สำนักงานทนายความติวานนท์

เหตุฟ้องหย่า 12 ข้อ มีอะไรบ้าง? เช็กสิทธิก่อนยื่นฟ้อง

เหตุฟ้องหย่า 12 ข้อ มีอะไรบ้าง เช็กสิทธิก่อนยื่นฟ้อง
3

เหตุฟ้องหย่า 12 ข้อ มีอะไรบ้าง เช็กสิทธิตามกฎหมาย พร้อมแนวทางเตรียมหลักฐานก่อนยื่นฟ้องหย่า เพื่อปกป้องสิทธิของตนเองอย่างรอบคอบ

สารบัญ

การหย่าไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่คู่สมรสตกลงเลิกกันเพียงอย่างเดียว เพราะในกรณีที่อีกฝ่ายไม่ยินยอมหย่า ผู้ที่ต้องการยุติการสมรสจะต้องยื่นฟ้องต่อศาล และต้องแสดงให้เห็นว่ามี เหตุฟ้องหย่า ตามที่กฎหมายกำหนด

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 กำหนดเหตุที่คู่สมรสสามารถนำมาใช้ฟ้องหย่าไว้หลายกรณี เมื่อนับหัวข้อย่อยตามกฎหมาย ได้แก่ (1) ถึง (10) รวมทั้ง (4/1) และ (4/2) จึงมักเรียกรวมกันว่า เหตุฟ้องหย่า 12 ข้อ โดยกฎหมายปัจจุบันใช้บังคับกับคู่สมรสทุกเพศตามการแก้ไขกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567

อย่างไรก็ตาม การมีปัญหาครอบครัวหรือไม่ต้องการอยู่ด้วยกันต่อ ไม่ได้หมายความว่าจะฟ้องหย่าได้ทันทีทุกกรณี ผู้ฟ้องยังต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริง หลักฐาน และเงื่อนไขของเหตุหย่าข้อนั้นให้ศาลเห็นด้วยค่ะ

 

❓เหตุฟ้องหย่า คืออะไร?

เหตุฟ้องหย่า คือ ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่กฎหมายรับรองให้คู่สมรสฝ่ายหนึ่งใช้เป็นเหตุยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้การสมรสสิ้นสุดลง

การฟ้องหย่ามักเกิดขึ้นเมื่อคู่สมรสไม่สามารถตกลงหย่าโดยความยินยอมได้ เช่น อีกฝ่ายไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่า ไม่สามารถติดต่อกันได้ หรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับบุตร สินสมรส ค่าเลี้ยงชีพ และค่าทดแทน

เหตุหย่าหลักถูกกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 ซึ่งสามารถสรุปเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายได้ดังนี้

 

เหตุฟ้องหย่า 12 ข้อ ตามกฎหมาย

⚖️เหตุฟ้องหย่า 12 ข้อ ตามกฎหมาย

1. คู่สมรสนอกใจหรือยกย่องผู้อื่นเสมือนคู่สมรส

หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องบุคคลอื่นในลักษณะคู่สมรส มีชู้ ร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ หรือมีพฤติกรรมทางเพศกับผู้อื่นตามเงื่อนไขของกฎหมาย อีกฝ่ายสามารถนำมาเป็นเหตุฟ้องหย่าได้

หลักฐานอาจมีได้หลายรูปแบบ เช่น ข้อความสนทนา ภาพถ่าย หลักฐานการโอนเงิน การพักอาศัยร่วมกัน หรือพยานบุคคล แต่จะต้องพิจารณาว่าหลักฐานนั้นได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ด้วยค่ะ

2. ประพฤติชั่วจนอีกฝ่ายได้รับความเดือดร้อนอย่างร้ายแรง

การประพฤติชั่วไม่จำเป็นต้องเป็นความผิดอาญาเสมอไป แต่ต้องมีความร้ายแรงถึงขนาดทำให้อีกฝ่ายได้รับความอับอายขายหน้า ถูกดูถูกเกลียดชัง หรือได้รับความเสียหายและเดือดร้อนเกินสมควร

ตัวอย่างเช่น มีพฤติกรรมเสพติดการพนันอย่างรุนแรง ก่อหนี้ซ้ำ ๆ ใช้ชีวิตที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัว หรือกระทำเรื่องที่ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถดำรงสถานะคู่สมรสต่อไปได้ตามปกติ

