สำนักงานทนายความติวานนท์

ครอบครองปรปักษ์ มาตรา 1382 | เงื่อนไข ขั้นตอน และวิธีป้องกัน

ครอบครองปรปักษ์ มาตรา 1382 เงื่อนไข ขั้นตอน และวิธีป้องกัน
510

อธิบาย ครอบครองปรปักษ์ ตามกฎหมายไทยแบบเข้าใจง่าย ครอบคลุม 4 ข้อ ประเภทที่ดิน ขั้นตอนฟ้องศาล วิธีที่เจ้าของที่ดินใช้ปกป้องกรรมสิทธิ์ได้จริง

สารบัญ

มีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินอยู่ในโฉนด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถปล่อยที่ดินทิ้งไว้โดยไม่ดูแลได้ตลอดไป เพราะหากมีบุคคลอื่นเข้ามาครอบครอง ใช้ประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดินอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ข้อพิพาทเรื่อง ครอบครองปรปักษ์ และในบางกรณีผู้ครอบครองอาจได้รับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นตามกฎหมายได้

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 การได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ต้องมีองค์ประกอบสำคัญ เช่น เป็นการครอบครองโดยสงบ เปิดเผย และมีเจตนาเป็นเจ้าของ โดยอสังหาริมทรัพย์ต้องครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จึงจะเข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของที่ดินที่กังวลว่ามีผู้อื่นเข้ามาใช้พื้นที่ หรือเป็นผู้ที่ครอบครองที่ดินมาเป็นเวลานาน ก็ควรเข้าใจว่า ครอบครองปรปักษ์คืออะไร มีเงื่อนไขอย่างไร ต้องใช้หลักฐานอะไร และเจ้าของที่ดินสามารถป้องกันสิทธิของตนเองได้อย่างไร บทความนี้จะอธิบายหลักเกณฑ์ตามมาตรา 1382 ขั้นตอนทางกฎหมาย และข้อควรรู้ที่สำคัญค่ะ

 

ครอบครองปรปักษ์ คืออะไร?

การครอบครองปรปักษ์ ถือเป็นการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ซึ่งระบุว่า “บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบ โดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปี ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์”
หมายถึง หากคุณครอบครองที่ดินของคนอื่นมาเป็นเวลานานพอ โดยทำตัวเสมือนเป็นเจ้าของจริงๆ เช่น สร้างบ้าน ทำกิน หรือดูแลรักษาเป็นต้น กฎหมายอาจให้สิทธิ์คุณในการอ้างความเป็นเจ้าของที่ดินนั้นได้

 

การครอบครองปรปักษ์ มีหลักเกณฑ์อย่างไร

การครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมาย สามารถเกิดขึ้นได้ 2 กรณี ดังนี้

1) การครอบครองปรปักษ์ทรัพย์สินที่ไม่ได้มาจากการกระทำความผิด
2) การครอบครองปรปักษ์ทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด มีหลักเกณฑ์ คือ

    2.1 การครอบครองปรปักษ์ทรัพย์สินที่ไม่ได้มาจากการกระทำความผิด เป็นกรณีที่กำหนดไว้ในมาตรา 1382 กล่าวคือ บุคคลที่จะได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของผู้อื่น จะต้องเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ เป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันโดยไม่ขาดตอน ซึ่งกรณีของอสังหาริมทรัพย์ต้องครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ส่วนสังหาริมทรัพย์ต้องครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี โดยทรัพย์สินที่จะเข้าครอบครองปรปักษ์ได้ต้องเป็นทรัพย์สินที่สามารถถือกรรมสิทธิ์ได้ด้วย ซึ่งมีได้ทั้งอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ที่ดินที่มีโฉนด หรือสังหาริมทรัพย์พิเศษ ได้แก่ เรือที่มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป แพ สัตว์พาหนะ หรือสังหาริมทรัพย์ทั่วไป เช่น แหวน รถยนต์ ทองคำ เป็นต้น

