สำนักงานทนายความติวานนท์

คดีฉ้อโกง คืออะไร และต้องทำอย่างไรเมื่อถูกฉ้อโกง

คดีฉ้อโกง คืออะไร และต้องทำอย่างไรเมื่อถูกฉ้อโกง
19

ถูกฉ้อโกงต้องทำอย่างไร ? รู้จักคดีฉ้อโกง บทลงโทษตามกฎหมาย เอกสารที่ต้องใช้ และค่าจ้างทนาย ครบจบในบทความเดียว ปรึกษาทนายฟรีได้เลย!

สารบัญ

คดีฉ้อโกง คืออะไร และต้องทำอย่างไรเมื่อถูกฉ้อโกง

คดีฉ้อโกง เป็นหนึ่งในคดีอาญาที่พบมากที่สุดในประเทศไทย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการหลอกขายสินค้าออนไลน์ แชร์ลูกโซ่ ลงทุนปลอม หรือแม้แต่หลอกกู้เงิน หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ คดีอาญา อย่างชัดเจนและรู้วิธีรับมืออย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะคดีฉ้อโกง จัดอยู่ในหมวดหมู่คดีอาญา

คดีฉ้อโกง การโกง

1. คดีฉ้อโกง คืออะไร ?

คดีฉ้อโกง หมายถึง การที่บุคคลหนึ่งหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้รู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินของผู้ถูกหลอก ซึ่งเป็นความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560)

“ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

สิ่งสำคัญที่ทำให้คดีฉ้อโกง หรือก็คือ คดีอาญา แตกต่างจากการผิดสัญญาทางแพ่งคือ เจตนาทุจริตต้องมีตั้งแต่แรก กล่าวคือผู้กระทำต้องมีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่ก่อนหรือขณะได้รับทรัพย์สิน หากหลอกลวงภายหลังจากได้รับทรัพย์สินไปแล้ว อาจเข้าข่ายยักยอกทรัพย์แทน

 

2. องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง

การพิจารณาว่าพฤติกรรมใดเข้าข่าย คดีฉ้อโกง หรือไม่ ต้องครบองค์ประกอบ 4 ประการดังนี้

ลำดับ องค์ประกอบ คำอธิบาย ตัวอย่าง
1 มีการหลอกลวง แสดงข้อความเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรเปิดเผย อ้างว่าขายสินค้าของแท้ทั้งที่รู้ว่าเป็นของปลอม
2 เจตนาทุจริต มีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ความประมาทเลินเล่อ วางแผนล่วงหน้าก่อนติดต่อเหยื่อ
3 ผู้เสียหายหลงเชื่อ การหลอกลวงนั้นเป็นเหตุให้ผู้ถูกหลอกยอมส่งมอบทรัพย์สิน โอนเงินเพราะเชื่อว่าจะได้รับสินค้าจริง
4 ได้ไปซึ่งทรัพย์สิน ผู้หลอกได้รับทรัพย์สิน เงิน หรือสิทธิบางอย่างจากผู้ถูกหลอก ได้รับเงิน ทอง สิทธิ์ในที่ดิน ฯลฯ

ข้อสังเกตสำคัญ : ” ข้อความเท็จ ” ที่ถือว่าเป็นการฉ้อโกงต้องเป็นเรื่องราวในอดีตหรือปัจจุบัน แต่ถ้าเป็นการให้คำสัญญาว่าจะทำอะไรในอนาคต แต่มีการยืนยันให้เห็นว่าสภาพความจริงปัจจุบันไม่ได้เป็นอย่างที่พูด ก็อาจมีความผิดฐานคดีฉ้อโกงได้เช่นกัน (ข้อมูลจาก สำนักงานกิจการยุติธรรม)

 