3. ทำร้ายร่างกาย จิตใจ หรือหมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง

หากคู่สมรสทำร้ายหรือทรมานร่างกายหรือจิตใจของอีกฝ่าย หรือหมิ่นประมาทเหยียดหยามอีกฝ่ายหรือบุพการีอย่างร้ายแรง ผู้เสียหายอาจใช้เป็นเหตุฟ้องหย่าได้

กรณีนี้อาจใช้หลักฐาน เช่น ใบรับรองแพทย์ ภาพบาดแผล บันทึกประจำวัน คลิปเสียง ข้อความข่มขู่ หรือคำให้การของบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ประกอบคดี

4. จงใจละทิ้งร้างเกิน 1 ปี

หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งจงใจออกจากครอบครัวและละทิ้งอีกฝ่ายติดต่อกันเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายมีสิทธิฟ้องหย่าได้

คำว่า “ละทิ้งร้าง” ต้องมีลักษณะจงใจไม่กลับมาใช้ชีวิตคู่หรือไม่ทำหน้าที่คู่สมรส ไม่ใช่เพียงแยกกันอยู่ชั่วคราวเพราะต้องไปทำงาน รักษาตัว หรือมีเหตุจำเป็นอื่น

5. ต้องโทษจำคุกเกิน 1 ปี

หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายไม่ได้มีส่วนร่วม ไม่ได้ยินยอม หรือไม่รู้เห็นเป็นใจ และการอยู่ร่วมกันต่อไปจะทำให้อีกฝ่ายได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินสมควร อีกฝ่ายสามารถฟ้องหย่าได้

เหตุนี้อยู่ในมาตรา 1516 (4/1) และมีเงื่อนไขหลายส่วน จึงไม่ใช่ว่าการถูกจำคุกเกินหนึ่งปีจะเป็นเหตุหย่าโดยอัตโนมัติทุกคดีค่ะ

6. สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี

หากคู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่ เพราะไม่สามารถอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสได้โดยปกติสุขติดต่อกันเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งศาลเป็นเวลาเกินสามปี คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถยื่นฟ้องหย่าได้

กรณีนี้ต่างจากการละทิ้งร้าง เพราะเป็นการตกลงหรือยอมรับร่วมกันว่าจะแยกกันอยู่ ไม่ใช่การที่ฝ่ายหนึ่งจงใจทิ้งอีกฝ่ายไปเพียงฝ่ายเดียว

7. หายสาบสูญหรือไม่ทราบว่าเป็นตายร้ายดีเกิน 3 ปี

หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งหายไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และไม่มีใครทราบแน่ชัดว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ติดต่อกันเกินสามปี อีกฝ่ายสามารถนำเหตุนี้มาฟ้องหย่าได้

ผู้ฟ้องควรเตรียมหลักฐานเกี่ยวกับการติดตามตัว เช่น รายงานประจำวัน หนังสือสอบถามหน่วยงาน หรือพยานที่ยืนยันว่าไม่สามารถติดต่ออีกฝ่ายได้

8. ไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดู

คู่สมรสมีหน้าที่ช่วยเหลือและอุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะ หากฝ่ายหนึ่งไม่ทำหน้าที่ดังกล่าว หรือกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นคู่สมรสกันอย่างร้ายแรง จนอีกฝ่ายเดือดร้อนเกินสมควร อาจใช้เป็นเหตุฟ้องหย่าได้

ศาลจะพิจารณาจากรายได้ ฐานะ ความสามารถในการช่วยเหลือ และสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวประกอบ ไม่ได้พิจารณาจากการไม่ให้เงินเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

9. มีอาการวิกลจริตติดต่อกันเกิน 3 ปี

หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งมีอาการวิกลจริตติดต่อกันเกินสามปี อาการนั้นยากจะรักษาให้หาย และมีความรุนแรงถึงขนาดที่อีกฝ่ายไม่สามารถทนอยู่ร่วมกันต่อไปได้ อีกฝ่ายอาจฟ้องหย่าได้

เหตุนี้ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง โดยมักต้องใช้ประวัติการรักษา ความเห็นของแพทย์ และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลกระทบต่อการใช้ชีวิตร่วมกัน

