สังคมปัจจุบัน คู่รักจำนวนไม่น้อยเลือกใช้ชีวิตร่วมกันแบบสามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส บางคู่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานหลายปี มีทรัพย์สินร่วมกัน มีครอบครัวร่วมกัน และมีความผูกพันไม่ต่างจากคู่สมรสทั่วไป
แต่เมื่อเกิดปัญหาความสัมพันธ์ โดยเฉพาะกรณีที่ฝ่ายหนึ่งไปมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามขึ้นว่า หากไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะสามารถฟ้องชู้ได้หรือไม่
คำถามนี้เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะในทางกฎหมาย ความเป็น “สามีภรรยา” ไม่ได้เกิดจากการใช้ชีวิตร่วมกันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีสถานะทางกฎหมายรองรับด้วย บทความนี้จะอธิบายให้คุณสามารถเข้าเข้าใจง่ายขึ้นว่า หากอยู่กินกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะมีสิทธิฟ้องชู้ได้หรือไม่ และมีแนวทางทางกฎหมายอย่างไรบ้าง
⚖️การจดทะเบียนสมรสมีผลต่อสิทธิทางกฎหมายอย่างไร

กฎหมายไทยกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ความเป็นสามีภรรยาที่สมบูรณ์ตามกฎหมายจะเกิดขึ้นได้ ต่อเมื่อมีการจดทะเบียนสมรส
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แม้ว่าคู่รักจะอยู่กินกันมานานเพียงใด ใช้ชีวิตร่วมกันเหมือนครอบครัวเดียวกัน หรือมีบุตรร่วมกัน แต่หากไม่มีการจดทะเบียนสมรส ความสัมพันธ์ดังกล่าวก็ยังไม่ถือว่าเป็นคู่สมรสตามกฎหมาย
ผลที่ตามมาคือ สิทธิทางกฎหมายหลายอย่างจะไม่เกิดขึ้น เช่น
- สิทธิในทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส
- สิทธิในการฟ้องหย่า
- สิทธิในการดำเนิน คดีฟ้องชู้
ประเด็นนี้จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนไม่สามารถใช้สิทธิทางกฎหมายได้ แม้จะรู้สึกว่าตนเองถูกนอกใจหรือได้รับความเสียหายจากความสัมพันธ์ก็ตาม
❗อยู่กินกันแต่ไม่ได้จดทะเบียน ฟ้องชู้ได้ไหม
หากพิจารณาตามหลักกฎหมายโดยตรง คำตอบคือ
โดยทั่วไปแล้ว ไม่สามารถฟ้องชู้ได้
เหตุผลสำคัญคือ กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่มีสิทธิฟ้องชู้ต้องเป็น สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ดังนั้น หากเป็นเพียงการอยู่กินกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส แม้จะใช้ชีวิตร่วมกันมานานเพียงใด ก็ยังไม่ถือว่าเป็นคู่สมรสตามกฎหมาย และสิทธิในการฟ้องชู้จึงไม่เกิดขึ้น
ในทางปฏิบัติ หลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องไม่ยุติธรรม เพราะความสัมพันธ์ที่มีอยู่จริงกลับไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย แต่หลักการนี้เป็นข้อกำหนดสำคัญในกฎหมายครอบครัวของไทย
📂 มีกรณีใดบ้างที่อาจดำเนินคดีได้
แม้โดยหลักทั่วไปจะฟ้องชู้ไม่ได้ แต่ในบางสถานการณ์อาจมีแนวทางทางกฎหมายอื่นที่สามารถพิจารณาได้ ทั้งนี้ต้องดูข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีอย่างละเอียด
👥 กรณีคู่สมรสมีทะเบียนสมรสกับบุคคลอื่นอยู่
หากฝ่ายหนึ่งมี ทะเบียนสมรสกับบุคคลอื่นอยู่ก่อน แล้วไปมีความสัมพันธ์กับบุคคลใหม่
ในกรณีนี้ ผู้ที่เป็นคู่สมรสตามกฎหมายยังคงมีสิทธิในการดำเนินคดี ฟ้องชู้ ได้ เพราะกฎหมายให้ความคุ้มครองแก่คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสเท่านั้น
📑 กรณีการกระทำเข้าข่ายละเมิด
ในบางสถานการณ์ หากบุคคลที่สามมีพฤติกรรมที่จงใจสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง เช่น
