สำนักงานทนายความติวานนท์

แค่โพสต์ด่าในโซเชียล ถือว่าหมิ่นประมาทหรือไม่

แค่โพสต์ด่าในโซเชียล ถือว่าหมิ่นประมาทหรือไม่
486

โพสต์ด่าในโซเชียล เสี่ยงเป็นคดีหมิ่นประมาทหรือไม่? เข้าใจกฎหมาย ข้อควรระวัง และวิธีป้องกันตัวก่อนถูกฟ้องร้องบนโลกออนไลน์

สารบัญ

ทุกวันนี้การโพสต์ระบายอารมณ์ลง Facebook, X (Twitter), TikTok หรือ Instagram กลายเป็นเรื่องปกติของหลายคน บางครั้งแค่ทะเลาะกันเล็กน้อย ก็อาจมีการโพสต์ด่า ประจาน หรือแฉกันบนโลกออนไลน์ทันที แต่รู้หรือไม่ว่า “การโพสต์ด่า” บางกรณีอาจเข้าข่ายความผิดฐาน หมิ่นประมาท ได้โดยไม่รู้ตัว

หลายคนเข้าใจว่า ถ้าเป็นเรื่องจริงก็โพสต์ได้ หรือถ้าไม่ได้เอ่ยชื่อเต็มก็ไม่ผิด ซึ่งในทางกฎหมาย ความจริงอาจไม่ได้ง่ายขนาดนั้น บทความนี้จะพาไปเข้าใจว่า แบบไหนเสี่ยงโดนฟ้อง และควรระวังอะไรบ้างก่อนโพสต์ลงโซเชียล

หมิ่นประมาท คืออะไร?

ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐาน “หมิ่นประมาท” คือ การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ด้วยวิธีใดก็ตาม จนทำให้คนอื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

คำสำคัญคือ

  • มี “บุคคลที่สาม” รับรู้
  • มีการ “ใส่ความ”
  • ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของอีกฝ่าย

ดังนั้น การโพสต์ข้อความลงโซเชียลที่มีคนเห็นจำนวนมาก จึงมีโอกาสเข้าข่ายความผิดได้ง่ายกว่าการพูดกันสองคน

ด่าเฉย ๆ ถือเป็นหมิ่นประมาทไหม?

เรื่องนี้ต้องแยกก่อนว่าเป็น

  • “ด่าหยาบคาย”
    หรือ
  • “ใส่ความ”

ถ้าเป็นเพียงคำด่าทั่วไป เช่น
“นิสัยแย่มาก”
“คนแบบนี้ไม่น่าคบ”

อาจเข้าข่าย “ดูหมิ่น” มากกว่า ซึ่งเป็นอีกฐานความผิดหนึ่ง

แต่ถ้ามีการกล่าวหาว่าอีกฝ่ายทำเรื่องเสียหาย เช่น

  • โกงเงิน
  • หลอกลูกค้า
  • เป็นชู้
  • ขโมยของ
  • คดโกงบริษัท

แม้ยังไม่มีคำพิพากษา หรือไม่มีหลักฐานชัดเจน ก็อาจกลายเป็นคดีหมิ่นประมาทได้ทันที

โพสต์ใน Facebook ส่วนตัว ก็ผิดได้

หลายคนคิดว่าโพสต์ในพื้นที่ส่วนตัวจะไม่ผิด แต่ในความจริง หากมีคนอื่นเห็นโพสต์นั้น ไม่ว่าจะ 10 คน หรือ 10,000 คน ก็ถือว่ามี “บุคคลที่สามรับรู้”

ยิ่งถ้าโพสต์เป็นสาธารณะ แชร์ได้ คอมเมนต์ได้ หรือถูกส่งต่อ ยิ่งทำให้ความเสียหายกว้างขึ้น และอาจเข้าข่าย “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ซึ่งมีโทษหนักกว่าปกติ

ตัวอย่างเช่น

  • โพสต์ประจานลูกหนี้
  • โพสต์แฉแฟนเก่า
  • รีวิวธุรกิจแบบกล่าวหาจนเสียชื่อเสียง
  • โพสต์รูปพร้อมข้อความโจมตี

สิ่งเหล่านี้ล้วนมีโอกาสถูกฟ้องได้ทั้งหมด

แคปแชตส่วนตัวมาโพสต์ประจาน มีความผิดหรือไม่?