    2.2 การครอบครองปรปักษ์ทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด เป็นกรณีที่กำหนดไว้ในมาตรา 1383 กล่าวคือ บุคคลที่ได้ทรัพย์สินมาจากการกระทำความผิดอาญาหรือผู้ที่รับโอนทรัพย์สินมาโดยไม่สุจริต นอกจากจะต้องครอบครองทรัพย์สินนั้นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของแล้ว ยังต้องครอบครองต่อเนื่องกันมาจนพ้นกำหนดอายุความอาญาหรือพ้นระยะเวลา 5 ปี หรือ 10 ปี ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แล้วแต่ระยะเวลาใดจะยาวกว่ากันด้วย จึงจะได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ทรัพย์สินนั้น 

บุคคลที่จะได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโดยการครอบครองปรปักษ์จะต้องเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดอย่างครบถ้วน ในกรณีที่เป็นสังหาริมทรัพย์บุคคลที่ครอบครองปรปักษ์จะได้กรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ทันทีเมื่อครอบครองครบตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด แต่กรณีที่เป็นอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์พิเศษบุคคลที่ครอบครองปรปักษ์จะได้กรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ตนได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ครอบครองปรปักษ์ แล้วนำไปจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เสียก่อน จึงจะเป็นผู้ที่มีกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย   

การครอบครองปรปักษ์เป็นการได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโดยผลของกฎหมาย ซึ่งไม่เพียงแต่มีผลกระทบต่อตัวเจ้าของทรัพย์สินเดิมเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบถึงผู้ครอบครองปรปักษ์และบุคคลภายนอก อีกทั้งยังเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงในสังคมอย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสมของกฎหมายดังกล่าว ดังนั้น จึงควรมีการทบทวนหลักเกณฑ์ของกฎหมายเกี่ยวกับการครอบครองปรปักษ์ให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน โดยต้องคำนึงถึงสิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมกับประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสังคมโดยรวมประกอบด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

 

ที่ดินประเภทไหน ถูกครอบครองปรปักษ์ได้บ้าง?

การครอบครองปรปักษ์ต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีกรรมสิทธิ์ เช่น โฉนด โฉนดตราจอง หรือเอกสารกรรมสิทธิ์ประเภทอื่น ส่วนทรัพย์ประเภทที่มีเพียงสิทธิครอบครอง เช่น ส.ค.1 หรือ น.ส.3 หรือ น.ส.3 ก. ไม่สามารถครอบครองปรปักษ์ได้

เอกสารสิทธิ์ ครอบครองปรปักษ์ได้?
โฉนดที่ดิน ✅ ได้
โฉนดตราจอง ✅ ได้
น.ส.3 / น.ส.3ก. ❌ ไม่ได้
ส.ค.1 ❌ ไม่ได้
ที่ดินมือเปล่า ❌ ไม่ได้

 

นอกจากนี้ หากที่ดินดังกล่าวทางราชการเพิ่งจะออกโฉนดที่ดิน ระยะเวลาที่ครอบครองก่อนที่ดินจะออกโฉนดจะไม่นำมานับรวมเพื่อได้สิทธิ์ ที่ดินมีการออกโฉนดเมื่อใดก็เริ่มนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นไปจนครบสิทธิ์ 10 ปี จึงจะได้กรรมสิทธิ์

 

ที่ดิน น ส. 3 ก. ครอบครองปรปักษ์ ได้ไหม

ที่ดินที่เป็นเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. นั้นไม่สามารถครอบครองปรปักษ์ได้ เพราะว่า นส.3 ก. เป็นเพียงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน และสิทธิ์ในการครอบครองเท่านั้น โดยไม่ได้แสดงถึงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แต่ นส.3 ก. สามารถถูก “แย่งการครอบครอง” ได้ด้วยการครอบครองโดยสงบ เปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของ ติดต่อกันเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งวิธีการป้องกัน “ผู้ที่ถูกแย่งสิทธิการครอบครอง” ต้องทำการฟ้องคดีต่อผู้แย่งการครอบครองภายใน 1 ปี 

นอกจากนี้แล้ว ยังมีทรัพย์บางประเภทที่ไม่สามารถครอบครองปรปักษ์ได้ เช่น ทรัพย์ของทางราชการที่ราชพัสดุ ที่ธรณีสงฆ์ ไม่ว่าจะครอบครองมานานเท่าไหร่ก็ไม่มีสิทธิร้องต่อศาลเพื่อขอกรรมสิทธิ์ได้

 

ครอบครองปรปักษ์ กับ อยู่โดยอาศัยสิทธิ ต่างกันอย่างไร?