10. ผิดทัณฑ์บนเรื่องความประพฤติ

หากคู่สมรสเคยทำหนังสือทัณฑ์บนเกี่ยวกับความประพฤติไว้ แล้วฝ่าฝืนข้อตกลงดังกล่าว อีกฝ่ายอาจนำมาเป็นเหตุฟ้องหย่าได้

อย่างไรก็ตาม หากศาลเห็นว่าพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยหรือไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตคู่โดยปกติสุข ศาลอาจไม่พิพากษาให้หย่าก็ได้

11. เป็นโรคติดต่อร้ายแรงและเรื้อรัง

หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่อีกฝ่าย และโรคนั้นมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางรักษาให้หายได้ อีกฝ่ายอาจใช้เป็นเหตุฟ้องหย่า

การพิจารณาจะต้องอาศัยข้อมูลทางการแพทย์เป็นสำคัญ ไม่ควรสรุปจากชื่อโรคหรือความเข้าใจส่วนตัวเพียงอย่างเดียว

12. มีสภาพร่างกายที่ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตลอดกาล

หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งมีสภาพร่างกายที่ทำให้ไม่สามารถร่วมประเวณี หรือไม่สามารถกระทำหรือยอมรับการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของอีกฝ่ายได้อย่างถาวร อีกฝ่ายอาจฟ้องหย่าได้

แต่หากสภาพดังกล่าวเกิดจากการกระทำของผู้ที่จะยกเหตุนั้นขึ้นฟ้อง บุคคลนั้นอาจไม่มีสิทธินำเหตุนี้มาใช้เป็นเหตุหย่าของตนเองค่ะ

 

ก่อนฟ้องหย่า ควรเตรียมหลักฐานอะไรบ้าง?

🗂️ ก่อนฟ้องหย่า ควรเตรียมหลักฐานอะไรบ้าง?

หลักฐานที่ต้องใช้จะแตกต่างกันตามเหตุฟ้องหย่า แต่โดยทั่วไปอาจประกอบด้วย

  • ทะเบียนสมรสและสำเนาทะเบียนบ้าน
  • สูติบัตรของบุตร
  • ข้อความสนทนา ภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอ
  • ใบรับรองแพทย์และประวัติการรักษา
  • รายงานประจำวันหรือเอกสารจากตำรวจ
  • คำพิพากษาคดีอาญาหรือหมายจำคุก
  • หลักฐานรายได้ ทรัพย์สิน หนี้สิน และสินสมรส
  • รายชื่อพยานที่ทราบเหตุการณ์

หลักฐานจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ชนะคดีเสมอไป สิ่งสำคัญคือหลักฐานต้องเกี่ยวข้องกับเหตุที่ยกขึ้นฟ้อง มีความน่าเชื่อถือ และนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างถูกต้อง

 

⏳ เหตุฟ้องหย่ามีอายุความหรือไม่?

เหตุฟ้องหย่าบางข้อมีระยะเวลาจำกัดในการใช้สิทธิ โดยเฉพาะเหตุในมาตรา 1516 (1), (2), (3) และ (6) สิทธิฟ้องอาจระงับเมื่อพ้นหนึ่งปีนับจากวันที่ผู้ฟ้องรู้หรือควรรู้ข้อเท็จจริงที่นำมาใช้กล่าวอ้าง

ดังนั้น เมื่อทราบเหตุแล้วไม่ควรปล่อยไว้นานโดยไม่ได้ตรวจสอบสิทธิ เพราะแม้ข้อเท็จจริงจะเคยเกิดขึ้นจริง แต่อาจไม่สามารถนำมาใช้เป็นเหตุหลักในการฟ้องได้เมื่อพ้นระยะเวลาตามกฎหมาย

นอกจากนี้ หากผู้ฟ้องเคยยินยอม รู้เห็นเป็นใจ หรือให้อภัยการกระทำบางอย่างแล้ว ก็อาจส่งผลต่อสิทธิในการยกเหตุนั้นขึ้นฟ้องหย่าเช่นกัน

 

✅ สรุปเหตุฟ้องหย่า 12 ข้อ

เหตุฟ้องหย่า 12 ข้อ ครอบคลุมตั้งแต่การนอกใจ ประพฤติชั่ว ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ ละทิ้งร้าง ถูกจำคุก แยกกันอยู่ หายสาบสูญ ไม่อุปการะเลี้ยงดู มีอาการทางจิตรุนแรง ผิดทัณฑ์บน เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ไปจนถึงมีสภาพร่างกายที่ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างถาวร