การแคปข้อความจากแชตส่วนตัว เช่น LINE, Facebook Messenger หรือ Instagram แล้วนำมาโพสต์ลงโซเชียล อาจมีความผิดได้ ขึ้นอยู่กับเนื้อหาและลักษณะการเผยแพร่ ค่ะ โดยเฉพาะหากโพสต์นั้นทำให้บุคคลอื่นสามารถทราบได้ว่าเป็นใคร และข้อความที่นำมาเผยแพร่ทำให้บุคคลนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

กรณีดังกล่าวอาจเข้าข่าย ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และหากเผยแพร่ผ่าน Facebook, TikTok, X หรือช่องทางออนไลน์ที่บุคคลจำนวนมากสามารถเห็นได้ ก็อาจต้องพิจารณาเรื่อง หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328 เพิ่มเติมค่ะ การเผยแพร่แชตหรือข้อมูลส่วนตัวโดยไม่มีเหตุอันสมควร ยังอาจเกี่ยวข้องกับสิทธิในความเป็นส่วนตัวและความรับผิดทางแพ่งได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่การแคปแชตทุกกรณีจะเป็นความผิด เช่น การเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อใช้แจ้งความ ฟ้องคดี ปรึกษาทนาย หรือปกป้องสิทธิของตนเอง ย่อมต้องพิจารณาวัตถุประสงค์ ความจำเป็น และขอบเขตการเปิดเผยเป็นรายกรณี

ดังนั้น หากต้องการใช้ข้อความแชตเป็นหลักฐาน แนะนำให้ เก็บต้นฉบับ วันเวลา ชื่อบัญชี และข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ให้ครบ และหลีกเลี่ยงการนำไปโพสต์ประจานต่อสาธารณะก่อนปรึกษาทนาย เพราะการเผยแพร่เพิ่มเติมอาจทำให้เกิดข้อพิพาทหรือความรับผิดทางกฎหมายตามมาได้ค่ะ

หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา คืออะไร?

หากการใส่ความเกิดขึ้นผ่านช่องทางสาธารณะ เช่น

  • Facebook
  • TikTok
  • YouTube
  • Instagram
  • เว็บไซต์
  • กลุ่มสาธารณะ

กฎหมายอาจมองว่าเป็น “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ซึ่งมีโทษรุนแรงกว่า เพราะเป็นการเผยแพร่ให้คนจำนวนมากรับรู้

หลายคนจึงถูกฟ้องจากเพียงโพสต์เดียว แม้จะลบภายหลังแล้วก็ตาม เพราะอีกฝ่ายอาจแคปหน้าจอเก็บไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว

ถ้าเป็นเรื่องจริง ยังผิดได้ไหม?

นี่เป็นเรื่องที่คนเข้าใจผิดบ่อยมาก

แม้เรื่องที่โพสต์จะ “เป็นความจริง” ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ผิดเสมอไป เพราะศาลจะพิจารณาด้วยว่า

  • เรื่องนั้นกระทบชื่อเสียงอีกฝ่ายหรือไม่
  • มีประโยชน์ต่อสาธารณะหรือไม่
  • เจตนาเพื่อปกป้องสังคมหรือเพื่อประจาน

เช่น

✅ รีวิวสินค้าโดยสุจริต เพื่อเตือนผู้บริโภค
✅ แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต

อาจได้รับความคุ้มครอง

แต่ถ้าโพสต์ด้วยอารมณ์ ต้องการให้คนเกลียดอีกฝ่าย หรือใช้คำรุนแรงเกินจำเป็น ก็ยังมีความเสี่ยงทางกฎหมายอยู่ดี

