สำนักงานทนายความติวานนท์

ฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร ต้องทำอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง

ฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร ต้องทำอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง
10

ฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร ต้องทำอย่างไร เตรียมเอกสารอะไรบ้าง พร้อมขั้นตอนยื่นฟ้อง หลักเกณฑ์ค่าเลี้ยงดู และข้อควรรู้ก่อนดำเนินคดี

สารบัญ

👨‍👩‍👧 ฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร เป็นเรื่องที่พ่อหรือแม่หลายคนอาจต้องเจอหลังจากแยกทาง หย่าร้าง หรืออีกฝ่ายไม่ช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของลูก ทั้งค่าอาหาร ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า หากอีกฝ่ายไม่ส่งค่าเลี้ยงดู เราสามารถฟ้องได้หรือไม่ ต้องเริ่มต้นอย่างไร และควรเตรียมหลักฐานอะไรบ้าง

ตามข้อมูลของ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว อธิบายหลักของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564 ไว้ว่า บิดามารดามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ แม้ว่าบิดาและมารดาจะหย่าหรือแยกกันอยู่ หน้าที่ที่มีต่อลูกก็ไม่ได้สิ้นสุดลงเพียงเพราะความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาจบลง

ส่วนกรณีที่บุตรไม่ได้รับการเลี้ยงดู หรือได้รับไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/38 เปิดทางให้เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ โดยศาลจะพิจารณาจากความสามารถของผู้ที่มีหน้าที่จ่าย ฐานะและความจำเป็นของผู้รับ รวมถึงพฤติการณ์ของแต่ละคดี

ดังนั้น หากกำลังเจอปัญหาอีกฝ่ายไม่ช่วยออกค่าใช้จ่ายของลูก การทำความเข้าใจขั้นตอนก่อน ฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร จะช่วยให้เตรียมตัวได้เป็นระบบมากขึ้น

 

ฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร คืออะไร

 

ฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร คืออะไร

การฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร คือ การใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อขอให้ศาลกำหนดให้อีกฝ่ายที่มีหน้าที่ตามกฎหมายรับผิดชอบค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร เช่น ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นตามวัยและสภาพความเป็นอยู่ของเด็ก

กฎหมายไม่ได้กำหนดตัวเลขตายตัวว่าพ่อหรือแม่ต้องจ่ายเดือนละเท่าไร เพราะแต่ละครอบครัวมีรายได้ ภาระค่าใช้จ่าย และความจำเป็นของบุตรแตกต่างกัน

ศาลจึงพิจารณาเป็นกรณีไป โดยดูทั้งความจำเป็นของเด็กและความสามารถทางการเงินของผู้ที่ถูกเรียกค่าเลี้ยงดู

 

ใครมีหน้าที่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร

หลักสำคัญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564 คือ ทั้งบิดาและมารดามีหน้าที่ร่วมกันอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรผู้เยาว์ ไม่ได้เป็นหน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงคนเดียว

ดังนั้น แม้พ่อกับแม่จะแยกกันอยู่ หย่ากันแล้ว หรือบุตรพักอาศัยอยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหลัก อีกฝ่ายก็ยังอาจมีหน้าที่ช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของบุตรอยู่

โดยทั่วไปหน้าที่ดังกล่าวจะมีในระหว่างที่บุตรยังเป็นผู้เยาว์ ส่วนกรณีบุตรบรรลุนิติภาวะแล้ว กฎหมายยังวางหลักให้บิดามารดาต้องอุปการะเลี้ยงดูในกรณีที่บุตรทุพพลภาพและไม่สามารถหาเลี้ยงตนเองได้

 

ค่าเลี้ยงดูบุตรเรียกอะไรได้บ้าง

ค่าอุปการะเลี้ยงดูไม่ได้หมายถึงเพียงค่าอาหารในแต่ละวัน แต่สามารถพิจารณาจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและพัฒนาการของเด็ก เช่น

  • ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายประจำวัน
  • ค่าเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว
  • ค่าเล่าเรียนและค่าอุปกรณ์การศึกษา
  • ค่าเดินทางไปโรงเรียน
  • ค่ารักษาพยาบาล
  • ค่าที่พักหรือส่วนของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย
  • ค่าเรียนเพิ่มเติมหรือกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็ก
  • ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นตามวัยและสภาพความเป็นอยู่

อย่างไรก็ตาม การเรียกค่าใช้จ่ายจำนวนเท่าใดไม่ได้หมายความว่าศาลจะกำหนดให้ตามจำนวนที่ขอทั้งหมด เพราะศาลต้องพิจารณาความเหมาะสมประกอบกับรายได้และความสามารถในการจ่ายของอีกฝ่ายด้วย ตามหลักมาตรา 1598/38

 

ฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร ต้องทำอย่างไร

 

ฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร ต้องทำอย่างไร

หากตกลงกันไม่ได้และจำเป็นต้องดำเนินคดี ขั้นตอนโดยทั่วไปสามารถเตรียมตัวได้ดังนี้

1. ตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของบิดาและมารดา

ขั้นแรกควรตรวจสอบก่อนว่าบิดาและมารดามีสถานะทางกฎหมายอย่างไร เช่น เคยจดทะเบียนสมรสหรือไม่ มีการจดทะเบียนรับรองบุตรแล้วหรือมีคำพิพากษาเกี่ยวกับความเป็นบิดาหรือไม่

ประเด็นนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะกรณีเด็กเกิดจากพ่อแม่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เพราะบางกรณีอาจต้องดำเนินเรื่องเกี่ยวกับการรับรองความเป็นบิดาไปพร้อมกับการเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู

2. รวบรวมค่าใช้จ่ายจริงของบุตร

ควรทำรายการให้ชัดว่าในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เช่น

ค่าเทอม 60,000 บาทต่อปี ค่าอาหารประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน ค่าเดินทาง 2,000 บาทต่อเดือน หรือมีค่ารักษาพยาบาลเป็นประจำ เป็นต้น

ยิ่งมีเอกสารประกอบที่ตรวจสอบได้ ก็ยิ่งช่วยให้เห็นภาพค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงได้ชัดขึ้น

3. รวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับอีกฝ่าย

หากมีข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพ รายได้ ทรัพย์สิน หรือฐานะทางการเงินของอีกฝ่าย ก็ควรรวบรวมไว้เท่าที่สามารถทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะความสามารถของผู้มีหน้าที่จ่ายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ศาลใช้พิจารณาจำนวนค่าอุปการะเลี้ยงดู

4. จัดทำคำฟ้องและยื่นต่อศาลที่มีอำนาจ

คดีเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจัดเป็นคดีครอบครัว ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลเยาวชนและครอบครัว

ก่อนยื่นฟ้องควรตรวจสอบเขตอำนาจศาลตามข้อเท็จจริงของคดีอีกครั้ง เพื่อให้ยื่นต่อศาลได้ถูกต้อง

5. เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยหรือพิจารณาคดี

คดีครอบครัวให้ความสำคัญกับการไกล่เกลี่ยและประนีประนอม โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุตร เพราะเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการเอาชนะกันระหว่างพ่อแม่ แต่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของเด็กเป็นหลักด้วย

ข้อมูลจากสำนักงานศาลยุติธรรมยังสะท้อนว่ากระบวนการประนีประนอมในคดีครอบครัวให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบของบิดามารดาที่มีต่อบุตรและประโยชน์ของผู้เยาว์

หากตกลงกันไม่ได้ ศาลก็จะพิจารณาพยานหลักฐานและมีคำพิพากษาต่อไป

 

ฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร ใช้เอกสารอะไรบ้าง

 

ฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร ใช้เอกสารอะไรบ้าง

เอกสารที่ควรเตรียมในเบื้องต้น ได้แก่

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ฟ้อง
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ฟ้อง
  • สูติบัตรของบุตร
  • สำเนาทะเบียนบ้านของบุตร
  • ทะเบียนสมรส หากเคยจดทะเบียนสมรส
  • ใบสำคัญการหย่าและบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่า หากหย่าแล้ว
  • เอกสารเกี่ยวกับการรับรองบุตร หากมี
  • คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลเดิมที่เกี่ยวข้องกับบุตร หากมี
  • ใบเสร็จค่าเทอม ค่าเรียน หรือค่าอุปกรณ์การศึกษา
  • ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล
  • หลักฐานค่าใช้จ่ายประจำของบุตร
  • หลักฐานการโอนเงินค่าเลี้ยงดูที่ผ่านมา
  • ข้อความสนทนาที่แสดงถึงการขอค่าเลี้ยงดูหรือการปฏิเสธไม่ช่วยรับผิดชอบ
  • หลักฐานเกี่ยวกับรายได้หรือฐานะของอีกฝ่ายเท่าที่มี

เอกสารที่ต้องใช้จริงอาจแตกต่างกันไปตามสถานะความสัมพันธ์และรายละเอียดของแต่ละคดี จึงควรตรวจเอกสารก่อนยื่นฟ้องอีกครั้ง

 

ศาลกำหนดค่าเลี้ยงดูบุตรจากอะไร

หลายคนอาจสงสัยว่า หากขอค่าเลี้ยงดูเดือนละ 20,000 บาท ศาลจะให้ตามนั้นหรือไม่ คำตอบคือไม่ได้มีหลักว่าต้องได้ตามจำนวนที่เรียกเสมอไป

ตามมาตรา 1598/38 ศาลสามารถพิจารณาจำนวนค่าอุปการะเลี้ยงดูโดยดูจาก 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่

1. ความสามารถของผู้มีหน้าที่จ่าย

เช่น รายได้ อาชีพ ฐานะและภาระทางการเงิน

2. ฐานะและความจำเป็นของบุตร

เช่น อายุ การศึกษา สุขภาพ และค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต

3. พฤติการณ์ของแต่ละกรณี

เช่น รูปแบบการเลี้ยงดูเดิม สภาพครอบครัว และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง

จึงไม่มีอัตรากลางว่าเด็กหนึ่งคนต้องได้รับค่าเลี้ยงดูเดือนละเท่าไร แต่ศาลจะพิจารณาจากหลักฐานของแต่ละครอบครัวเป็นสำคัญ

 

หากศาลสั่งให้จ่ายค่าเลี้ยงดูแล้วแต่ไม่จ่าย ทำอย่างไร

หากมีคำพิพากษาหรือข้อตกลงที่ศาลรับรองแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตาม ผู้มีสิทธิสามารถพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนการบังคับคดีได้

ขั้นตอนนี้ควรตรวจสอบรายละเอียดของคำพิพากษา จำนวนเงินที่ค้างชำระ ทรัพย์สินหรือรายได้ของลูกหนี้ และเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เพื่อเลือกวิธีดำเนินการที่เหมาะสมกับแต่ละกรณี

 

ฟ้องค่าเลี้ยงดู พร้อมฟ้องหย่าได้หรือไม่

 

ฟ้องค่าเลี้ยงดู พร้อมฟ้องหย่าได้หรือไม่

หากสามีภรรยายังไม่ได้หย่าและมีเหตุฟ้องหย่า ในคดีหย่าสามารถมีประเด็นเรื่องอำนาจปกครองบุตรและค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเข้ามาเกี่ยวข้องได้

ดังนั้น ก่อนยื่นคดีควรวางประเด็นให้ครบตั้งแต่ต้นว่า นอกจากการหย่าแล้ว ต้องการให้ศาลพิจารณาเรื่องใดอีก เช่น อำนาจปกครองบุตร ค่าเลี้ยงดู หรือประเด็นทรัพย์สิน เพื่อไม่ให้ต้องกลับมาดำเนินคดีหลายครั้งโดยไม่จำเป็น

