สำนักงานทนายความติวานนท์

คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา คืออะไร มีโทษอย่างไรบ้าง

คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา คืออะไร มีโทษอย่างไรบ้าง
2

คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา คืออะไร มีองค์ประกอบความผิดและโทษอย่างไร พร้อมวิธีรับมือเมื่อถูกพูดใส่ความ และข้อควรรู้ก่อนดำเนินคดี

สารบัญ

คำพูดบางคำพูดแล้วอาจจบในไม่กี่วินาที แต่ผลที่ตามมาอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นมี คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา ได้ โดยเฉพาะการพูดกล่าวหาบุคคลอื่นต่อหน้าคนที่สาม ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวหาเรื่องการโกง การทุจริต การนอกใจ การเป็นหนี้แล้วไม่จ่าย หรือพฤติกรรมอื่นที่ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 หลักสำคัญของความผิดฐานหมิ่นประมาท คือ การ “ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม” ในลักษณะที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ซึ่งสำนักงานกิจการยุติธรรมอธิบายเพิ่มเติมว่า การใส่ความไม่จำกัดเฉพาะการเขียนหรือโพสต์ออนไลน์ แต่สามารถเกิดขึ้นจากการพูดหรือการแสดงพฤติการณ์ที่ทำให้บุคคลอื่นเข้าใจข้อกล่าวหาได้เช่นกัน

 

⚖️ คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา คืออะไร?

คำว่า คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา เป็นคำที่ใช้เรียกกันโดยทั่วไป เมื่อการหมิ่นประมาทเกิดขึ้นจาก “คำพูด” เช่น การพูดกล่าวหาบุคคลหนึ่งให้บุคคลอื่นฟัง โดยเนื้อหานั้นอาจทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเสียชื่อเสียง

ในทางกฎหมายต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

  • มีการ ใส่ความ หรือกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลอื่น
  • ต้องสามารถระบุได้ว่ากำลังกล่าวถึงใคร
  • มี บุคคลที่สาม ได้ยินหรือรับรู้ข้อความนั้น
  • ข้อความมีลักษณะที่น่าจะทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
  • ผู้พูดกระทำโดยเจตนา

ดังนั้น การพูดให้อีกคนเสียชื่อเสียงต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า ญาติ หรือบุคคลอื่น แม้จะมีคนได้ยินเพียงคนเดียว ก็อาจต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่

ตัวอย่างเช่น สมมติว่านาย ก. พูดกับเพื่อนร่วมงานว่า

“นาย ข. โกงเงินบริษัทเป็นประจำ”

หากเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนาย ข. ต่อบุคคลที่สาม และมีลักษณะทำให้นาย ข. เสียชื่อเสียง การพูดดังกล่าวก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทได้

 

🗣️ หมิ่นประมาทด้วยวาจา ต่างจากการด่ากันอย่างไร?

ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะไม่ใช่คำพูดแรงทุกคำจะเป็น “หมิ่นประมาท”

หัวใจของหมิ่นประมาทอยู่ที่ การใส่ความต่อบุคคลที่สาม และข้อความนั้นต้องเป็นลักษณะกล่าวอ้างหรือยืนยันข้อเท็จจริงบางอย่างเกี่ยวกับผู้เสียหาย

เช่น

“คนนี้โกงเงินลูกค้า”
เป็นการกล่าวหาพฤติกรรมที่บุคคลอื่นอาจเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง จึงอาจเข้าข่ายหมิ่นประมาท

แต่หากเป็นคำด่าในลักษณะดูถูก เหยียดหยาม หรือสบประมาทต่อหน้ากัน เช่น คำด่าหยาบคายบางประเภท โดยไม่ได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริง อาจต้องพิจารณาเรื่อง ความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า แทน

สำนักงานกิจการยุติธรรมอธิบายว่า ความผิดฐานดูหมิ่นและความผิดฐานหมิ่นประมาทมีองค์ประกอบแตกต่างกัน ดังนั้น เวลามีข้อพิพาทจากคำพูดจึงต้องดูทั้งข้อความ สถานการณ์ และบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ประกอบกัน

 

👥 ถ้าพูดกันแค่ 2 คน เป็นหมิ่นประมาทไหม?

โดยหลักของมาตรา 326 จะต้องมี บุคคลที่สาม รับรู้ข้อความที่ใส่ความด้วย

หากคนสองคนทะเลาะกันและพูดกล่าวหากันโดยไม่มีบุคคลอื่นรับรู้ อาจไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 326 เพราะยังไม่มีการใส่ความ “ต่อบุคคลที่สาม”

แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความผิดในทุกกรณี หากคำพูดมีลักษณะดูถูก เหยียดหยาม หรือสบประมาทต่อหน้าผู้เสียหาย ก็อาจเกี่ยวข้องกับความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าได้ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของเหตุการณ์ค่ะ

 

⚠️ คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา มีโทษอย่างไร?