-
แสดงตัวเป็นคู่รักอย่างเปิดเผย
-
ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง
-
สร้างผลกระทบต่อครอบครัวอย่างชัดเจน
อาจมีโอกาสพิจารณาฟ้องเรียกค่าเสียหายตามกฎหมายละเมิดได้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีลักษณะนี้ต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อกฎหมายและหลักฐานอย่างรอบคอบ
💍 การจดทะเบียนสมรสภายหลัง
บางคู่ที่อยู่กินกันมานานอาจตัดสินใจไปจดทะเบียนสมรสในภายหลัง เมื่อมีสถานะคู่สมรสตามกฎหมายแล้ว สิทธิทางกฎหมายต่าง ๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมา
รวมถึงสิทธิในการดำเนิน คดีฟ้องชู้ หากมีการนอกใจเกิดขึ้นหลังจากการจดทะเบียนสมรส
🧾 หลักฐานสำคัญในคดีฟ้องชู้
สำหรับกรณีที่มีทะเบียนสมรสและต้องการดำเนินคดี สิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุดคือ หลักฐานการฟ้องชู้
หลักฐานที่มักใช้ในคดีลักษณะนี้ เช่น
- ภาพถ่ายหรือวิดีโอที่แสดงความสัมพันธ์เชิงชู้สาว
- ข้อความแชทหรือการสนทนาในโซเชียลมีเดีย
- หลักฐานการใช้ชีวิตร่วมกัน
- พยานบุคคล
- หลักฐานทางการเงิน เช่น การโอนเงินหรือการดูแลกันในลักษณะคู่รัก
หลักฐานเหล่านี้จะช่วยให้ศาลพิจารณาได้ว่า ความสัมพันธ์ดังกล่าวเกินกว่าความสัมพันธ์ปกติ และส่งผลกระทบต่อชีวิตคู่ของผู้ฟ้องคดี
⚖️ กรณี “คู่หมั้น” กฎหมายให้สิทธิเรียกค่าทดแทนได้

แม้ว่ากรณีการอยู่กินกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสจะไม่สามารถฟ้องชู้ได้ตามกฎหมาย แต่ในบางกรณี กฎหมายก็ให้ความคุ้มครองความสัมพันธ์บางรูปแบบ เช่น ความสัมพันธ์ในฐานะคู่หมั้น
ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1445 กำหนดว่า หากบุคคลที่สามเข้าไปมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคู่หมั้นของผู้อื่น ทั้งที่รู้หรือควรรู้ว่าบุคคลนั้นมีการหมั้นอยู่แล้ว คู่หมั้นอีกฝ่ายมีสิทธิเรียก ค่าทดแทนจากบุคคลที่สามได้
ตัวบทกฎหมายบัญญัติไว้ว่า
มาตรา 1445
คู่หมั้นฝ่ายหนึ่งอาจเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งได้ร่วมประเวณีกับคู่หมั้นของตน หรือผู้ซึ่งกระทำกับคู่หมั้นของตนเพื่อสนองความใคร่ของผู้นั้นหรือของคู่หมั้น โดยบุคคลนั้นรู้หรือควรจะรู้ถึงการหมั้นนั้น
กล่าวโดยสรุปคือ หากมี การหมั้นที่ชัดเจน และมีบุคคลที่สามเข้ามามีความสัมพันธ์กับคู่หมั้นจนทำให้ความสัมพันธ์เสียหาย คู่หมั้นอีกฝ่ายสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายเรียกค่าทดแทนได้
อย่างไรก็ตาม สิทธิในกรณีนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมี การหมั้นที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย และมีหลักฐานยืนยันการหมั้น รวมถึงต้องพิสูจน์ได้ว่าบุคคลที่สาม รู้หรือควรรู้ว่าบุคคลนั้นมีคู่หมั้นอยู่แล้ว
👨⚖️ ทำไมควรปรึกษาทนายฟ้องชู้
คดีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในชีวิตคู่มักมีรายละเอียดทางข้อเท็จจริงจำนวนมาก อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับประเด็นทางกฎหมายที่ค่อนข้างเฉพาะ
การปรึกษา ทนายฟ้องชู้ จะช่วยให้คุณ
- เข้าใจสิทธิของตนเองตามกฎหมาย
- ประเมินโอกาสของคดีได้อย่างตรงไปตรงมา
- วางแนวทางการรวบรวมหลักฐานได้ถูกต้อง
- เลือกวิธีดำเนินการที่เหมาะสมที่สุด
ในหลายกรณี ทนายอาจช่วยแนะนำแนวทางการเจรจาไกล่เกลี่ยก่อนถึงขั้นดำเนินคดี ซึ่งอาจเป็นทางออกที่เหมาะสมสำหรับบางสถานการณ์
