ปัญหาเรื่อง “บุกรุก” เป็นหนึ่งในข้อพิพาทที่พบได้บ่อย ทั้งกรณีเพื่อนบ้านเดินเข้ามาในที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาต การรื้อรั้ว ย้ายหมุดแนวเขต เข้าไปในบ้านผู้อื่น หรือแม้แต่การถูกไล่ให้ออกจากสถานที่แล้วไม่ยอมออก หลายคนอาจคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเพียงปัญหาทะเลาะกันทั่วไป แต่ในทางกฎหมายอาจเข้าข่ายความผิดอาญาฐานบุกรุกได้
ความผิดฐานบุกรุกไม่ได้จำกัดแค่การงัดแงะหรือบุกเข้าไปในบ้านเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น การยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขตที่ดิน การเข้าไปหรือซ่อนตัวอยู่ในเคหสถานโดยไม่มีเหตุอันสมควร รวมถึงการบุกรุกในเวลากลางคืนหรือมีอาวุธ ซึ่งอาจทำให้โทษหนักขึ้นได้
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า บุกรุก คืออะไร มีกี่ประเภทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362–366 แต่ละมาตรามีโทษอย่างไร คดีบุกรุกยอมความได้หรือไม่ พร้อมแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ เพื่อให้ทั้งผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหาเข้าใจสิทธิของตนเอง และสามารถวางแนวทางดำเนินคดีได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น
บุกรุก คืออะไร?
หลายคนเข้าใจว่า “บุกรุก” หมายถึงการงัดแงะเข้าบ้านคนอื่นเท่านั้น แต่ในทางกฎหมายไทยนั้น ความผิดฐานบุกรุกมีความหมายกว้างกว่าที่คิดมาก ครอบคลุมตั้งแต่การเดินเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไปจนถึงการยักย้ายหมุดแนวเขตที่ดิน หรือการซ่อนตัวอยู่ในบ้านคนอื่นโดยไม่มีเหตุผล
ความผิดฐานบุกรุกบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา หมวด 8 มาตรา 362 ถึงมาตรา 366 โดยแบ่งออกเป็น 4 ลักษณะหลัก ซึ่งแต่ละลักษณะมีองค์ประกอบและโทษที่แตกต่างกัน
บุกรุกมีกี่ประเภท? แยกตามมาตรากฎหมาย
มาตรา 362 — บุกรุกอสังหาริมทรัพย์
บัญญัติว่า “ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข”
มาตรานี้คุ้มครองสิทธิการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน บ้าน หรืออาคารใดก็ตาม โดยเน้นที่ เจตนาเข้าไปครอบครองหรือรบกวนการครอบครองของผู้อื่น
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ความผิดตามมาตรานี้ต้องมี เจตนา เป็นองค์ประกอบเสมอ หากเข้าไปโดยบังเอิญ หลงทาง หรือเชื่อโดยสุจริตว่าตนมีสิทธิ ย่อมไม่ครบองค์ประกอบความผิด
โทษ: จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 363 — ยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขตที่ดิน
บัญญัติว่า “ผู้ใดเพื่อถือเอาอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สาม ยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน”
มาตรานี้มักเกิดในกรณีพิพาทเรื่องแนวเขตที่ดิน เช่น การถอนหมุด การรื้อรั้ว หรือการเคลื่อนย้ายเครื่องหมายเขตที่กรมที่ดินรังวัดไว้ โดยต้องมีเจตนาเพื่อ ถือเอาที่ดินส่วนนั้นเป็นของตนเองหรือของผู้อื่น
ความผิดตามมาตรา 363 มีโทษหนักกว่ามาตรา 362 เนื่องจากเป็นการทำลายหลักฐานสำคัญที่ใช้พิสูจน์สิทธิในที่ดิน
โทษ: จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 364 — บุกรุกเคหสถาน
บัญญัติว่า “ผู้ใดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เข้าไปหรือซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์หรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น หรือไม่ยอมออกไปจากสถานที่เช่นว่านั้นเมื่อผู้มีสิทธิที่จะห้ามมิให้เข้าไปได้ไล่ให้ออก”
