สำนักงานทนายความติวานนท์

10 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนยื่นฟ้องหย่า รู้เขา รู้เรา หย่า 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้ง

10 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนยื่นฟ้องหย่า รู้เขา รู้เรา หย่า 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้ง
0

ฟ้องหย่าใช้เงินเท่าไหร่ เหตุฟ้องหย่ามีอะไรบ้าง ฟ้องหย่าฝ่ายเดียวได้ไหม แยกกันอยู่กี่ปีจึงจะฟ้องหย่าได้ นี่คือคำถามที่พบบ่อย

สารบัญ

“เมื่อคำว่าตลอดไปมีวันสิ้นสุด เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการฟ้องหย่าอย่างถูกต้อง” การแต่งงานเริ่มต้นด้วย “คำสัญญา” ว่าจะอยู่ร่วมกันตลอดไป แต่ในความเป็นจริง ชีวิตคู่ของหลายคนอาจเดินทางมาถึงทางตันที่ไม่สามารถปรับตัวเข้าหากันได้อีกต่อไป เมื่อความสัมพันธ์พังทลายลงและไม่สามารถตกลงแยกทางกันด้วยดีได้ “การฟ้องหย่า” ผ่านกระบวนการทางศาล จึงกลายเป็นทางออกสุดท้ายที่ดีที่สุดสำหรับคู่สมรสที่ต้องการจะหย่า ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ การฟ้องหย่าไม่ใช่เพียงแค่การยุติความสัมพันธ์บนแผ่นกระดาษ แต่คือ กระบวนการทางกฎหมายที่ช่วยปกป้องสิทธิ์ รักษาศักดิ์ศรี และจัดสรรภาระหน้าที่ในอนาคตได้อย่างเป็นธรรม ทั้งเรื่องของการแบ่งสินสมรส และสิทธิในการดูแลบุตร การก้าวผ่านสมรภูมิอารมณ์และกระบวนการทางกฎหมาย จึงจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจ หลักฐานที่แน่นหนา หัวใจที่เด็ดเดี่ยว เพื่อปิดฉากอดีตอย่างสมบูรณ์และเปิดประตูสู่ชีวิตใหม่ได้อย่างมั่นคง

 

1.ฟ้องหย่าใช้เงินเท่าไหร่

สำหรับค่าใช้จ่ายฟ้องหย่าเริ่มต้นประมาณ 20,000-50,000 บาท ไม่รวมค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งคิดตามประเภทคดีและทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง ผู้มีรายได้น้อยสามารถขอยกเว้นค่าธรรมเนียมได้

ค่าทนายความฟ้องหย่า

เป็นค่าใช้จ่ายหลักที่ใหญ่ที่สุด โดยเริ่มต้นประมาณ 20,000-50,000 บาท สำหรับคดีฟ้องหย่าทั่วไป ขึ้นอยู่กับความยากง่ายและความซับซ้อนของคดี หากเป็นคดีที่มีการแบ่งทรัพย์สินจำนวนมาก มีการฟ้องชู้ หรือมีข้อพิพาทเรื่องการดูแลบุตร ค่าทนายความอาจสูงขึ้นถึง 80,000-150,000 บาท หากคดียืดเยื้อไปถึงการอุทธรณ์หรือฎีกา ค่าทนายความจะเพิ่มขึ้นอีกตามข้อตกลง อย่างไรก็ตาม มีข้อพึงระวังอยู่ที่ว่าแม้ว่าฝ่ายที่ฟ้องหย่าจะชนะคดี ศาลก็อาจจะไม่ได้ให้ค่าทนายความเต็มตามจำนวนที่เราได้ว่าจ้างทนายความไป ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

ค่าธรรมเนียมศาลฟ้องหย่า

สำหรับคดีที่ไม่มีทุนทรัพย์ (เช่น การฟ้องหย่าเพียงอย่างเดียว) จะเสียค่าขึ้นศาลประมาณ 200 บาท แต่หากมีการฟ้องร้องเรื่องการแบ่งสินสมรสหรือค่าทดแทนด้วย คดีจะกลายเป็นคดีมีทุนทรัพย์ และค่าธรรมเนียมจะเป็นอัตราร้อยละของมูลค่าที่ฟ้อง (ประมาณ 2%) โดยมีเพดานสูงสุดที่ 200,000 บาท

