สำนักงานทนายความติวานนท์
ทนายความ ฟ้องขับไล่
5704

ฟ้องขับไล่

ทีมทนายของเรา

ทนายนันทพงศ์ สืบชาติ

รับว่าความ

คดีศาลแพ่ง ศาลอาญา และศาลชำนัญการพิเศษอื่นๆ เช่น ศาลแรงงาน ศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลทรัพย์สินทางปัญญา  และดำเนินการบังคับคดีลูกหนี้ตามคำพิพากษาภายหลังที่ศาลได้มีคำพิพากษา ได้แก่ 

1. แต่งตั้งผู้จัดการมรดก,เขียนพินัยกรรม
2.สัญญา,เช่าทรัพย์
3.ฟ้องขับไล่ (ก่อนบังคับคดี)
4.คดีอาญา เกี่ยวกับร่างกาย
5.คดีล้มละลาย
6.สืบทรัพย์ บังคับคดี
7.ยื่นอุทธรณ์และฎีกา

เบอร์โทร : 02-1252511
Line ID : @tiwanonlaw

ทนายสราวุฒิ ขวัญทองยิ้ม

รับว่าความ

คดีศาลแพ่ง ศาลอาญา และศาลชำนัญการพิเศษอื่นๆ เช่น ศาลแรงงาน ศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลทรัพย์สินทางปัญญา  และดำเนินการบังคับคดีลูกหนี้ตามคำพิพากษาภายหลังที่ศาลได้มีคำพิพากษา ได้แก่

1.คดีครอบครัว ฟ้องชู้ ฟ้องหย่า
2.คดีเช่าซื้อ
3.กฎหมายแรงงาน
4.คดีอาญา ที่เกี่ยวกับทรัพย์ ,ฟ้องหมิ่นประมาท
5.ทรัพย์สินทางปัญญา
6.ฟ้องขับไล่ (บังคับคดี)
7.สืบทรัพย์ บังคับคดี
8.ยื่นอุทธรณ์และฎีกา

เบอร์โทร : 02-1252511
Line ID : @tiwanonlaw

ฟ้องขับไล่ คือ อะไร 

  • ฟ้องขับไล่ คือ การยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลเพื่อบังคับให้ผู้ที่ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน หรือห้องเช่า ออกไปจากทรัพย์สินนั้น.
  • การฟ้องขับไล่ มักจะเป็นกรณีที่เจ้าของที่ดินซึ่งจะเรียกว่าโจทก์ ได้แต่งทนายให้ทำการฟ้องจำเลยและบริวาร ให้ออกจากอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน อาคารพาณิชย์ คอนโด โกดัง ที่ดินเปล่า เป็นต้น โดยเฉพาะหากเป็นการซื้อบ้านจากกรมบังคับคดี ที่มีเจ้าของเดิมอาศัยอยู่ หลังจากไปเจรจาแล้ว จำเลยก็ไม่ยอมย้ายออก แบบนี้จำเป็นต้องให้ ทนายความ ยื่นฟ้องขับไล่ให้จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ผู้ที่ประมูลบ้านได้ เข้าไปครอบครองทรัพย์ตามปรกติต่อไป
  • การฟ้องขับไล่ที่มีมูลเหตุเกิดจากการละเมิด เช่น มีเพื่อนบ้านสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของเรา หรือที่มีบุคคลแอบเข้ามาอาศัยในบ้านและที่ดินของเรา โจทก์สามารถฟ้องขับไล่จำเลยและยังสามารถขอให้ศาลบังคับให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายให้แจ่โจทก์จนกว่าจะออกจากอสังหาริมทรัพย์ได้อีกด้วย
  • นอกจากนี้บริวารของบุคลที่ไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ คำว่า “บริวาร” ในทางกฎหมายนั้น ไม่ได้รวมเฉพาะคนในครอบครัวของบุคคลที่ไม่มีสิทธิ์เท่านั้น  ดังนั้น คำว่า”บริวาร” ตรงกับคำว่า”DEPANDANT” หมายถึง ผู้ที่อาศัยสิทธิของผู้อื่น อาจจะเป็นบุคคลในหรือนอกครอบครัวของผู้นั้นก็ได้

 

