คำพูดบางคำพูดแล้วอาจจบในไม่กี่วินาที แต่ผลที่ตามมาอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นมี คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา ได้ โดยเฉพาะการพูดกล่าวหาบุคคลอื่นต่อหน้าคนที่สาม ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวหาเรื่องการโกง การทุจริต การนอกใจ การเป็นหนี้แล้วไม่จ่าย หรือพฤติกรรมอื่นที่ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 หลักสำคัญของความผิดฐานหมิ่นประมาท คือ การ “ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม” ในลักษณะที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ซึ่งสำนักงานกิจการยุติธรรมอธิบายเพิ่มเติมว่า การใส่ความไม่จำกัดเฉพาะการเขียนหรือโพสต์ออนไลน์ แต่สามารถเกิดขึ้นจากการพูดหรือการแสดงพฤติการณ์ที่ทำให้บุคคลอื่นเข้าใจข้อกล่าวหาได้เช่นกัน
⚖️ คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา คืออะไร?
คำว่า คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา เป็นคำที่ใช้เรียกกันโดยทั่วไป เมื่อการหมิ่นประมาทเกิดขึ้นจาก “คำพูด” เช่น การพูดกล่าวหาบุคคลหนึ่งให้บุคคลอื่นฟัง โดยเนื้อหานั้นอาจทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเสียชื่อเสียง
ในทางกฎหมายต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
- มีการ ใส่ความ หรือกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคลอื่น
- ต้องสามารถระบุได้ว่ากำลังกล่าวถึงใคร
- มี บุคคลที่สาม ได้ยินหรือรับรู้ข้อความนั้น
- ข้อความมีลักษณะที่น่าจะทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
- ผู้พูดกระทำโดยเจตนา
ดังนั้น การพูดให้อีกคนเสียชื่อเสียงต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า ญาติ หรือบุคคลอื่น แม้จะมีคนได้ยินเพียงคนเดียว ก็อาจต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่
ตัวอย่างเช่น สมมติว่านาย ก. พูดกับเพื่อนร่วมงานว่า
“นาย ข. โกงเงินบริษัทเป็นประจำ”
หากเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนาย ข. ต่อบุคคลที่สาม และมีลักษณะทำให้นาย ข. เสียชื่อเสียง การพูดดังกล่าวก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทได้
🗣️ หมิ่นประมาทด้วยวาจา ต่างจากการด่ากันอย่างไร?
ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะไม่ใช่คำพูดแรงทุกคำจะเป็น “หมิ่นประมาท”
หัวใจของหมิ่นประมาทอยู่ที่ การใส่ความต่อบุคคลที่สาม และข้อความนั้นต้องเป็นลักษณะกล่าวอ้างหรือยืนยันข้อเท็จจริงบางอย่างเกี่ยวกับผู้เสียหาย
เช่น
“คนนี้โกงเงินลูกค้า”
เป็นการกล่าวหาพฤติกรรมที่บุคคลอื่นอาจเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง จึงอาจเข้าข่ายหมิ่นประมาท
แต่หากเป็นคำด่าในลักษณะดูถูก เหยียดหยาม หรือสบประมาทต่อหน้ากัน เช่น คำด่าหยาบคายบางประเภท โดยไม่ได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริง อาจต้องพิจารณาเรื่อง ความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า แทน
สำนักงานกิจการยุติธรรมอธิบายว่า ความผิดฐานดูหมิ่นและความผิดฐานหมิ่นประมาทมีองค์ประกอบแตกต่างกัน ดังนั้น เวลามีข้อพิพาทจากคำพูดจึงต้องดูทั้งข้อความ สถานการณ์ และบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ประกอบกัน
👥 ถ้าพูดกันแค่ 2 คน เป็นหมิ่นประมาทไหม?
โดยหลักของมาตรา 326 จะต้องมี บุคคลที่สาม รับรู้ข้อความที่ใส่ความด้วย
หากคนสองคนทะเลาะกันและพูดกล่าวหากันโดยไม่มีบุคคลอื่นรับรู้ อาจไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 326 เพราะยังไม่มีการใส่ความ “ต่อบุคคลที่สาม”
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความผิดในทุกกรณี หากคำพูดมีลักษณะดูถูก เหยียดหยาม หรือสบประมาทต่อหน้าผู้เสียหาย ก็อาจเกี่ยวข้องกับความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าได้ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของเหตุการณ์ค่ะ
⚠️ คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา มีโทษอย่างไร?