ค่าใช้จ่ายเสริมอื่น ๆ ในการฟ้องหย่า

รวมถึงค่าส่งหมาย ค่าพาหนะพยาน ค่าป่วยการพยาน และค่าใช้จ่ายในการรวบรวมหลักฐาน เช่น ค่าถ่ายเอกสาร ค่าขอหนังสือรับรองจากหน่วยงานต่าง ๆ หรือค่าจ้างนักสืบเอกชน กรณีต้องการหลักฐานการมีชู้ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจอยู่ในช่วง 5,000-20,000 บาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการรวบรวมหลักฐาน

 

2.เหตุฟ้องหย่า 10 ข้อ ตามมาตรา 1516 มีอะไรบ้าง

เหตุแห่งการฟ้องหย่า มี 10 ประการ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 มาตรา 1516 เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้

1.สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ เช่น สามีหรือภริยาไปแอบมีคนอื่น

2.สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง

    • ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง
    • ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ
    • ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ
    • อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้ เช่น สามีเมาสุรา ทำร้ายร่างกายภริยา

3.สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

4.สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

    • สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกิน 1 ปี ในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นสามีภริยากันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
    • สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกิน 3 ปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

5.สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกิน 3 ปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

6.สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควรหรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

7.สามีหรือภริยาวิกลจริตตลอดมาเกิน 3 ปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยากจะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

8.สามีหรือภริยาผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

9.สามีหรือภริยาเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่งและโรคมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

10.สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกายทำให้สามีหรือภริยานั้นไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

จากเหตุฟ้องหย่าที่กล่าวมานั้น จะต้องมาพิจารณาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าเข้าเหตุแห่งการฟ้องหย่าตามเหตุ 1 ใน 10 ประการนี้ หรือไม่ประการใด เมื่อมีเหตุแล้วจึงจะสามารถไปดำเนินการฟ้องขอหย่าฝ่ายเดียวต่อศาล ได้ เมื่อศาลมีคำพิพากษาและคดีถึงที่สุด บังคับให้จำเลยจดทะเบียนการหย่า แต่หากจำเลยไม่กระทำตามคำ พิพากษาศาล คู่กรณีฝ่ายที่ชนะคดีสามารถนำคำพิพากษาของศาลและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ไปจำหน การจดทะเบียนการหย่าฝ่ายเดียวแทนการแสดงเจตนาของคู่กรณีอีกฝ่าย ทำให้มีการหย่าโดยคำพิพากษาเกิดขึ้น และมีผลทำให้การสมรสสิ้นสุดลงนับแต่มีการจดทะเบียนหย่า

 

3.ฟ้องหย่าสามี ที่นอกใจ มีชู้ ทำร้ายร่างกาย หรือแยกกันอยู่ ทำได้หรือไม่

การฟ้องหย่าสามีที่นอกใจ มีชู้ ทำร้ายร่างกาย หรือแยกกันอยู่ สามารถทำได้ หากมีเหตุผลและมีพยานหลักฐานประกอบ ซึ่งใช้หลักในการฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 โดยทั้งการนอกใจ การทำร้ายร่างกาย และการแยกกันอยู่ ล้วนเป็นเหตุที่ใช้ฟ้องหย่าได้

ซึ่งการฟ้องหย่าในแต่ละกรณีจะมีเงื่อนไขรายละเอียดที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • การนอกใจหรือมีชู้ สามารถฟ้องได้ทันทีหากสามีอุปการะเลี้ยงดู ยกย่องผู้อื่นฉันภริยา มีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ นอกจากนี้ยังสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหญิงชู้ได้อีกด้วย
  • การทำร้ายร่างกาย สามารถฟ้องได้หากสามีทำร้ายร่างกาย ทรมานจิตใจ หรือด่าทอข่มเหงอย่างร้ายแรง จนทำให้อีกฝ่ายได้รับความเดือดร้อนเสียหายหรือเป็นที่อับอายขายหน้าต่อผู้อื่น