แชร์โพสต์ต่อ ก็เสี่ยงเหมือนกัน

ไม่ใช่แค่ “คนโพสต์ต้นทาง” เท่านั้นที่เสี่ยง

คนที่

  • แชร์ต่อ
  • รีโพสต์
  • คอมเมนต์สนับสนุน
  • ตัดต่อภาพเพิ่มข้อความ

ก็อาจถูกมองว่าเป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลหมิ่นประมาทเช่นกัน

โดยเฉพาะถ้าข้อความนั้นสร้างความเสียหายชัดเจน และผู้แชร์รู้อยู่แล้วว่าเนื้อหาอาจไม่จริง

รีวิวร้านค้า บริษัท หรือบริการในทางลบ ถือว่าหมิ่นประมาทหรือไม่?

การรีวิวร้านค้า บริษัท หรือบริการในทางลบ ไม่ได้ถือว่าเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาททุกกรณี ค่ะ หากเป็นการรีวิวจากประสบการณ์จริง แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต และติชมอย่างเป็นธรรม เช่น ระบุว่าได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่สั่ง บริการล่าช้า หรือพบปัญหาในการใช้บริการ พร้อมอธิบายข้อเท็จจริงตามที่เกิดขึ้น การแสดงความคิดเห็นลักษณะนี้อาจได้รับความคุ้มครองตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ซึ่งกำหนดข้อยกเว้นสำหรับการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต รวมถึงการติชมด้วยความเป็นธรรมในเรื่องที่ประชาชนย่อมกระทำได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม หากรีวิวมีลักษณะ กล่าวหาข้อเท็จจริงที่ทำให้ร้านค้า เจ้าของกิจการ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง และมีบุคคลอื่นได้รับรู้ ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ โดยเฉพาะการโพสต์ลง Facebook, TikTok, Google Reviews หรือแพลตฟอร์มสาธารณะที่มีผู้เข้าถึงจำนวนมาก ต้องพิจารณาข้อความ เจตนา และพฤติการณ์เป็นรายกรณีค่ะ

หากข้อความที่รีวิวเป็นความจริง ผู้ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทอาจพิสูจน์ความจริงเพื่อไม่ต้องรับโทษได้ตาม มาตรา 330 แต่กฎหมายมีข้อยกเว้นกรณีที่เป็นเรื่องส่วนตัวและการพิสูจน์นั้นไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนค่ะ

ดังนั้น ก่อนโพสต์รีวิวเชิงลบ ควรยึดข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ มีหลักฐาน เช่น ใบเสร็จ ภาพสินค้า ข้อความสนทนา หรือรายละเอียดการใช้บริการ และหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำด่าทอ การกล่าวหาเกินจริง หรือการระบุว่าร้านค้า “โกง” “หลอกลวง” หรือ “เป็นมิจฉาชีพ” หากยังไม่มีข้อเท็จจริงหรือหลักฐานเพียงพอ เพราะข้อความลักษณะดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดข้อพิพาทและคดีหมิ่นประมาทได้ค่ะ

ถ้าถูกหมิ่นประมาท ควรทำอย่างไร?

หากคุณถูกโพสต์ด่า หรือถูกใส่ความในโซเชียล สิ่งแรกที่ควรทำคือ “เก็บหลักฐาน”

หลักฐานสำคัญ เช่น

  • แคปหน้าจอ
  • ลิงก์โพสต์
  • วันเวลา
  • ชื่อบัญชีผู้โพสต์
  • คอมเมนต์และยอดแชร์

หลังจากนั้นควรปรึกษา สำนักงานทนายความ หรือทนายที่มีประสบการณ์ด้านคดีออนไลน์ เพื่อประเมินว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ และควรดำเนินคดีแบบไหน

บางกรณีอาจเจรจาให้ลบโพสต์และขอโทษได้
แต่บางกรณีอาจจำเป็นต้องฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเสียหายและปกป้องชื่อเสียง

คดีหมิ่นประมาททางโซเชียล มีอายุความกี่ปี?