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ผู้ที่กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท มีโทษ
จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่หากการหมิ่นประมาทถูกเผยแพร่ในลักษณะเป็นการโฆษณา เช่น โพสต์ข้อความสาธารณะ เผยแพร่คลิป บันทึกเสียงหรือภาพ หรือป่าวประกาศด้วยวิธีที่ทำให้บุคคลจำนวนมากสามารถรับรู้ได้ อาจเข้าข่าย หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328
ซึ่งมีโทษ
จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
ดังนั้น การพูดต่อหน้าคนไม่กี่คนกับการนำเรื่องเดียวกันไปพูดผ่านคลิปหรือเผยแพร่ต่อสาธารณะ อาจมีประเด็นทางกฎหมายและอัตราโทษแตกต่างกัน
📱 ถ้าพูดในคลิปหรือไลฟ์สด ถือเป็นหมิ่นประมาทด้วยวาจาหรือไม่?
แม้ต้นเหตุจะเป็น “คำพูด” แต่ถ้าคำพูดนั้นถูกเผยแพร่ผ่านวิดีโอ ไลฟ์สด เสียงบันทึก หรือช่องทางอื่นที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ก็อาจไม่ได้พิจารณาเฉพาะมาตรา 326 เท่านั้น แต่อาจเข้าข่าย หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามมาตรา 328 ด้วย
สำนักงานกิจการยุติธรรมระบุว่า การนำข้อมูลของผู้อื่นมาเล่า วิจารณ์ หรือนำเสนอผ่านคลิปในลักษณะที่ทำให้บุคคลนั้นเสียชื่อเสียง อาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาได้
เพราะฉะนั้น การพูดผ่าน TikTok, Facebook Live, YouTube หรือแพลตฟอร์มสาธารณะ ควรระมัดระวังมากกว่าการพูดกันเฉพาะกลุ่ม
🔎 พูดเรื่องจริง ยังผิดหมิ่นประมาทได้หรือไม่?
หลายคนเข้าใจว่า “เรื่องจริงพูดได้ ไม่ผิด” แต่ในคดีหมิ่นประมาทต้องพิจารณามากกว่านั้น
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 330 กำหนดว่า หากผู้ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทสามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อความนั้นเป็นความจริง ผู้ถูกกล่าวหาอาจไม่ต้องรับโทษ
อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัด หากเป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์เรื่องนั้นไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน กฎหมายห้ามมิให้พิสูจน์ความจริงเพื่ออาศัยข้อยกเว้นดังกล่าว
จึงไม่ควรเข้าใจว่า เมื่อมีข้อมูลจริงอยู่ในมือแล้วจะสามารถนำเรื่องส่วนตัวของคนอื่นไปพูดต่อที่ใดก็ได้โดยไม่มีความเสี่ยงทางกฎหมาย
✅ กรณีใดอาจไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท?
กฎหมายยังเปิดทางให้มีการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตในบางกรณี
มาตรา 329 มีหลักยกเว้น เช่น การพูดเพื่อป้องกันสิทธิหรือส่วนได้เสียของตนตามคลองธรรม การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน การติชมด้วยความเป็นธรรมในเรื่องที่ประชาชนสามารถติชมได้ หรือการรายงานโดยเป็นธรรมเกี่ยวกับการดำเนินการที่เปิดเผยในศาลหรือที่ประชุม
อย่างไรก็ตาม คำว่า “โดยสุจริต” ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป ไม่ใช่เพียงผู้พูดระบุเองว่าพูดด้วยความสุจริตแล้วจะได้รับยกเว้นทันที
🤝 คดีหมิ่นประมาท ยอมความกันได้ไหม?
สามารถยอมความกันได้ค่ะ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 333 กำหนดให้ความผิดในหมวดหมิ่นประมาทเป็น ความผิดอันยอมความได้ ดังนั้น คู่กรณีสามารถเจรจา ตกลง ถอนคำร้องทุกข์ หรือยอมความกันได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับคดีที่เป็นความผิดอันยอมความได้ หากผู้เสียหายต้องการดำเนินคดีผ่านพนักงานสอบสวน ต้องระมัดระวังเรื่องระยะเวลาการร้องทุกข์ด้วย โดยสำนักงานกิจการยุติธรรมอธิบายว่าคดีหมิ่นประมาทเป็นคดีที่ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดหลังรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ
ผู้เสียหายเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้หรือไม่?
นอกจากความรับผิดทางอาญาแล้ว ในบางกรณีผู้เสียหายยังอาจมีสิทธิเรียกร้อง ค่าสินไหมทดแทนทางแพ่ง ได้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 กล่าวถึงการกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง และทำให้บุคคลอื่นเสียหายต่อชื่อเสียง เกียรติคุณ การทำมาหาได้ หรือความเจริญในทางอื่น ผู้กระทำอาจต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
จำนวนค่าเสียหายไม่ได้มีตัวเลขตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ความเสียหายที่เกิดขึ้น และพยานหลักฐานในแต่ละคดี
📌 หากถูกหมิ่นประมาทด้วยวาจา ควรทำอย่างไร?