การแยกกันอยู่ แบ่งเป็น 2 กรณีคือ

  • แยกกันอยู่เพราะจงใจละทิ้งร้างเกิน 1 ปี อีกฝ่ายฟ้องหย่าได้โดยสมัครใจ
  • แยกกันอยู่เพราะไม่อาจอยู่ร่วมกันได้โดยปกติสุข ต้องแยกกันอยู่เกิน 3 ปี จึงจะใช้เป็นเหตุฟ้องหย่าได้

 

4.ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว เมื่ออีกฝ่ายไม่ยินยอม ต้องทำอย่างไร

เมื่อคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมที่จะหย่า ต้องทำการหย่าโดยการฟ้องหย่า (การขอหย่าฝ่ายเดียว / การฟ้องหย่าฝ่ายเดียว) โดยการนำคดีขึ้นสู่ศาล เป็นการฟ้องหย่าฝ่ายเดียว ซึ่งต้องมี เหตุแห่งการฟ้องหย่า มิเช่นนั้นจะไม่สามารถฟ้องหย่าได้ จึงต้องมาดูว่าอะไรบ้างที่เป็น เหตุแห่งการฟ้องหย่า ซึ่งต้องวิเคราะห์ให้ดี ว่าเข้าเหตุแห่งการหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 นี้หรือไม่ ถ้าไม่เข้าเหตุแห่งการหย่า ก็ไม่สามารถฟ้องหย่าฝ่ายเดียวได้ แต่หากเข้าเหตุแห่งการหย่าแล้ว เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้หย่าขาดจากกัน เรานำคำพิพากษาของศาล ไปจดทะเบียนการหย่าแทนการแสดงเจตนาของคู่กรณีได้

 

5.ฟ้องหย่าออนไลน์ ทำได้ไหม ต้องทำอย่างไร

การฟ้องหย่าแบบออนไลน์ (ตั้งแต่ยื่นคำฟ้องจนจดทะเบียนหย่า) ยังไม่สามารถทำได้จริงตามกฎหมายไทย แต่ผู้ร้องสามารถ ยื่นฟ้องศาลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และดำเนินกระบวนพิจารณาบางส่วนทางออนไลน์ได้

เหตุผลหลักทางกฎหมายที่ทำให้ฟ้องหย่าออนไลน์ไม่ได้

  • ข้อบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ศาลต้องสอบปากคำและตรวจพยานหลักฐานอย่างใกล้ชิดเพื่อยืนยันเหตุหย่าตามความจริงที่เกิดขึ้น
  • ต้องมีการลงลายมือชื่อจริง การหย่าหรือบันทึกข้อตกลงต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อต่อหน้าพยาน การส่งข้อความตกลงกันทางไลน์ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย
  • การไกล่เกลี่ยและคุ้มครองสิทธิ์ คดีครอบครัวใน ศาลเยาวชนและครอบครัว บังคับให้ต้องมีกระบวนการไกล่เกลี่ยก่อนเริ่มสืบพยาน เพื่อรักษาความสัมพันธ์หรือตกลงเรื่องผลประโยชน์ของบุตรและทรัพย์สินให้ลงตัว

 

6.จ้างทนายฟ้องหย่า แพงไหม ค่าทนายฟ้องหย่า เท่าไหร่

ค่าจ้างทนายฟ้องหย่า

ค่าบริการวิชาชีพทนายความเป็นปัจจัยที่แปรผันมากที่สุด ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของคดี ประสบการณ์ของทนาย และขอบเขตการทำงาน โดยสามารถสรุปเรตราคาโดยทั่วไปในปัจจุบันได้ดังนี้:

  • คดีฟ้องหย่าทั่วไป (ไม่ซับซ้อน): หากเป็นคดีที่ไม่ต้องแบ่งสินสมรสจำนวนมากหรือไม่มีข้อพิพาทเรื่องบุตรที่ยุ่งยาก เรตค่าจ้างทนายความมักจะเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 – 50,000 บาท โดยครอบคลุมตั้งแต่การร่างคำฟ้อง การยื่นฟ้อง จนถึงการว่าความในชั้นศาล หากต้องการสอบถามราคาค่าจ้างทนายคดีอื่น เช่น คดีฟ้องชู้
  • คดีที่มีความซับซ้อน: หากคดีของคุณมีการฟ้องแบ่งสินสมรสหลักล้านบาท การฟ้องเรียกค่าทดแทนชู้สาว หรือการต่อสู้แย่งอำนาจปกครองบุตร ค่าทนายความอาจเริ่มต้นที่ 50,000 – 100,000 บาท ขึ้นไป เนื่องจากต้องใช้เวลาในการตรวจสอบทรัพย์สิน การหาพยานหลักฐานที่รัดกุม และต้องขึ้นศาลหลายนัดมากกว่าคดีปกติ
  • รูปแบบการคิดค่าบริการ: ทนายความบางท่านอาจคิดค่าบริการเป็น “แพ็กเกจเหมาจ่าย” หรือในบางคดีอาจมีการคิดค่าบริการเป็นเปอร์เซ็นต์ของทุนทรัพย์ที่เรียกได้ เช่น 10-30% ของเงินที่ได้รับจากคดี ทั้งนี้ แนะนำให้คุณตกลงขอบเขตงานให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มดำเนินการ

 

7.ฟ้อง หย่า กรณี แยก กัน อยู่ ต้องแยกกันอยู่กี่ปี จึงจะฟ้องได้

ตามมาตรา 1516 (4/2) สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกิน 3 ปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกิน 3 ปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

แต่มีเงื่อนไขในกรณีแยกกันอยู่ ดังนี้

1.การแยกกันอยู่เกิน 3 ปีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ

แม้จะมีระยะเวลาที่แยกกันอยู่นานพอสมควร แต่ศาลพิจารณาว่าการแยกกันอยู่นั้นไม่ได้เกิดจากความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย แต่เกิดจากพฤติกรรมของโจทก์ที่นอกใจและมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับบุคคลอื่น

2.องค์ประกอบของเหตุหย่าตามมาตรา 1516 (4/2)

นอกจากการแยกกันอยู่เกินกว่า 3 ปี การฟ้องหย่าจะต้องแสดงให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ในชีวิตสมรสไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างปกติสุข ซึ่งในกรณีนี้ ศาลชี้ว่าความไม่ปกติสุขดังกล่าวไม่ได้มาจากพฤติกรรมของจำเลย แต่เกิดจากโจทก์เองที่ละเลยหน้าที่และประพฤติตนไม่เหมาะสม

3.การวินิจฉัยของศาลในข้อกฎหมาย

ศาลชั้นต้นและศาลฎีกาได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่อยู่ในคำฟ้องของโจทก์ และตีความว่าเหตุหย่าตามมาตรา 1516 (4/2) ไม่ครบองค์ประกอบ เพราะการแยกกันอยู่เป็นไปโดยลำพังความสมัครใจของโจทก์ฝ่ายเดียว

หน้าที่ของสามีและภริยาในชีวิตสมรส

หน้าที่ของสามีและภริยาตามกฎหมาย เป็นปัจจัยสำคัญที่ศาลใช้พิจารณาในคดีหย่า ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ดูแลและปฏิบัติต่อกันด้วยความซื่อสัตย์และความรักใคร่ หากฝ่ายใดละเลยหน้าที่ของตน เช่น การนอกใจหรือไม่ให้ความสำคัญกับครอบครัว ฝ่ายนั้นย่อมเสียเปรียบในกระบวนการฟ้องหย่า

เหตุใดการแยกกันอยู่จึงไม่เพียงพอสำหรับการหย่า?

การแยกกันอยู่ระหว่างสามีภริยาอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ปัญหาครอบครัว เงื่อนไขทางสุขภาพ หรือภาระหน้าที่อื่น ๆ อย่างไรก็ตาม การแยกกันอยู่นั้นจะเป็นเหตุหย่าได้ก็ต่อเมื่อ

1.เป็นการแยกกันอยู่โดยสมัครใจของทั้งสองฝ่าย

2.การแยกกันอยู่นั้นมีระยะเวลานานกว่า 3 ปี

3.มีเหตุผลที่ทำให้ชีวิตคู่ไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างปกติสุข

 

8.ฟ้อง หย่าที่ศาล ไหน

คดีฟ้องหย่านั้นจะต้องฟ้องที่ ” ศาลเยาวชนและครอบครัว ” โดยสถานที่นั้นสามารถฟ้องได้ 2 ที่ด้วยกันก็คือ

