ฟ้องชู้ คือ อะไร หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นเพียงการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบุคคลที่เข้ามามีความสัมพันธ์กับคู่สมรสของเรา แต่ในทางปฏิบัติ หลังจากที่เราได้ทำการฟ้องชู้และเรียกค่าเสียหายไปแล้ว ปัญหาที่มักจะเกิดตามมาก็คือ ฟ้องชู้ แต่ชู้ไม่มีเงินจ่าย โดยก่อนที่จะขึ้นสืบคดี ศาลท่านจะให้โอกาสทั้งโจทก์และจำเลย หรือชู้ ให้ทำการไกล่เกลี่ยกันก่อน หากสามารถไกล่เกลี่ยได้ ศาลท่านจะให้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน แต่ถ้าหากตกลงกันไม่ได้ เพราะว่าชู้ไม่มีเงินจ่ายตามยอดที่ฟ้อง ขั้นตอนต่อไปทนายความก็จะขอให้นำคดีขึ้นสืบต่อศาล เพื่อให้ศาลพิพากษาต่อไป
หลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาแล้วว่าชู้ต้องจ่าย แต่เมื่อถึงเวลาที่จะต้องจ่าย ชู้ก็ยังไม่ยอมจ่าย ขั้นตอนต่อไป ทนายความจะขอศาลตั้งเรื่องทำการบังคับคดีต่อไป โดยจะทำการขอยึดทรัพย์สินของชู้ เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ รถยนต์ เงินในบัญชีธนาคาร หรือเงินเดือน เป็นต้น
หากฟ้องชู้ไปแล้ว แต่ชู้ไม่มีเงินจ่าย โจทก์หลายคนมีความกังวลว่า ค่าใช้จ่ายที่เสียไปทั้งค่าธรรมเนียมศาล ค่าทนาย ค่าเดินทาง จะได้คืนไหม ยังไม่ต้องตกใจไป เพราะยังสามารถดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้ โดยเมื่อศาลมีคำพิพากษาให้ชู้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับโจทก์แล้ว แต่ชู้ไม่มีเงินจ่ายในตอนนี้ จะต้องใจเย็นรอสืบทรัพย์ของจำเลยในอนาคต หากในอนาคตชู้มีทรัพย์สินขึ้นมา เช่น มีเงินเดือน มีบ้าน มีที่ดิน ก็สามารถยึดทรัพย์สินนั้นมาชำระหนี้ได้ภายในอายุความ 10 ปี
ชู้ คืออะไร?
คำว่า “ชู้” โดยความหมายทั่วไป หมายถึง บุคคลที่เข้าไปมีความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวกับคนที่มีคู่สมรสอยู่แล้ว โดยพจนานุกรมให้ความหมายไว้ว่า ชายที่ร่วมประเวณีกับภรรยาของผู้อื่น เรียกว่า “เป็นชู้” ส่วน หญิงที่ยังมีสามีอยู่แล้วไปร่วมประเวณีกับชายอื่น เรียกว่า “มีชู้” และยังมีคำว่า “เจ้าชู้” ซึ่งใช้เรียกชายหรือหญิงที่มีนิสัยใฝ่ในทางชู้สาว หรือมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับความรักความใคร่หลายทาง
คำว่า “ชู้” มักถูกใช้กับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นโดยมีบุคคลหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายมีคู่ครองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย หรือในบางกรณีอาจเป็นความสัมพันธ์ที่มีลักษณะคล้ายคู่ครองในทางพฤติการณ์ แต่หากมองในแง่กฎหมาย การฟ้องร้องเรื่องชู้มักต้องพิจารณาจากสถานะการสมรส หลักฐาน และพฤติการณ์ประกอบว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวจริงหรือไม่
ที่สำคัญ คำว่า “ชู้” ไม่ได้หมายถึงแค่การมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่ในคดีครอบครัว ศาลอาจพิจารณาจากพฤติการณ์อื่นร่วมด้วย เช่น การแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าเป็นคนรักกัน การไปมาหาสู่กันในลักษณะเกินปกติ การอยู่ร่วมกัน การโพสต์แสดงความสัมพันธ์ในโซเชียล หรือมีพฤติกรรมที่ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจได้ว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว
ในทางกฎหมายไทย ประเด็นเรื่องชู้เกี่ยวข้องกับ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 ซึ่งกล่าวถึงสิทธิในการเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่าย และจากบุคคลภายนอกที่มีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาว โดยกฎหมายเปิดช่องให้สามีหรือภริยาที่เสียหายสามารถเรียกค่าทดแทนได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น หากอธิบายแบบเข้าใจง่าย “ชู้” คือบุคคลที่เข้าไปมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับสามีหรือภรรยาของผู้อื่น จนกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว และอาจนำไปสู่การฟ้องหย่า หรือการเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ หากมีหลักฐานเพียงพอและเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
ฟ้องชู้ คืออะไร?
