแล้วไม่จ่ายค่าเช่า หรือทำสัญญากู้ยืมเงินแล้วไม่ชำระคืน กรณีเหล่านี้มักนำไปสู่การฟ้องเรียกให้ปฏิบัติตามสัญญา หรือเรียกค่าเสียหายได้
2. คดีเรียกหนี้
เป็นคดีที่พบได้บ่อยมาก เช่น ยืมเงินแล้วไม่คืน ซื้อสินค้าเงินเชื่อแล้วไม่จ่าย ค้างค่างวด ค้างค่าบริการ หรือมีหลักฐานการโอนเงินแต่ไม่มีการชำระคืน เจ้าหนี้สามารถใช้สิทธิฟ้องศาลเพื่อเรียกชำระหนี้ได้
3. คดีละเมิด
ละเมิดในทางแพ่ง หมายถึง การกระทำที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายโดยไม่ชอบ เช่น ขับรถชน ทำทรัพย์สินคนอื่นเสียหาย ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ หรือกระทำการจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและทรัพย์สิน ผู้เสียหายอาจฟ้องเรียกค่าเสียหายได้
4. คดีครอบครัวและมรดก
แม้คดีครอบครัวบางประเภทจะอยู่ในศาลเยาวชนและครอบครัว แต่โดยลักษณะแล้วหลายเรื่องมีความเป็นแพ่ง เช่น ฟ้องหย่า เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู แบ่งสินสมรส ขอเป็นผู้จัดการมรดก หรือแบ่งทรัพย์มรดกระหว่างทายาท
5. คดีเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
เช่น ฟ้องขับไล่ผู้เช่า ฟ้องเรียกค่าเช่าค้างชำระ ฟ้องเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน ฟ้องเพิกถอนนิติกรรม หรือข้อพิพาทระหว่างผู้ซื้อบ้านกับผู้ขายบ้าน เรื่องเหล่านี้หากเจรจาไม่จบ อาจต้องให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย
ถ้าได้รับหมายศาลคดีแพ่ง ต้องทำอย่างไร?
สิ่งสำคัญที่สุดคือ “อย่าเพิกเฉย” เพราะหลายคนพอได้รับหมายศาลแล้วตกใจ ไม่กล้าเปิดอ่าน หรือคิดว่าถ้าไม่ไปศาลเรื่องจะเงียบไปเอง ซึ่งเป็นความเข้าใจที่อันตรายมาก
เมื่อได้รับหมายศาลคดีแพ่ง ควรทำตามนี้
1. อ่านหมายศาลให้ละเอียด
ดูว่าเป็นหมายจากศาลไหน ใครเป็นโจทก์ ฟ้องเรื่องอะไร ศาลนัดวันไหน และให้ทำอะไร เช่น ให้ยื่นคำให้การ ให้ไปไกล่เกลี่ย หรือให้ไปสืบพยาน
2. ตรวจสอบกำหนดเวลา
คดีแพ่งมีกำหนดเวลาทางกฎหมายที่ต้องระวัง โดยเฉพาะการยื่นคำให้การ หากพ้นกำหนดแล้วไม่ดำเนินการ อาจถูกถือว่าขาดนัดยื่นคำให้การ ทำให้เสียโอกาสในการต่อสู้คดี
3. รวบรวมเอกสารหลักฐาน
เช่น สัญญา ใบเสร็จ หลักฐานโอนเงิน แชทสนทนา หนังสือทวงถาม รูปถ่าย พยานบุคคล หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้มีผลมากต่อการวางแนวทางต่อสู้คดี
4. ปรึกษาทนายความ
คดีแพ่งหลายเรื่องดูเหมือนง่าย แต่รายละเอียดทางกฎหมายอาจซับซ้อน เช่น อายุความ ภาระการพิสูจน์ เงื่อนไขสัญญา ดอกเบี้ย ค่าเสียหาย หรือแนวทางไกล่เกลี่ย การปรึกษาทนายความตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียสิทธิ
ฟ้องคดีแพ่งต้องมีหลักฐานอะไรบ้าง?
หลักฐานที่ใช้ในคดีแพ่งขึ้นอยู่กับประเภทคดี แต่โดยทั่วไปควรเตรียมเอกสารให้มากที่สุด เช่น
- สัญญา หรือเอกสารข้อตกลง
- หลักฐานการโอนเงิน
- ใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ หรือใบเสนอราคา
- ข้อความแชท LINE, Facebook, Email
- หนังสือทวงถาม หรือหนังสือบอกเลิกสัญญา
- รูปถ่ายหรือวิดีโอที่เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลพยานบุคคล
- เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ เช่น โฉนด สัญญาเช่า หรือทะเบียนรถ
ในคดีแพ่ง ศาลจะพิจารณาจากพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ดังนั้นถ้ามีปัญหากับคู่กรณี ควรเก็บหลักฐานไว้ตั้งแต่แรก ไม่ควรลบแชท ไม่ควรทิ้งเอกสาร และควรจัดลำดับเหตุการณ์ให้ชัดเจน
คดีแพ่งจบด้วยการไกล่เกลี่ยได้ไหม?