มาตรานี้แตกต่างจากมาตรา 362 ตรงที่เน้นคุ้มครอง เคหสถาน โดยเฉพาะ ซึ่งหมายถึงสถานที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด ห้องเช่า หรืออาคารที่ใช้เก็บทรัพย์สิน รวมถึงสำนักงาน
ความผิดตามมาตรานี้แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ (1) เข้าไปหรือซ่อนตัวโดยไม่มีเหตุอันสมควร และ (2) ถูกไล่แล้วไม่ยอมออก ซึ่งทั้งสองกรณีมีโทษเท่ากัน
โทษ: จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 365 — บุกรุกที่มีเหตุฉกรรจ์ (โทษหนักขึ้น)
มาตรา 365 ไม่ใช่ความผิดอิสระ แต่เป็น บทเพิ่มโทษ สำหรับกรณีที่การกระทำตามมาตรา 362, 363 หรือ 364 มีลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังนี้
(1) โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย
(2) โดยมีอาวุธ หรือร่วมกันกระทำตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
(3) ในเวลากลางคืน
เหตุฉกรรจ์ข้อ (3) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “บุกรุกยามวิกาล” เป็นข้อหาที่พบบ่อยที่สุดในคดีบุกรุกเคหสถาน โดยกฎหมายไม่ได้นิยามคำว่า “เวลากลางคืน” ไว้อย่างชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติหมายถึงช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตกถึงก่อนพระอาทิตย์ขึ้น
โทษ: จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตารางเปรียบเทียบโทษบุกรุกแต่ละประเภท
| มาตรา | ลักษณะการกระทำ | โทษจำคุก | โทษปรับ | ยอมความได้? |
| 362 | บุกรุกอสังหาริมทรัพย์ | ไม่เกิน 1 ปี | ไม่เกิน 20,000 บาท | ✅ ได้ |
| 363 | ยักย้าย/ทำลายหมุดแนวเขต | ไม่เกิน 3 ปี | ไม่เกิน 60,000 บาท | ✅ ได้ |
| 364 | บุกรุกเคหสถาน | ไม่เกิน 1 ปี | ไม่เกิน 20,000 บาท | ✅ ได้ |
| 365 | มีเหตุฉกรรจ์ (กลางคืน/อาวุธ/กลุ่ม) | ไม่เกิน 5 ปี | ไม่เกิน 100,000 บาท | ❌ ไม่ได้ |
คดีบุกรุก ยอมความได้หรือไม่?
นี่คือประเด็นที่หลายคนสับสนมากที่สุด คำตอบขึ้นอยู่กับว่าถูกแจ้งข้อหาตามมาตราใด
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 366 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “ความผิดในหมวดนี้ นอกจากความผิดตามมาตรา 365 เป็นความผิดอันยอมความได้”
หมายความว่า ความผิดตามมาตรา 362, 363 และ 364 ยอมความได้ทั้งหมด แต่หากเป็นความผิดตามมาตรา 365 ซึ่งมีเหตุฉกรรจ์ เช่น บุกรุกในเวลากลางคืน บุกรุกโดยมีอาวุธ หรือบุกรุกโดยรวมกลุ่มตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ยอมความไม่ได้ และต้องดำเนินคดีอาญาต่อไปจนถึงที่สุด
นอกจากนี้ สำหรับคดีที่ยอมความได้ ผู้เสียหายต้องระวังเรื่อง อายุความ ด้วย โดยต้องร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด หากเกินกำหนดนี้ สิทธิในการดำเนินคดีอาจระงับไป
แนวคำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ
คำพิพากษาของศาลฎีกาช่วยให้เห็นภาพว่ากฎหมายถูกนำไปใช้ในชีวิตจริงอย่างไร ต่อไปนี้คือ 3 คดีที่มีหลักการสำคัญควรรู้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7958/2555
ประเด็น: บุกรุกกับทำร้ายร่างกาย — 2 กรรมต่างกัน เมื่อเจตนาเกิดขึ้นใหม่
ข้อเท็จจริง: จำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกบุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายในเวลากลางคืนพร้อมอาวุธ ถือว่าความผิดสำเร็จแล้วกระทงหนึ่ง ต่อมาจำเลยที่ 1 เห็นผู้เสียหายตบหน้าจำเลยที่ 4 จึงใช้โซ่ตีศีรษะผู้เสียหาย 1 ครั้ง