แต่การที่เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งคล้ายกับเหตุในกฎหมาย ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ทันทีว่าศาลจะพิพากษาให้หย่า เพราะศาลต้องพิจารณารายละเอียด ความร้ายแรง ระยะเวลา พฤติการณ์ของทั้งสองฝ่าย และหลักฐานในแต่ละคดีประกอบกัน

ก่อนยื่นฟ้องจึงควรรวบรวมข้อเท็จจริงและเอกสารให้ครบ พร้อมตรวจสอบเรื่องบุตร อำนาจปกครอง ค่าอุปการะเลี้ยงดู สินสมรส หนี้สิน และสิทธิเรียกค่าทดแทนไปพร้อมกันค่ะ

 

👨‍⚖️ ปรึกษาคดีฟ้องหย่ากับสำนักงานทนายความติวานนท์

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการปรึกษาและดำเนินคดีครอบครัว เช่น คดีฟ้องหย่า ฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทน แบ่งสินสมรส ขออำนาจปกครองบุตร และเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู

ผู้ที่กำลังมีปัญหาครอบครัวสามารถนำรายละเอียดและหลักฐานเบื้องต้นมาให้ทนายความช่วยตรวจสอบว่า ข้อเท็จจริงเข้ากับเหตุฟ้องหย่าข้อใด มีประเด็นใดต้องระวัง และควรเตรียมคำขอท้ายฟ้องอย่างไรให้ครอบคลุมสิทธิของตนเอง

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://tiwanonlaw.com/service/divorce/

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเหตุฟ้องหย่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเหตุฟ้องหย่า

1. แยกกันอยู่ไม่ถึง 3 ปี สามารถฟ้องหย่าได้หรือไม่?

สามารถฟ้องได้หากมีเหตุหย่าข้ออื่น เช่น อีกฝ่ายจงใจละทิ้งร้างเกินหนึ่งปี มีชู้ ทำร้ายร่างกาย หรือไม่อุปการะเลี้ยงดู การแยกกันอยู่เกินสามปีเป็นเพียงเหตุหย่าข้อหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องรอให้ครบสามปีก่อนค่ะ

2. มีข้อความแชตว่าอีกฝ่ายนอกใจ ใช้ฟ้องหย่าได้เลยหรือไม่?

ข้อความแชตสามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบได้ แต่ศาลจะพิจารณาร่วมกับรายละเอียดอื่น เช่น ตัวตนของผู้สนทนา ความต่อเนื่องของความสัมพันธ์ พฤติกรรมการอยู่อาศัย การอุปการะเลี้ยงดู และหลักฐานแวดล้อม ข้อความเพียงบางช่วงจึงอาจยังไม่เพียงพอ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

 

🔗 แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. ราชกิจจานุเบกษา — พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2567
    https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/36482.pdf
  2. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ระบบค้นหากฎหมาย
    https://www.ocs.go.th/searchlaw-law
  3. ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน — ข้อมูลและย่อคำพิพากษาเกี่ยวกับเหตุฟ้องหย่า มาตรา 1516
    https://mhsjc.coj.go.th/th/content/category/detail/id/4/cid/10561/iid/260371/

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง เนื่องจากผลของคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและหลักฐานเฉพาะกรณี

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการฟ้องคดีแพ่ง ฟ้องคดีอาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ฟ้องชู้ ฟ้องขับไล่ ฟ้องลูกหนี้
การทำงานครอบคลุมถึง การออกโนติส การฟ้องคดีโดยตรง การทำงานร่วมกับตำรวจและพนักงานอัยการ
การร้องขอความเป็นธรรม การประกันตัวผู้ต้องหา การไต่สวนมูลฟ้อง การเขียนคำให้การของจำเลย การฟ้องแย้ง
การยื่นอุทธรณ์และการยื่นฎีกา รวมทั้งการสืบทรัพย์ การบังคับคดี และการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

อัตราค่าจ้างทนาย ต้องสอบถามทางบริษัทเท่านั้น สามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อทนาย
โทร
แชทไลน์
อีเมล
สำนักงาน
ทนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฏหมาย
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
อ่านบทความล่าสุด