สามารถจบด้วยการไกล่เกลี่ยได้ และในหลายกรณีการไกล่เกลี่ยเป็นทางเลือกที่ดี เพราะช่วยประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย และลดความตึงเครียดระหว่างคู่ความ
คดีแพ่งจำนวนมากสามารถตกลงกันได้ เช่น แบ่งชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย กำหนดวันส่งมอบทรัพย์ หรือทำสัญญาประนีประนอมยอมความ หากคู่ความตกลงกันได้ ศาลอาจบันทึกข้อตกลงไว้ และมีผลผูกพันตามกฎหมาย
แต่ก่อนตกลงใด ๆ ควรอ่านรายละเอียดให้รอบคอบ เพราะเมื่อทำสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว หากผิดข้อตกลง อาจถูกบังคับคดีตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ได้
คดีแพ่งแพ้แล้วต้องติดคุกไหม?
🚫 โดยหลักทั่วไป คดีแพ่งแพ้แล้วไม่ได้หมายความว่าจะต้องติดคุก เพราะผลของคดีแพ่งมักเป็นเรื่องการชำระเงิน ส่งมอบทรัพย์ หรือปฏิบัติตามคำพิพากษา
แต่ถ้าศาลมีคำพิพากษาแล้วไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสามารถดำเนินการบังคับคดีได้ เช่น ขออายัดเงินเดือน อายัดบัญชีธนาคาร หรือยึดทรัพย์ขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา
ดังนั้น แม้คดีแพ่งจะไม่ใช่คดีที่มุ่งลงโทษจำคุก แต่ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจกระทบต่อทรัพย์สิน เครดิต และชีวิตประจำวันได้มาก
สรุป: คดีแพ่ง คือ เรื่องใกล้ตัวที่ควรรู้ก่อนเกิดปัญหา
คดีแพ่ง คือ คดีที่เกี่ยวกับการโต้แย้งสิทธิ หน้าที่ หนี้สิน ทรัพย์สิน สัญญา หรือค่าเสียหายระหว่างบุคคล โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ศาลช่วยวินิจฉัยและคุ้มครองสิทธิ ไม่ใช่เพื่อลงโทษจำคุกเหมือนคดีอาญา
เรื่องใกล้ตัวอย่างการยืมเงินแล้วไม่คืน การผิดสัญญาเช่า การซื้อขายมีปัญหา อุบัติเหตุเรียกค่าเสียหาย หรือข้อพิพาทมรดก ล้วนสามารถกลายเป็นคดีแพ่งได้ทั้งนั้น
หากได้รับหมายศาล หรือกำลังมีข้อพิพาทที่อาจนำไปสู่คดีแพ่ง สิ่งที่ควรทำคืออย่าเพิกเฉย รีบตรวจสอบเอกสาร รวบรวมหลักฐาน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เพื่อรักษาสิทธิของตัวเองตั้งแต่ต้น
อ่านบทความต่อ คดีอาญา คือ อะไร มีโทษแบบไหนบ้างที่ควรรู้
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคดีแพ่ง
1. คดีแพ่ง คือ คดีแบบไหน?
คดีแพ่ง คือ คดีที่เกี่ยวกับการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ระหว่างบุคคล เช่น ฟ้องลูกหนี้ ฟ้องผิดสัญญา ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ฟ้องขับไล่ หรือคดีมรดก โดยส่วนใหญ่มีเป้าหมายเพื่อให้ชำระเงิน ส่งมอบทรัพย์ หรือรับรองสิทธิ ไม่ใช่การลงโทษจำคุก
2. ได้รับหมายศาลคดีแพ่งแล้วไม่ไปได้ไหม?
ไม่ควรเพิกเฉยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เสียสิทธิในการต่อสู้คดี และศาลอาจพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวได้ ควรรีบอ่านหมายศาล ตรวจสอบวันนัดและกำหนดเวลายื่นคำให้การ จากนั้นเตรียมหลักฐานและปรึกษาทนายความโดยเร็ว
ปรึกษาทนายความคดีแพ่งกับสำนักงานกฎหมายติวานนท์
หากคุณกำลังเจอปัญหาคดีแพ่ง เช่น ถูกฟ้องเรียกหนี้ ต้องการฟ้องผิดสัญญา มีปัญหาเรื่องเช่าบ้าน ซื้อขาย ทรัพย์สิน มรดก หรือได้รับหมายศาลแต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน สามารถปรึกษา สำนักงานกฎหมายติวานนท์ ได้ค่ะ
ทีมทนายความพร้อมช่วยวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ตรวจเอกสาร วางแนวทางคดี เจรจา ไกล่เกลี่ย และดำเนินคดีในชั้นศาล เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิของตัวเองและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
เพราะคดีแพ่งหลายเรื่อง หากเริ่มต้นถูกทางตั้งแต่แรก ก็ช่วยลดความเสี่ยง เสียเวลาน้อยลง และเพิ่มโอกาสในการรักษาสิทธิของคุณได้ดีกว่าเดิม
อ้างอิง
https://civiltlc.coj.go.th/th/content/page/index/id/397228