3. ตัวอย่างการฉ้อโกงที่พบบ่อยในปัจจุบัน

กรณีที่ 1 — ฉ้อโกงซื้อขายออนไลน์
นาย A โพสต์ขาย iPhone 16 Pro ราคาถูกกว่าตลาดในเพจ Facebook นาย B โอนเงิน 25,000 บาทให้แล้ว นาย A บล็อกทันที ไม่ส่งสินค้า ทั้งที่ตั้งใจไม่ส่งมาตั้งแต่ต้น
ผลทางกฎหมาย : เข้าข่ายฉ้อโกงตามมาตรา 341 — จำคุกไม่เกิน 3 ปี และ/หรือปรับ นอกจากนี้อาจผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ม.14 ด้วย
กรณีที่ 2 — แชร์ลูกโซ่ / ลงทุนออนไลน์ปลอม
บริษัท X ชักชวนให้ลงทุนในแพลตฟอร์ม Forex ปลอม อ้างผลตอบแทน 30% ต่อเดือน รับเงินจากนักลงทุนหลายสิบคน รวมกว่า 5 ล้านบาท แล้วปิดตัวหนีหายไป
ผลทางกฎหมาย : เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน ม.343 (จำคุกไม่เกิน 5 ปี) หากทำซ้ำๆ หลายครั้งอาจเข้าข่าย ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ซึ่งยังผิดกฎหมายฟอกเงิน มีโทษจำคุก 1–10 ปี ปรับ 20,000–200,000 บาท เพิ่มเติมอีก
กรณีที่ 3 — แอบอ้างตัวเป็นบุคคลอื่น
นาย C แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หลอกให้ผู้เสียหายจ่ายค่า “ไถ่บัตรประชาชน” หรือค่าดำเนินการเอกสาร โดยเรียกเก็บเงินเป็นหมื่นบาทโดยไม่มีอำนาจจริง
ผลทางกฎหมาย : เข้าข่ายมาตรา 342 (แสดงตนเป็นคนอื่น) จำคุกไม่เกิน 5 ปี และ/หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
กรณีที่ 4 — หลอกกู้เงิน ดอกเบี้ยโหด
นาง D หลอกลวงผู้เสียหายว่าจะช่วยหาเงินกู้ดอกต่ำ แต่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้าหลายครั้ง รวมกว่า 80,000 บาท โดยไม่เคยมีเจตนาจะหาเงินกู้ให้จริง
ผลทางกฎหมาย : ฉ้อโกงตามมาตรา 341 หรือ 343 ขึ้นกับว่าหลอกคนเดียวหรือหลายคน

4. บทลงโทษตาม กฎหมายคดีฉ้อโกง

กฎหมายไทยกำหนดบทลงโทษ คดีฉ้อโกง ไว้หลายระดับ ตามความร้ายแรงของพฤติการณ์ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341–348 อัตราโทษแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560)

มาตรา ลักษณะการกระทำ บทลงโทษ ยอมความได้ ?
ม. 341 ฉ้อโกงทั่วไป (หลอกลวงบุคคลเดียว) จำคุก ≤ 3 ปี และ/หรือปรับ ≤ 60,000 บาท ยอมความได้
ม. 342 แสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรืออาศัยความเบาปัญญาของเด็ก จำคุก ≤ 5 ปี และ/หรือปรับ ≤ 100,000 บาท ยอมความได้
ม. 343 ฉ้อโกงประชาชน (หลอกลวงต่อประชาชนหรือสาธารณะ) จำคุก ≤ 5 ปี และ/หรือปรับ ≤ 100,000 บาท ยอมความไม่ได้
ม. 343 วรรค 2 ฉ้อโกงประชาชน + แสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรืออาศัยความอ่อนแอของจิต จำคุก 6 เดือน – 7 ปี ปรับ 10,000 – 140,000 บาท ยอมความไม่ได้
ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ กระทำซ้ำหลายครั้ง มีลักษณะเป็นสันดาน จำคุก 1–10 ปี ปรับ 20,000 – 200,000 บาท + ผิดกฎหมายฟอกเงิน ยอมความไม่ได้
ม. 347 ทำให้ทรัพย์สินที่เอาประกันเสียหายเพื่อเรียกค่าสินไหม จำคุก ≤ 5 ปี และ/หรือปรับ ≤ 100,000 บาท ยอมความได้

ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ = ผิดกฎหมายฟอกเงินด้วย!
หากผู้กระทำฉ้อโกงซ้ำๆ หลายครั้งในลักษณะที่เป็น “สันดาน” (ทำเป็นปกติ) จะเข้าข่าย ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ซึ่งนอกจากโทษทางอาญาแล้ว ยังอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายฟอกเงินด้วย ทำให้รับโทษหนักขึ้นอย่างมาก (ข้อมูลจาก สำนักงานกิจการยุติธรรม)

คดีฉ้อโกง ผ่านทางออนไลน์

5. เมื่อถูกฉ้อโกง ต้องทำอย่างไร ?

หากคุณตกเป็นเหยื่อคดีฉ้อโกง ให้ดำเนินการตามลำดับขั้นตอนต่อไปนี้อย่างรวดเร็ว เพราะหลักฐานสำคัญมากในคดีนี้

1.รวบรวมหลักฐานทันที

จัดเก็บหลักฐานทุกอย่างก่อนถูกลบ ได้แก่ สลิปโอนเงิน แชทสนทนา อีเมล รูปถ่ายสินค้า โฆษณา บัญชีโซเชียลของผู้กระทำ เอกสารสัญญาต่างๆ และภาพหน้าจอ (Screenshot) ทุกหน้า

2.แจ้งความที่สถานีตำรวจ

ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่ที่ตนเองอยู่หรือที่เกิดเหตุ นำหลักฐานทั้งหมดไปด้วย ขอรับ “ใบแจ้งความ” (ใบรับแจ้ง) ไว้เป็นหลักฐาน หากตำรวจไม่รับแจ้ง ให้ร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาหรือสำนักงาน ปปง.

