การหย่าไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่คู่สมรสตกลงเลิกกันเพียงอย่างเดียว เพราะในกรณีที่อีกฝ่ายไม่ยินยอมหย่า ผู้ที่ต้องการยุติการสมรสจะต้องยื่นฟ้องต่อศาล และต้องแสดงให้เห็นว่ามี เหตุฟ้องหย่า ตามที่กฎหมายกำหนด
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 กำหนดเหตุที่คู่สมรสสามารถนำมาใช้ฟ้องหย่าไว้หลายกรณี เมื่อนับหัวข้อย่อยตามกฎหมาย ได้แก่ (1) ถึง (10) รวมทั้ง (4/1) และ (4/2) จึงมักเรียกรวมกันว่า เหตุฟ้องหย่า 12 ข้อ โดยกฎหมายปัจจุบันใช้บังคับกับคู่สมรสทุกเพศตามการแก้ไขกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567
อย่างไรก็ตาม การมีปัญหาครอบครัวหรือไม่ต้องการอยู่ด้วยกันต่อ ไม่ได้หมายความว่าจะฟ้องหย่าได้ทันทีทุกกรณี ผู้ฟ้องยังต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริง หลักฐาน และเงื่อนไขของเหตุหย่าข้อนั้นให้ศาลเห็นด้วยค่ะ
❓เหตุฟ้องหย่า คืออะไร?
เหตุฟ้องหย่า คือ ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่กฎหมายรับรองให้คู่สมรสฝ่ายหนึ่งใช้เป็นเหตุยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้การสมรสสิ้นสุดลง
การฟ้องหย่ามักเกิดขึ้นเมื่อคู่สมรสไม่สามารถตกลงหย่าโดยความยินยอมได้ เช่น อีกฝ่ายไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่า ไม่สามารถติดต่อกันได้ หรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับบุตร สินสมรส ค่าเลี้ยงชีพ และค่าทดแทน
เหตุหย่าหลักถูกกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 ซึ่งสามารถสรุปเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายได้ดังนี้

⚖️เหตุฟ้องหย่า 12 ข้อ ตามกฎหมาย
1. คู่สมรสนอกใจหรือยกย่องผู้อื่นเสมือนคู่สมรส
หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องบุคคลอื่นในลักษณะคู่สมรส มีชู้ ร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ หรือมีพฤติกรรมทางเพศกับผู้อื่นตามเงื่อนไขของกฎหมาย อีกฝ่ายสามารถนำมาเป็นเหตุฟ้องหย่าได้
หลักฐานอาจมีได้หลายรูปแบบ เช่น ข้อความสนทนา ภาพถ่าย หลักฐานการโอนเงิน การพักอาศัยร่วมกัน หรือพยานบุคคล แต่จะต้องพิจารณาว่าหลักฐานนั้นได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ด้วยค่ะ
2. ประพฤติชั่วจนอีกฝ่ายได้รับความเดือดร้อนอย่างร้ายแรง
การประพฤติชั่วไม่จำเป็นต้องเป็นความผิดอาญาเสมอไป แต่ต้องมีความร้ายแรงถึงขนาดทำให้อีกฝ่ายได้รับความอับอายขายหน้า ถูกดูถูกเกลียดชัง หรือได้รับความเสียหายและเดือดร้อนเกินสมควร
ตัวอย่างเช่น มีพฤติกรรมเสพติดการพนันอย่างรุนแรง ก่อหนี้ซ้ำ ๆ ใช้ชีวิตที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัว หรือกระทำเรื่องที่ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถดำรงสถานะคู่สมรสต่อไปได้ตามปกติ