             ในคดีที่ดินประเภทครอบครองปรปักษ์ มักจะมีประเด็นที่ต้องพิจารณากันอยู่เสมอว่า การครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้น เป็นการกระทำโดยถือวิสาสะ หรือเป็นการครอบครองอย่างปรปักษ์ ทั้งนี้เพราะทั้งสองกรณีมีความใกล้เคียงกัน แต่ผลที่ได้จะแตกต่างกันมาก

ตัวอย่างเช่น หากลุงอนุญาตให้หลานมาอาศัยอยู่ในที่ดิน หลานครอบครองมา 15 ปีก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ เพราะถือว่าอยู่โดยอาศัยสิทธิ ไม่ใช่ครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ

 

การครอบครองปรปักษ์ ระยะเวลากี่ปี

การนับระยะเวลาครอบครอง: สิ่งที่หลายคนไม่รู้ สำหรับการครอบครองปรปักษ์
1. การครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของผู้อื่น จะต้องครอบครองเป็นระยะเวลา 10 ปี
2. การครอบครองสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของผู้อื่น จะต้องครอบครองเป็นระยะเวลา 5 ปี

 

การครอบครองปรปักษ์ ต้องจดทะเบียนสิทธิไหม

เมื่อครอบครองปรปักษ์ครบกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขแล้วต้องจดทะเบียนสิทธิ เพื่อให้ได้กรรมสิทธิ์ทางทะเบียนที่สมบูรณ์และสามารถโอนหรือทำนิติกรรมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีรายละเอียดดังนี้

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง ระบุว่า หากยังไม่ได้จดทะเบียนสิทธิจะส่งผลให้

1.ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้โดยชื่อในโฉนดที่ดินยังคงเป็นของเจ้าของเดิม
2.ไม่สามารถโอน ขาย หรือจำนองได้: สำนักงานที่ดินจะไม่รับทำนิติกรรมใดๆ จนกว่าจะมีคำสั่งศาลและจดทะเบียนเรียบร้อย
3.เสียสิทธิหากมีบุคคลภายนอกสุจริต: หากเจ้าของเดิมนำที่ดินไปขายต่อให้บุคคลอื่นที่สุจริต เสียค่าตอบแทน และจดทะเบียนสิทธิโดยถูกต้อง บุคคลภายนอกนั้นจะมีสิทธิ์ดีกว่าผู้ครอบครองปรปักษ์ที่ยังไม่ได้จดทะเบียน

 

การครอบครองปรปักษ์ มาตรา

มาตรา 1382 ระบุว่า “บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบ และโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์”

 

การครอบครองปรปักษ์ขาดตอน คือ

การครอบครองปรปักษ์ขาดตอน ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 1384) หมายถึง การที่บุคคลซึ่งอยู่ระหว่างการครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นเพื่อจะได้กรรมสิทธิ์ตามมาตรา 1382 ถูกแย่งการครอบครอง หรือขาดการครอบครองทรัพย์สินนั้นไป โดยไม่ได้กลับคืนมาภายในเวลา 1 ปี หรือไม่ได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนภายใน 1 ปี

ผลของการครอบครองปรปักษ์ขาดตอน

  1. ระยะเวลาที่ครอบครองมาเดิมถือเป็นอันสิ้นผล เวลาที่เคยครอบครองสะสมมาทั้งหมดจะถูกยกเลิก ไม่สามารถนำมานับต่อได้
  2. หากกลับมาครอบครองใหม่: ต้องเริ่มนับระยะเวลาการครอบครองปรปักษ์ใหม่ตั้งแต่วันที่เข้าครอบครองรอบใหม่ (เช่น สังหาริมทรัพย์นับใหม่ให้ครบ 5 ปี หรืออสังหาริมทรัพย์นับใหม่ให้ครบ 10 ปี)