คดีหมิ่นประมาททางโซเชียลต้องแยกพิจารณาระหว่าง “ระยะเวลาร้องทุกข์” กับ “อายุความฟ้องคดีอาญา” ค่ะ เพราะความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 333 ดังนั้น ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ตามมาตรา 96 หากปล่อยพ้นกำหนดดังกล่าว อาจทำให้คดีขาดอายุความร้องทุกข์ได้ค่ะ

ส่วนอายุความฟ้องคดีอาญาจะขึ้นอยู่กับฐานความผิด เช่น

  • หมิ่นประมาททั่วไป ตามมาตรา 326 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี จึงมีอายุความฟ้องคดี 5 ปี ตามมาตรา 95 (4)
  • หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามมาตรา 328 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี จึงมีอายุความฟ้องคดี 10 ปี ตามมาตรา 95 (3)

กรณีการโพสต์ข้อความ รูปภาพ หรือเนื้อหาผ่าน Facebook, TikTok, Instagram หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เผยแพร่ให้บุคคลอื่นรับรู้เป็นวงกว้าง อาจถูกพิจารณาเป็น หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะการเผยแพร่และข้อเท็จจริงของแต่ละคดีค่ะ

ดังนั้น แม้อายุความฟ้องคดีบางกรณีจะเป็น 5 ปีหรือ 10 ปี แต่ผู้เสียหาย ไม่ควรรอจนใกล้ครบอายุความ เพราะในคดีหมิ่นประมาทซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ กำหนด 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด เป็นเงื่อนไขสำคัญในการดำเนินคดีค่ะ

 

เรียกค่าเสียหายจากการถูกหมิ่นประมาทบนโซเชียลได้หรือไม่?

ได้ค่ะ หากการโพสต์ แสดงความคิดเห็น แชร์ หรือเผยแพร่ข้อความบนโซเชียลทำให้ผู้เสียหาย เสียชื่อเสียง เกียรติคุณ สูญเสียรายได้ ลูกค้า งาน หรือได้รับผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและธุรกิจ ผู้เสียหายสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งได้ นอกเหนือจากการดำเนินคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทค่ะ

ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ผู้ที่กระทำละเมิดจนทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายมีหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และ มาตรา 423 ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีเผยแพร่ข้อความที่ฝ่าฝืนต่อความจริงจนทำให้บุคคลอื่นเสียหายต่อชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือทางทำมาหาได้ค่ะ

ค่าเสียหายเรียกได้เท่าไร?

กฎหมาย ไม่ได้กำหนดจำนวนค่าเสียหายไว้ตายตัว ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละคดี เช่น

  • เนื้อหาและความรุนแรงของข้อความ
  • จำนวนคนที่เห็น แชร์ หรือเผยแพร่ต่อ
  • ระยะเวลาที่ข้อความปรากฏบนออนไลน์
  • ผลกระทบต่อชื่อเสียง การทำงาน หรือธุรกิจ
  • ความเสียหายด้านรายได้หรือลูกค้าที่สามารถพิสูจน์ได้

นอกจากนี้ ตาม มาตรา 447 ผู้เสียหายอาจขอให้ศาลมีคำสั่งให้ดำเนินการตามสมควรเพื่อช่วยให้ชื่อเสียงกลับคืนดีได้ ควบคู่กับการเรียกค่าเสียหายค่ะ

สิ่งสำคัญคือ ต้องเก็บหลักฐานให้ครบก่อนโพสต์ถูกลบ เช่น ภาพหน้าจอ URL วันและเวลาที่โพสต์ ชื่อบัญชี จำนวนการแชร์หรือความคิดเห็น รวมถึงหลักฐานรายได้ ลูกค้า งาน หรือสัญญาที่ได้รับผลกระทบ เพราะหลักฐานเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการพิสูจน์ความเสียหายและจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้องค่ะ