3.แจ้งธนาคารและอายัดบัญชี

หากโอนเงินไปแล้วและยังไม่นานเกินไป ให้โทรแจ้งธนาคารของคุณและธนาคารปลายทางของผู้กระทำทันทีเพื่อขออายัดบัญชี พร้อมแจ้ง DSI หรือ ปปง. หากเป็นการฉ้อโกงออนไลน์

4.ปรึกษาทนายความ

คดีฉ้อโกงมีทั้งมิติอาญาและแพ่ง ทนายจะช่วยวิเคราะห์ว่าคดีของคุณเข้าข่ายมาตราใด สามารถยอมความได้หรือไม่ และมีทางเรียกเงินคืนทางแพ่งได้หรือเปล่า ควรปรึกษาทนายก่อนตัดสินใจดำเนินการใดๆ

5.ฟ้องคดีอาญา และ/หรือคดีแพ่ง

ผู้เสียหายสามารถยื่นฟ้องคดีอาญาต่อพนักงานอัยการ หรือยื่นฟ้องโดยตรงต่อศาลก็ได้ ควบคู่กับการฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง เพื่อให้ศาลบังคับให้ผู้กระทำผิดชดใช้ทรัพย์สินที่เสียไปคืน

เคล็ดลับ: หากคดีฉ้อโกงเข้าข่ายมาตรา 341, 342, 344–347 ซึ่งเป็น ความผิดที่ยอมความได้ ทนายสามารถช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยให้ได้รับเงินคืนก่อนขึ้นศาลได้ ซึ่งเร็วกว่าและประหยัดกว่าการสู้คดีในชั้นศาล

6. เอกสารที่ต้องใช้ในการดำเนินคดีฉ้อโกง

เอกสารส่วนตัว

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ทะเบียนบ้าน (กรณีต้องระบุที่อยู่)
  • ใบขับขี่ (กรณียืนยันตัวตน)

หลักฐานการเงิน

  • สลิปโอนเงินทุกรายการ
  • Bank Statement ย้อนหลัง 3–6 เดือน
  • ใบเสร็จรับเงิน (ถ้ามี)

หลักฐานการสื่อสาร

  • Screenshot แชทสนทนา (LINE/Facebook/SMS)
  • อีเมลโต้ตอบทั้งหมด
  • หน้าโปรไฟล์ / โฆษณา / โพสต์ที่ถูกหลอก
  • เบอร์โทรศัพท์ผู้กระทำ

เอกสารสัญญา

  • สัญญาซื้อขาย/สัญญาลงทุน (ถ้ามี)
  • ใบสั่งซื้อ / Invoice
  • เอกสารที่ผู้กระทำออกให้

หลักฐานชั้นตำรวจ/ศาล

  • ใบแจ้งความ (ใบรับแจ้ง)
  • รายงานประจำวัน (ร.ป.ว.)
  • บันทึกคำให้การ

กรณีนิติบุคคล (เพิ่มเติม)

  • หนังสือรับรองบริษัท (ไม่เกิน 3 เดือน)
  • ภ.พ.20
  • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ากรรมการไม่มาเอง)

7. ค่าจ้างทนาย คดีฉ้อโกง

คดีฉ้อโกง เป็นคดีอาญา ดังนั้นค่าจ้างทนายจะอ้างอิงตามอัตราค่าจ้างทนายคดีอาญา โดยทั่วไปสำนักงานทนายความจะไม่สามารถประกาศราคาตายตัวในเว็บไซต์ได้ ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมารยาททนายความ พ.ศ. 2529 ข้อ 17 แต่พอประมาณการเบื้องต้นได้ดังนี้

โจทก์ — ยื่นฟ้องตรงต่อศาล
ราคา 50,000+ บาท ขึ้นไป คดีอาญา ชั้นศาลชั้นต้น
โจทก์ — แจ้งความ + ดูแลชั้น ป.สอบสวน
ราคา 25,000+ บาท ขึ้นไป เฉพาะชั้นพนักงานสอบสวน
จำเลย — ต่อสู้คดีในชั้นศาล
ราคา 60,000+ บาท ขึ้นไป รวมค่าประกันตัวแยก
ชั้นอุทธรณ์ / ฎีกา
ราคา 60,000+ บาท ขึ้นไป ต่อชั้นศาล
 วิธีการชำระค่าจ้างทนาย (สำนักงานทนายความติวานนท์)
แบ่งชำระ 2 งวด คือ (1) ร้อยละ 50 เมื่อทำใบแต่งทนายเสร็จ และ (2) ร้อยละ 50 เมื่อศาลรับฟ้องคดี ชำระผ่านโอนเงินเข้าบัญบริษัท สำนักงานทนายความติวานนท์ จำกัด เลขบัญชี 1881646893 ดูรายละเอียดเพิ่มที่ ค่าจ้างทนาย