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ผู้ที่กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท มีโทษ

จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่หากการหมิ่นประมาทถูกเผยแพร่ในลักษณะเป็นการโฆษณา เช่น โพสต์ข้อความสาธารณะ เผยแพร่คลิป บันทึกเสียงหรือภาพ หรือป่าวประกาศด้วยวิธีที่ทำให้บุคคลจำนวนมากสามารถรับรู้ได้ อาจเข้าข่าย หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328

ซึ่งมีโทษ

จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท

ดังนั้น การพูดต่อหน้าคนไม่กี่คนกับการนำเรื่องเดียวกันไปพูดผ่านคลิปหรือเผยแพร่ต่อสาธารณะ อาจมีประเด็นทางกฎหมายและอัตราโทษแตกต่างกัน

 

📱 ถ้าพูดในคลิปหรือไลฟ์สด ถือเป็นหมิ่นประมาทด้วยวาจาหรือไม่?

แม้ต้นเหตุจะเป็น “คำพูด” แต่ถ้าคำพูดนั้นถูกเผยแพร่ผ่านวิดีโอ ไลฟ์สด เสียงบันทึก หรือช่องทางอื่นที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ก็อาจไม่ได้พิจารณาเฉพาะมาตรา 326 เท่านั้น แต่อาจเข้าข่าย หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามมาตรา 328 ด้วย

สำนักงานกิจการยุติธรรมระบุว่า การนำข้อมูลของผู้อื่นมาเล่า วิจารณ์ หรือนำเสนอผ่านคลิปในลักษณะที่ทำให้บุคคลนั้นเสียชื่อเสียง อาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาได้

เพราะฉะนั้น การพูดผ่าน TikTok, Facebook Live, YouTube หรือแพลตฟอร์มสาธารณะ ควรระมัดระวังมากกว่าการพูดกันเฉพาะกลุ่ม

 

🔎 พูดเรื่องจริง ยังผิดหมิ่นประมาทได้หรือไม่?

หลายคนเข้าใจว่า “เรื่องจริงพูดได้ ไม่ผิด” แต่ในคดีหมิ่นประมาทต้องพิจารณามากกว่านั้น

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 330 กำหนดว่า หากผู้ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทสามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อความนั้นเป็นความจริง ผู้ถูกกล่าวหาอาจไม่ต้องรับโทษ

อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัด หากเป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์เรื่องนั้นไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน กฎหมายห้ามมิให้พิสูจน์ความจริงเพื่ออาศัยข้อยกเว้นดังกล่าว

จึงไม่ควรเข้าใจว่า เมื่อมีข้อมูลจริงอยู่ในมือแล้วจะสามารถนำเรื่องส่วนตัวของคนอื่นไปพูดต่อที่ใดก็ได้โดยไม่มีความเสี่ยงทางกฎหมาย

 

✅ กรณีใดอาจไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท?

กฎหมายยังเปิดทางให้มีการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตในบางกรณี

มาตรา 329 มีหลักยกเว้น เช่น การพูดเพื่อป้องกันสิทธิหรือส่วนได้เสียของตนตามคลองธรรม การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน การติชมด้วยความเป็นธรรมในเรื่องที่ประชาชนสามารถติชมได้ หรือการรายงานโดยเป็นธรรมเกี่ยวกับการดำเนินการที่เปิดเผยในศาลหรือที่ประชุม

อย่างไรก็ตาม คำว่า “โดยสุจริต” ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป ไม่ใช่เพียงผู้พูดระบุเองว่าพูดด้วยความสุจริตแล้วจะได้รับยกเว้นทันที

 

🤝 คดีหมิ่นประมาท ยอมความกันได้ไหม?

สามารถยอมความกันได้ค่ะ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 333 กำหนดให้ความผิดในหมวดหมิ่นประมาทเป็น ความผิดอันยอมความได้ ดังนั้น คู่กรณีสามารถเจรจา ตกลง ถอนคำร้องทุกข์ หรือยอมความกันได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย

สำหรับคดีที่เป็นความผิดอันยอมความได้ หากผู้เสียหายต้องการดำเนินคดีผ่านพนักงานสอบสวน ต้องระมัดระวังเรื่องระยะเวลาการร้องทุกข์ด้วย โดยสำนักงานกิจการยุติธรรมอธิบายว่าคดีหมิ่นประมาทเป็นคดีที่ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดหลังรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ

 

ผู้เสียหายเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้หรือไม่?

นอกจากความรับผิดทางอาญาแล้ว ในบางกรณีผู้เสียหายยังอาจมีสิทธิเรียกร้อง ค่าสินไหมทดแทนทางแพ่ง ได้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 กล่าวถึงการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง และทำให้บุคคลอื่นเสียหายต่อชื่อเสียง เกียรติคุณ การทำมาหาได้ หรือความเจริญในทางอื่น ผู้กระทำอาจต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

จำนวนค่าเสียหายไม่ได้มีตัวเลขตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ความเสียหายที่เกิดขึ้น และพยานหลักฐานในแต่ละคดี

 

📌 หากถูกหมิ่นประมาทด้วยวาจา ควรทำอย่างไร?