ก่อนโพสต์อะไร ควรคิดให้รอบคอบ

โลกออนไลน์โพสต์ง่ายก็จริง แต่ผลกระทบตามมาอาจหนักกว่าที่คิด

สิ่งที่ควรระวัง ได้แก่

  • อย่าโพสต์ด้วยอารมณ์
  • อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน
  • อย่าประจานข้อมูลส่วนตัวคนอื่น
  • อย่าแชร์ข่าวที่ยังไม่ตรวจสอบ
  • หากเป็นการรีวิว ควรใช้ถ้อยคำสุภาพและตรงข้อเท็จจริง

เพราะบางโพสต์ที่คิดว่า “แค่ระบาย” อาจกลายเป็นคดีความยาวหลายปีได้

✅ สรุป

การโพสต์ด่าในโซเชียล “อาจ” เข้าข่ายความผิดฐาน หมิ่นประมาท ได้ หากเป็นการใส่ความจนอีกฝ่ายเสียชื่อเสียง และมีบุคคลอื่นรับรู้ โดยเฉพาะการโพสต์ผ่าน Facebook หรือแพลตฟอร์มสาธารณะ ที่อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งมีโทษหนักกว่าเดิม

ก่อนโพสต์อะไรลงออนไลน์ ควรคิดให้รอบคอบ เพราะโลกอินเทอร์เน็ตอาจลืมเร็ว แต่หลักฐานบนโลกออนไลน์ลบได้ยากกว่าที่คิด

FAQ คำถามที่พบบ่อย

1. ด่าคนอื่นใน Facebook โดยไม่เอ่ยชื่อ ผิดไหม?

ถ้าคนทั่วไปยังสามารถเดาได้ว่าเป็นใคร และทำให้อีกฝ่ายเสียชื่อเสียง ก็ยังมีโอกาสเข้าข่ายหมิ่นประมาทได้

2. ลบโพสต์แล้ว ยังโดนฟ้องได้ไหม?

ได้ เพราะหากอีกฝ่ายแคปหน้าจอหรือบันทึกหลักฐานไว้ก่อนลบ ก็ยังสามารถนำไปใช้ดำเนินคดีได้


หากคุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับคดี หมิ่นประมาท ไม่ว่าจะถูกโพสต์ใส่ร้าย ถูกประจานบนโซเชียล หรือถูกฟ้องจากการแสดงความคิดเห็น ทีมทนายความของ สำนักงานทนายความ ติวานนท์ พร้อมให้คำปรึกษา ดูแลทั้งการเจรจา การรวบรวมหลักฐาน และการดำเนินคดีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ด้วยประสบการณ์ด้านคดีแพ่ง และคดีอาญา เราพร้อมช่วยคุณปกป้องสิทธิและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เบอร์โทร 02-125-2511
E-mail info@tiwanonlaw.com
Facebook www.facebook.com/tiwanonlaw
Line https://line.me/ti/p/@tiwanonlaw
YouTube https://www.youtube.com/@tiwanonlaw

สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการฟ้องคดีแพ่ง ฟ้องคดีอาญา ฟ้องหมิ่นประมาท ฟ้องชู้ ฟ้องขับไล่ ฟ้องลูกหนี้
การทำงานครอบคลุมถึง การออกโนติส การฟ้องคดีโดยตรง การทำงานร่วมกับตำรวจและพนักงานอัยการ
การร้องขอความเป็นธรรม การประกันตัวผู้ต้องหา การไต่สวนมูลฟ้อง การเขียนคำให้การของจำเลย การฟ้องแย้ง
การยื่นอุทธรณ์และการยื่นฎีกา รวมทั้งการสืบทรัพย์ การบังคับคดี และการตั้งเรื่องยึดทรัพย์ขายทอดตลาด

อัตราค่าจ้างทนาย ต้องสอบถามทางบริษัทเท่านั้น สามารถติดต่อได้ตามช่องทางต่อไปนี้

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อทนาย
โทร
แชทไลน์
อีเมล
สำนักงาน
ทนายความ สำนักงานทนายความ สำนักงานกฏหมาย
เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
อ่านบทความล่าสุด