กรณีไหนที่สามารถฟ้องขับไล่ได้

  • ผู้เช่าไม่ยอมย้ายออกหลังหมดสัญญาเช่า
  • ผู้เช่าผิดสัญญา เช่น ไม่จ่ายค่าเช่า
  • ผู้บุกรุกเข้าอยู่อาศัยโดยไม่มีสิทธิ
  • ผู้ที่เคยได้รับอนุญาตให้อยู่ แต่ภายหลังถูกยกเลิกสิทธิ

 

ฟ้องขับไล่ ใช้เวลาเท่าไหร่ การฟ้องขับไล่ใช้เวลานานไหม

เป็นคำถามที่หลายๆคนสงสัยในกระบวนการ ทนายขอแยกเป็น 2 กรณี

○ กรณีแรกฟ้องขับไล่ จากการซื้อทรัพย์ผ่านการประมูลบ้านของกรมบังคับคคดี
เมื่อเราประมูลบ้านจากกรมบังคับคดีได้แล้ว และเมื่อชำระเงินครบ โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเรียบร้อยแล้ว เราสามารถยื่นเรื่องขอฟ้องขับไล่ได้เลย โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน

○ กรณีที่สอง หากบ้าน หรือ ที่ดิน ของเราถูกบุกรุก จากการที่เราไม่ได้มาอยู่อาศัยเป็นเวลานาน พอมาอีกครั้งแล้วพบว่ามีผู้มาบุกรุก มีผู้มาอยู่อาศัย ในการฟ้องขับไล่อาจใช้เวลานานขึ้น เพราะเป็นการยื่นฟ้องคดีใหม่ ขึ้นอยู่กับคิวของแต่ละศาล โดยอาจใช้เวลานานถึง 1 ปี 

 

ขั้นตอนการฟ้องขับไล่ (ฉบับอัปเดต 2569)

การฟ้องขับไล่มีขั้นตอนทางกฎหมายที่ต้องระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เจ้าของทรัพย์กลายเป็นฝ่ายผิดกฎหมาย (ฐานบุกรุกทรัพย์สินตนเองหรือกักขังหน่วงเหนี่ยว) ดังนี้

  1. การส่งหนังสือบอกกล่าว (Notice): ทนายความจะออกจดหมายแจ้งให้ย้ายออกภายในระยะเวลาที่กำหนด (ปกติ 15-30 วัน) เพื่อเป็นหลักฐานว่าเราได้ใช้สิทธิโดยชอบแล้ว

  2. การยื่นฟ้องต่อศาล: หากครบกำหนดแล้วจำเลยยังไม่ย้ายออก ทนายจะยื่นคำฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ (ศาลที่ทรัพย์ตั้งอยู่)

  3. การไกล่เกลี่ยและสืบพยาน: ศาลจะนัดคู่ความมาเจรจา หากตกลงกันไม่ได้จะเข้าสู่กระบวนการสืบพยานเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษา

  4. คำพิพากษาและหมายบังคับคดี: เมื่อศาลพิพากษาให้ขับไล่ และจำเลยยังนิ่งเฉย เราจะขอออก “หมายบังคับคดี”

  5. การบังคับคดี (ขั้นตอนสุดท้าย): ประสานงานเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อปิดประกาศ และหากยังไม่ยอมออก อาจมีการขอหมายจับจำเลยและบริวารตามขั้นตอนกฎหมายใหม่