หากถูกกล่าวหาเสีย ๆ หาย ๆ ต่อหน้าบุคคลอื่น สิ่งแรกที่ควรทำคือพยายามเก็บรายละเอียดของเหตุการณ์ให้ได้มากที่สุด เช่น วัน เวลา สถานที่ คำพูดที่เกิดขึ้น รวมถึงรายชื่อบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์
หากมีคลิปเสียง คลิปวิดีโอ ข้อความแชต หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ก็ควรเก็บรักษาไว้ในสภาพเดิม เพราะหลักฐานเหล่านี้อาจมีความสำคัญต่อการพิจารณาว่าคำพูดดังกล่าวเข้าข่าย “ใส่ความ” หรือเป็นเพียงการโต้เถียงและดูหมิ่น
ในทางกลับกัน หากเป็นฝ่ายถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาท ก็ควรหลีกเลี่ยงการตอบโต้หรือเผยแพร่ข้อพิพาทเพิ่มเติม เพราะอาจทำให้เกิดข้อพิพาทใหม่ตามมา ควรนำข้อความ หลักฐาน และบริบททั้งหมดไปให้ทนายความประเมินก่อนดำเนินการค่ะ
สรุป คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา สามารถเกิดขึ้นได้จากคำพูดในชีวิตประจำวัน หากเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม และคำพูดนั้นน่าจะทำให้อีกฝ่ายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่คำด่าหรือคำวิจารณ์ทุกอย่างจะเป็นหมิ่นประมาท เพราะต้องพิจารณาทั้งเนื้อหาของคำพูด เจตนา ผู้รับฟัง บริบท รวมถึงข้อยกเว้นตามกฎหมายประกอบกัน
หากมีเหตุการณ์จริงเกิดขึ้น การให้ทนายความตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อนดำเนินคดี จะช่วยให้เห็นแนวทางทางกฎหมายได้ชัดเจนมากขึ้นค่ะ
👨⚖️ ปรึกษาคดีหมิ่นประมาท กับ สำนักงานทนายความติวานนท์
หากคุณกำลังเจอปัญหา ถูกพูดใส่ความ ถูกกล่าวหาให้เสียชื่อเสียง ถูกประจาน หรือ ถูกดำเนินคดีหมิ่นประมาท สามารถปรึกษา สำนักงานทนายความติวานนท์ เพื่อให้ทีมทนายช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และแนวทางดำเนินคดีที่เหมาะสม
สำนักงานให้บริการด้านคดีแพ่งและคดีอาญา รวมถึงคดีหมิ่นประมาทและข้อพิพาทที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การประเมินพยานหลักฐาน การดำเนินการแจ้งความ ไปจนถึงการว่าความและดำเนินคดีในศาล
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://tiwanonlaw.com/
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา
1. ด่ากันต่อหน้า 2 คน ถือเป็นคดีหมิ่นประมาทด้วยวาจาหรือไม่?
ถ้ามีเพียงผู้พูดกับผู้ถูกด่า และไม่มีบุคคลที่สามรับรู้ อาจไม่ครบองค์ประกอบหมิ่นประมาทตามมาตรา 326 เพราะกฎหมายกำหนดว่าต้องเป็นการใส่ความต่อบุคคลที่สาม อย่างไรก็ตาม หากเป็นคำพูดดูถูกหรือเหยียดหยามต่อหน้า ก็อาจต้องพิจารณาความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าแทน ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของคำพูดและสถานการณ์ค่ะ
2. ถ้าคนพูดยืนยันว่าเรื่องที่กล่าวหาเป็นเรื่องจริง ยังฟ้องหมิ่นประมาทได้ไหม?
การเป็นเรื่องจริงไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีประเด็นทางกฎหมายเสมอไป ผู้ถูกกล่าวหาสามารถอาศัยการพิสูจน์ความจริงตามมาตรา 330 ได้ในบางกรณี แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวและการพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน กฎหมายอาจไม่อนุญาตให้พิสูจน์ความจริงเพื่อยกเว้นโทษ ดังนั้นควรพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีค่ะ
แหล่งอ้างอิง:
สำนักงานกิจการยุติธรรม – พูดแค่ไหน พูดอย่างไรผิดกฎหมายหมิ่นประมาท
สำนักงานกิจการยุติธรรม – โพสต์ด่า แต่ไม่ได้เอ่ยชื่อ ผิดหมิ่นประมาทหรือไม่