หากถูกกล่าวหาเสีย ๆ หาย ๆ ต่อหน้าบุคคลอื่น สิ่งแรกที่ควรทำคือพยายามเก็บรายละเอียดของเหตุการณ์ให้ได้มากที่สุด เช่น วัน เวลา สถานที่ คำพูดที่เกิดขึ้น รวมถึงรายชื่อบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์

หากมีคลิปเสียง คลิปวิดีโอ ข้อความแชต หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ก็ควรเก็บรักษาไว้ในสภาพเดิม เพราะหลักฐานเหล่านี้อาจมีความสำคัญต่อการพิจารณาว่าคำพูดดังกล่าวเข้าข่าย “ใส่ความ” หรือเป็นเพียงการโต้เถียงและดูหมิ่น

ในทางกลับกัน หากเป็นฝ่ายถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาท ก็ควรหลีกเลี่ยงการตอบโต้หรือเผยแพร่ข้อพิพาทเพิ่มเติม เพราะอาจทำให้เกิดข้อพิพาทใหม่ตามมา ควรนำข้อความ หลักฐาน และบริบททั้งหมดไปให้ทนายความประเมินก่อนดำเนินการค่ะ

 

สรุป คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา สามารถเกิดขึ้นได้จากคำพูดในชีวิตประจำวัน หากเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม และคำพูดนั้นน่าจะทำให้อีกฝ่ายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่คำด่าหรือคำวิจารณ์ทุกอย่างจะเป็นหมิ่นประมาท เพราะต้องพิจารณาทั้งเนื้อหาของคำพูด เจตนา ผู้รับฟัง บริบท รวมถึงข้อยกเว้นตามกฎหมายประกอบกัน

หากมีเหตุการณ์จริงเกิดขึ้น การให้ทนายความตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อนดำเนินคดี จะช่วยให้เห็นแนวทางทางกฎหมายได้ชัดเจนมากขึ้นค่ะ

 

👨‍⚖️ ปรึกษาคดีหมิ่นประมาท กับ สำนักงานทนายความติวานนท์

หากคุณกำลังเจอปัญหา ถูกพูดใส่ความ ถูกกล่าวหาให้เสียชื่อเสียง ถูกประจาน หรือ ถูกดำเนินคดีหมิ่นประมาท สามารถปรึกษา สำนักงานทนายความติวานนท์ เพื่อให้ทีมทนายช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และแนวทางดำเนินคดีที่เหมาะสม

สำนักงานให้บริการด้านคดีแพ่งและคดีอาญา รวมถึงคดีหมิ่นประมาทและข้อพิพาทที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การประเมินพยานหลักฐาน การดำเนินการแจ้งความ ไปจนถึงการว่าความและดำเนินคดีในศาล

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://tiwanonlaw.com/

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา

1. ด่ากันต่อหน้า 2 คน ถือเป็นคดีหมิ่นประมาทด้วยวาจาหรือไม่?

ถ้ามีเพียงผู้พูดกับผู้ถูกด่า และไม่มีบุคคลที่สามรับรู้ อาจไม่ครบองค์ประกอบหมิ่นประมาทตามมาตรา 326 เพราะกฎหมายกำหนดว่าต้องเป็นการใส่ความต่อบุคคลที่สาม อย่างไรก็ตาม หากเป็นคำพูดดูถูกหรือเหยียดหยามต่อหน้า ก็อาจต้องพิจารณาความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าแทน ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของคำพูดและสถานการณ์ค่ะ

2. ถ้าคนพูดยืนยันว่าเรื่องที่กล่าวหาเป็นเรื่องจริง ยังฟ้องหมิ่นประมาทได้ไหม?

การเป็นเรื่องจริงไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีประเด็นทางกฎหมายเสมอไป ผู้ถูกกล่าวหาสามารถอาศัยการพิสูจน์ความจริงตามมาตรา 330 ได้ในบางกรณี แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวและการพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน กฎหมายอาจไม่อนุญาตให้พิสูจน์ความจริงเพื่อยกเว้นโทษ ดังนั้นควรพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีค่ะ

 

แหล่งอ้างอิง:
สำนักงานกิจการยุติธรรม – พูดแค่ไหน พูดอย่างไรผิดกฎหมายหมิ่นประมาท
สำนักงานกิจการยุติธรรม – โพสต์ด่า แต่ไม่ได้เอ่ยชื่อ ผิดหมิ่นประมาทหรือไม่

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการฟ้องคดีแพ่ง ฟ้องคดีอาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ฟ้องชู้ ฟ้องขับไล่ ฟ้องลูกหนี้
การทำงานครอบคลุมถึง การออกโนติส การฟ้องคดีโดยตรง การทำงานร่วมกับตำรวจและพนักงานอัยการ
การร้องขอความเป็นธรรม การประกันตัวผู้ต้องหา การไต่สวนมูลฟ้อง การเขียนคำให้การของจำเลย การฟ้องแย้ง
การยื่นอุทธรณ์และการยื่นฎีกา รวมทั้งการสืบทรัพย์ การบังคับคดี และการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

อัตราค่าจ้างทนาย ต้องสอบถามทางบริษัทเท่านั้น สามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อทนาย
โทร
แชทไลน์
อีเมล
สำนักงาน
ทนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฏหมาย
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
อ่านบทความล่าสุด