 

สรุป ฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร เตรียมตัวอย่างไร

การ ฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร เป็นการใช้สิทธิเพื่อให้บุตรได้รับการอุปการะเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม เพราะแม้ความสัมพันธ์ของพ่อแม่จะสิ้นสุดลง แต่หน้าที่ที่มีต่อลูกไม่ได้สิ้นสุดตามไปด้วย

สิ่งสำคัญก่อนฟ้องคือ ตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของพ่อแม่และบุตร รวบรวมหลักฐานค่าใช้จ่ายของลูก เตรียมเอกสารเกี่ยวกับครอบครัว และรวบรวมข้อมูลฐานะของอีกฝ่ายเท่าที่สามารถทำได้ จากนั้นจึงพิจารณาจัดทำคำฟ้องและยื่นต่อศาลที่มีอำนาจ

จำนวนค่าเลี้ยงดูจะไม่ได้มีตัวเลขตายตัว แต่ศาลจะพิจารณาจากความจำเป็นของบุตร ความสามารถของผู้มีหน้าที่จ่าย และข้อเท็จจริงของแต่ละครอบครัว

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร

1. ไม่ได้จดทะเบียนสมรส สามารถฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรได้ไหม?

สามารถมีสิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ แต่ต้องตรวจสอบสถานะความเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายก่อน หากบิดายังไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตรหรือยังไม่มีสถานะเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย อาจมีประเด็นเรื่องการฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตรร่วมด้วย จึงควรตรวจข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

2. ค่าเลี้ยงดูบุตร ศาลกำหนดเดือนละเท่าไร?

ไม่มีอัตราตายตัว ศาลจะพิจารณาจากความสามารถของผู้ที่ต้องจ่าย ฐานะและความจำเป็นของบุตร รวมถึงพฤติการณ์ของแต่ละครอบครัว เช่น ค่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ตามหลักประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/38

 

ปรึกษาคดีฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตรกับสำนักงานทนายความติวานนท์

หากกำลังมีปัญหาเรื่อง ฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูบุตร ไม่ว่าจะเป็นกรณีอีกฝ่ายไม่ส่งค่าเลี้ยงดู จ่ายไม่เพียงพอ ต้องการฟ้องค่าเลี้ยงดูพร้อมฟ้องหย่า หรือมีประเด็นเกี่ยวกับอำนาจปกครองและการรับรองบุตร สามารถปรึกษา สำนักงานทนายความติวานนท์ เพื่อช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสารก่อนดำเนินคดีได้

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการให้คำปรึกษาและดำเนินคดีครอบครัว ตั้งแต่การตรวจเอกสาร วางแนวทางคดี จัดทำคำฟ้อง เจรจาไกล่เกลี่ย ไปจนถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาล โดยรายละเอียดและแนวทางดำเนินคดีจะพิจารณาตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการฟ้องคดีแพ่ง ฟ้องคดีอาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ฟ้องชู้ ฟ้องขับไล่ ฟ้องลูกหนี้
การทำงานครอบคลุมถึง การออกโนติส การฟ้องคดีโดยตรง การทำงานร่วมกับตำรวจและพนักงานอัยการ
การร้องขอความเป็นธรรม การประกันตัวผู้ต้องหา การไต่สวนมูลฟ้อง การเขียนคำให้การของจำเลย การฟ้องแย้ง
การยื่นอุทธรณ์และการยื่นฎีกา รวมทั้งการสืบทรัพย์ การบังคับคดี และการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

อัตราค่าจ้างทนาย ต้องสอบถามทางบริษัทเท่านั้น สามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อทนาย
โทร
แชทไลน์
อีเมล
สำนักงาน
ทนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฏหมาย
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
อ่านบทความล่าสุด