สาเหตุหลักที่ทำให้การครอบครองปรปักษ์ขาดตอน

  • การถูกแย่งการครอบครอง เจ้าของเดิมหรือบุคคลอื่นเข้ามายึดถือครอบครองทรัพย์สินนั้น และผู้ครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ฟ้องเอาคืนภายใน 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375
  • การสละเจตนาครอบครอง ผู้ครอบครองทิ้งร้าง ละทิ้งทรัพย์สิน หรือแสดงเจตนาถอนตัวจากการเป็นเจ้าของ
  • การยินยอมให้เจ้าของเดิมใช้ประโยชน์ ผู้ครอบครองยอมรับสิทธิของเจ้าของเดิม เช่น การขอเช่า หรือทำสัญญาอนุญาตให้ใช้อาคาร/ที่ดิน
  • การถูกฟ้องร้องคดี เจ้าของเดิมยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขับไล่หรือเอาคืนซึ่งการครอบครองก่อนครบกำหนดเวลา

 

ขั้นตอนการร้องขอครอบครองปรปักษ์

เมื่อครอบครองครบระยะเวลาตามกฎหมายแล้ว ผู้ครอบครองไม่ได้ได้กรรมสิทธิ์โดยอัตโนมัติ แต่ต้องดำเนินการผ่านกระบวนการทางกฎหมายดังนี้

ขั้นที่ 1 — รวบรวมพยานหลักฐาน

อาจใช้พยานเอกสาร เช่น ใบเสร็จค่าสาธารณูปโภค ภาษีที่ดิน หรือหลักฐานการปลูกสร้างบ้าน เพื่อช่วยยืนยันว่ามีการครอบครองจริงในระยะยาว นอกจากนี้ยังอาจให้ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงมาให้การว่าผู้ร้องได้อยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้นจริงหรือไม่ และอยู่อย่างต่อเนื่องครบระยะเวลา 10 ปีตามที่กล่าวอ้างหรือไม่

ขั้นที่ 2 — ยื่นคำร้องต่อศาล

ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งในเขตพื้นที่ที่ที่ดินตั้งอยู่ เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งรับรองกรรมสิทธิ์

ขั้นที่ 3 — เจ้าของเดิมมีสิทธิ์คัดค้าน

ในกระบวนการนี้ เจ้าของที่ดินตัวจริงยังมีสิทธิ์เข้ามาคัดค้านได้ หากเห็นว่าการครอบครองของผู้ร้องไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เช่น เจ้าของเดิมอาจยืนยันว่าผู้ร้องเพียงแค่ขออาศัยอยู่ชั่วคราว หรือมีการอนุญาตให้ใช้พื้นที่เท่านั้น

ขั้นที่ 4 — นำคำพิพากษาจดทะเบียนที่กรมที่ดิน

ผู้ได้มาต้องยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอันถึงที่สุด แสดงว่าตนมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว

 

เจ้าของที่ดินป้องกันตัวเองได้อย่างไร?

ความลำบากอย่างหนึ่งของคนที่มีที่ดินมาก ๆ คือ ลืมไปว่ามี เจ้าของที่ดินหลายคนและหลายครั้งที่อาจละเลยหรือลืมไปว่าตัวเองมีที่ดินที่ปล่อยให้รกร้างอยู่ที่ไหนไว้บ้าง กว่าจะมารู้ตัวอีกทีคือได้รับหมายจากศาล

วิธีป้องกันที่ได้ผลมีดังนี้

    1. หมั่นตรวจสอบที่ดินสม่ำเสมอ โดยเฉพาะที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ควรเดินตรวจและบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน
    2. คัดค้านทันทีเมื่อพบการบุกรุก เมื่อพบว่าคนมาครอบครองที่ดินของเราโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้รีบคัดค้านหรือโต้แย้งทันที เพื่อให้ย้ายออก แต่ถ้าหาข้อตกลงร่วมกันได้ หากเขาอยากใช้ที่ดินต่อก็ให้ทำสัญญาเช่าที่ดิน
    3. ชิงฟ้องหรือโอนก่อนครบ 10 ปี หากเจ้าของที่ดินรู้ว่าใกล้จะครบ 10 ปี ก็ชิงขายก่อนหรือชิงฟ้องขับไล่ไปก่อนได้ทั้งสิ้น แต่หากขับไล่แล้วไม่ไป ก็ไม่ต้องกลัว เพราะถือว่าเหตุการณ์เริ่มไม่สงบ
    4. เสียภาษีที่ดินอย่างสม่ำเสมอ การเสียภาษีที่ดินหรือโรงเรือนให้ถูกต้องตามกฎหมายเป็นหนึ่งในหลักฐานที่แสดงว่าเจ้าของยังคงรับรู้และดูแลทรัพย์สินของตน