1.สถานที่ที่มูลคดีเกิด

คำว่า “มูลคดี’ หมายถึงสถานที่ที่เกิดเหตุทำให้ฟ้องหย่านั่นเอง เช่นสถานที่ที่พบเห็นหรือเกิดการกระทำเป็นชู้ สถานที่ที่คู่สมรสทำร้ายร่างกาย สถานที่ที่เริ่มแยกกันอยู่ เป็นต้น

หากว่ามูลคดีที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องหย่าเกิดขึ้นที่ไหนเราก็สามารถฟ้องได้ที่ศาลนั้น

เช่น พบเห็นการเป็นชู้ที่จังหวัดชลบุรี ก็สามารถฟ้องหย่าได้ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชลบุรี แม้ว่าคู่สมรสจะอยู่กินกันที่จังหวัดกรุงเทพฯก็ตาม

2.สถานที่ที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่

  • คำว่า “ภูมิลำเนา” หมายถึง สถานที่ที่จำเลยมีที่อยู่เป็นประจำหรือที่ปรากฏตามทะเบียนบ้าน
  • คำว่าจำเลยในที่นี้หมายความรวมถึงตัวคู่สมรสที่เราฟ้องหย่า รวมทั้งตัวหญิงชู้หรือชายชู้ในกรณีที่เราฟ้องชู้ด้วย

 

9.เอกสาร ฟ้อง หย่า ใช้เอกสารอะไรบ้าง

เอกสารพื้นฐานสำหรับทุกคดีฟ้องหย่า

สำเนาบัตรประชาชนของผู้ฟ้องและจำเลย สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ฟ้อง ใบสำคัญการสมรสฉบับจริง และสำเนาสูติบัตรของบุตร กรณีมีบุตรด้วยกัน เอกสารเหล่านี้เป็นหลักฐานแสดงตัวตนและความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรส รวมถึงการมีบุตรร่วมกัน ซึ่งจะส่งผลต่อการพิจารณาเรื่องอำนาจปกครองและค่าเลี้ยงดูบุตร

หลักฐานเฉพาะสำหรับการฟ้องหย่าเพราะมีชู้

หลักฐานการสนทนาระหว่างคู่สมรสกับชู้ทางแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก หรือแอปหาคู่ รูปภาพหรือวิดีโอที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรสกับชู้ หลักฐานการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ร่วมกัน เช่น ใบเสร็จค่าที่พัก หลักฐานจาก Google Map หลักฐานการซื้อทรัพย์สินให้กัน หลักฐานการโอนเงินให้กัน และพยานบุคคลที่รู้เห็นการเป็นชู้ เช่น เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน สิ่งสำคัญคือหลักฐานการเป็นชู้ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นแสดงว่ามีเพศสัมพันธ์กัน แต่เพียงแสดงให้เห็นว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวก็เพียงพอแล้ว

หลักฐานสำหรับการฟ้องหย่าเพราะแยกกันอยู่

รูปถ่ายภายในบ้านที่แสดงให้เห็นว่าไม่มีของใช้ส่วนตัวของคู่สมรส เช่น เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว หรือสิ่งของที่แสดงถึงการอยู่อาศัยร่วมกัน หลักฐานการเปลี่ยนที่อยู่ เช่น การแจ้งเปลี่ยนที่อยู่กับหน่วยงานต่างๆ พยานบุคคลที่สามารถยืนยันได้ว่าคู่สมรสแยกกันอยู่จริง เช่น เพื่อนบ้าน ญาติพี่น้อง หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หลักฐานสำหรับการฟ้องหย่าเพราะประพฤติชั่ว

ใบรายงานแพทย์หรือหลักฐานการบาดเจ็บจากการทำร้ายร่างกาย รูปถ่ายบาดแผลหรือร่องรอยการทำร้าย พยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์การทำร้าย หลักฐานการดื่มเหล้าเมายา เช่น รูปถ่าย วิดีโอ หรือหลักฐานการซื้อเหล้า ใบรายงานตำรวจ กรณีมีการแจ้งความ หลักฐานการพนัน หรือหลักฐานอื่นๆ ที่แสดงถึงการประพฤติชั่วของคู่สมรส