ฟ้องชู้ คือ การที่สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ใช้สิทธิฟ้องร้องเพื่อเรียก “ค่าทดแทน” จากบุคคลภายนอกที่เข้ามามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวกับคู่สมรสของตน จนทำให้ชีวิตคู่ได้รับความเสียหาย โดยประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 ซึ่งบัญญัติเรื่องสิทธิของคู่สมรสในการเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่าย และจากบุคคลภายนอกที่ล่วงเกินในทางชู้สาวตามเงื่อนไขของกฎหมาย
คำว่า “ชู้” ตามความหมายทางภาษา อ้างอิงได้จาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 โดยพิมพ์คำว่า “ชู้” ในการค้นหา ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงด้านภาษาไทยที่น่าเชื่อถือ โดยใช้ประกอบการอธิบายความหมายของคำว่า “ชู้” และ “เจ้าชู้” ได้
ในทางกฎหมาย การฟ้องชู้ไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ว่ามีการคบหากันหรือพูดคุยกันเท่านั้น แต่ต้องดูจากพฤติการณ์และหลักฐานประกอบ เช่น การแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับคู่สมรสของผู้อื่น การไปมาหาสู่กันในลักษณะเกินปกติ ข้อความแชท รูปภาพ คลิปวิดีโอ หรือพฤติกรรมอื่นที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาว ทั้งนี้ ศาลฎีกาเคยมีแนววินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิของคู่สมรสในการเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 โดยพิจารณาจากพฤติการณ์การแสดงตนและความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจริง
ดังนั้น หากถามว่า “ฟ้องชู้ คืออะไร” คำตอบแบบเข้าใจง่ายคือ การดำเนินคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าทดแทนจากบุคคลที่เข้ามามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับสามีหรือภรรยาของเรา โดยผู้ฟ้องควรเป็นคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอในการพิสูจน์ต่อศาล
เงื่อนไขการฟ้องชู้หรือมือที่สาม/หลักฐานในการฟ้องชู้
- ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 27 วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม กำหนดไว้ว่าบุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิ์และเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน
- เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ ในเรื่องพิจารณาที่ 4/2567 ให้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า “สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภรรยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภรรยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้” ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 27 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม ที่บัญญัติว่า “บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน
การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศจะกระทำมิได้”
แต่ให้บังคับใช้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 ต่ออีก 360 วัน ดังนั้นระยะเวลาที่ถูกวางไว้ ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1523 ก็จะสิ้นผลไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