การฟ้องขับไล่ มาตรากฎหมายและฎีกา ที่เกี่ยวกับการฟ้องขับไล่

การฟ้องขับไล่ มาตรากฎหมายและฎีกา ที่เกี่ยวกับการฟ้องขับไล่

  • มาตรา 1336 เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอยและจำหน่ายทรัพย์สินของตนและได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ และมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
  • คดีฟ้องขับไล่ ถือเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือคดีไม่มีทุนทรัพย์ แม้จะมีเรียกให้ชำระค่าเสียหายมาด้วย ก็เป็นเพียงสิทธิขอพิจารณาที่นำไปสู่ขอจำกัดสิทธิ์ในการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง เท่านั้น คำพิพากษาฎีกาที่ 7207/2560 บทบรรณาธิการ 2/71 เล่ม 4
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6962/2551 โจทก์ฟ้องว่าจำเลยอยู่ในที่ดินของโจทก์ภายหลังจากที่สัญญาเช่าครบกำหนด โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไปและบอกกล่าวให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินของโจทก์แล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเสียหาย 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไป เป็นการฟ้องขอให้บังคับจำเลยในมูลละเมิด มิใช่เป็นการฟ้องบังคับตามสัญญาเช่าทรัพย์ โจทก์ในฐานะที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่ได้โดยไม่จำต้องใช้หนังสือสัญญาเช่าที่ดินเป็นพยานหลักฐานในคดี แม้สัญญาเช่ามิได้ปิดอากรแสตมป์ก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ สรุปจากฎีกา ฟ้องขับไล่หลังสิ้นสุดระยะเวลาเช่าตามสัญญาถือเป็นมูลละเมิด มิใช่ให้บังคับตามสัญญา ดังนี้สัญญาเช่าไม่ต้องปิดอากรแสตมป์

 

เมื่อประมูลซื้อทรัพย์จากกรมบังคับคดี ฟ้องขับไล่ ใช้เวลานานไหม

หากท่านจะเข้าร่วมการประมูลซื้อทรัพย์จากกรมบังคับคดี เช่น บ้าน คอนโด อาคารพานิชย์ ที่ดิน ท่านจะควรที่จะไปสำรวจทรัพย์ที่จะซื้อเสียก่อน ว่ามีคนอาศัยอยู่ในทรัพย์นั้นๆหรือไม่ หากมีคนอาศัยอยู่ท่านต้องทำใจว่า อาจจะได้ทำการฟ้องขับไล่ ถ้าหากเจรจารอบแรกไม่สำเร็จ โดยทั่วไปจะใช้เวลาในการฟ้องขับไล่ประมาณ 4-6 เดือน

 

ขั้นตอนการฟ้องขับไล่ เมื่อประมูลซื้อบ้านจากกรมบังคับคดี แล้วพบว่าเจ้าของบ้านและบริวารยังอาศัยอยู่

ขั้นตอนการฟ้องขับไล่ เมื่อประมูลซื้อบ้านจากกรมบังคับคดี แล้วพบว่าเจ้าของบ้านและบริวารยังอาศัยอยู่

การประมูลบ้านจากกรมบังคับคดีเป็นกระบวนการที่มักเกิดขึ้นเมื่อเจ้าของบ้านไม่สามารถชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาล ทำให้บ้านนั้นต้องถูกนำมาประมูลเพื่อชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ แต่บางครั้งผู้ที่ซื้อบ้านผ่านการประมูลอาจพบปัญหาหลังจากได้บ้านมาแล้วคือ เจ้าของบ้านเดิม หรือผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้นยังคงไม่ยอมย้ายออก ซึ่งอาจทำให้ผู้ซื้อบ้านต้องดำเนินการฟ้องขับไล่ตามขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้เจ้าของบ้านและบริวารย้ายออกจากบ้านที่ได้มานั้น

1. ตรวจสอบสิทธิการเป็นเจ้าของบ้าน

ก่อนที่ผู้ซื้อบ้านจากการประมูลจะฟ้องขับไล่ได้ ต้องแน่ใจว่าตนเองเป็นเจ้าของบ้านตามกฎหมาย การประมูลจากกรมบังคับคดีมีผลทางกฎหมายในการโอนกรรมสิทธิ์แก่ผู้ประมูลที่ชนะ ดังนั้น หลังจากการประมูลและการชำระเงินครบถ้วน ผู้ซื้อบ้านจะได้รับหนังสือรับรองการโอนกรรมสิทธิ์และสามารถยืนยันได้ว่าเป็นเจ้าของบ้านโดยชอบธรรม

2. เจรจาขอให้เจ้าของบ้านและบริวารย้ายออก

หลังจากที่ได้รับกรรมสิทธิ์ในบ้านแล้ว ขั้นตอนแรกที่ควรทำคือ การเจรจาเพื่อขอให้เจ้าของบ้านเดิมและบริวารย้ายออกอย่างสมัครใจ การเจรจานี้สามารถทำได้ด้วยความสุภาพและเป็นมิตร เพื่อให้เจ้าของบ้านรู้สึกว่ามีความเข้าใจและยินยอมในการย้ายออก โดยอาจเสนอระยะเวลาให้เหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหรือข้อขัดแย้งในภายหลัง