หลักฐานสำหรับการฟ้องหย่าเพราะไม่ส่งเสียเลี้ยงดู

ใบแจ้งยอดบัญชีธนาคารที่แสดงว่าไม่มีเงินโอนเข้ามา ใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆ ในครอบครัวที่ต้องจ่ายเอง เช่น ค่าอาหาร ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าเทอม ค่ารักษาพยาบาล พยานบุคคลที่ทราบว่าคู่สมรสไม่ส่งเงินเลี้ยงครอบครัว และหลักฐานรายได้ของผู้ฟ้องที่แสดงว่าต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง

เอกสารเสริมสำหรับการเรียกสิทธิประโยชน์

หลักฐานเกี่ยวกับรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน เพื่อใช้ในการพิจารณาค่าเลี้ยงดูบุตรหรือค่าเลี้ยงชีพ เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สิน เช่น โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถ เอกสารการลงทุน เพื่อใช้ในการแบ่งสินสมรส และเอกสารเกี่ยวกับหนี้สิน เช่น สัญญากู้เงิน ใบแจ้งหนี้ เพื่อใช้ในการแบ่งภาระหนี้สิน

 

10.ฟ้องหย่าใช้เวลานานไหม

ระยะเวลาในการฟ้องหย่า แบ่งออกเป็น 3 กรณีด้วยกันด่อไปนี้

1.กรณีจำเลยไม่มาศาลและไม่มาต่อสู้คดี นับแต่วันที่เริ่มฟ้องศาลมีคำพิพากษาจนได้คำพิพากษาและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด เพื่อไปใช้จดทะเบียนหย่าประมาณ 3 เดือน

2.กรณีจำเลยมาศาลและมาต่อสู้คดี ถ้าสามารถพูดคุยเจรจาตกลงกันได้ ใช้เวลาประมาณ 2-6 เดือน นับแต่วันยื่นฟ้อง จนได้จดทะเบียนหย่า แล้วแต่ว่าจะสามารถตกลงกันได้ช้าหรือเร็ว

3.กรณีจำเลยมาศาล มาต่อสู้คดีและไม่สามารถตกลงกันได้ ใช้เวลาตั้งแต่เริ่มคดีจนจบในศาลชั้นต้นประมาณ 6 เดือน – 9 เดือน และชั้นอุทธรณ์ ฎีกา อีกประมาณ 1-2 ปี รวมแล้วใช้เวลา 6 เดือนถึง 2 ปี ถึงจะได้หย่า

 

บริการรับคำปรึกษาด้านคดีฟ้องหย่า

หากกำลังเผชิญปัญหาชีวิตคู่และไม่แน่ใจว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเข้าข่ายเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายหรือไม่ สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการรับคำปรึกษาด้านคดีฟ้องหย่า ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง วิเคราะห์พยานหลักฐาน ประเมินแนวทางดำเนินคดี รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแบ่งสินสมรส อำนาจปกครองบุตร ค่าเลี้ยงดูบุตร และสิทธิเรียกร้องอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้รับคำปรึกษาเข้าใจกระบวนการทางกฎหมายและเตรียมตัวก่อนยื่นฟ้องได้อย่างเหมาะสมค่ะ

ช่องทางติดต่อ: 02-125-2511 | LINE ID: @tiwanonlaw

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการฟ้องคดีแพ่ง ฟ้องคดีอาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ฟ้องชู้ ฟ้องขับไล่ ฟ้องลูกหนี้
การทำงานครอบคลุมถึง การออกโนติส การฟ้องคดีโดยตรง การทำงานร่วมกับตำรวจและพนักงานอัยการ
การร้องขอความเป็นธรรม การประกันตัวผู้ต้องหา การไต่สวนมูลฟ้อง การเขียนคำให้การของจำเลย การฟ้องแย้ง
การยื่นอุทธรณ์และการยื่นฎีกา รวมทั้งการสืบทรัพย์ การบังคับคดี และการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

อัตราค่าจ้างทนาย ต้องสอบถามทางบริษัทเท่านั้น สามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อทนาย
โทร
แชทไลน์
อีเมล
สำนักงาน
ทนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฏหมาย
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
อ่านบทความล่าสุด