📝 สรุป

แม้ว่าการอยู่กินกันฉันสามีภรรยาจะเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในสังคมปัจจุบัน แต่ในมุมของกฎหมายไทย สถานะคู่สมรสจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการจดทะเบียนสมรสเท่านั้น ตามหลักกฎหมายครอบครัว หากเป็นเพียงการอยู่ร่วมกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส แม้จะใช้ชีวิตร่วมกันมานานหรือมีบุตรร่วมกัน ก็ยังไม่ถือว่าเป็นสามีภรรยาตามกฎหมาย และโดยหลักแล้ว ไม่สามารถฟ้องชู้ได้
อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังมีบทบัญญัติที่ให้ความคุ้มครองความสัมพันธ์บางรูปแบบ เช่น กรณี คู่หมั้น โดยตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1445 กำหนดว่า หากบุคคลที่สามเข้าไปมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคู่หมั้นของผู้อื่น ทั้งที่รู้หรือควรรู้ว่าบุคคลนั้นมีการหมั้นอยู่แล้ว คู่หมั้นอีกฝ่ายมีสิทธิเรียก ค่าทดแทนจากบุคคลที่สามได้ หากการกระทำนั้นทำให้ต้องบอกเลิกการหมั้นหรือเกิดความเสียหายต่อความสัมพันธ์
ดังนั้น แม้การอยู่กินกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสจะไม่สามารถใช้สิทธิฟ้องชู้ได้ แต่หากมี สถานะทางกฎหมาย เช่น การหมั้นที่ชัดเจน ก็อาจมีสิทธิเรียกร้องค่าทดแทนตามกฎหมายได้เช่นกัน ทั้งนี้ในทางปฏิบัติ แต่ละกรณีมักมีรายละเอียดและข้อเท็จจริงแตกต่างกัน การปรึกษาทนายผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจสิทธิของตนเองและเลือกแนวทางดำเนินการทางกฎหมายได้อย่างเหมาะสมที่สุด.
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Q1. อยู่กินกันมาหลายปี มีลูกด้วยกัน แต่ไม่ได้จดทะเบียน ฟ้องชู้ได้ไหม
A: โดยทั่วไป ไม่สามารถฟ้องชู้ได้ เพราะกฎหมายกำหนดให้สิทธิในการฟ้องชู้เป็นของคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสเท่านั้น แม้จะอยู่กินกันมานานหรือมีลูกด้วยกันก็ตาม
Q2. ถ้าต้องการฟ้องชู้ ต้องมีหลักฐานอะไรบ้าง
A: หลักฐานที่ใช้ในคดีฟ้องชู้มักประกอบด้วย ภาพถ่าย ข้อความแชท หลักฐานการใช้ชีวิตร่วมกัน หรือพยานบุคคลที่สามารถยืนยันความสัมพันธ์เชิงชู้สาวได้อย่างชัดเจน
บริการทนายฟ้องชู้ – สำนักงานทนายติวานนท์
หากคุณกำลังเผชิญปัญหาความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ หรือไม่แน่ใจว่ากรณีของตนเองสามารถดำเนินคดี ฟ้องชู้ ได้หรือไม่ การปรึกษาทนายจะช่วยให้เข้าใจสิทธิทางกฎหมายได้ชัดเจนมากขึ้น
เว็บไซต์ https://tiwanonlaw.com/service/adulterer/ ให้บริการปรึกษาด้านกฎหมายครอบครัว โดยทีมทนายความที่มีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษา วิเคราะห์คดี และดำเนินการทางกฎหมายอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล
ไม่ว่าจะเป็นการประเมินโอกาสของคดี การวางแนวทางการรวบรวมหลักฐาน หรือการดำเนินคดีในศาล ทีมทนายสามารถช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ และปกป้องสิทธิของคุณได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติม เพื่อขอรับคำปรึกษาได้:
- โทร: 02-125-2511
- LINE: @tiwanonlaw
- Facebook: สำนักงานทนายความติวานนท์
- E-mail: info@tiwanonlaw.com
- เข้าพบด้วยตนเอง: ที่สำนักงาน Google Map
อ้างอิง:
https://www.parliament.go.th/section77/manage/files/file_20230911141313_3_291.pdf