3. ฟ้องขับไล่ที่ศาล

หากการเจรจาล้มเหลว และเจ้าของบ้านหรือผู้ที่อาศัยอยู่ไม่ยอมย้ายออกจากบ้าน ผู้ซื้อบ้านสามารถยื่นฟ้องขับไล่ที่ศาลได้ การฟ้องขับไล่เป็นการเรียกร้องให้ศาลสั่งให้บุคคลที่อาศัยอยู่ในบ้านย้ายออก โดยการฟ้องนี้ต้องมีการยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาว่าเจ้าของบ้านเดิมหรือบริวารไม่ได้มีสิทธิในการอยู่อาศัยในบ้านหลังดังกล่าว

ในการฟ้องขับไล่ ผู้ฟ้องจะต้องแสดงหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเป็นเจ้าของบ้านถูกต้องตามกฎหมาย เช่น หนังสือรับรองการโอนกรรมสิทธิ์ และหลักฐานการประมูลบ้านจากกรมบังคับคดี นอกจากนี้ยังต้องแสดงให้ศาลเห็นว่าบุคคลที่อาศัยอยู่ในบ้านไม่ได้มีสิทธิที่จะอยู่ในบ้านอีกต่อไป

4. การพิจารณาคดีของศาล

เมื่อศาลได้รับคำร้องฟ้องขับไล่แล้ว ศาลจะมีการนัดพิจารณาคดี ซึ่งในขั้นตอนนี้ทั้งสองฝ่ายจะได้มีโอกาสนำเสนอหลักฐานและเหตุผลในการยืนยันสิทธิ์ของตน หากศาลพิจารณาว่าผู้ฟ้องมีสิทธิ์ในการครอบครองบ้านตามกฎหมาย และเจ้าของบ้านเดิมหรือผู้ที่อาศัยอยู่ไม่ได้มีสิทธิ์ต่อบ้านหลังนี้ ศาลจะออกคำพิพากษาสั่งให้บุคคลที่อาศัยอยู่ย้ายออกจากบ้าน

5. การบังคับคดี

หากศาลมีคำพิพากษาสั่งให้เจ้าของบ้านเดิมและบริวารย้ายออกแล้ว แต่บุคคลเหล่านั้นยังไม่ยอมย้ายออกตามคำพิพากษา ผู้ซื้อบ้านสามารถขอให้เจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีดำเนินการบังคับคดี โดยการส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการขับไล่บุคคลที่ยังอาศัยอยู่ภายในบ้านออกมา

6. การรักษาสิทธิในการครอบครองบ้าน

หลังจากที่บุคคลที่อาศัยอยู่ย้ายออกจากบ้านแล้ว ผู้ซื้อบ้านควรรักษาสิทธิในการครอบครองบ้านให้มั่นคง โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีการเข้ามาของบุคคลอื่นที่ไม่มีสิทธิ์ในบ้าน และควรดำเนินการบันทึกข้อมูลการย้ายออกอย่างชัดเจนเพื่อเป็นหลักฐานในการป้องกันปัญหาในอนาคต

5 ตัวอย่างสถานการณ์ที่ต้องใช้การ “ฟ้องขับไล่” (พบบ่อยที่สุด)

เพื่อให้ท่านเข้าใจบริบทของคดีมากขึ้น นี่คือตัวอย่างเหตุการณ์จริงที่ทางเราให้บริการ:

  1. คดีผู้เช่าผิดนัด/ค้างชำระค่าเช่า: ผู้เช่าไม่จ่ายเงินตามกำหนด และเมื่อบอกเลิกสัญญาแล้วยังเพิกเฉย ไม่ยอมย้ายสัมภาระออกจากอาคารหรือคอนโด

  2. คดีซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด (กรมบังคับคดี): ท่านประมูลบ้านหรือที่ดินได้มาอย่างถูกต้อง จ่ายเงินครบ โอนโฉนดแล้ว แต่เจ้าของเดิมหรือบริวารยังอาศัยอยู่และไม่ยอมย้ายออก

  3. คดีบุกรุกและปลูกสร้างรุกล้ำ: บุคคลภายนอกเข้ามาสร้างเพิงพักอาศัย รั้ว หรือโรงจอดรถรุกล้ำเข้ามาในเขตที่ดินตามโฉนดของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต

  4. คดีให้อยู่อาศัยโดยอาศัยสิทธิ (สัญญาใจ): เคยให้อญาติหรือคนรู้จักอาศัยอยู่ชั่วคราว แต่เมื่อต้องการใช้ที่ดินคืน กลับถูกปฏิเสธและอ้างสิทธิต่างๆ เพื่ออยู่ต่อ

  5. คดีครอบครองปรปักษ์ (การแก้ต่าง): กรณีมีผู้อื่นมาแอบอ้างว่าครอบครองที่ดินของท่านเกิน 10 ปี เราช่วยฟ้องขับไล่เพื่อระงับการได้สิทธิโดยไม่ชอบ

สรุป

การฟ้องขับไล่เมื่อประมูลซื้อบ้านจากกรมบังคับคดีและพบว่าเจ้าของบ้านและบริวารยังอาศัยอยู่ เป็นกระบวนการที่ผู้ซื้อบ้านต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถเข้าไปครอบครองบ้านได้ตามสิทธิที่ได้รับจากการประมูล โดยเริ่มจากการเจรจา การฟ้องศาล และในกรณีที่จำเป็น การขอให้กรมบังคับคดีดำเนินการบังคับคดี เพื่อให้การครอบครองบ้านเป็นไปตามสิทธิที่ได้รับอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

ฟ้องขับไล่ ไม่มีสัญญาเช่า ฟ้องได้ไหม?

ฟ้องขับไล่ ไม่มีสัญญาเช่า ฟ้องได้ไหม

ฟ้องได้
แม้จะไม่มีสัญญาเช่าเป็นลายลักษณ์อักษร เจ้าของทรัพย์ก็ยังมีสิทธิฟ้องขับไล่ได้ หากสามารถพิสูจน์ได้ว่า:

  • ตนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิครอบครองโดยชอบ
  • บุคคลที่อยู่อาศัย “ไม่มีสิทธิ” อยู่ในทรัพย์นั้น

ตัวอย่างกรณีที่ฟ้องได้ เช่น

  • ให้อยู่แบบปากเปล่า (ไม่มีสัญญา)
  • เป็นญาติ/คนรู้จักที่เคยให้อยู่ฟรี
  • ผู้เช่าหมดสัญญาแล้ว แต่ยังไม่ย้ายออก

หลักฐานที่ใช้แทนสัญญาเช่า เช่น

  • โฉนดที่ดิน / หนังสือกรรมสิทธิ์
  • แชท / ข้อความที่เคยตกลงกัน
  • หลักฐานการโอนเงิน (ค่าเช่า)
  • พยานบุคคล

 

ฟ้องขับไล่ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง 

1) หลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ที่พิพาท เช่น โฉนดที่ดิน

2) สำเนา หรือสัญญาการทำนิติกรรมระหว่างกัน หรือสัญญาเช่า (หากมี)

3) สำเนาภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว หรือหลักฐานใดที่แสดงให้เห็นถึงการกระทำ ละเมิดของจำเลยรวมถึงบริวาร

4) กรณีต้องการเรียกค่าเสรียหาย ค่าขาดประโยชน์ ต้องมีหลักฐานแสดงให้เห็นว่า อสังหาฯ พิพาทนั้นมีราคาให้เช่าหรืออาจมีราคาให้เช่าต่อพื้นที่ หรืออาจใช้หลักฐานในการปล่อยให้บุคคลอื่นเช่าหรือหลักฐานการเช่าของอสังหาริมทรัพย์ข้างเคียง หรือเล่มประเมิน เพื่อประกอบการพิจารณาการกำหนดจำนวนเงิน ในการสั่งค่าเสียหายของศาล

 

เอกสารหลักฐานที่ต้องเตรียม กรณีขับไล่ ออกจากทรัพย์บังคับคดี

1.สำเนาเอกสารกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ หรือโฉนดที่ดิน

2.สำเนาสัญญาซื้อขายที่กรมที่ดิน

3.สำเนาประกาศขายทอดตลาดของสำนักงานบังคับคดี

4.สำเนาหลักฐานสัญญาที่จะซื้อจะขายและวางมัดจำที่กรมบังคับคดี

5.สำเนาหลักฐานการชำระเงิน

6.รูปถ่ายหรือหลักฐาน การอยู่อาศัยในทรัพย์สินของจำเลยหรือบริวาร ไม่มีก็ได้

 

ฟ้องขับไล่ ต้องไปศาลกี่ครั้ง?