 

ขั้นตอนการฟ้องครอบครองปรปักษ์มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

1.เตรียมเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้

1.1 เอกสารหลักฐานการครอบครอง

  • ภาพถ่ายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในช่วงเวลาต่างๆ (ยิ่งเก่ายิ่งดี)
  • ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีบำรุงท้องที่หรือภาษีโรงเรือน
  • ใบเสร็จค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ
  • สัญญาซื้อขาย หรือเอกสารการได้มาซึ่งการครอบครอง
  • ทะเบียนบ้าน (ถ้ามี)

1.2 เอกสารเกี่ยวกับที่ดิน

  • สำเนาโฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิ์ 
  • แผนที่ที่ดินแสดงอาณาเขตที่ครอบครอง
  • หนังสือรับรองการทำประโยชน์จากผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน

1.3 เอกสารประกอบอื่นๆ

  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ฟ้อง
  • พยานบุคคลที่สามารถยืนยันการครอบครองต่อเนื่อง
  • บันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจ (กรณีมีข้อพิพาท)

 

2.การเลือกศาลที่จะฟ้อง

ต้องฟ้องที่ศาลที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่  ถ้าทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท ฟ้องที่ศาลแขวง / ถ้าทุนทรัพย์เกิน 300,000 บาท ฟ้องที่ศาลจังหวัด

 

3.การเตรียมคำฟ้อง ต้องระบุรายละเอียดสำคัญในคำฟ้อง 

  • ข้อมูลผู้ฟ้องและผู้ถูกฟ้อง
  • รายละเอียดที่ดินที่พิพาท
  • ประวัติการครอบครองโดยละเอียด
  • คำขอต่อศาล (ขอให้ศาลพิพากษาว่าได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์

 

มีวิธีป้องกันไม่ให้ถูกครอบครองปรปักษ์อย่างไรบ้าง?

  • ตรวจเช็คที่ดินเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ติดป้ายหรือล้อมรั้วที่ดินให้ชัดเจน ว่าที่ดินนี้มีเจ้าของแล้ว
  • ถามไถ่ชาวบ้านละแวกใกล้เคียง ว่ามีใครมาใช้ที่ดินของเราหรือไม่
  • ตรวจหลักหมุดที่ดินเช็คว่าหลักหมุดมีการเคลื่อนย้าย ชำรุดหรือไม่
  • ทำรังวัดที่ดินอย่างน้อยทุก 5 ปี เพื่อตรวจสอบที่ดินว่าเพิ่มหรือลดลงหรือไม่
  • ถ้าพบผู้อื่นเข้ามาครอบครองหรืออยู่อาศัย ควรให้ทำสัญญาเช่า จะซื้อจะขาย ขับไล่ โต้แย้งทันที
  • สังเกตว่ามีรอยทางเดินผ่าน ทางรถวิ่งผ่านประจำหรือไม่
  • เสียภาษีที่ดิน หรือโรงเรือนให้ถูกต้องตามกฎหมาย

 

ตัวอย่างคดีจริงจากคำพิพากษาศาลฎีกา

  • ฎ. 2595/2541

จำเลยเข้าครอบครองและปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาทมากว่า 10 ปี จนจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์มาก่อนที่โจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทมาจากเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม

  • ฎ. 5874/2538

จำเลยได้ชำระเงินค่าที่ดินแก่ผู้ขายเป็นจำนวนมากแล้ว และผู้ขายมอบที่ดินพิพาทให้จำเลยครอบครองติดต่อกันมาเป็นเวลานับสิบปีโดยไม่ปรากฏว่ามีฝ่ายใดได้ติดต่อหรือเรียกร้องให้มีการชำระหนี้และไปจดทะเบียนโอนที่ดิน ศาลวินิจฉัยว่าเข้าหลักเกณฑ์ครอบครองปรปักษ์แล้ว