คำวินิจฉัย: เจตนาทำร้ายร่างกายเป็นเจตนาที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ แยกต่างหากจากเจตนาบุกรุกในตอนแรก การกระทำของจำเลยจึงเป็น 2 กรรมต่างกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 924/2542
ประเด็น: แม้ไม่มีเจตนาร้าย แต่เข้าเคหสถานกลางคืน — ผิดบุกรุกแล้ว
ข้อเท็จจริง: จำเลยกับพวกร่วมกันเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายในเวลาประมาณเที่ยงคืน ขณะที่ผู้เสียหายเข้านอนแล้ว โดยมีเจตนาเพียงแค่ “ตามหาคน” ไม่ได้ข่มขู่หรือทำร้ายผู้เสียหายแต่อย่างใด
คำวินิจฉัย: แม้จะมีเจตนาเพียงตามหาคน แต่การเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นในเวลากลางคืนโดยไม่มีเหตุอันสมควร ก็ถือว่าเป็นความผิดฐานบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2269/2538
ประเด็น: พิสูจน์ไม่ได้ว่าบุกรุกกลางคืน — ฟังเป็นคุณแก่จำเลย และคดีขาดอายุความ
ข้อเท็จจริง: จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ โจทก์ทราบเรื่องตั้งแต่ต้นปี 2526 แต่มาร้องทุกข์วันที่ 7 พฤษภาคม 2534 ซึ่งเกินกว่า 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด นอกจากนี้โจทก์พิสูจน์ไม่ได้ว่าจำเลยบุกรุกในเวลากลางวันหรือกลางคืน
คำวินิจฉัย: ศาลฎีกาให้ฟังว่าจำเลยบุกรุกในเวลากลางวันเป็นคุณแก่จำเลย จึงเป็นความผิดตามมาตรา 362 เพียงบทเดียว ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ มีอายุความ 3 เดือน เมื่อโจทก์ร้องทุกข์เกินกำหนด คดีขาดอายุความ
โดนแจ้งข้อหาบุกรุก ต้องทำอะไรบ้าง?
หากได้รับแจ้งว่าถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานบุกรุก สิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจสอบให้ชัดเจนว่าถูกแจ้งข้อหาตาม มาตราใด เพราะมีผลต่อสิทธิและแนวทางการต่อสู้คดีโดยตรง
- หากถูกแจ้งตามมาตรา 362, 363 หรือ 364 คดียอมความได้ อาจเจรจาชดใช้ความเสียหายและขอให้ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ได้ แต่ต้องดำเนินการให้เสร็จก่อนที่คดีจะขึ้นสู่ศาล และต้องอยู่ภายในอายุความ 3 เดือน
- หากถูกแจ้งตามมาตรา 365 คดียอมความไม่ได้ ต้องต่อสู้คดีในชั้นศาลเท่านั้น โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา เช่น เจตนา เวลาที่เกิดเหตุ และองค์ประกอบของเหตุฉกรรจ์ว่าครบถ้วนหรือไม่
ในทุกกรณี การมีทนายความให้คำปรึกษาตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เข้าใจสิทธิของตนเองและวางแนวทางได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในคดีที่อาจมีโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี
อยากฟ้องคดีบุกรุก ต้องเริ่มอย่างไร?
สำหรับผู้เสียหายที่ต้องการดำเนินคดี มีขั้นตอนที่สำคัญ ดังนี้
- ขั้นตอนแรกคือ รวบรวมหลักฐาน ให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย คลิปวีดีโอ พยานบุคคล โฉนดที่ดิน หรือเอกสารแสดงสิทธิในทรัพย์สิน เพราะภาระการพิสูจน์อยู่ที่ผู้กล่าวหา
- ขั้นตอนที่สองคือ แจ้งความร้องทุกข์ ที่สถานีตำรวจท้องที่ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับคดีที่ยอมความได้ เพราะหากพ้นกำหนดนี้แล้ว สิทธิในการดำเนินคดีอาจหมดลง
- ขั้นตอนที่สามคือ ติดตามความคืบหน้าของคดี และพิจารณาว่าจะยอมความหรือดำเนินคดีต่อจนถึงที่สุด ซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติการณ์และความเสียหายที่เกิดขึ้น
FAQ คำถามที่พบบ่อยเรื่องบุกรุก
1.เจ้าของที่ดินเข้าไปในที่ดินของตัวเอง แต่มีคนอื่นเช่าอยู่ ผิดบุกรุกไหม?