3. ทำร้ายร่างกาย จิตใจ หรือหมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง
หากคู่สมรสทำร้ายหรือทรมานร่างกายหรือจิตใจของอีกฝ่าย หรือหมิ่นประมาทเหยียดหยามอีกฝ่ายหรือบุพการีอย่างร้ายแรง ผู้เสียหายอาจใช้เป็นเหตุฟ้องหย่าได้
กรณีนี้อาจใช้หลักฐาน เช่น ใบรับรองแพทย์ ภาพบาดแผล บันทึกประจำวัน คลิปเสียง ข้อความข่มขู่ หรือคำให้การของบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ประกอบคดี
4. จงใจละทิ้งร้างเกิน 1 ปี
หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งจงใจออกจากครอบครัวและละทิ้งอีกฝ่ายติดต่อกันเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายมีสิทธิฟ้องหย่าได้
คำว่า “ละทิ้งร้าง” ต้องมีลักษณะจงใจไม่กลับมาใช้ชีวิตคู่หรือไม่ทำหน้าที่คู่สมรส ไม่ใช่เพียงแยกกันอยู่ชั่วคราวเพราะต้องไปทำงาน รักษาตัว หรือมีเหตุจำเป็นอื่น
5. ต้องโทษจำคุกเกิน 1 ปี
หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายไม่ได้มีส่วนร่วม ไม่ได้ยินยอม หรือไม่รู้เห็นเป็นใจ และการอยู่ร่วมกันต่อไปจะทำให้อีกฝ่ายได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินสมควร อีกฝ่ายสามารถฟ้องหย่าได้
เหตุนี้อยู่ในมาตรา 1516 (4/1) และมีเงื่อนไขหลายส่วน จึงไม่ใช่ว่าการถูกจำคุกเกินหนึ่งปีจะเป็นเหตุหย่าโดยอัตโนมัติทุกคดีค่ะ
6. สมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี
หากคู่สมรสสมัครใจแยกกันอยู่ เพราะไม่สามารถอยู่ร่วมกันฉันคู่สมรสได้โดยปกติสุขติดต่อกันเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งศาลเป็นเวลาเกินสามปี คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถยื่นฟ้องหย่าได้
กรณีนี้ต่างจากการละทิ้งร้าง เพราะเป็นการตกลงหรือยอมรับร่วมกันว่าจะแยกกันอยู่ ไม่ใช่การที่ฝ่ายหนึ่งจงใจทิ้งอีกฝ่ายไปเพียงฝ่ายเดียว
7. หายสาบสูญหรือไม่ทราบว่าเป็นตายร้ายดีเกิน 3 ปี
หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งหายไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และไม่มีใครทราบแน่ชัดว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ติดต่อกันเกินสามปี อีกฝ่ายสามารถนำเหตุนี้มาฟ้องหย่าได้
ผู้ฟ้องควรเตรียมหลักฐานเกี่ยวกับการติดตามตัว เช่น รายงานประจำวัน หนังสือสอบถามหน่วยงาน หรือพยานที่ยืนยันว่าไม่สามารถติดต่ออีกฝ่ายได้
8. ไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดู
คู่สมรสมีหน้าที่ช่วยเหลือและอุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะ หากฝ่ายหนึ่งไม่ทำหน้าที่ดังกล่าว หรือกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นคู่สมรสกันอย่างร้ายแรง จนอีกฝ่ายเดือดร้อนเกินสมควร อาจใช้เป็นเหตุฟ้องหย่าได้