- หลักเกณฑ์และเงือนไขเดิมในการฟ้องชู้ที่กำหนดว่า กรณีสามีฟ้องชู้คือฝ่ายชายเป็นฝ่ายฟ้องนั้น สามารถฟ้องได้ทันทีหากมีชายใดล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาว กรณีภริยาฟ้องชู้คือฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายฟ้องนั้น สามารถฟ้องได้หากมีการคบกับชู้โดยเปิดเผย
หลักเกณฑ์และเงือนไขในการฟ้องชู้ดังกล่าวจะใช้บังคับไม่ได้ เมื่อพ้นวันที่ 12 มิถุนายน 2568
- ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสามี(ชาย)หรือฝ่ายภริยา(หญิง)ก็สามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากบุคคลที่สามที่มาเป็นชู้กับคู่สมรสของแต่ละฝ่าย โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะทำกันโดยไม่เปิดเผยหรือในที่ลับ ก็สามารถฟ้องให้บุคคลที่สามชำระค่าทดแทนต่อศาลได้
หลักฐานเกี่ยวกับการเป็นชู้ เพื่อยืนและเสนอต่อศาล มีดังนี้
1.หลักฐานการสนทนากันระหว่างชู้กับคู่สมรสผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น Facebook Line Instagram
2.หลักฐานรูปถ่าย วีดีโอ ภาพถ่ายที่ได้จากการสืบชู้ รวมถึงคลิปหลุดที่ไม่ยอมให้เปิดเผย ที่แสดงให้เห็นว่าบุคลคลที่สาม “ชู้”กับคู่สมรส มีความสัมพันธ์กัน หลักฐานการถ่ายรูปเดี่ยวของฝ่ายชู้ ที่ถ่ายติดทรัพย์สินหรือสถานที่ของคู่สมรส เช่น ถ่ายในบ้าน คอนโด ถ่ายติดกับรถยนต์ นาฬิกา ที่เป็นของคู่สมรส
3.หลักฐานการเดินทางไปสถานที่ต่างๆของคู่สมรส เช่น บันทึกการเดินทาง Google Map หลักฐานการเข้าพักโรงแรม ใบเสร็จค่าที่โรงแรม
4.หลักฐานเกี่ยวกับการโอนเงินหรือการซื้อของให้กัน ระหว่างคู่สมรส เช่น สลิปการโอนเงิน ใบเสร็จค่าสินค้า
5.พยานที่รู้เห็นการเป็นชู้ ใครก็ได้ที่สามารถยืนยันว่าฝ่ายชู้กับคู่สมรสมีความสัมพันธ์กันในทางเป็นจชู้กัน
ดังนั้น หลักฐานดังกล่าวข้างต้นถ้านำมารวมกันก็เพียงพอที่จะฟ้องชู้ให้ใช้ค่าทดแทนได้
การฟ้องชู้หรือมือที่สาม ฟ้องศาลไหน
การฟ้องชู้ ถือเป็นคดีแพ่ง จึงต้องพิจารณาคดีที่ศาลเยาวชนและครอบครัว โดยมีหลักพิจารณากำหนดค่าทดแทน ว่าฝ่ายชู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าทดแทนให้แก่คู่สมรสอีกฝ่ายเป็นจำนวนเงินเท่าใด
โดยมีหลักเกณฑ์พิจารณาของศาลในการกำหนดค่าทดแทนโดยให้ศาลกำหนดพฤติการณ์ในคดี ดังนี้
มาตรา 1523 วรรคสอง กำหนดว่า สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้
วรรคสาม วางหลักว่า ถ้าสามีหรือภริยายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการตามมาตรา 1516 (1) หรือให้ผู้อื่นกระทำการตามวรรคสอง สามีหรือภริยานั้นจะเรียกค่าทดแทนไม่ได้
1.ฐานะทางสังคมและอาชีพการศึกษาของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายสามี ฝ่ายภริยา และฝ่ายชู้
2.จดทะเบียนสมรสกันมาเป็นระยะเวลานานแค่ไหน กล่าวคือ คู่ไหนจดทะเบียนสมรสกันมาเป็นระยะเวลานานก็มีโอกาศที่ศาลจะกำหนดค่าทดแทนให้เป้นจำนวนที่สูงตามพฤติการณ์
3.ได้มีการจัดงานแต่งงานกันหรือไม่ ขนาดของงานที่จัด มีแขกมาร่วมงานเป็นจำนวนมากหรือไม่
4.คู่สมรสมีบุตรด้วยกันหรือไม่ หากคู่สมรสมีบุตรด้วยกัน ศาลก็จะกำหนดค่าทดแทนเรื่องค่าเสียหายจากชู้เพิ่มเติมเพราะถือว่าทำให้ครอบครัวแตกแยกและมีผลกระทบต่อตัวบุตรผู้เยาว์
5.ความสัมพันธ์ในครอบครัวก่อนเกิดเหตุการณ์มีชู้
6.พฤติการณ์ในการเป็นชู้มีการเปิดเผยต่อสังคมขนาดไหน และระยะเวลาในการคบชู้ และฝ่ายชู้รู้หรือไม่ว่าอีกฝ่ายมีสามีหรือภริยาหรือไม่
7.มีการฟ้องหย่าประกอบไปด้วยหรือไม่ได้ทรัพย์สินจากการฟ้องหย่าไปด้วยหรือไม่
ดังนี้ โดยศาลจะพิจารณาจากองค์ประกอบเหล่านี้เพื่อกำหนดค่าทดแทน ว่าการคบชู้นั้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื้อเสียงและครอบครัวมากน้อยแค่ไหน และหากดำเนินการฟ้องชู้โดยไม่ประสงค์ฟ้องหย่าจะไม่สามารถเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสที่คบชู้ได้
การศาลพิพากษาให้ฝ่ายชู้ จ่ายค่าทดแทน ฟ้องชู้ แต่ชู้ไม่มีเงินจ่าย จะทำอย่างไร
ฟ้องชู้ แต่ชู้ไม่มีเงินจ่าย เป็นคดีแพ่ง และเป็นคดีประเภทที่ต้องขึ้นศาลชำนัญพิเศษ คือ ศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งเป็นศาลที่จัดตั้งพิเศษสำหรับพิจารณาคดีครอบครัว เช่น คดีหย่า คดีเรื่องบุตรผู้เยาว์ คดีข้อตั้งผู้อนุบาล และรวมถึงคดีชู้ ก็เป็นคดีที่ต้องขึ้นพิจารณาที่ศาลเยาวชนฯเช่นเดียวกัน
กระบวนพิจารณาที่ศาลเยาวชนและครอบครัว จะเน้นการไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความกัน มากกว่าการจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด และผู้พิพากษาก็จะมีเพิ่มมาจากคดีปกติ 2 คน คือผู้พิพากษาสมทบคดีครอบครัว และกระบวนพิจารณาต่างๆก็จะต่างจากคดีแพ่งปกติทั่วไป
เมื่อมีคำพิพากษาของศาลหรือคำสั่งศาลแล้ว เราจะรอวันว่าเมื่อไหร่เจ้าหนี้จะหมดสิทธิเรื่องของการบังคับคดี ที่พูดกันคือ การยึดทรัพย์ ระยะเวลาของการบังคับคดีนับอย่างไรและมีเวลาเท่าไหร่
ป.วิ.แพ่ง มาตรา 274 ระยะเวลาบังคับคดี 10 ปี นับแต่มีคำพิพากษา หรือคำสั่งศาล
วิธีการร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง มี 3 ขั้นตอน เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องปฏิบัติให้ครบ ดังนี้
1. เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี
2. เจ้าหนี้ต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าศาลได้ออกหมายบังคับคดีแล้ว
3. เจ้าหนี้ต้องแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ยึดทรัพย์สิน ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา
การบังคับคดี คดีที่คู่ความฝ่ายหนึ่งฟ้องคดีต่อศาล เพื่อเรียกให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งชดใช้ค่าเสียหายเป็นตัวเงิน หรือให้กระทำ หรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งหากศาล ตัดสินให้ฝ่ายใดชนะแล้วคู่ความฝ่ายที่แพ้(ฝ่ายที่เป็นชู้) ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่ง หรือตามทำตามคำพิพากษาของศาลจึงต้องมีการบังคับให้ปฏิบัติตาม ซึ่งการที่จะบังคับดังกล่าวคู่ความที่ชนะคดีจะไปบังคับเองไม่ได้ แต่จะต้องกระทำ โดยขอให้เจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายกำ หนดอำนาจ และหน้าที่ไว้ซึ่งก็คือ “เจ้าพนักงานบังคับคดี” โดยปัจจุบัน ก็คือ เจ้าพนักงานที่สังกัดกรมบังคับคดี
วิธีการบังคับคดี
จะต้องขอให้ออกหมายบังคับคดีและ แต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีก่อน เมื่อศาลดำเนินการให้แล้ว ท่านก็ไปติดต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการบังคับคดีให้ ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีก็จะดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ของคู่ความฝ่ายที่เป็นชู้ให้
การที่จะขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำ การยึดทรัพย์ให้ ท่านต้องเตรียมหลักฐานเพื่อประกอบการบังคับคดีไปพบกับ เจ้าพนักงานบังคับคดี ณ ที่ทำการด้วย ดังนี้
- กรณีจะยึดอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง อาคารชุด/ห้องชุด ส่วนควบที่คิดกับที่ดิน
- กรณีจะยึดสังหาริมทรัพย์ เช่น รถยนต์ เงินสด เงินในบัญชีเงินฝากะนาคาร ทรัพย์สินภายในบ้าน
สิ่งที่โจทก์สามารถทำได้ หลังจากได้รับคำพิพากษาให้ชู้จ่ายค่าเสียหายแล้ว คือ
- ยึดทรัพย์สินในอนาคต เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์
แม้ปัจจุบันชู้จะไม่มีทรัพย์สิน แต่คำพิพากษาก็จะมีผลบังคับใช้ไปอีก 10 ปี หากระหว่างนั้นชู้มีทรัพย์สินหรือมีรายได้เข้ามา ก็สามารถยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อบังคับคดีและยึดทรัพย์สินนั้นได้
- อายัดเงินเดือน
หากชู้ทำงานประจำและมีเงินเดือน ก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่ออายัดเงินเดือนมาชำระหนี้ได้
- มีผลต่อการใช้ชีวิต
การมีคำพิพากษาติดตัวจะทำให้ชู้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เพราะอาจมีทรัพย์สินถูกยึดในภายหลัง
- หากชู้ไม่มีอะไรเลย ตลอดช่วงเวลา 10 ปี
หากครบ 10 ปีแล้วยังไม่มีการบังคับคดี ก็จะถือว่าคดีสิ้นสุดลง
การที่คนสองคนและใจสองใจมาพบกันจนทำให้เกิดความรักต่อกัน อยากจะสร้างครอบครัวและใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไปตลอดชีวิต แต่ปัญหาอุปสรรคที่ทำให้ชีวิตคู่ ของหลายๆคู่จบลงจนไม่สามารถใช้ชีวิตคู่ร่วมกันต่อไปได้ “คือปัญหาการนอกใจในชีวิตคู่หรือที่ชอบเรียกกันว่า มือที่สาม” กล่าวคือ การฟ้องเรียกค่าทดแทนจากบุคลคลที่ล่วงเกินคู่สมรส แม้ว่าปัญหาการนอกใจในสังคมปัจจุบันจะถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่กฎหมายก็ให้ความคุ้มคลองคู่สมรสที่ถูกนอกใจให้มีสิทธิได้รับค่าทดแทน
อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับมาตรากฏหมายในการ ฟ้องชู้
ค่าจ้างทนาย ฟ้องชู้ แต่ชู้ไม่มีเงินจ่าย ราคาเท่าไหร่
เนื่องจากทนายความไม่สามารถประกาศหรือโฆษณา ค่าจ้างทนาย ในเว็บไซต์ได้ เนื่องด้วยข้อบังคับของสภาทนายความ ห้ามมิให้ทนายความโฆษณา หรือประกาศอัตราค่าจ้างว่าความ หรือโฆษณาว่าจะไม่เรียกร้องค่าทนาย ตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วย มารยาททนายความ พ.ศ. 2529 ข้อ 17
สอบถามค่าจ้างทนายความ ในการฟ้องลูกหนี้ ผ่านช่องทางไหนได้บ้าง
- ทางโทรศัพท์ 02-1252511
- ปรึกษาทนายฟรี @tiwanonlaw
- Facebook : สำนักงานทนายความติวานนท์
- E-mail : info@tiwanonlaw.com
- แผนที่ สำนักงานทนายความติวานนท์
ขอแนะนำให้ท่าน มาพบทนายด้วยตนเองดีที่สุด เพราะการสอบข้อเท็จจริงที่ดีที่สุดระหว่างทนายความกับลูกความ คือการมานั่งคุยกันต่อหน้า การคุยกันทางโทรศัพท์ ทางไลน์ ทางอีเมล์ อย่างไรเสียก็สู้มานั่งคุยกันต่อหน้าไม่ได้ เพราะทำให้เข้าใจข้อเท็จจริงต่างๆได้ละเอียดกว่า และสามารถซักถาม ทำความเข้าใจและจับกิริยาอาการต่างๆได้ดีที่สุด
หากท่านกำลังพิจารณาฟ้องชู้และต้องการคำปรึกษาทางกฎหมาย รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและขั้นตอน สามารถศึกษาข้อมูล บริการฟ้องชู้ ของเราเพิ่มเติมได้