ผิดได้ครับ เพราะในช่วงที่มีสัญญาเช่า ผู้เช่ามีสิทธิครอบครองโดยชอบ แม้เจ้าของที่ดินก็ไม่มีสิทธิเข้าไปรบกวนการครอบครองของผู้เช่าโดยพลการ
2.เข้าบ้านคนอื่นโดยได้รับเชิญ แต่ถูกไล่แล้วไม่ยอมออก ผิดไหม?
ผิดครับ ตามมาตรา 364 การไม่ยอมออกเมื่อผู้มีสิทธิไล่ ถือเป็นความผิดฐานบุกรุกได้แม้ว่าตอนแรกจะเข้าไปโดยได้รับอนุญาตก็ตาม
3.บุกรุกที่ดินสาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ ผิดมาตรา 362 ไหม?
ไม่ผิดตามมาตรา 362 ครับเพราะมาตรานี้คุ้มครองเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ของเอกชน ไม่ใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน อย่างไรก็ดีอาจมีกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
4.เพียงแค่เอื้อมมือเข้าไปในบริเวณบ้านคนอื่น ถือว่าบุกรุกไหม?
ถือว่าบุกรุกได้ครับ ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา การใช้ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้อื่นครอบครองอยู่โดยไม่มีสิทธิ ถือว่าครบองค์ประกอบความผิดแล้ว
บทสรุป
ความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362–366 นั้น ครอบคลุมการกระทำหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การเดินเข้าที่ดินคนอื่นไปจนถึงการบุกรุกยามวิกาลที่มีโทษหนักถึง 5 ปี จุดที่ต้องจำให้แม่นคือ บุกรุกธรรมดา ยอมความได้ แต่บุกรุกที่มีเหตุฉกรรจ์ตามมาตรา 365 ยอมความไม่ได้เด็ดขาด และไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหน ทั้งผู้เสียหายหรือผู้ถูกกล่าวหา การทำความเข้าใจสิทธิของตนเองตั้งแต่ต้นจะช่วยให้รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและทันเวลา
หากต้องการปรึกษาการฟ้องคดีบุกรุก หรือ ต้องการขอคำปรึกษาจากทนายความติวานนท์ สามารถติดต่อเราได้ที่
เอกสารอ้างอิง
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362–366 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา.
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7958/2555. ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา. สำนักงานศาลยุติธรรม. สืบค้นจาก https://deka.supremecourt.or.th
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 924/2542. ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา. สำนักงานศาลยุติธรรม. สืบค้นจาก https://deka.supremecourt.or.th
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2269/2538. ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา. สำนักงานศาลยุติธรรม. สืบค้นจาก https://deka.supremecourt.or.th
- สำนักงานกิจการยุติธรรม. (2566). คำนี้ในกฎหมาย: บุกรุก. สืบค้นจาก https://justicechannel.org/read/law-vocab-5
- สำนักงานกิจการยุติธรรม. (2566). เข้าบ้านผู้อื่นโดยไม่ขออนุญาตผิดฐานบุกรุก. สืบค้นจาก https://justicechannel.org/criminal
- กองนิติการ กรมการพัฒนาชุมชน. บทความความรู้ด้านกฎหมาย: บุกรุก ตามกฎหมาย มีโทษอย่างไร?. สืบค้นจาก https://legal.cdd.go.th
- กระทรวงยุติธรรม. (2566). กฎหมายน่ารู้ ตอนที่ 297: “บุกรุก” ตามกฎหมาย มีโทษอย่างไร?. สืบค้นจาก https://www.moj.go.th/view/57359
- อธิวัฒน์ รัตนวราภรณ์. (2564). ความผิดฐานบุกรุก. สำนักงานทนายความอธิวัฒน์. สืบค้นจาก https://athiwatlawyer.com/ความผิดฐานบุกรุก
- ศรีสังข์, พิศิษฐ์. (2567). 10 ประเด็นข้อต่อสู้ในคดีบุกรุก ถามค้าน-นำสืบอย่างไรให้ชนะคดี. สำนักงานกฎหมายศรีสังข์. สืบค้นจาก https://srisunglaw.com