ต้องชำระค่าธรรมเนียมศาลเพิ่มเติม (สำหรับคดีแพ่งควบคู่)

  • ทุนทรัพย์เกิน 300,000 บาท — ค่าธรรมเนียมศาล 2% ของทุนทรัพย์ (สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท)
  • ทุนทรัพย์ต่ำกว่า 300,000 บาท — ค่าธรรมเนียมศาลประมาณ 1,000 บาท
  • ค่าส่งหมายเรียก — ไม่เกิน 500 บาท (โดยทั่วไป)

* ค่าธรรมเนียมศาลไม่รวมอยู่ในค่าจ้างทนาย ต้องชำระแยก*

8. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคดีฉ้อโกง

Q : คดีฉ้อโกงกับคดีแพ่งผิดสัญญา ต่างกันอย่างไร ?
A : คดีฉ้อโกงต้องมีเจตนาทุจริต ตั้งแต่ต้น ก่อนหรือขณะรับทรัพย์สิน ส่วนผิดสัญญาแพ่งคือรับทรัพย์มาโดยสุจริตแต่ภายหลังไม่ยอมปฏิบัติตามข้อตกลง ทนายจะช่วยวิเคราะห์ว่าข้อเท็จจริงของคุณเข้าข่ายอาญาหรือแพ่งมากกว่ากัน
Q : คดีฉ้อโกงหมดอายุความกี่ปี ?
A : คดีฉ้อโกงตามมาตรา 341 มีอายุความ 5 ปี นับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำ หากล่วงเลยอายุความแล้วจะไม่สามารถฟ้องคดีอาญาได้ ควรรีบดำเนินการโดยเร็ว
Q : ฉ้อโกงออนไลน์ แจ้งความที่ไหน ?
A : แจ้งได้ที่ (1) สถานีตำรวจท้องที่ที่ตนเองอยู่ (2) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) หรือ (3) ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ thaipoliceonline.com
Q : ถ้าผู้กระทำยอมคืนเงิน คดียุติได้ไหม ?
A : คดีฉ้อโกงตามมาตรา 341, 342, 344–347 เป็นความผิดที่ยอมความได้ หากผู้เสียหายและผู้กระทำตกลงกันและผู้เสียหายถอนแจ้งความ คดีอาญาก็ยุติ แต่มาตรา 343 (ฉ้อโกงประชาชน) ยอมความไม่ได้
Q : ถูกฉ้อโกงแต่ไม่รู้ชื่อหรือที่อยู่ผู้กระทำ ทำได้ไหม ?
A : ทำได้ครับ สามารถแจ้งความเพื่อให้พนักงานสอบสวนสืบหาตัวผู้กระทำได้จากข้อมูลบัญชีธนาคาร เบอร์โทร IP address หรือข้อมูลที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเก็บไว้ ทนายสามารถช่วยประสานงานขอข้อมูลเหล่านี้ได้

ถูกฉ้อโกง ปรึกษาทนายฟรีได้เลย

สำนักงานทนายความติวานนท์ เชี่ยวชาญคดีอาญาและคดีฉ้อโกงโดยตรง ทนายดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่แจ้งความ ไปจนถึงศาลฎีกา ตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือน

สถานที่ตั้งสำนักงาน : 489 ถนนนนทบุรี ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี | เวลาทำการ จ–ส 08:00–17:00 น. (หยุดวันอาทิตย์)

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการฟ้องคดีแพ่ง ฟ้องคดีอาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ฟ้องชู้ ฟ้องขับไล่ ฟ้องลูกหนี้
การทำงานครอบคลุมถึง การออกโนติส การฟ้องคดีโดยตรง การทำงานร่วมกับตำรวจและพนักงานอัยการ
การร้องขอความเป็นธรรม การประกันตัวผู้ต้องหา การไต่สวนมูลฟ้อง การเขียนคำให้การของจำเลย การฟ้องแย้ง
การยื่นอุทธรณ์และการยื่นฎีกา รวมทั้งการสืบทรัพย์ การบังคับคดี และการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

อัตราค่าจ้างทนาย ต้องสอบถามทางบริษัทเท่านั้น สามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อทนาย
โทร
แชทไลน์
อีเมล
สำนักงาน
ทนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฏหมาย
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
อ่านบทความล่าสุด