ฟ้องขับไล่ ต้องไปศาลกี่ครั้ง

โดยทั่วไปจะไปศาลประมาณ 2–4 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดี)

ตัวอย่างลำดับการนัดศาล:

  1. นัดไกล่เกลี่ย / นัดพร้อม
    • ศาลให้ทั้งสองฝ่ายเจรจากันก่อน
    • หากตกลงได้ คดีจบเร็ว
  2. นัดสืบพยานโจทก์
    • ฝ่ายผู้ฟ้องนำหลักฐานมาแสดง
  3. นัดสืบพยานจำเลย
    • ฝ่ายจำเลยชี้แจง/โต้แย้ง
  4. นัดฟังคำพิพากษา

📌 กรณีคดีไม่ซับซ้อน หรือจำเลยไม่สู้คดี → อาจจบได้ภายใน 1–2 นัดเท่านั้น

จำนวนครั้ง “ไม่ตายตัว” แต่ส่วนใหญ่ไม่เกิน 4 นัด

 

การฟ้องขับไล่ฟ้องที่ศาลไหน

คดีฟ้องขับไล่ต้องฟ้องต่อศาลจังหวัด ซึ่งคดีฟ้องขับไล่ถือเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจาราณาความแพ่ง มาตรา 4 ทวิ ให้เสนอต่อศาลที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล

สรุปการฟ้องขับไล่รื้อถอนสามารถที่จะฟ้องต่อศาลที่อสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ใยเขตศาลหรือที่อยู่ตามจำเลยมีภูมิลำเนาของจำเลย อย่างใดอย่างหนึ่ง

ข้อแนะนำให้ยื่นฟ้องที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตศาล เพราะสะดวกในการเดินทางไปศาลและง่ายต่อการบังคับคดี

 

ฟ้องขับไล่ จำเลยไม่มาศาล ทำอย่างไร?

ฟ้องขับไล่ จำเลยไม่มาศาล ทำอย่างไร

หากจำเลย “ไม่มาศาล” และได้รับหมายเรียกถูกต้องแล้ว
ศาลสามารถ พิจารณาคดีฝ่ายเดียว (ขาดนัดยื่นคำให้การ) ได้

ผลที่จะเกิดขึ้น:

  • ศาลจะพิจารณาจากหลักฐานของฝ่ายโจทก์เป็นหลัก
  • มีโอกาสที่ศาลจะพิพากษา “ให้ขับไล่” ได้เร็วขึ้น
  • ไม่ต้องรอการต่อสู้คดีจากจำเลย

แต่มีข้อควรรู้:

  • จำเลยยังสามารถ “ขอพิจารณาคดีใหม่” ได้ หากมีเหตุจำเป็น
  • ดังนั้นเอกสารและหลักฐานของฝ่ายโจทก์ต้องครบและรัดกุม

จำเลยไม่มาศาล ไม่ได้ทำให้คดีหยุด แต่กลับทำให้คดีเดินเร็วขึ้นได้

 

ฟ้องขับไล่ ค่าจ้างทนายเท่าไหร่ 

เนื่องจากทนายความไม่สามารถประกาศหรือโฆษณาค่าจ้างทนายในเว็บไซต์ได้ เนื่องด้วยข้อบังคับของสภาทนายความ ห้ามมิให้ทนายความโฆษณา หรือประกาศอัตราค่าจ้างว่าความ หรือโฆษณาว่าจะไม่เรียกร้องค่าทนาย ตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วย มารยาททนายความ พ.ศ. 2529 ข้อ 17

ดังนั้น ขอให้สอบถามค่าจ้างทนายความ ผ่านช่องทาง ต่อไปนี้ 

  • ทางโทรศัพท์ 02-125-2511
  • ทางไลน์ @tiwanonlaw
  • Facebook : สำนักงานทนายความติวานนท์
  • E-mail : info@tiwanonlaw.com
  • มาพบทนายด้วยตนเองดีที่สุด เพราะการสอบข้อเท็จจริงที่ดีที่สุดระหว่างทนายความกับลูกความ คือการมานั่งคุยกันต่อหน้า
  • การคุยกันทางโทรศัพท์ ทางไลน์ ทางอีเมล์ อย่างไรเสียก็สู้มานั่งคุยกันต่อหน้าไม่ได้ เพราะทำให้เข้าใจข้อเท็จจริงต่างๆได้ละเอียดกว่า และสามารถซักถาม ทำความเข้าใจและจับกิริยาอาการต่างๆได้ดีที่สุด
  • แผนที่ สำนักงานทนายความติวานนท์

 

FAQ คำถามเกี่ยวกับการฟ้องขับไล่

1. ฟ้องขับไล่ต้องมีสัญญาเช่าหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องมีสัญญาเช่าในทุกกรณีครับ หากเจ้าของอสังหาริมทรัพย์สามารถแสดงหลักฐานว่าตนมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง และบุคคลที่อยู่ในทรัพย์ไม่มีสิทธิอยู่ต่อ ก็อาจดำเนินการฟ้องขับไล่ได้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและหลักฐานของแต่ละกรณีประกอบด้วยครับ

2. ผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่า สามารถฟ้องขับไล่ได้หรือไม่?

สามารถดำเนินการได้ครับ หากผู้เช่าผิดสัญญา เช่น ค้างชำระค่าเช่า หรือสัญญาเช่าสิ้นสุดแล้วแต่ยังไม่ยอมย้ายออก เจ้าของทรัพย์อาจบอกเลิกสัญญาหรือบอกกล่าวตามกฎหมายก่อนยื่นฟ้องขับไล่ รวมถึงอาจเรียกร้องค่าเช่าค้างชำระหรือค่าเสียหายเพิ่มเติมได้ตามกรณีครับ

3. ฟ้องขับไล่ใช้เวลานานแค่ไหน?

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับลักษณะคดีและขั้นตอนของศาลครับ บางกรณีอาจใช้เวลาไม่กี่เดือน ขณะที่คดีที่มีข้อโต้แย้งหรือมีการต่อสู้คดีอาจใช้เวลานานกว่านั้น จึงควรให้ทนายความตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสารก่อนเพื่อประเมินแนวทางและระยะเวลาดำเนินคดีครับ

4. ซื้อบ้านจากกรมบังคับคดีแล้วเจ้าของเดิมไม่ยอมย้ายออก ต้องทำอย่างไร?

หลังจากชำระเงินและดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว ควรเริ่มจากการเจรจาและแจ้งให้ผู้ครอบครองเดิมย้ายออกก่อนครับ หากยังเพิกเฉย เจ้าของใหม่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อให้ผู้ครอบครองเดิมและบริวารออกจากทรัพย์ได้ครับ

5. ฟ้องขับไล่สามารถเรียกค่าเสียหายไปพร้อมกันได้หรือไม่?

สามารถเรียกร้องได้ในบางกรณีครับ เช่น ผู้ครอบครองยังคงใช้บ้านหรือที่ดินหลังจากหมดสิทธิแล้ว ทำให้เจ้าของไม่สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์ได้ เจ้าของอาจขอให้ศาลมีคำพิพากษาขับไล่พร้อมเรียกค่าเสียหายจนกว่าผู้ครอบครองและบริวารจะออกจากอสังหาริมทรัพย์ โดยจำนวนค่าเสียหายจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและหลักฐานในแต่ละคดีครับ

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการฟ้องคดีแพ่ง ฟ้องคดีอาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ฟ้องชู้ ฟ้องขับไล่ ฟ้องลูกหนี้
การทำงานครอบคลุมถึง การออกโนติส การฟ้องคดีโดยตรง การทำงานร่วมกับตำรวจและพนักงานอัยการ
การร้องขอความเป็นธรรม การประกันตัวผู้ต้องหา การไต่สวนมูลฟ้อง การเขียนคำให้การของจำเลย การฟ้องแย้ง
การยื่นอุทธรณ์และการยื่นฎีกา รวมทั้งการสืบทรัพย์ การบังคับคดี และการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

อัตราค่าจ้างทนาย ต้องสอบถามทางบริษัทเท่านั้น สามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อทนาย

โทร

แชทไลน์

อีเมล

สำนักงาน

ทนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฏหมาย
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
อ่านบทความล่าสุด