ศาลจะพิจารณาจากรายได้ ฐานะ ความสามารถในการช่วยเหลือ และสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวประกอบ ไม่ได้พิจารณาจากการไม่ให้เงินเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
9. มีอาการวิกลจริตติดต่อกันเกิน 3 ปี
หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งมีอาการวิกลจริตติดต่อกันเกินสามปี อาการนั้นยากจะรักษาให้หาย และมีความรุนแรงถึงขนาดที่อีกฝ่ายไม่สามารถทนอยู่ร่วมกันต่อไปได้ อีกฝ่ายอาจฟ้องหย่าได้
เหตุนี้ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง โดยมักต้องใช้ประวัติการรักษา ความเห็นของแพทย์ และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลกระทบต่อการใช้ชีวิตร่วมกัน
10. ผิดทัณฑ์บนเรื่องความประพฤติ
หากคู่สมรสเคยทำหนังสือทัณฑ์บนเกี่ยวกับความประพฤติไว้ แล้วฝ่าฝืนข้อตกลงดังกล่าว อีกฝ่ายอาจนำมาเป็นเหตุฟ้องหย่าได้
อย่างไรก็ตาม หากศาลเห็นว่าพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยหรือไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตคู่โดยปกติสุข ศาลอาจไม่พิพากษาให้หย่าก็ได้
11. เป็นโรคติดต่อร้ายแรงและเรื้อรัง
หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่อีกฝ่าย และโรคนั้นมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางรักษาให้หายได้ อีกฝ่ายอาจใช้เป็นเหตุฟ้องหย่า
การพิจารณาจะต้องอาศัยข้อมูลทางการแพทย์เป็นสำคัญ ไม่ควรสรุปจากชื่อโรคหรือความเข้าใจส่วนตัวเพียงอย่างเดียว
12. มีสภาพร่างกายที่ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตลอดกาล
หากคู่สมรสฝ่ายหนึ่งมีสภาพร่างกายที่ทำให้ไม่สามารถร่วมประเวณี หรือไม่สามารถกระทำหรือยอมรับการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของอีกฝ่ายได้อย่างถาวร อีกฝ่ายอาจฟ้องหย่าได้
แต่หากสภาพดังกล่าวเกิดจากการกระทำของผู้ที่จะยกเหตุนั้นขึ้นฟ้อง บุคคลนั้นอาจไม่มีสิทธินำเหตุนี้มาใช้เป็นเหตุหย่าของตนเองค่ะ

🗂️ ก่อนฟ้องหย่า ควรเตรียมหลักฐานอะไรบ้าง?
หลักฐานที่ต้องใช้จะแตกต่างกันตามเหตุฟ้องหย่า แต่โดยทั่วไปอาจประกอบด้วย
- ทะเบียนสมรสและสำเนาทะเบียนบ้าน
- สูติบัตรของบุตร
- ข้อความสนทนา ภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอ
- ใบรับรองแพทย์และประวัติการรักษา
- รายงานประจำวันหรือเอกสารจากตำรวจ
- คำพิพากษาคดีอาญาหรือหมายจำคุก
- หลักฐานรายได้ ทรัพย์สิน หนี้สิน และสินสมรส
- รายชื่อพยานที่ทราบเหตุการณ์
หลักฐานจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ชนะคดีเสมอไป สิ่งสำคัญคือหลักฐานต้องเกี่ยวข้องกับเหตุที่ยกขึ้นฟ้อง มีความน่าเชื่อถือ และนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างถูกต้อง
⏳ เหตุฟ้องหย่ามีอายุความหรือไม่?