  • ฎ. 80/2517

บิดามารดาครอบครองมาก่อนแล้วส่งมอบการครอบครองให้บุตร บุตรสามารถนับระยะเวลาที่บิดามารดาครอบครองรวมเข้าไปได้

 

สรุป

ครอบครองปรปักษ์เป็นกฎหมายที่ดูเหมือนเอื้อประโยชน์ให้กับผู้บุกรุก แต่แท้จริงแล้วเป็นกลไกที่กฎหมายสร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เจ้าของที่ดินดูแลทรัพย์สินของตนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า หากคุณเป็นเจ้าของที่ดิน สิ่งที่ดีที่สุดคือหมั่นตรวจสอบทรัพย์สินและตอบสนองต่อการบุกรุกทันทีที่พบ

หากคุณกำลังเผชิญปัญหาครอบครองปรปักษ์ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเจ้าของที่ดินที่ต้องการปกป้องสิทธิ์ หรือฝ่ายผู้ครอบครองที่ต้องการดำเนินการตามกฎหมาย การปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านคดีที่ดินตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพที่สุด

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ครอบครองปรปักษ์ต้องใช้เวลากี่ปี?
A: อสังหาริมทรัพย์ที่มีโฉนด ต้องครอบครองต่อเนื่อง 10 ปี ส่วนสังหาริมทรัพย์ครอบครอง 5 ปี โดยนับเฉพาะช่วงที่ครอบครองต่อเนื่องจริงเท่านั้น

Q2: ที่ดิน น.ส.3 ถูกครอบครองปรปักษ์ได้ไหม?
A: ไม่ได้ กฎหมายกำหนดว่าต้องเป็นที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ (โฉนด) เท่านั้น ที่ดิน น.ส.3 หรือ ส.ค.1 ไม่อยู่ในข่ายนี้

Q3: ถ้าเจ้าของที่ดินยังจ่ายภาษีอยู่ จะโดนครอบครองปรปักษ์ไหม?
A: การจ่ายภาษีเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของ แต่ไม่ใช่เครื่องป้องกันที่แน่นอน 100% เพราะศาลจะพิจารณาพฤติการณ์ครอบครองโดยรวม สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องแสดงตนเป็นเจ้าของและคัดค้านการบุกรุกอย่างชัดเจน

Q4: ถ้าครอบครองครบ 10 ปีแล้ว กรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือเองเลยไหม?
A: ไม่ กรรมสิทธิ์ไม่ได้เปลี่ยนโดยอัตโนมัติ ผู้ครอบครองต้องยื่นฟ้องต่อศาลและนำคำพิพากษาไปจดทะเบียนที่กรมที่ดินก่อนจึงจะมีผลทางกฎหมาย

 

ปรึกษาทนายความคดีครอบครองปรปักษ์ กับ สำนักงานกฎหมายติวานนท์

หากคุณกำลังเจอปัญหาเรื่องที่ดิน เช่น พบว่ามีผู้อื่นเข้ามาครอบครองที่ดินของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่แน่ใจว่าที่ดินที่ครอบครองอยู่มีสิทธิ์ยื่นขอกรรมสิทธิ์ได้หรือไม่ ได้รับหมายศาลในคดีครอบครองปรปักษ์แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน สามารถปรึกษาสำนักงานกฎหมายติวานนท์ ได้เลย

ทีมทนายความนนทบุรี ทนายความสมุทรสาคร และทีมทนายความสมุทรปราการ พร้อมช่วยวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดิน วางแนวทางคดี เจรจา ไกล่เกลี่ย และดำเนินคดีในชั้นศาล เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิของตัวเองและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

เพราะคดีครอบครองปรปักษ์หลายเรื่อง หากเริ่มต้นถูกทางตั้งแต่แรก ก็ช่วยลดความเสี่ยง ประหยัดเวลา และเพิ่มโอกาสในการรักษากรรมสิทธิ์ที่ดินได้ดีกว่าเดิม

 

หาทนาย ยื่นคำร้องการขอครอบครองปรปักษ์

ติดต่อทนายให้ดำเนินคดีครอบครองปรปักษ์  ก่อนที่คุณจะตัดสินใจดำเนินคดีครอบครองปรปักษ์สามารถปรึกษาทนายก่อนไปศาล ได้ที่สำนักงานทนายความติวานนท์ ผ่านช่องทางติดต่อ ดังต่อไปนี้

แหล่งที่มาและเอกสารอ้างอิง

  1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 — บทบัญญัติว่าด้วยการครอบครองปรปักษ์
  2. กรมที่ดิน — การจดทะเบียนได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2497): https://www.dol.go.th
  3. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา — บทความ “การครอบครองปรปักษ์”: https://www.senate.go.th/view/386/News/Latest/139/TH-TH
  4. Thai PBS — “ครอบครองปรปักษ์ เจ้าของที่ดินต้องรู้ก่อนสูญเสียกรรมสิทธิ์” (มกราคม 2569): https://www.thaipbs.or.th/news/content/337010
  5. DDproperty — “หลักฐานครอบครองปรปักษ์ที่เจ้าของที่ดินควรรู้ ดูข้อกฎหมาย มาตรา 1382″: https://www.ddproperty.com
  6. ธนาคารไทยพาณิชย์ — “แบบไหนเข้าข่ายครอบครองปรปักษ์ คนมีที่ดินควรรู้”: https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/grow-your-wealth/hostile-possession
  7. สำนักงานทนายความ ศรีสังข์ (Srisunglaw) — “8 ข้อต้องรู้ในการสู้คดีครอบครองปรปักษ์”: https://srisunglaw.com/acquisitiveprescription
  8. สำนักงานทนายความ ศรีสังข์ (Srisunglaw) — “ตัวอย่างคดีครอบครองปรปักษ์แบบมีผู้คัดค้าน”: https://srisunglaw.com/ครอบครองปรปักษ์
  9. สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย — “รู้ทันเล่ห์กล ครอบครองปรปักษ์” (กุมภาพันธ์ 2567): https://tja.or.th/view/highlight/1450160
  10. Bangkok Assets — “ครอบครองปรปักษ์คืออะไร สรุปหลักกฎหมายสำคัญที่เจ้าของที่ดินต้องรู้” (มีนาคม 2569): https://www.bangkokassets.com/articledetail/823
  11. MKC Legal — “ครอบครองปรปักษ์ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382″: https://www.mkclegal.com/ครอบครองปรปักษ์
  12. Tidlor — “การครอบครองปรปักษ์คืออะไร ไม่อยากเสียที่ดินให้คนอื่นต้องทำยังไง” (สิงหาคม 2567): https://www.tidlor.com/th/article/lifestyle/general/what-is-adverse-possession
  13. สำนักงานทนายธนู — “คดีครอบครองปรปักษ์ที่ดิน”: https://www.thanulegal.com
  14. TB.co.th — “เข้าใจกฎหมายครอบครองปรปักษ์ ต้องรู้ก่อนสูญเสียบ้าน-ที่ดินให้คนอื่น”: https://tb.co.th/article/home-knowledge/what-is-adverse-possession

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการฟ้องคดีแพ่ง ฟ้องคดีอาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ฟ้องชู้ ฟ้องขับไล่ ฟ้องลูกหนี้
การทำงานครอบคลุมถึง การออกโนติส การฟ้องคดีโดยตรง การทำงานร่วมกับตำรวจและพนักงานอัยการ
การร้องขอความเป็นธรรม การประกันตัวผู้ต้องหา การไต่สวนมูลฟ้อง การเขียนคำให้การของจำเลย การฟ้องแย้ง
การยื่นอุทธรณ์และการยื่นฎีกา รวมทั้งการสืบทรัพย์ การบังคับคดี และการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

อัตราค่าจ้างทนาย ต้องสอบถามทางบริษัทเท่านั้น สามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อทนาย
โทร
แชทไลน์
อีเมล
สำนักงาน
ทนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฏหมาย
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
อ่านบทความล่าสุด