เหตุฟ้องหย่าบางข้อมีระยะเวลาจำกัดในการใช้สิทธิ โดยเฉพาะเหตุในมาตรา 1516 (1), (2), (3) และ (6) สิทธิฟ้องอาจระงับเมื่อพ้นหนึ่งปีนับจากวันที่ผู้ฟ้องรู้หรือควรรู้ข้อเท็จจริงที่นำมาใช้กล่าวอ้าง
ดังนั้น เมื่อทราบเหตุแล้วไม่ควรปล่อยไว้นานโดยไม่ได้ตรวจสอบสิทธิ เพราะแม้ข้อเท็จจริงจะเคยเกิดขึ้นจริง แต่อาจไม่สามารถนำมาใช้เป็นเหตุหลักในการฟ้องได้เมื่อพ้นระยะเวลาตามกฎหมาย
นอกจากนี้ หากผู้ฟ้องเคยยินยอม รู้เห็นเป็นใจ หรือให้อภัยการกระทำบางอย่างแล้ว ก็อาจส่งผลต่อสิทธิในการยกเหตุนั้นขึ้นฟ้องหย่าเช่นกัน
✅ สรุปเหตุฟ้องหย่า 12 ข้อ
เหตุฟ้องหย่า 12 ข้อ ครอบคลุมตั้งแต่การนอกใจ ประพฤติชั่ว ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ ละทิ้งร้าง ถูกจำคุก แยกกันอยู่ หายสาบสูญ ไม่อุปการะเลี้ยงดู มีอาการทางจิตรุนแรง ผิดทัณฑ์บน เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ไปจนถึงมีสภาพร่างกายที่ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างถาวร
แต่การที่เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งคล้ายกับเหตุในกฎหมาย ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ทันทีว่าศาลจะพิพากษาให้หย่า เพราะศาลต้องพิจารณารายละเอียด ความร้ายแรง ระยะเวลา พฤติการณ์ของทั้งสองฝ่าย และหลักฐานในแต่ละคดีประกอบกัน
ก่อนยื่นฟ้องจึงควรรวบรวมข้อเท็จจริงและเอกสารให้ครบ พร้อมตรวจสอบเรื่องบุตร อำนาจปกครอง ค่าอุปการะเลี้ยงดู สินสมรส หนี้สิน และสิทธิเรียกค่าทดแทนไปพร้อมกันค่ะ
👨⚖️ ปรึกษาคดีฟ้องหย่ากับสำนักงานทนายความติวานนท์
สำนักงานทนายความติวานนท์ ให้บริการปรึกษาและดำเนินคดีครอบครัว เช่น คดีฟ้องหย่า ฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทน แบ่งสินสมรส ขออำนาจปกครองบุตร และเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู
ผู้ที่กำลังมีปัญหาครอบครัวสามารถนำรายละเอียดและหลักฐานเบื้องต้นมาให้ทนายความช่วยตรวจสอบว่า ข้อเท็จจริงเข้ากับเหตุฟ้องหย่าข้อใด มีประเด็นใดต้องระวัง และควรเตรียมคำขอท้ายฟ้องอย่างไรให้ครอบคลุมสิทธิของตนเอง
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://tiwanonlaw.com/service/divorce/

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเหตุฟ้องหย่า
1. แยกกันอยู่ไม่ถึง 3 ปี สามารถฟ้องหย่าได้หรือไม่?
สามารถฟ้องได้หากมีเหตุหย่าข้ออื่น เช่น อีกฝ่ายจงใจละทิ้งร้างเกินหนึ่งปี มีชู้ ทำร้ายร่างกาย หรือไม่อุปการะเลี้ยงดู การแยกกันอยู่เกินสามปีเป็นเพียงเหตุหย่าข้อหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องรอให้ครบสามปีก่อนค่ะ
2. มีข้อความแชตว่าอีกฝ่ายนอกใจ ใช้ฟ้องหย่าได้เลยหรือไม่?
ข้อความแชตสามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบได้ แต่ศาลจะพิจารณาร่วมกับรายละเอียดอื่น เช่น ตัวตนของผู้สนทนา ความต่อเนื่องของความสัมพันธ์ พฤติกรรมการอยู่อาศัย การอุปการะเลี้ยงดู และหลักฐานแวดล้อม ข้อความเพียงบางช่วงจึงอาจยังไม่เพียงพอ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
🔗 แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ราชกิจจานุเบกษา — พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2567
https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/36482.pdf - สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ระบบค้นหากฎหมาย
https://www.ocs.go.th/searchlaw-law - ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน — ข้อมูลและย่อคำพิพากษาเกี่ยวกับเหตุฟ้องหย่า มาตรา 1516
https://mhsjc.coj.go.th/th/content/category/detail/id/4/cid/10561/iid/260371/
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับคดีใดคดีหนึ่ง เนื่องจากผลของคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและหลักฐานเฉพาะกรณี


